![]() |
|
![]() |
|
|
||||||||
|
ม้า ขี่ เป็นคำไทยแท้ หรือ คำยืม (เสียง) ภาษาจีน![]()
เหล่าซือสุวรรณา สนเที่ยง ( ศูนย์ภาษาฟิวเจอร์ซี ) ( บทความนี้ไหง่ได้รับอนุญาตจากเหล่าซือสุวรรณา สนเที่ยง ( ศูนย์ภาษาจีนฟิวเจอร์ซี ) ให้นำมาลงในเว๊ปชุมชนคนฮากกาแห่งนี้ได้ ซึ่งไหง่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อการศึกษาด้านภาษาทั้ง จีน ฮากกา และภาษาไทย เหล่าซือสุวรรณณา สนเที่ยง - เซี้ยงจง ไม่ใช่ใครที่ใหนเป็นพี่น้องเชื้อสายฮากกาเหมยเซี่ยน เหมือนกับไหง่และใครอีกหลายๆท่านครับ ไหง่ต้องขอขอบคุณเหล่าซือสุวรรณา สนเที่ยงมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ ) บทความนี้นำมาจาก http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2013/04/08/entry-1 ภาษาที่มีความคล้ายกับภาษาแม่ ย่อมเรียนได้ง่ายกว่าภาษาที่ต่างกับภาษาแม่ ภาษาไทยมีคำที่ออกเสียงคล้ายภาษาจีนมากถึง 2000 กว่าคำ มีคำไหนบ้าง เอาคำที่ท่านรู้มาแชร์กันในเอนทรี่นี้บ้างนะคะ “ ม้า ” “ ขี่ ” เป็นคำไทยแท้ หรือ คำยืม (เสียง) ภาษาจีน เกือบจะเหมือนกันเป๊ะ หลังจากที่ดิฉันโพสต์เรื่อง ไก่ เป็นคำไทยแท้ หรือ เป็นคำยืม (เสียง) จากภาษาจีน Posted by เหล่าซือสุวรรณา , ผู้อ่าน : 412 เมื่อ วันศุกร์ ที่ 5 เมษายน 2556 ก็ได้รับความเห็นที่น่าสนใจจากหลายๆ ท่าน เป็นความเห็นที่สร้างสรรค์ ให้แง่คิด และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาภาษาและวัฒนธรรม แต่เนื่องจากมีจำนวนมาก จึงขอเชิญท่านผู้อ่านคลิกกลับไปอ่านในเอนทรี่เดิม เพื่อจะได้บริบทและถ้อยคำที่ครบถ้วน ( อ่านความเห็น คลิกดูที่นี่ แล้วเลื่อนไปข้างล่าง) ตัวอย่างเช่น บล็อกเกอร์ wanderer เขียนว่า
สวัสดีคะ เหล่าซือสุวรรณา วันนี้ เหล่าซือมีอีกสองคำนะคะ ที่สังเกตว่า เสียงภาษาไทยคล้ายเสียงภาษาจีนมาก คือคำว่า "ม้า" กับ "ขี่" ในภาษาไทยค่ะ ชาวจีนฮากกาเรียก ม้า ว่า " มา " มาแต่โบราณ ส่วนภาษาจีนกลาง (แมนดาริน) เรียก ม้า ว่า หม่า คำว่า " ขี่ " ในภาษาไทย ชาวจีนฮากกาก็พูดว่า "ขี่" ตั้งแต่โบราณเหมือนกัน จีนกลางพูดว่า "ฉี" คำว่า ขี่มา หรือ ฉีหม่า ในภาษาจีน ก็เกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับคำไทย "ขี่ม้า"
คำนิยาม ลักษณะของคำไทยแท้ คำไทยแท้ เป็นคำที่มีใช้ดั้งเดิมอยู่ในภาษาไทยคำไทยแท้มีลักษณะสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ ของตัวเองที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร
ลองเปรียบเทียบการออกเสียง คำว่า " ม้า" กับภาษาอื่นๆ จากตารางข้างล่างนี้ (บรรทัดสุดท้าย) คำว่า ม้า ภาษาบาลีออกเสียงว่า ดุรงค, อัสส, อัสดร จะเห็นได้ว่า คำว่า ม้า มะเมีย ในภาษาไทย ออกเสียงคล้ายภาษาจีนมากที่สุด
ตารางที่มีชื่อสัตว์เป็นภาษาต่างๆ ข้างบนนี้ได้จาก วิกิพีเดีย
อย่างนี้ เวลาคนไทยพูดคำว่า "ม้า" คนเกือบครึ่งโลก (รวมคนชาติต่างๆ ที่เรียนภาษาจีนด้วย) ก็เข้าใจแล้วสิคะว่าเราหมายถึงอะไร
ในตำราจีนบอกว่า ภาษาจีนเป็นภาษาในตระกูลฮั่น – ธิเบต และภาษาไทยจัดอยู่ในกิ่งภาษาของตระกูลนี้ ภาษาฮั่น ก็คือ ภาษาจีนนั่นเอง เนื่องจากชาวฮั่นเป็นคนชาติพันธุ์ 95 % ของประเทศจีน เรื่องตัวเขียน ไม่เหมือนกัน แต่เรื่องการออกเสียงและการสร้างคำ การสร้างประโยค มีส่วนคล้ายกันมาก ภาษาไทยเป็นกิ่งภาษาของภาษาตระกูลฮั่น-ธิเบต ลักษณะพิเศษของภาษาตระกูลฮั่น - ธิเบต (汉藏语系) .................................... ทั้งหมดนี้เป็นข้อสังเกตส่วนตัวของ สุวรรณา สนเที่ยง 8 เมษายน 2013 Facebook : Suwanna Future C https://www.facebook.com/SuwannaFutureC
เรื่องเกี่ยวข้อง ภาษาไทยกับภาษาจีน มีอะไรที่เหมือนกันหรือไม่ ? (คลิกอ่าน) Posted by เหล่าซือสุวรรณา , ผู้อ่าน : 5386
ข้อมูลประกอบจากเว็บไซต์อื่นๆ การพิจารณาว่าคำใดเป็นคำไทยแท้
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.pasasiam.com/home/index.php/general/pasathai-principle/199-2008-09-10-14-32-26 ………………………… ลักษณะของคำไทยแท้
๑. คำไทยมักเป็นคำพยางค์เดียว ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://buka.freeoda.com/?p=9 ………………… คำยืมภาษาจีนที่มีใช้ในภาษาไทย ไทยและจีนเป็นมิตรประเทศที่ติดต่อเจริญสัมพันธไมตรี และค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าและศิลปะ วัฒนธรรมอันดีงามมาช้านาน ชาวจีนที่มาค้าขายได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ภาษาจีนจึงเข้ามาสู่ไทยโดยทางเชื้อชาติ นอกจากนี้ภาษาจีนและภาษาไทยยังมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จึงทำให้มีคำภาษาจีนเข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยจนแทบแยกกันไม่ออก การยืมคำภาษาจีนมาใช้ในภาษาไทยนั้น เราได้มาจากภาษาพูดไม่ใช่ภาษาเขียน เพราะระบบการเขียนภาษาจีนต่างกับภาษาไทยมาก ภาษาจีนเขียนอักษรแทนคำเป็นตัว ๆ ไม่มีการประสมสระ พยัญชนะ คำภาษาจีนที่มีใช้ในภาษาไทย นำมาเป็นคำเรียกชื่อ เครื่องใช้แบบจีน ยาสมุนไพร สัตว์ อาหาร เครื่องแต่งกาย ธุรกิจการค้า มหรสพ และอื่น ๆ ภาษาจีนมีลักษณะคล้ายคลึงกับภาษาไทยมาก คือ เป็นภาษาคำโดด มีเสียงวรรณยุกต์ย เมื่อนำคำภาษาจีนมาใช้ในภาษาไทยซึ่งมีวรรณยุกต์และสระประสมใช้จึงทำให้สามารถออกเสียงวรรณยุกต์และสระตามภาษาจีนได้อย่างง่ายดาย คำภาษาจีนยังมีคำที่บอกเพศในตัวเช่นเดียวกับภาษาไทยอีกด้วย เช่น เฮีย (พี่ชาย) ซ้อ (พี่สะใภ้) เจ๊ (พี่สาว) นอกจากนี้การสะกดคำภาษาจีนในภาษาไทยยังใช้ตัวสะกดตรงตามมาตราตัวสะกดทั้ง 8 มาตราและมีการใช้ทัณฑฆาต หรือตัวการันต์ด้วย หลักการสังเกตคำภาษาไทยที่มาจากภาษาจีน
วิธีนำคำยืมภาษาจีนมาใช้ในภาษาไทย ตัวอย่างคำยืมที่มาจากภาษาจีน ตัวอย่างคำยืมที่มาจากภาษาจีน ขอบคุณเว็บไซต์ http://www.baanjomyut.com/library_2/extension-1/loanwords/07.html ขอบคุณพื้นที่ OKnation Blog ที่ให้ดิฉันได้เสนอข้อสังเกตส่วนตัวนี้ ขอบคุณเพื่อนบล็อกเกอร์ทุกท่านที่มาร่วมแสดงความเห็นที่น่าสนใจ ทำให้ได้แง่คิดและเนื้อหาเพิ่มขึ้น ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านและร่วมแสดงความเห็น ขอบคุณ กอง บก. โอเคเนชั่นที่ให้เรื่องนี้เป็นเรื่องแนะนำวันที่ 8 เมษายน 2013 »
|
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
ไก่ เป็นคำไทยแท้ หรือ เป็นคำยืม (เสียง) จากภาษาจีน
( บทความนี้ไหง่ได้รับอนุญาตจากเหล่าซือสุวรรณา สนเที่ยง ( ศูนย์ภาษาจีนฟิวเจอร์ซี ) ให้นำมาลงในเว๊ปชุมชนคนฮากกาแห่งนี้ได้ ซึ่งไหง่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อการศึกษาด้านภาษาทั้ง จีน ฮากกา และภาษาไทย
เหล่าซือสุวรรณณา สนเที่ยง - เซี้ยงจง ไม่ใช่ใครที่ใหนเป็นพี่น้องเชื้อสายฮากกาเหมยเซี่ยน เหมือนกับไหง่และใครอีกหลายๆท่านครับ ไหง่ต้องขอขอบคุณเหล่าซือสุวรรณา สนเที่ยงมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ )
----------------------------------------------------------
“ ไก่ ” เป็นคำไทยแท้ หรือ เป็นคำยืม (เสียง) จากภาษาจีน
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นักเรียนคนหนึ่งที่เดินทางมาเรียนจากจังหวัดจันทบุรี พูดขึ้นในห้องเรียนภาษาจีนของดิฉันว่า
“ พ่อหนูบอกว่า คำว่า ไก่ ในภาษาไทย น่าจะมาจากคำว่า “ ก๊าย “ ในภาษาจีนกวางตุ้ง ค่ะ”
เหล่าซือก็เข้าใจทำนองนั้น
เหล่าซือชอบเปรียบเทียบภาษาไทยกับภาษาจีน ว่ามีส่วนที่เหมือนกันและต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อประกอบการสันนิฐานของตัวเอง
อย่างคำว่า “ไก่” นี้ ในวิชาภาษาไทย เราเรียนกันมาว่า ไก่ เป็นคำไทยแท้
ลักษณะของคำไทยแท้ คำไทยแท้ เป็นคำที่มีใช้ดั้งเดิมอยู่ในภาษาไทย คำไทยแท้มีลักษณะสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ ของตัวเองที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร
เหล่าซือลองทำตารางเปรียบเทียบการออกเสียงของคำว่า “ ไก่ ” ในภาษาจีนสำเนียงต่างๆ ขึ้นมา 4 เสียง
ตารางข้างบนนี้เหล่าซือทำขึ้นเองเพื่อให้เห็นชัด
ลองเปรียบเทียบการออกเสียง ไก่ กับภาษาอื่นๆ จากตารางข้างล่างนี้ ซึ่งเป็นตารางที่ได้จาก วิกิพีเดีย (บรรทัดสุดท้าย)
คำว่า ไก่ ภาษาบาลีออกเสียงว่า กุกกุฎ, กุกกุฏ
จะเห็นได้ว่า คำว่า ไก่ ในภาษาไทย ออกเสียงคล้ายภาษาจีนมากที่สุด
ภาษาจีนสำเนียงถิ่นของชาวจีน เป็นภาษาที่ใช้กันมานานกว่าพันปี โดยเฉพาะภาษาจีนฮากกา และ ภาษาจีนกวางตุ้ง ที่นักวิจัยภาษาศาสตร์ โบราณคดีและประวัติศาสตร์จีนสันนิฐานว่า เป็นภาษาทางการหรือภาษากลางของจีนในสมัยโบราณ
ยังมีคำไทยแท้คำอื่นๆ อีก ...
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง ที่
(คลิกอ่าน) http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2012/09/04/entry-1
Posted by เหล่าซือสุวรรณา , ผู้อ่าน : 5386
ลักษณะพิเศษของภาษาตระกูลฮั่น - ธิเบต (汉藏语系) ภาษาฮั่น ก็คือ ภาษาจีนนั่นเอง เพราะชาวจีนเรียกตัวเองว่า ชาวฮั่น
1. เป็นคำโดด
2. มีเสียงวรรณยุกต์ (有声调)
3. หลักไวยากรณ์หลักคือการเรียงลำดับคำ เมื่อเรียงลำดับคำต่างกัน ความหมายก็เปลี่ยน
4. รูปประโยคหลักๆ คือ ประธาน + กริยา + กรรม
.............
ท่านที่มีความรู้ภาษาจีนสำเนียงอื่นๆ เช่น ฮกเกี้ยน ไหหลำ กวางสี ยูนาน มาร่วมกันแชร์ความเห็นนะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและร่วมแสดงความเห็นค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนเรียนภาษาศาสตร์และท่านที่สนใจค่ะ
ขอบคุณกอง บก.โอเคเนชั่น ที่ให้เป็นเรื่องแนะนำวันนี้ 5 เมษายน 2013
โดย สุวรรณา สนเที่ยง
5 เมษายน 2013
Facebook : Suwanna Future C
https://www.facebook.com/SuwannaFutureC
ภาษาไทยกับภาษาจีน มีอะไรที่เหมือนกันหรือไม่ ?
สืบเนื่องจากบทความทั้งสองไหง่ใคร่ขอนำเสนออีกบทความหนึ่งเพื่อความหลากหลายของข้อมูล
นำมาจากบทความของเหล่าซือสุวรรณา สนเที่ยง
http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2012/09/04/entry-1
--------------------------------------------------------------------
การเข้าใจเรื่องนี้ มีความสำคัญสำหรับคนเรียนภาษาจีนอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นตัวช่วยให้ผู้เรียนมีจิตนาการ มีหลักในการจำคำศัพท์ การออกเสียง การเรียงประโยค และการใช้ได้ดีกว่าคนที่ไม่เข้าใจหลักพื้นฐานนี้
ความจริง ภาษาไทยเป็นภาษาที่อยู่ในตระกูลฮั่น - ธิเบต ซึ่งเป็นกิ่งภาษาและมีรากมาจากภาษาจีน - ธิเบต แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ คุณครูสอนภาษาจีนบางท่านอาจไม่ได้สังเกต และครูชาวจีนที่มาสอนเด็กไทย ก็รู้ภาษาไทยไม่ลึกมาก ไม่สามารถเปรียบเทียบให้เด็กไทยเห็นภาพได้
ภาษาไทยเป็นภาษาที่คล้ายภาษาจีนมากที่สุดในโลก อันนี้ผู้เขียนไม่ได้พูดเอง แต่มีผลการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาของจีนสรุปออกมาว่า ภาษาที่คล้ายภาษาจีนมากที่สุดในโลก คือ ภาษาไทย
เป็นไงคะ ไม่น่าเชื่อหรือเปล่า เพราะเราดูหน้าตาภาษาจีนกับภาษาไทย ไม่เหมือนกันเลย
เอาเป็นว่า จะค่อยๆ มาอธิบายทีละหน่อย วันนี้จะพูดถึงแค่บางส่วนก่อนเพื่อให้เห็นภาพ
ลักษณะพิเศษของภาษาตระกูลฮั่น - ธิเบต (汉藏语系)
1. เป็นคำโดด
สร้างคำศัพท์จากการนำคำโดดมาประสมกัน เช่น คำว่า รถ ประสมกับ ไฟ เป็น รถไฟ
ภาษาจีน นำคำว่า 火 ประสมกับ 车 เป็น 火车 แปลว่ารถไฟ ( ซึ่งภาษาอังกฤษจะไม่ได้สร้างคำจากวิธีการนี้ เช่น คำว่า train )
2. มีเสียงวรรณยุกต์ (有声调)
3. หลักไวยากรณ์หลักคือการเรียงลำดับคำ เมื่อเรียงลำดับคำต่างกัน ความหมายก็เปลี่ยน เช่น 妈妈骂马 马骂妈妈
妈妈骂马 (แม่ด่าม้า) 马骂妈妈 (ม้าด่าแม่)
4. รูปประโยคหลักๆ คือ ประธาน + กริยา + กรรม
ภาษาจีนไม่ต้องเปลี่ยนรูปกริยาตามกาล ไม่ต้องมีกริยา 3 ช่อง ไม่แบ่งนามนับได้นับไม่ได้ ฯลฯ
.............
การจะศึกษาเปรียบเทียบเจาะลึกสิ่งที่เหมือนกันกับสิ่งที่ต่างกันระหว่างภาษาไทย - จีน จึงถือเป็นภารกิจของคนสอนภาษาจีน เพราะอาจารย์ชาวจีนไม่สามารถมาสอนเราในจุดนี้ได้ เนื่องจากท่านไม่รู้ภาษาไทย ส่วนครูจีนที่มาสอนลูกหลานเราอยู่ ส่วนมากจะรู้ภาษาไทยในระดับที่พอสื่อสารในชีวิตประจำวันได้
จากประสบการณ์การทำงานด้านการแปลและการสอนมาเกินครึ่งชีวิต ผู้เขียนพยายามจะสังเกต เจาะลึกและรวบรวมอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบภาษาไทย - จีน รวมถึงพยายามถ่ายทอดแนวคิดนี้ให้กับผู้เรียนเพื่อเป็นแนวทางให้พวกเขาสามารถใช้ค้นคว้าต่อได้
ภาษาไทย - จีนส่วนที่คล้ายกันนั้น มีอยู่จำนวนมาก มีการทำเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาโทหลายเรื่องทีเดียว ไม่สามารถเขียนให้ครบหรือเข้าถึงรายละเอียดได้ในเอนทรี่สั้นๆ
ในที่นี้ จึงต้องการยกตัวอย่างให้คนไทยที่เรียนภาษาจีนเข้าใจพอสังเขป เพื่อนำไปเป็นแนวจิตนาการหรือเป็นข้อสังเกตในการเรียนต่อไปเท่านั้น
อย่างเช่น ภาษาไทยเราได้นำเอาสำนวนจีน ภาษิตจีน คำพังเพยจีน อุปมาฯ มาใช้ในชีวิตประจำวันจำนวนไม่น้อย ถ้าเราเข้าใจจุดนี้ เราก็จะสามารถนำไปใช้ประกอบการพูด การเขียนของเราได้อย่างเหมาะสม ทำให้การใช้ภาษาของเราสละสลวยและดูเป็นคนมีความรู้ทั้งสองภาษา ที่สำคัญจะต้องแยกให้ได้ว่า คำไหนใช้เชิงบวก คำไหนใช้เชิงลบ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
ภาษิต - คำพังเพยจีน ส่วนมากเกิดขึ้นและมีการใช้มานานกว่าพันหรือสองพันปีแล้ว บางคำมาจากคำพูดของนักปราชญ์จีนต่างๆ เช่น คำสอนของขงจื่อ เม่งจื่อ คำพูดของขงเบ้ง ของเล่าปี่ ฯลฯ ขอยกตัวอย่างพอสังเขป เช่น
如鱼得水 ดุจปลาได้น้ำ เป็นคำที่มาจากเรื่อง สามก๊ก ตอนที่ เล่าปี่ ได้ ขงเบ้ง มาช่วย
不见棺材不掉泪 ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา
知人知面不知心 รู้คนรู้หน้าไม่รู้ใจ
百闻不如一见 ฟังร้อยครั้งไม่เท่ากับเห็นกับตาหนึ่งครั้ง ภาษาไทยใช้ว่า สิบปากพูดไม่เท่าหนึ่งตาเห็น
活到老,学到老。 ภาษาไทยใช้ว่า ไม่มีใครแก่เกินเรียน
路遥知马力,日久见人心。ระยะทางไกลทำให้รู้กำลังของม้า กาลเวลาทำให้เห็นจิตใจของคน
ภาษาไทยใช้ว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน
..................................
มีคำบางคำที่ไม่ได้ยืมมาจากภาษาจีนโดยตรง แต่มีความหมายคล้ายกัน เช่น
近朱者赤、近墨者黑。jìn zhū zhě chì,jìn mò zhě hēi คนใกล้หมึกดำ คนใกล้ชาดแดง
( คำแปลภาษาไทย 2 วลีนี้ผู้เขียนบัญญัติคำขึ้นมาเอง ตรวจสอบดูแล้วยังไม่มีท่านใดแปลไว้อย่างนี้ มีแต่ใช้คำอื่นที่มีความหมายคล้ายกัน )
คนที่อยู่ใกล้หมึกจะเปื้อนสีดำ คนที่อยู่ใกล้ 朱砂 (ชาด) ซึ่งเป็นวัตุสีแดง ก็จะติดสีแดงมาด้วย
ภาษิตไทยใช้คำว่า “ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล ”
.........................
ยังมีบางคำที่ฟังดูคล้ายกัน แต่การใช้ต่างกัน เช่น
入乡随俗 แปลว่า ไปถึงที่ไหนให้เคารพ ปฏิบัติตามธรรมเนียมของที่นั้นๆ ในภาษาจีนใช้คำนี้ในเชิงบวก หมายถึง ถ้าไปอยู่ที่ไหน ให้เคารพวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น เช่น เวลาทานอาหารกับชาวจีน ไม่ควรเลียอาหารที่อยู่บนนิ้วมือ ไม่เอาตะเกียบปักบนชามข้าว ฯลฯ
พังเพยไทยมีคำว่า "เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม" แต่คำไทยคำนี้ ดิฉันเข้าใจว่า ไม่ได้ใช้ในเชิงบวก หมายถึงทำตามๆ กันไป อย่าไปทำอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น ซึ่งรวมถึงเรื่องที่อาจจะไม่ดีด้วย
..............................
นอกจากนี้ คำพังเพยจีนบางคำที่ในอดีต ใช้ในความหมายหนึ่ง แต่ปัจจุบันมีใช้ในความหมายที่ต่างไปจากเดิม ซึ่งเวลาจะนำไปใช้ ต้องระมัดระวัง เช่น คำว่า
对牛弹琴 ตีขิมให้วัวฟัง
เมื่อก่อนใช้เป็นคำอุปมาว่า วัวโง่ ฟังเพลงเพราะๆ ไม่เข้าใจหรอก
แต่ปัจจุบันมีการใช้คำนี้ว่าคนดีดขิมโง่ ไปดีดให้วัวฟังแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ในเมื่อก็รู้อยู่แล้วว่ามันฟังไม่รู้เรื่อง (กลายเป็นอย่างนั้น) ใช้อุปมาว่าใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องในการทำอะไรบางอย่าง
ภาษาไทยมีการใช้คำคล้ายๆ กัน คือ สีซอให้ควายฟัง
................................
เพิ่มเติม
ยังมีคำศัพท์ที่ออกเสียงคล้ายภาษาไทยอีกจำนวนมากด้วย ตัวเย่าง เช่น
广 ภาษาจีน ออกเสียงว่า กว่าง แปลเป็นภาษาไทย ก็คือ กว้าง
变 ภาษาจีน ออกเสียงว่า เปี้ยน แปลเป็นภาษาไทย ก็คือ เปลี่ยน
นอกจากการสร้างคำแล้ว ภาษาจีนกับภาษาไทยยังมีการสร้างวลี ประโยค ฯ ที่คล้ายกันมาก เช่น ประโยคภาษาจีน 谁说我不知道?ภาษาไทยก็แปลว่า ใครบอกว่าฉันไม่รู้ ซึ่งเป็นประโยคคำถามสื่อความหมายเชิงยืนยัน "ฉันรู้นะ"
...................................
ส่วนตัวผู้เขียนเชื่ออย่างยิ่งว่า การศึกษาภาษาจีน - ไทยเปรียบเทียบ จะทำให้สนุก น่าเรียน มีประโยชน์ต่อการเรียนภาษาจีนของคนไทยอย่างแท้จริง และจะได้ประโยชน์กว่าการฝึกท่องประโยคแบบที่คนไทยกำลังเรียนกันอยู่ในปัจจุบัน
ซึ่งผู้เขียนก็จะมุ่งมั่นศึกษาเจาะลึกการเปรียบเทียบสองภาษานี้ต่อไป
..................................
( ท่านใดต้องการนำข้อเขียนนี้ไปใช้หรือเผยแพร่ต่อ กรุณาติดต่อผู้เขียนก่อน ให้เครดิตแหล่งที่มา เพื่อรักษามาตรฐานร่วมกันและรักษาคุณธรรมในหมู่คนเรียนคนสอนภาษาจีน )
หลังจากที่โพสต์ข้อเขียนนี้ประมาณ 5 ชั่วโมง ท่านที่ใช้นามปากกาว่า วีฟัด ได้ขออนุญาตแชร์ข้อความนี้ในเว็บไซต์ของชุมชนชาวฮากกา ซึ่งผู้เขียนได้อนุญาตแล้ว
แต่ขอให้คุณ วีฟัด ช่วยเพิ่มเติมระบุที่มา ชื่อผู้เขียน เว็บไซต์ วัน - เวลาในการโพสต์เรื่องต้นฉบับ ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน (แนะนำว่า ควรจะเขียนระบุไว้ที่หัวข้อเลยว่า บทความนี้เขียนโดย................โพสต์ไว้ในบล็อกโอเคเนชั่น เมื่อวันที่ .....................เวลา ................. และคุณวิฟัดได้ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อในเว็บไซต์ของชุมชนฮากกาจากผู้เขียนแล้ว)
เพระถ้าดูตามลิงก์ที่คุณวีฟัดโพสต์ไว้ จะทำให้คนอ่านเข้าใจว่า คุณวีฟัดเขียนบทความนี้ขึ้นมาเอง
ข้างล่างบทความ คุณวีฟัดได้ใส่เครดิตลิงก์ที่มาเล็กๆ ไว้ ผู้อ่านอาจไม่ทราบว่าคนเขียนคือใคร เพราะอันนี้เราจะต้องรักษามาตรฐานร่วมกัน ให้เกียรติกัน มิฉะนั้นอาจมีคนลอกของคุณวิฟัดไปใส่เว็ปอื่นต่อๆ ไปอีก แล้วเปลี่ยนชื่อคนเขียนเป็น นาย ก. นาย ข. ก็ได้
http://hakkapeople.com/node/3146
และเวลา 18.45 น. คุณ วีฟัด แจ้งว่า ได้เปลี่ยนหัวข้อเรื่องที่นำไปลงต่อในเว็บไซต์ของชุมชนชาวฮากกา ว่า
ภาษาไทย , ภาษาจีน มีอะไรที่เหมือนกันหรือไม่ จากบทความของเหล่าซือสุวรรณา สนเที่ยง ( เหล่าซือคนฮากกาขนานแท้ ) จากบร๊อกโอเคเนชั่น
ขอขยาย
ไทยว่า ม้า ปั้นซั้นขักก็ว่า ม้า ตรงกันเปะ ทำไมไม่รู้ หรือบางคำใกล้ปั้นซั้นขักมาก
ไทยว่า ขี่ " ว่า ขี (น่าจะเสียงจัตวา คล้ายๆคลึงๆ)
ไทยว่า ไก่ " ว่า เก๊
ไทยว่า เก๊ " ว่า ก้า (แปลว่าของเก๊)
สุภาส ลาภเกรียงไกร ปู้ช้องยิ่ว ให้ความเห็น