圣寿无疆  หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา 泰國客家 Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน(客家人) hakkapeople.com

ฮวงจุ้ยเพื่อชีวิต

รูปภาพของ sinsai1975

ฮวงจุ้ยเพื่อชีวิต

     ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์จีนที่ได้กำเนิดมาบนโลกมนุษย์ได้กว่า3000 ปี และได้ถ่ายทอดต่อกันมาเป็นรุ่นสู่รุ่น แบ่งเป็นฮวงจุ้ย และสุสาน โบราณได้กล่าวไว้ว่า ฮวงจุ้ย หน้าต้องมีน้ำ หลังต้องเป็นเขา หน้ากระจอกแดง หลังเต่าดำ  ซ้ายมังกรเขียว ขวาเสือขาว สุลานต้องพิงเขาและด้านหน้าได้ทะเลหรือบ่อน้ำก็ยิ่งดี การเรียนฮวงจุ้ยก็ได้แบ่งออกเป็นหลายสำนัก และยังมีเรื่องชัยภูมิ ดาวเก้ายุค(ดาวบิน) ทางน้ำ 64ทิศ ไต่ซำง้วน ฯลฯ และการที่ฮวงจุ้ย ด้านหน้ามีน้ำ ก็ไม่ใช่ว่าจะรวยได้ทุกคน และบ้านที่อยู่มาแล้วรวย เมื่อเราเข้าไปอยู่แล้วจะรวยตามเขาก็ไม่จริง บางบ้านย้ายออก คนเข้าอยู่ใหม่ก็ร่ำรวยได้ก็มีเยอะ นี่มีสาเหตุนะครับ และปีจรนี่ก็เป็นเรื่องสำคัญของทางฮวงจุ้ยที่ซินแซไม่ได้กล่าวเอาไว้ แต่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าการหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยมุ่งหามงคลเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม เรื่องฮวงจุ้ยควรที่จะปรึกษาซินแซที่เชี่ยวชาญเอาไว้ก่อนเหมือนกับเราหาหมอนะครับ 


 

ในปี2553เป็นปีขาล ทางทิศเหนือเป็นทิศอัปมงคล หลีกเลื่ยงการตกแต่ง ซ่อมแซม ปลูกสร้าง เข้าอยู่ ในทิศทางดังกล่าว จะทำให้เกิดเรื่องวิบัติร้ายแรง หรือเจ็บป่วยรักษาไม่หาย ควรปรึกษาผู้รู้ทางฮวงจุ้ยก่อนที่จะไปตกแต่งในทิศดังกล่าว เพือ่ความปลอดภัยของท่านด้วย

ไฟล์แนบขนาด
2.JPG47.74 KB

รูปภาพของ webmaster

เซี่ยเซี่ย ซินซัง

ขอขอบคุณ และยินดีท่านได้กรุณามาแนะนำให้ความรู้ในเรื่อง ศาสตร์แห่งฟุงซุ่ย อย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ให้กับไท้กาหงิน เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่าของชาวจีน ได้อย่างบริสุทธิแม่นยำ ไม่แปะเปื้อน สืบต่อไปได้

ซึ่งฟุงซุ้ย เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่เป็นมรดกตกทอดกันมาช้านาน ถือเป็นการรวมภูมิปัญญาหลายด้าน ทั้งด้านภูมิศาสตร์ มีความแม่นยำตามหลักสถิติศาสตร์ โหราศาสตร์ และการจัดองค์ประกอบเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินชีวิต   นับเป็นภูมิปัญญาชั้นเลิศของชาวจีน และเมื่อใช้ในทางที่มีคุณธรรมถูกต้อง ประสบความสำเร็จราบรื่น ก็ถือว่าเป็นการสร้างบุญกุศลร่วมกันไป

และเป็นข้อสังเกตว่าผู้อาวุโสของชาวฮากกาที่มาจากแผ่นดินใหญ่ ส่วนใหญ่จะได้รับการสืบทอดมา มากบ้างน้อยบ้าง เพื่อให้ลูกหลานได้ใช้ศึกษาเป็นแนวทางสร้างความเจริญก้าวหน้าได้ต่อไป แต่มารุ่นหลังๆการสืบทอดศาสตร์แขนงนี้แบบจากรุ่นสู่รุ่นเหลือน้อยลง บ้างก็สนใจน้อบ บ้างก็สนใจขนขวายไปทั่ว วาสนาดีก็เจออาจารย์ดี  วาสนาไม่พออาจเจอพ่อหมอเป็นนักธุรกิจเสียเอง 

ถ้าได้มีผู้รู้ มาช่วยถ่ายทอดในหลักที่ถูกต้อง จารึกไว้ในที่แห่งนี้ ก็นับว่าเป็นบุญที่ท่านได้ทำไว้เพื่อลูกหลานในวงกว้าง ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของเหล่ามิจฉาชีพ เพราะบนที่แห่งนี้เป็นที่เปิดกว้างให้สำหรับทุกเรื่องที่ร่วมกันนำเสนอ และยอมรับร่วมกันอภิปรายกันได้ แบบฉันพี่น้อง

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เสริมทิศดี แก้ทิศร้าย รับปีเสือ?

 

ตามตำรานักษัตรยึดปีจีนเป็นที่ตั้งจะเริ่มเปลี่ยนนักษัตรใหม่เมื่อถึงวันตรุษจีน ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ ตามความเชื่อเพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานธุรกิจการค้า สุขภาพแข็งแรงต้องจัดฮวงจุ้ยของบ้านรับพลังต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี

     อ.มาศ เคหาสน์ธรรม ซินแสฮวงจุ้ยไฮเทค ในฐานะผู้ก่อตั้งสถาบันค้นคว้า วิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พลังของปี 2553 เป็นปีเสือมีธาตุทองกำกับ หรือเสือโดนมีดปักหลัง เป็นเสือบาดเจ็บ ลักษณะของพลังงานปีหน้าเป็นปีแห่งความขัดแย้ง คนเกิดปีวอกปะทะกับปีเสือ ให้ระมัดระวังการเดินทาง เจออุบัติเหตุทางรถยนต์ ญาติผู้ใหญ่เจ็บป่วย จะเกิดความยุ่งเหยิงทางการค้าธุรกิจ คนได้รับผลดีคือคนเกิดปีกุนเพราะเสือกับหมูจะเติมเต็มกันและกัน คนเกิดปีนี้ให้แสดงความรักกตัญญูผู้ใหญ่จะให้โชค

     สำหรับในปีเสือทองประจำปี พ.ศ. 2553 มีทิศดีทิศร้ายต่างกันไป อ.มาศ ให้รายละเอียดและคำแนะนำแก้ไขทิศร้ายไว้ว่า บ้านไหนหันหน้าบ้านทิศตะวันตกปีนี้จะดี ต่างจากในปีที่แล้วไม่ดี คนในบ้านเจ็บป่วยมากกว่าปกติ ทะเลาะวิวาท

     แต่ปีนี้สถานการณ์พลิกได้โชคลาภ เดินทางแล้วจะได้โชคได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ให้เสริมพลังโดยตั้งน้ำพุหน้าบ้าน ถ้าหน้าบ้านมีน้ำพุอยู่แล้วให้แขวนกระดิ่งเสียงดังกุ๊งกิ๊ง เพราะกระดิ่งเป็น ธาตุทอง เวลาที่ลมพัดมาจะกระจายพลังงานของธาตุทองออกมา เมื่อพลังงานธาตุทองออกมา จะเสริมให้คนที่อยู่ในบ้านได้ชาร์จพลังดีเข้าไปในตัวเพื่อจะขยายพลังดีของทิศตะวันตก เดินทางจะโชคดี

     ในกรณีที่หน้าบ้านไม่ได้หันไปทางทิศตะวันตกสามารถติดตั้งกระดิ่งไปทางทิศตะวันตกได้เสริมให้มีพลังโชคดีดังที่กล่าวข้างต้น (ผู้อาศัยในคอนโดไม่ต้องสนใจ ว่าหน้าบ้านอยู่ทางไหน ให้ดูว่าทิศตะวันตกอยู่ตรงไหนให้หาน้ำพุไปตั้งทางนั้น โดยใช้เข็มทิศหาทิศ)

     ปีนี้บ้านหันหน้าทิศตะวันออก ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีตำแหน่งงานการดี จะมีคนส่งเสริมสนับสนุนช่วยเหลือ ผู้ใหญ่เอ็นดู จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง วิธีเสริมพลังทิศตะวันออก สามารถใช้กระดิ่งโลหะสีเงิน สีทอง นาฬิกาลูกตุ้ม หรือพัดลมทองเหลืองมาตั้งทิศนี้ เพื่อให้กระจายพลังของธาตุทองออกมา เช่นเดียวกัน

    ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะมีพลังเกี่ยวกับชื่อเสียงความสำเร็จ อาชีพ ดารา นักร้อง นักการเมือง ต้องการภาพลักษณ์ดูดีโดดเด่น เสริมพลังทางทิศนี้โดยใช้หลอดไฟสีแดง ชมพู ม่วง

    สำหรับทิศเหนือ ปีนี้เป็นทิศเสริมเสน่ห์ ผู้ต้องการมีคู่ มีความรักให้นำดอกไม้สดที่ชอบ แช่น้ำวางไว้ทิศนี้ ตื่นเช้ามาไปดมกลิ่นหอม ๆ ของดอกไม้ก่อนออกจากบ้าน ถ้าสมอารมณ์หมายได้คู่หรือมีเสน่ห์พอแล้วก็หยุดจัดแจกัน 

    แต่ถ้ามีคู่มีครอบครัวแล้วไม่ควรทำจะเกิดความวุ่นวายตามมา ในทิศนี้ยังเสริมเรื่องการศึกษาลูกได้โดยใช้ไผ่กวนอิมเลือกกิ่งสูง ๆ 4 กิ่งแช่น้ำไว้ จะเสริมให้พลังธาตุไม้เกี่ยวกับวิชาการศึกษาลอยตัวขึ้นกระตุ้นให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการอยากเรียนมากขึ้น ในปีนี้ให้เว้นการเคาะ ตอก เจาะ ขุดดิน ทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

    ปีนี้ใน ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นดาววุ่นวายปั่นป่วน เรียกว่าระเบิดลง ไม่ควรเคาะ ตอก เจาะ ตัดต้นไม้ ขุดดิน รื้อบ้าน

    ในทิศนี้ จะเกิดเรื่องร้ายกับผู้อยู่อาศัย อ.มาศ อธิบายเหตุผลนี้ให้ฟังว่า สอดคล้องกับความเชื่อชาวจีนมาช้านาน ที่ว่าเมื่อมีคนท้องอยู่ในบ้านห้ามเคาะ ตอก เจาะ ห้ามซ่อมบ้าน ห้ามตอกตะปู เพราะจะส่งแรงสะเทือนเท่ากับไประเบิดหรือขยายพลังงานทิศนั้นออกมา ถ้ามีคนท้องอยู่ในบ้านเท่ากับเด็กที่อยู่ในท้อง ซึ่งเซลล์กำลังขยายตัวทำให้เซลล์ขยายตัวผิดพลาด เด็กเกิดมาพิกลพิการ

    ขณะเดียวกันคนที่อยู่อาศัยจะรับผลเหมือนกัน จะได้รับการชาร์จพลังไม่ดี เซลล์ในร่างกายจะทำงานผิดพลาด ส่งผลให้ขับรถจะเผลอหลับในเพราะพลังงานไม่ดี เกิดอุบัติเหตุ เกิดกระตุ้นจิตสำนึกให้หงุดหงิดใครพูดอะไรก็ผิดหูส่งผลให้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งได้

    ส่วนกรณีตัดต้นไม้มีคำอธิบายว่าจะมีเฉพาะบางปีที่ส่งพลังร้ายอย่างปีเสือในปีนี้ตกอยู่ที่ทิศเหนือกับทิศตะวันตกเฉียงใต้ สอดรับกับความเชื่อของคนไทยที่ห้ามตัดต้นไม้ใหญ่ เพราะมีรุกขเทวดาคุ้มครอง แต่ถ้าจำเป็นต้องกระทำการเคาะ ตอก เจาะ ตัดต้นไม้จริง ต้องปรึกษา ซินแสผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวันเวลาที่ปลอดภัย

    วิธีแก้ไขพลังร้ายในทิศนี้ ให้แก้ด้วยการใช้อ่างน้ำใส่เกลือแล้วใส่เหรียญลงไป 6 เหรียญ ซึ่งพลังงานทิศนี้เป็นดิน แต่เป็นดินอมไฟเหมือนลาวาใต้โลกที่ระเบิดออกมา วิธีที่จะทำให้พลังงานตรงนี้เย็นลง จึงต้องใช้น้ำ น้ำจัดว่าเป็นหยินและเป็นหยาง ยกตัวอย่างน้ำที่เป็น “หยิน” คือน้ำที่เราดื่ม น้ำที่เป็น “หยาง” คือเกลือมาจากทะเล แปรรูปเป็นเม็ด ดังนั้นมีทั้งหยินและหยางทำให้น้ำปริมาณมาก จะมาช่วยลบล้างพลังร้อนของลาวา

    ส่วนเหรียญโลหะเป็น พลังธาตุทอง เพราะพลังธาตุดินที่จะให้โชคคือต้องถ่ายเทด้วยการทำให้เย็นแล้วจะทำให้เกิดพลังงานธาตุทอง ทำให้ทิศวิบัติกลายเป็นนำโชคขึ้นมา เรียกว่าเบญจภูติวิบัติหรือ 5 ผีนำโชค แท้จริงไม่ใช่ผีแต่คือพลังงานอยู่ใต้โลก เวลาพุ่งออกมาพลังงานต่าง ๆ ที่อยู่ใต้ดินโดนดันออกมาด้วย ถ้าไปกระตุ้นเท่ากับว่าเราได้รับพลังงานที่เกี่ยวกับโชคลาภเข้าไปในตัว ดังนั้นเวลาไปไหนถ้าลางสังหรณ์อยากซื้อลอตเตอรี่ก็จะซื้อเลย จะช่วยกระตุ้นลางสังหรณ์ให้แม่นยำยิ่งขึ้นถ้าปรับฮวงจุ้ยดังข้างต้น

    ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปีนี้ประตูหน้าบ้านใครหันมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะเจ็บป่วยได้ง่าย (ขณะที่ปีที่แล้วอยู่ที่ทิศตะวันออก) วิธีการแก้ ต้องหาโลหะที่กลมวาว หรือน้ำเต้า (เปิดฝา) แจกันทรงกลมรูปน้ำเต้า เพราะน้ำเต้าพลังงานเป็นธาตุทอง แม้ผลแห้งจะรักษาความกลม เพราะพลังงานธาตุทองดูดรักษาอยู่ในตัวเยอะ ความกลมคือธาตุทอง

    ปีนี้ถ้ามีญาติเจ็บป่วยให้ซื้อน้ำเต้าแขวนไว้ที่ข้างเตียง จะแก้ได้ และมีอีกกรณีมีคนเจ็บป่วยแม้หน้าบ้านไม่ได้หันทิศนั้น แต่ใช้ชีวิตอยู่ทิศนั้นนาน ๆ เช่น ตั้งโต๊ะทำงานอยู่ทิศนั้น เตียงนอนอยู่ทางทิศนั้น ก็ทำให้เจ็บป่วยได้ ให้แก้ด้วยวิธีการเดียวกัน

    บ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ เกิดทะเลาะวิวาทมีปากเสียง การนินทาว่าร้าย ฟ้องร้อง แก้ไขด้วยการหาสติกเกอร์สีแดง กระดาษสีแดงแผ่นใหญ่ติดทางทิศนี้หรือจุดเทียนก็แก้ได้ เพราะเทียนเป็นธาตุไฟ

    ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปีนี้เป็นทิศที่ขโมยจะเข้าบ้าน บ้านแต่ละหลัง ให้ระวังมุมนี้ ถ้ามุมนี้เป็นมุมอับมุมมืด แก้ไขด้วยการตั้งอ่างแก้ว แก้วใส่น้ำ ถ้าเป็นอ่างพลาสติกใช้สีฟ้า หรือ ดำ เพราะทิศนี้พลังธาตุทอง ทองเมื่อเจอน้ำจะถ่ายเทจะโดนน้ำดูดไว้ พลังนี้จะไม่ถ่ายเทมาใส่คน พลังตรงนี้ ถ้าไปกระตุ้นจะกระโดดมาใส่ตัวคน เมื่อออกนอกบ้านจะดูดพลังคนที่ขี้ขโมยเข้าหาตัวคุณด้วย

    หลักวิชาฮวงจุ้ยของ อ.มาศนั้น ใช้วิธีคำนวณพลังจักรวาลของทิศต่าง ๆ ซึ่งทิศที่กล่าวถึงนั้น เป็นทิศทางของสนามแม่เหล็กโลก ดังนั้นอุปกรณ์วัดทิศจริง ๆ คือเข็มทิศนั่นเอง สิ่งที่ต้องระวังในการวัดเข็มทิศ อุปกรณ์ที่เป็นโลหะต่าง ๆ เนื่องจากเข็มทิศเป็นแม่เหล็กชนิดหนึ่ง ถ้ามีสิ่งเป็นโลหะอยู่ใกล้ ๆ จะทำให้เข็มทิศวัดองศาผิดพลาด วิธีใช้เข็มทิศ ให้ยืนอยู่กลางบ้าน หันหน้าไปทางหน้าบ้าน ถือเข็มทิศให้ได้ระดับ ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง

    ทั้งนี้หลักวิชาฮวงจุ้ยมีประวัติศาสตร์การค้นพบมาตั้งแต่ 5,000 ปีที่แล้ว มีหลักพื้นฐานตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ ศึกษาหาวิธีในการเหนี่ยวนำพลังธรรมชาติมาเสริมพลังของตัวคน

    ซึ่งพลังหลักที่หุ้มตัวของเราทุกคนไว้ คือพลังแม่เหล็ก สังเกตง่าย ๆ ว่าเมื่อถือเข็มทิศ ปลายเข็มสีแดงชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ แสดงให้เห็นว่าบนโลกมีเส้นแรงแม่เหล็กห่อหุ้มล้อมรอบตัวมนุษย์ไว้ตลอดเวลา ในเลือดของมนุษย์มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกระแสแม่เหล็กจึงมีอิทธิพลต่อชีวิตคน ซึ่งบ้านแต่ละหลังทำมุมกับเส้นแรงแม่เหล็กไม่เท่ากัน จึงได้รับพลังงานที่ต่างกัน


ข้อมูล Forward mail

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ค้าขายไม่ดี ต้องทำอย่างไรนะ?

 

อาชีพค้าขายถือว่าเป็นอีกอาชีพ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้อาชีพอื่นๆ แต่จะทำอย่างไรดีนะ เมื่อวันหนึ่งคุณเกิดทำมาค้าไม่ขึ้น แบบไม่ทราบสาเหตุขึ้นมา สิ่งนี้คงเป็นเรื่องที่ชวนให้ปวดหัวอยู่ไม่น้อย

ปัญหา

ร้านค้าไม่มีคนเข้าร้าน

วิธีแก้เคล็ด

     ติดภาพวาดที่เป็นรูปน้ำตก ทะเล ลำธาร หรือแม่น้ำไว้ที่หลังโต๊ะหรือเคาน์เตอร์เก็บสตางค์ เพื่อให้สายน้ำเรียกโชคลาภเงินทองเข้าร้าน

     แต่ต้องสังเกตกระแสน้ำในภาพด้วยว่าไหลเข้าโต๊ะหรือไหลเข้าห้องนั้นหรือไม่ ต้องดูมิให้ทิศทางของน้ำไหลออกจากประตูหรือหน้าต่างเป็นอันขาด

     (ถ้าเป็นบ้าน ให้ติดภาพสายน้ำในห้องรับแขก อย่าติดภาพที่ผนังห้องนอนหรือหลังโต๊ะทำงาน) หาแมวกวักหรือกบ 3 ขา มาตั้งไว้ที่โต๊ะเก็บเงิน หันหน้าของมงคลไปทางหน้าประตูนะคะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

รู้สึกว่ามีบางอย่างถ่วงความเจริญ?

 


ความเจริญก้าวหน้าเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างเสาะแสวงหา แต่จะทำอย่างไรดีหล่ะ เมื่อวันหนึ่งคุณกลับรู้สึกว่า ที่ทำไปในทุกๆวันหาได้ช่วยให้เกิดความเจริญก้าวหน้าขึ้นเลย

คุณ...หันกลับมามองสิ่งต่างๆรอบๆตัวคุณเองหรือยัง?

ปัญหา
บ้านรก มีของวางระเกะระกะไปหมด

แก้ไข
    ให้จัดวางข้าวของเครื่องเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่าให้มีข้าวของเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ วางรกระเกะระกะ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นทางเดินไปมาภายในบ้านควรจัดให้กว้างขวางสามารถเดินไปมาได้สะดวก ไม่อึดอัดเพราะมีสิ่งกีดขวาง 

    ที่ว่างทางเดินต้องปัดกวาดให้สะอาดอยู่เสมอ ข้าวของเครื่องเรือนมีน้อยชิ้นยิ่งดี สิ่งของรก ๆ ให้เก็บใส่กล่องเสีย เพื่อให้ฐานะความเป็นอยู่มีความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภเข้าบ้านไม่ขาด ทำอะไรก็ราบรื่นปลอดโปร่งดีเหมือนไม่มีอะไรมาฉุดรั้งหรือถ่วงความเจริญไว้ เพราะจุดแห่งโชคทรัพย์ไม่ถูกปิดบัง 

    เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราก็ไม่ควรปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ มาบดบังความจริญก้าวหน้าของเราได้อีกนะคะ รีบกลับบ้านไปจัดการให้เรียบร้อย และถูกหลักฮวงจุ้ยกันเถอะค่ะ
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ดาดฟ้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตก ส่งผลให้คนในบ้านจิตใจหดหู่?

 

สำหรับบ้านที่มีดาดฟ้านั้น หากละเลยความสำคัญในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ย่อมส่งผลให้เกิดผลเสียต่อคนในบ้านได้เช่นกัน โดยเฉพาะบ้านที่ดาดฟ้าที่หันหน้ารับทิศใต้กับทิศตะวันออกนั้น ถือว่าดีที่สุด

     แต่ที่น่าจะแย่กว่านั้นก็คงจะเป็นบ้านที่มีดาดฟ้าที่หันหน้ารับทิศตะวันตก นั่นถือว่าไม่ดี คนที่อยู่ในบ้านนั้นจะมีจิตใจหดหู่เลื่อนลอย ขาดสมาธิในการสร้างสรรค์

     สำหรับวิธีแก้เคล็ดนั้นสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ โดยการให้ติดกระจกนูนใบเล็กไว้บนดาดฟ้า หรือแขวนลูกแก้วคริสตัลไว้กระจายชี่ ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยไม่ดี คนในบ้านไม่สดชื่น?


บ้านที่อยู่แล้วไม่มีความสุข วันๆมีแต่ความทุกข์ใจหนักใจหาความมีชีวิตชีวาไม่ได้ นั่นมันมีสาเหตุมาจากสิ่งใดกันนะ ดังนั้นถ้าอยากให้คนในบ้านอยู่อาศัยอย่างมีความสุขสันต์ ชีวิตเต็มไปด้วยความรื่นเริงเบิกบานสดชื่น ไม่ต้องมีแต่เรื่องหดหู่เป็นกังวล

     มีวิธีแก้ไขง่ายๆที่คุณก็ทำได้คือ การหารูปภาพอันสดใสของทุ่งหญ้าในฤดูร้อน ทิวเขาในยามเช้า แม่น้ำ ทะเล หรือน้ำตกท่ามกลางแสงตะวันที่อบอุ่นสดใสมาติดแขวนไว้ที่ผนังห้องรับแขก

     หรืออาจจะหารูปภาพฤดูใบไม้ผลิมาประดับผนังก็ได้ ควรเลือกภาพที่มีบรรยากาศธรรมชาติ มีไม้ดอกไม้ใบสวยๆ และอุดมสมบูรณ์ เพราะยิ่งจะเสริมส่งดวงโชคและทรัพย์ของคนในบ้านอีกด้วย

     เมื่อรู้อย่างนี้แล้วคุณจะรอช้าให้คนในบ้านกลายเป็นคนเศร้าหมองอยู่ทำไม รีบทำการแก้ไขเสียตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่านะคะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เหนือเตียงรก ส่งผลให้จิตใจหดหู่ว้าวุ่น และเจ็บป่วยง่าย?

 

เตียงนอนที่สะอาดสะอ้าน ย่อมส่งผลให้ผู้หลับนอนมีสุขภาพกายและใจแจ่มใส แต่ถ้าเตียงของคุณเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก หรือสิ่งของรกรุงรัง นั่นย่อมส่งผลให้ฝันดีของคุณกลายเป็นฝันร้ายได้ภายในพริบตา

    ดังนั้นเหนือเตียง หรือหัวที่นอนของคุณ จึงไม่ควรติดตั้งตู้หรือชั้นวางของที่เหนือหัวเตียงเด็ดขาด แม้จะเป็นชั้นเล็กๆ หรือตู้ลอยแบบบิลด์-อินก็ตามแม้จะทำให้ได้ประโยชน์ในการใช้สอยแต่จะทำให้การงานติดขัด ความ คิดไม่โลดแล่น จิตใจให้หดหู่ว้าวุ่นและเจ็บป่วยง่าย

    วิธีแก้เคล็ด คุณลองหาเวลาว่างๆในการจัดการรื้อตู้ และชั้นต่างๆ ออกจากบริเวณหัวเตียง ที่ผนังด้านเหนือศีรษะ หรือที่หัวเตียงติดรูปภาพลวดลายมงคลแทนจะดีกว่า การหาสิ่งของที่ดูหนักๆมาวางเหนือศีรษะของตัวเองนะคะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

โต๊ะเครื่องแป้ง ตัวการสำคัญของคนชอบฝันร้าย?

 

โต๊ะเครื่องแป้ง ดูจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับห้องนอนเกือบทุกห้องนอน แต่คุณอาจรู้ไม่เท่าทันว่าตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้งนั้นมีความสำคัญ ไม่แพ้การจัดวางข้าวของเครื่องใช้ในห้องนอนอื่นๆอีกด้วย

     ดังนั้นถ้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของคุณ ตั้งอยู่ปลายเตียงพอดี หรือตั้งอยู่ข้างเตียงโดยหันกระจกเงาเข้าหาตัวเตียงพอดี จะทำให้ฝันร้ายบ่อยๆ พลังจิตใจอ่อนแอ ตื่นตกใจง่าย

     แต่อย่าพึ่งตกใจไป เพราะมีวิธีแก้เคล็ดง่ายๆที่คุณก็สามารถจัดการได้เอง โดยการย้ายตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้หันหน้าไปในทิศทางต้องห้ามดังกล่าว แต่ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้ติดผ้าม่านปิดกระจกเงาไว้

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

สุขภาพไม่ค่อยดี เพราะนอนเตียงใต้คาน?

 

เตียงนอนค่อนข้างมีความสำคัญต่อการนอนหลับพักผ่อน และสุขภาพของผู้นอนด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเตียงนอนของคุณนั้นเกิดตั้งอยู่บริเวณใต้คานขึ้นมาหล่ะ นั่นย่อมส่งผลต่อคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอนค่ะ

    โดยหลักแล้วนั้น การจัดวางเตียงนอนไว้ใต้คานถือว่าผิดฮวงจุ้ย การตั้งเตียงลักษณะนี้จะทำให้ผู้เป็นเจ้าของเตียงมักเจ็บป่วยง่าย สุขภาพไม่ดี ปวดศีรษะบ่อย ปวดเมื่อยเนื้อตัวบ่อย จิตใจอึดอัด กดดันโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด

    วิธีแก้เคล็ดที่คุณสามารถนำไปปฏบัติได้อย่างง่ายๆก็คือ ควรจัดการเคลื่อนย้ายเสียใหม่ ตั้งเตียงไว้ในมุมอื่นที่มิได้อยู่ใต้คาน ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้แขวนขลุ่ยจีนผูกด้ายแดงเพื่อแก้เคล็ดที่บริเวณคานนั้นค่ะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฝันร้าย เพราะปลายเตียงแคบ?

 

หลายคนอาจกำลังหงุดหงิดใจกับการนอนหลับได้ไม่เต็มที่ หรือนอนแล้วฝันร้ายไปต่างๆนานา ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีความสุข

    ...ปลายเตียง นั่นคือสาเหตุของทุกอย่างที่เกิดขึ้น คุณลองมองที่ปลายเตียงนอนของคุณดูซิว่า พื้นที่ของปลายเตียงนอนมีอะไรผิดปกติบ้าง...

    สิ่งที่ดีที่สุดคือ บริเวณปลายเตียงนอนสมควรให้มีเนื้อที่ว่างอย่างน้อยที่สุดก็สัก 2 ฟุตครึ่ง (ถ้ามีเนื้อที่เหลือกว้างมากก็ยิ่งดี) พยายามอย่าให้มีตู้หรือโต๊ะมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงจนเกือบชิด จะทำให้ฝันร้ายบ่อย และจิตใจมักหงุดหงิดไม่สบายอยู่เสมอ

    วิธีแก้เคล็ดง่ายๆที่คุณทำได้แบบสบายๆคือ ควรปล่อยให้ปลายเตียงเป็นบริเวณโล่งๆ โปร่งๆ ถ้าเนื้อที่จำกัดจริงๆ และจำเป็นต้องวางตู้ขนาดใหญ่ไว้ที่ปลายเตียง ก็ให้ติดผ้าม่านสีอ่อนๆ ที่หน้าประตูตู้

    เมื่อนอนมองมา คุณจะมีความรู้สึกสบายตา ไม่รู้สึกถูกพลังบางอย่างกดทับอีกต่อไปค่ะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

บันไดตรงกับประตูบ้าน เงินทองหดหาย?

 

บ้าน คือศูนย์รวมของทุกอย่างๆ แต่ถ้าบ้านสร้างไม่ถูกวิธี วิถีชีวิตของคนในบ้านย่อมหาความสงบสุขไม่ได้แน่นอน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆนั่นก็คือ บันไดบ้านของคุณนั่นเองค่ะ

    เมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน หากพบเห็นทางขึ้นบันไดพอดีถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย บันไดที่ทอดมาตรงกับประตูบ้านจะทำให้เก็บเงินเก็บทองไม่อยู่ ยากที่จะเรียกเงินเข้าบ้าน แม้หาได้ มากเท่าไรก็มีเรื่องให้ไหลออกหมด ผู้อยู่อาศัยชั้นบนก็จะมีแต่ความหมองหม่นเงียบเหงา

    หากต้องการให้เงินทองไหลมาเทมา เรามีวิธีแก้เคล็ดง่ายๆที่เชื่อว่าคุณจะปฏิบัติตามได้อย่างแน่นอนค่ะ หากบันไดกับประตูบ้านตรงกัน คุณอาจต้องหาฉากมาตั้งบังตาไว้ หาฉากสวยๆ ลวดลายมีความหมายเป็นมงคลมาตั้งให้บังตาประตุบ้าน

    สำหรับการตั้งฉากนั้น คุณอาจต้องตั้งให้ห่างจากประตูสัก 1-2 เมตร พอให้เข้าออกได้สบาย หรือหาลูกแก้วคริสตัลมา แขวนไว้เพื่อกระจายชี่

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ย้ายเข้าบ้านเก่าจะอับโชค?

การมีบ้านย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างคาดหมาย ซึ่งบางคนก็นิยมที่จะซื้อเป็นบ้านใหม่ๆ แต่ถ้าบ้านที่คุณจะเข้าไปอยู่อาศัยเกิดเป็นบ้านเก่าขึ้นมาหล่ะ นั่นคงเป็นสาเหตุที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้อยู่อาศัยไม่น้อยเลยทีเดียว

     สำหรับวิธีแก้เคล็ดนั้นมีหลานวิธีค่ะ เพียงแต่ว่าบางครั้งเราอาจต้องทำตามลำดับวิธีเสียก่อน อาทิ เช่น

     อันดับแรกให้นำหิ้งพระหรือแท่นบูชาย้ายเข้าสู่ตัวบ้านหลังนั้นเสียก่อน ถัดมาก็ตัดเล็มต้นไม้ใบหญ้าในอาณาบริเวณบ้านที่รกครึ้ม นำกระถางต้นไม้ใบไม้ใหม่ๆ สดๆไปปลูก ไปจัดวางอย่างน้อย 3-4 กระถาง

     จากนั้นก็ปัดกวาดขัดถูบ้านให้สะอาดทุกห้อง ขัดล้างทางเดินนอกบ้านให้สะอาด นำกำปั่นหรือกล่องเล็กๆ ใส่เงินทองแก้วแหวนพร้อมด้วยข้าวสารใหม่ ย้ายเข้าบ้านเป็นสิ่งที่ 2 รองจากพระและ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นำดอกไม้ พวงมาลัย และเครื่องหอมต่างๆ เข้าบ้านก่อนย้ายข้าวของเครื่องเรือนอื่นๆ เปิดไฟให้สว่าง

     สุดท้าย เปิดเพลงบรรเลงจังหวะเบิกบานสดชื่นเบา ๆ ขณะย้ายข้าวของเข้าบ้านอย่าลืมไหว้เจ้าที่เจ้าทางผีบ้านผีเรือนด้วย เคล็ดวิธีทุกข้อที่กล่าวมาจะเป็นการปัดเป่าขับไล่พลังงานที่ไม่ดีออกไป เป็นการเสริมมงคลให้แก่บ้าน

     ด้วยวิธีที่ง่ายๆไม่สลับซ้อนอะไรมาก เพียงเท่านี้สิ่งไม่ดีต่างๆก็จะค่อยๆหมดไปเรื่อยๆเองค่ะ ดังนั้นการตัดสินใจซื้อบ้านเก่า หรือบ้านใหม่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

โต๊ะทำงานกับฮวงจุ้ย?

 

โต๊ะทำงาน ถือว่ามีความสำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าของตำแหน่งหน้าที่ทางการงานเป็นอย่างมาก บางคนอาจยังไม่รู้ว่าจัดโต๊ะทำงานอย่างไรแล้วบริหารงานได้ดี หรือจัดโต๊ะแบบไหนแล้วจะเจริญรุ่งเรือง เราคงต้องมาศึกษากันอีกมากค่ะ

     โต๊ะทำงานพิฆาต โต๊ะทำงานที่ตั้งหันหน้าชนและชิดกับผนัง ผู้ที่นั่งทำงานนั่งหันหลังให้กับประตู ถือว่าเป็นลักษณะพิฆาต ผู้ทำงานในตำแหน่งนั้น จะหมดโอกาสได้รับความเจริญก้าวหน้า มิ สามารถทำงานได้ยั่งยืนยาวนานในตำแหน่งนี้ มักมีความผิดพลาดล้มเหลวหรือถูกศัตรูมุ่งร้าย

     วิธีแก้เคล็ด หาทางจัดโต๊ะใหม่ที่ไม่ต้องนั่งหันหลังให้ประตู และถ้าไม่ต้องหันหน้าโต๊ะชิดผนังได้ก็จะดีมาก

     โต๊ะทำงานใต้คาน การตั้งโต๊ะทำงานมิควรหันหน้าเผชิญกับหน้าต่างพอดีหรือนั่งหันหลังให้หน้าต่าง เพราะจะทำให้การทำงานขาดคุณภาพ จิตใจไม่มีสมาธิทุ่มเทให้กับงาน ทำความผิดพลาดได้ บ่อย ยากจะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง

     วิธีแก้เคล็ด ให้ขยับโต๊ะและจัดวางใหม่ แต่ถ้าจำเป็นต้องตั้งโต๊ะหันหน้าให้หน้าต่าง ก็ควรขยับโต๊ะห่างจากหน้าต่างสัก 1 เมตร ถ้าต้องวางโต๊ะหันหลังให้หน้าต่าง ก็ควรให้เก้าอี้ห่างออกมา 1 เมตร หรือหาชั้นเอกสารเตี้ยๆ วางชิดริมหน้าต่างไว้

     โต๊ะเจ้านาย โต๊ะของผู้เป็นหัวหน้าแผนกหรือเจ้านาย ควรหันหลังพิงข้างฝา อย่าตั้งโต๊ะกลางห้อง พราะด้านหลังเก้าอี้จะว่างเปล่า ไม่มีผนังเป็นหลักอันมั่นคงและปกป้อง จะทำให้สูญเสีย บทบาทอำนาจ ในการบริหารงาน

     วิธีแก้เคล็ด สมควรจัดวางโต๊ะให้นั่งหันหลัง อิงผนังของห้องได้อย่างพอดี ไม่ชิดจนเกินไป และไม่ห่างจนเกินไป

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ที่ตั้งโถส้วม ตามหลักฮวงจุ้ย?

 

ตำแหน่งของโถส้วม ดูจะเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ค่อยได้ค่ะ ลองสังเกตดูให้ดีว่าตำแหน่งของโถส้วมอยู่ ณ จุดใด แล้วระวังอย่าให้มีการตั้งเตียงโดยหันหัวเตียงมาชิดผนังด้านโถส้วม

     หรือการจัดวางข้าวของเครื่องเรือนที่ชั้นล่าง ก็อย่าวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะอาหาร หรือเตาหุงหาอาหารไว้ใต้โถส้วม เพราะจะทำให้คนในบ้านหมดความเจริญก้าวหน้า

    วิธีแก้เคล็ด ถ้าจำเป็นต้องมีข้าวของเครื่องเรือนใดวางอยู่ใต้ห้องน้ำ โดยเฉพาะใต้จุดที่ตั้งของโถส้วม ก็ให้ตั้งถ้วยเล็กๆ ใส่เกลือวางไว้ข้างใต้โถส้วม หมั่นเปลี่ยนเสมอๆ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

แต่งห้องนั่งเล่น ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย?

 


ห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของบ้านเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าวันหนึ่งคุณก้าวเข้ามาในบ้าน แล้วพบกับห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกที่ตกแต่งรกรุงรัง

    เช่น แขวนรูปภาพต่างๆ ไว้จนเต็มฝาผนังบ้าง ตั้งวางตู้ชั้น และข้าวของต่างๆ จนแน่นเต็มเนื้อที่จนทำให้ดูรกตาหรือนั่งแล้วอึดอัด เดินเหินก็ไม่สะดวก

    นั่นถือว่าผิดฮวงจุ้ย อยู่อาศัยแล้วไม่รุ่งเรือง มีแต่ความวุ่นวายกังวล ขาดความกระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้ชีวิต และสามี-ภรรยามักจะแตกแยก 

    วิธีแก้เคล็ดง่ายๆค่ะ ควรเก็บของรกๆ ทิ้งไป จัดแต่งห้องรับแขกใหม่ให้โปร่งโล่งดูสบายตาและสบายตัว
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ใต้เตียงรกรุงรัง ชีวิตไม่ราบรื่น?


เตียง ถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนในยามค่ำคืน แต่ถ้าวันหนึ่งคุณรู้สึกว่าวันแห่งการพักผ่อนถูกรบกวนอย่างไม่ทราบสาเหตุ คุณคงจะนิ่งนอนใจไม่ได้ซะแล้วสิ

     หากเราเดินไปที่ห้องนอน แล้วมองไปที่เตียงนอนของตัวเอง หลายคนอาจต้องตกใจกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ลองก้มไปที่ใต้เตียงของคุณดูสิ

พื้นที่ว่างใต้เตียง

ถูกใช้เป็นที่เก็บของจนรกรุงรังเต็มไปหมด และมีข้าวของเก่าๆ ชำรุดเก็บไว้ด้วย

ผลกระทบของใต้เตียงรก

     คุณจะหาความเจริญก้าวหน้าทางด้าน การงาน-การเงินไม่ค่อยได้ ที่เคบราบรื่นจะติดขัดจนแทบจะขาดใจ ถ้าเป็นคู่สามี-ภรรยาก็จะมีปากเสียงกันบ่อย

     ส่วนหญิงที่กำลังมีครรภ์อยู่ก็อาจแท้งได้ง่ายๆ ผู้ที่นอนบนเตียงนั้นจะมีจิตใจกระสับกระส่าย ไม่มีความสุขเท่าที่ควรค่ะ

วิธีแก้เคล็ด

     นำข้าวของไปบรรจุใส่กล่องแล้วเก็บไว้ที่อื่น จัดใต้เตียงให้โล่ง ปัดกวาดให้สะอาดเสมอ ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้เก็บของใส่กล่องให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ แต่อย่าเก็บของหักๆ ชำรุดไว้ใต้เตียงเด็ดขาด ซึ่งทางที่ดีคุณไม่ควรเก็บอะไรไว้ใต้เตียงจะดีที่สุดนะคะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ห้องน้ำหลายห้อง ส่งผลกระทบต่อสมาชิกในบ้าน?

 


ขึ้นชื่อว่า บ้าน อาจเป็นวิมานของสมาชิกในครอบครัวเกือบทุกๆคน แต่ถ้าบ้าน...กลับกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้คุณคนเกิดอาการไม่สบายทั้งตัวและใจขึ้นมาหล่ะ? คุณจะแก้ไขอย่างไรดี?

    บ้านที่มีห้องน้ำหลายๆ ห้องต้องตรวจดูด้วยว่าจำนวนห้องน้ำมีมากกว่าจำนวนสมาชิกในบ้านหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ถ้าบ้านมีห้องน้ำ 4 ห้อง แต่ในบ้านมีคนอยู่อาศัยเพียงแค่ 3 คน ก็ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย มีผลต่อสุขภาพของคนในบ้าน จะเจ็บป่วยกันบ่อยๆ จนหมดความสุขและโรคภัยรุมเร้าและสิ้นเปลืองเงินทองมาก

วิธีแก้เคล็ด
    ในกรณีนี้คงต้องปิดตายห้องน้ำนั้น แล้วแขวนลูกแก้วคริสตัลที่หน้าประตูห้องน้ำนั้น อีกวิธีหนึ่งให้แขวนกระจกเงาไว้ที่หน้าประตุห้องน้ำนั้น (โดยปิดตาย มิต้องใช้ห้องน้ำนั้นตลอดไป)

รู้อย่างนี้แล้วรีบไปแก้ไขเลยนะคะ

ขอบคุณhttp://horoscope.thaiza.com/horoscope119_1.html

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ที่ตั้งของห้อง "ห้องน้ำ" ห้ามอยู่กลางบ้าน?

หลักฮวงจุ้ยสืบต่อกันมานับพัน ๆ ปี กำเนิดมาตั้งแต่ยุคสมัยที่ยังไม่มีการบริหารจัดการของเสียจากร่างกาย มนุษย์ได้เช่นปัจจุบัน ดังนั้นในยุคสมัยหนึ่ง ห้องน้ำ ห้องสุขาจะอยู่นอกตัวบ้าน หรือแยกห้องสุขาออกจาก ห้องอาบน้ำ เพื่อป้องกันกลิ่นไม่สะอาดมารบกวน รวมทั้งป้องกันความอับชื้น และอันตรายจากเชื้อโรคต่าง ๆ

     ตามหลักฮวงจุ้ยพื้นฐาน ที่หมายถึง การสำรวจตรวจสอบดูว่าเรื่องใด สิ่งใดเป็นอันตราย เป็นเภทภัยก็ให้ หาทางป้องกัน และเรื่องใดสิ่งใดเป็นคุณก็ให้หาทางส่งเสริม นั่นจึงเป็นที่มาของกฎกติกา การจัดสรรให้ ห้องน้ำ ห้องสุขา อยู่นอกบ้าน อยู่หลังบ้าน อยู่ทางทิศตะวันตกเพื่อรับแดด, ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้ามอยู่ กลางบ้าน และแน่นอนว่าห้ามเด็ดขาดไม่ให้อยู่ในพื้นที่ส่วนหน้าบ้าน

     กฎกติกาดังกล่าวก็ยังใช้กันอยู่มาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ซึ่งห้องน้ำ ห้องสุขา กลายเป็นเสมือนห้องที่ไว้ โชว์ญาติมิตรเพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยือนแล้วก็ตาม
การพิจารณาห้องน้ำ ห้องสุขา จุดสำคัญเริ่มด้วยตำแหน่งที่ตั้ง


     บ้านที่ห้ามซื้อคือ บ้านที่มีห้องน้ำ ห้องสุขา อยู่กลางบ้าน ตามความเชื่อโบราณบ้านที่มีห้องน้ำกลางบ้าน จะทำให้คนอยู่อาศัยเจ็บไข้ได้ป่วยบ่อย ๆ แต่คำว่ากลางบ้านในที่นี้หมายความถึงตรงกลางบ้านจริง ๆ ไม่ได้ติดผนังด้านใดด้านหนึ่ง เป็นเสมือนเกาะอยู่กลางบ้าน (ปัจจุบันไม่ควรมีใครทำห้องน้ำในตำแหน่ง ดังกล่าวแล้ว)

     ส่วนห้องน้ำที่ชิดผนังด้านใดด้านหนึ่งแต่ค่อนข้างอยู่กลางบ้าน แทนที่จะไปอยู่ด้านหลังก็ควรพิจารณาให้ รอบคอบเพราะใกล้จะเป็นข้อห้ามแล้ว เหตุผลคือ ห้องน้ำเป็นห้องที่ต้องการระบบระบายอากาศที่ดี ควร เป็นห้องที่ได้รับแสงแดดในการช่วยฆ่าเชื้อโรค ขจัดความอับชื้น ตำแหน่งกลางบ้านไม่สอดคล้องกับความ ต้องการดังกล่าว เพราะนอกจากจะไม่ค่อยได้รับแสงแดดแล้ว ความสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ จากห้องน้ำก็จะกระจายสู่พื้นที่ใช้สอยส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ง่าย ไม่เป็นผลดีของผู้อยู่อาศัย

     หากเจอห้องน้ำในตำแหน่งดังกล่าว ต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนมากขึ้นว่า มีระบบระบายอากาศรองรับอย่างไร ดีมากน้อยเพียงใด กระนั้นก็ตาม หากเลือกได้ควรเลือกที่อยู่อาศัยที่จัดพื้นของห้องน้ำ ห้องสุขาอยู่ ด้านหลังจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด หรือทาวน์เฮ้าส์ ส่วนอาคารชุดพักอาศัยนั้น ห้องน้ำ อาจจะอนุโลมอยู่ส่วนกลาง ๆ ได้ แต่ต้องดูระบบระบายอากาศให้ดี

     มุมคิดสำหรับห้องน้ำที่มีระบบพัดลมดูดอากาศขึ้นท่อระบายอากาศออกนอกตัวบ้านหรือนอกห้อง (ใน อาคารชุด) เมื่อใช้ห้องน้ำแต่ละครั้งควรปิดประตูไว้ก่อน แต่เปิดพัดลมดูดอากาศไว้ เพื่อขจัดกลิ่นที่ไม่พึง ประสงค์ต่าง ๆ ให้มากที่สุด

    สรุปแล้วตำแหน่งที่ตั้งห้องน้ำ ห้องสุขา ให้อยู่ด้านหลังหรือค่อนไปด้านหลังดีที่สุด ห้องน้ำที่ตั้งอยู่ช่วงกลาง ของบ้านควรหลีกเลี่ยง ถ้าจำเป็นซื้อต้องดูเรื่องระบบระบายอากาศให้รอบคอบ

ที่มา http://www.home.co.th/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

บ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่...มีผลกับฮวงจุ้ยอย่างไร?

การจะกำหนด ขนาดของบ้าน ว่าควรจะสร้างบ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่ แค่ไหนนั้น ความจริง เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกันครับ อย่างแรก ก็คือ จำนวนคนที่จะเข้าไปอยู่ จะต้องเหมาะสม กับขนาดของบ้านเป็นสำคัญ เพราะข้อบัญญัติในทางฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ชัดเจนว่า "บ้านใหญ่คนน้อยบ้านเล็กคนมาก” ล้วนนำปัญหามาสู่บ้านหลังนั้น"


     บ้านหลังใหญ่ แต่มีคนอยู่น้อย จะก่อสภาพของหยินที่มากเกินไป พูดง่าย ๆ ก็คือ บ้าน นิ่งเกินไป มีสิ่งเคลื่อนไหวน้อย "ความนิ่ง" (หยิน) ในทางฮวงจุ้ยถือว่า ไม่เจริญมีแต่เสื่อมโทรมลงไปเรื่อย ๆ เหมือนบ้านร้างที่ปล่อยทิ้ง หรือสิ่งที่นิ่งตาย นั่นเอง

     ส่วนบ้านหลังเล็ก คนอยู่มาก จะก่อสภาพของหยางที่มากเกินไป หยางก็คือ "สิ่งที่ เคลื่อนไหว" เมื่อคนมากพื้นที่น้อย ก็จะก่อสภาพพลุกพล่าน วุ่นวาย ทำให้คนในบ้านหงุดหงิด หรืออารมณ์ เสียได้ง่าย ซึ่งจะนำ ไปสู่การกระทบกระทั่ง มีปากเสียงกัน จนถึงขั้นทะเลาะวิวาท และแตกแยกกันในที่สุด เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า หลักฮวงจุ้ย จะพูดถึงหลักแห่งความสมดุลหยิน –หยาง

     จะต้องอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะกัน ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป บ้านหลังใหญ่ ก็ควรที่จะมีคนอยู่ที่มากพอ กับพื้นที่ ส่วนบ้านหลังเล็ก ก็ไม่ควรมีมากจนเกินไป นี่เป็นปัจจัยในเรื่องของคนกับขนาดบ้าน

     เพราะฉะนั้น การจะกำหนดขนาดของบ้านว่าควรจะสร้างใหญ่แค่ไหนนั้น ควรนำปัจจัยในเรื่อง ของจำนวนคน ประโยชน์ใช้สอย ขนาดของพื้นที่ดิน และจำนวนข้าวของภายในบ้าน มาเป็นเงื่อนไขใน การพิจารณา ก็จะได้ขนาดบ้านตามความเหมาะสม ซึ่งจะก่อสภาพของหยิน - หยาง ที่สมบูรณ์ ทำให้ คนในบ้านอยู่กันอย่างมีความสุข


ที่มา http://www.home.co.th/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ย้ายเข้าบ้านที่ผู้อื่นเคยอาศัยอยู่อาจอับโชค

 

วิธีแก้เคล็ด
ให้นำหิ้งพระหรือแท่นบูชาย้ายเข้าสู่ตัวบ้านหลังนั้นเป็นสิ่งแรก ตัดเล็มต้นไม้ใบหญ้าในอาณาบริเวณบ้านที่รกครึ้ม นำกระถางต้นไม้ใบไม้ใหม่ๆ สดๆไปปลูก ไปจัดวางอย่างน้อย 3-4 กระถาง

ปัดกวาดขัดถูบ้านให้สะอาดทุกห้อง ขัดล้างทางเดินนอกบ้านให้สะอาด นำกำปั่นหรือกล่องเล็กๆ ใส่เงินทองแก้วแหวนพร้อมด้วยข้าวสารใหม่ย้ายเข้าบ้านเป็นสิ่งที่ 2 รองจาก พระและ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นำดอกไม้ พวงมาลัย และเครื่องหอมต่างๆเข้าบ้านก่อนย้ายข้าวของเครื่องเรือนอื่นๆ เปิดไฟให้สว่าง เปิดเพลงบรรเลงจังหวะเบิกบานสดชื่นเบา ๆ ขณะ ย้ายข้าวของเข้าบ้านอย่าลืมไหว้เจ้าที่เจ้าทางผีบ้านผีเรือนด้วย

เคล็ดวิธีทุกข้อที่กล่าวมาจะเป็นการปัดเป่าขับไล่พลังงานที่ไม่ดีออกไป เป็นการเสริมมงคลให้แก่บ้าน










ที่มา http://www.fengshui-hitech.com

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

หากบ้านเก่าประวัติดีจะมงคล

 

จะซื้อบ้านเก่าเคยที่เคยมีผู้อยู่อาศัยมาก่อน มีรายละเอียดมากมายที่ต้องดู

 


1) ประวัติของบ้าน หากประวัติบ้านดีผู้อยู่ต่อจะได้ผลดีจากบ้านนั้นด้วย ในทางตรงข้ามหากประวัติบ้าน เสียก็จะได้รับผลเสียเช่นเดียวกัน ทั้งนี้โดยบ้านเก่าจะทิ้งเชื้อเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อดีหรือเชื้อ ร้าย

2) การต่อเติมบ้านโดยอาจต่อเติมจนทำให้ฮวงจุ้ยเปลี่ยน จากที่เคยเป็นสี่เหลี่ยมเต็มอาจกลายเป็นบ้านรูป ตัวแอล ตัวเอช หรือตัวยูได้

     โดยรูปทรงบ้านที่ไม่เต็มเกิดเว้าแหว่ง ในทางฮวงจุ้ยถือว่าจะ กระทบต่อคนใน บ้านได้ เพราะแต่ละทิศของบ้านจะมีตำแหน่งบุคคลในบ้าน ถ้าบ้านขาดตำแหน่งไหนก็จะกระทบคนนั้น เช่น บ้านเว้าทิศตะวันออก ก็จะกระทบตำแหน่งลูกชายคนโตของบ้าน

3) แปลนบ้าน แปลนที่ถือว่าเสียหรือไม่ดีให้พิจารณาห้องส้วมกับบันไดเป็นสำคัญ โดยสังเกตดังนี้ ห้องส้วม อยู่กลางบ้านหรือหน้าบ้าน ประตูห้องส้วมตรงกับประตูบ้าน บันไดอยู่หน้าบ้านหรือหันไปที่ประตูใหญ่

ที่มา
http://www.home.co.th/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

รั้วบ้านสร้างแบบไหนดี?

 

1.ห้ามสร้างรั้วก่อสร้างบ้าน หลักการสร้างบ้านจะต้องสร้างจากด้านในขยายไปสู่ด้านนอกจึงจะ ถือว่าถูกต้อง รั้วจึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะสร้าง

2.ห้ามสร้างรั้วสูงหรือต่ำเกินไป การสร้างรั้วสูงใหญ่จะเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่มาก ๆ แล้วตัว บ้านไม่อยู่ชิดรั้วมากจนเกินไป 3.รั้วโปร่งดีกว่ารั้วทึบ

4.ห้ามเจาะช่องหน้าต่างที่กำแพงรั้ว ถ้าเป็นกำแพงทึบ การเจาะช่องที่กำแพงถือเป็นข้อห้าม บ้านจะเก็บทรัพย์ไม่อยู่

5.รั้วบ้าน ห้ามทำเป็นลูกกรงซีกหรือเหล็กแหลม คนที่อยู่ในบ้านไม่ต่างไปจากสัตว์ที่ ถูกขังอยู่ในกรง ในทางฮวงจุ้ยถือว่าไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง

6.วัสดุในการสร้างรั้วเป็นไม้ดีที่สุด แต่ปัจจุบันไม้หายากและราคาแพง ถ้ารั้วจะเป็นปูนหรือ เหล็กก็คงจะไม่ผิดอะไร

7.การปลูกต้นไม้ทำรั้ว ในทางฮวงจุ้ยถือว่ารั้วแบบนี้เป็นรั้วธรรมชาติจริง ๆ ย่อมส่งผลดีต่อบ้าน นั้นมากกว่าเสีย

8.รั้วที่ชำรุดหรือแตกร้าวเป็นลางร้าย เป็นสิ่งบ่งบอกว่าบ้านนั้นกำลังมีปัญหา จะพบกับความ ล้มเหลว ดังนั้นต้องหมั่นดูแลบำรุงรักษาให้รั้วอยู่ในสภาพดี

 


ที่มา http://www.home.co.th/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

บ้านหลักเล็กหรือหลังใหญ่...มีผลกับฮวงจุ้ยอย่างไร?

การจะกำหนดขนาดของบ้านว่า ควรจะสร้างบ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่ แค่ไหนนั้น ความจริง เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกันครับ อย่างแรก ก็คือ จำนวนคนที่จะเข้าไปอยู่ จะต้องเหมาะสม กับขนาดของบ้านเป็นสำคัญ


      เพราะข้อบัญญัติในทางฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ชัดเจนว่า "บ้านใหญ่คนน้อย บ้านเล็กคนมาก ล้วน นำปัญหามาสู่บ้านหลังนั้น"

      บ้านหลังใหญ่ แต่มีคนอยู่น้อย จะก่อสภาพของหยินที่มากเกินไป พูดง่าย ๆ ก็คือ บ้านนิ่ง เกินไป มีสิ่งเคลื่อนไหวน้อย "ความนิ่ง" (หยิน) ในทางฮวงจุ้ยถือว่า ไม่เจริญมีแต่เสื่อมโทรมลงไปเรื่อย ๆ เหมือนบ้านร้างที่ปล่อยทิ้ง หรือสิ่งที่นิ่งตาย นั่นเอง

      ส่วนบ้านหลังเล็ก คนอยู่มาก จะก่อสภาพของหยางที่มากเกินไป หยางก็คือ "สิ่งที่เคลื่อนไหว" เมื่อคนมากพื้นที่น้อย ก็จะก่อสภาพพลุกพล่าน วุ่นวาย ทำให้คนในบ้านหงุดหงิด หรืออารมณ์เสียได้ ง่าย ซึ่งจะนำไปสู่การกระทบกระทั่ง มีปากเสียงกัน จนถึงขั้นทะเลาะวิวาท และแตกแยกกันในที่สุด

      เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า หลักฮวงจุ้ยจะพูดถึงหลักแห่งความสมดุลหยิน - หยาง จะต้องอยู่ ในสัดส่วนที่เหมาะกัน ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป บ้านหลังใหญ่ ก็ควรที่จะมีคนอยู่ที่มากพอกับพื้นที่ ส่วนบ้านหลังเล็ก ก็ไม่ควรมีมากจนเกินไป นี่เป็นปัจจัยในเรื่องของคนกับขนาดบ้าน

      เพราะฉะนั้น การจะกำหนดขนาดของบ้านว่าควรจะสร้างใหญ่แค่ไหนนั้น ควรนำปัจจัยในเรื่อง ของจำนวนคน ประโยชน์ใช้สอย ขนาดของพื้นที่ดิน และจำนวนข้าวของภายในบ้าน มาเป็นเงื่อนไขใน การพิจารณา ก็จะได้ขนาดบ้านตามความเหมาะสม ซึ่งจะก่อสภาพของหยิน - หยาง ที่สมบูรณ์ ทำให้ คนในบ้านอยู่กันอย่างมีความสุข

 

 

 

 

 

 

 


ที่มา http://www.freesplans.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

บ้านใกล้ป่าช้าไม่ดีอย่างไร

 

การสร้างบ้านพักหรือที่อยู่อาศัยนั้นมักต้องอาศัยองค์ประกอบที่สำคัญหลายๆอย่างๆ ตั้งแต่ทำเลที่ตั้งที่ดี การคมนาคมสะดวก แต่ถ้าบ้านของคุณกำลังจะสร้างอยู่ใกล้สถานที่ที่เป็นป่าช้าหล่ะ คุณจะทำอย่างไรดี?

    สำหรับกรณีบ้านของคุณตั้งอยู่ใกล้ป่าช้านั้น ต้องมาดูกันอีกทีว่าทิศทางของป่าช้านั้นตั้งอยู่ทางทิศใด หากป่าช้าตั้งอยู่ทางทิศเหนือของบ้านตามหลักฮวงจุ้ยท่านถือว่าเป็นอัปมงคล

    เนื่องจากคนในบ้านจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีความทุกข์หงุดหงิดใจอยู่เป็นประจำ ทางที่ดีไม่ควรสร้างบ้านใกล้ป่าช้าจะเป็นทางดีที่สุดค่ะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

บ้านควรมีรั้วไว้กักเก็บโชคลาภ

 

รั้วบ้าน มีไว้กักโชคลาภ แนวพื้นที่รอบนอกบ้านควรมีรั้ว หากไม่มีก็ใช้ต้นไม้ปลูกแทนรั้ว จะได้ช่วยกำบังให้ โชคลาภถูกกักไว้ในบริเวณบ้าน ไม่รั่วไหลไปอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าไม่มีรั้วบ้านเงินทองก็จะสูญหาย ได้มาเสีย ไปตลอดเวลา เก็บเงินไม่อยู่ มีเรื่องต้องใช้จ่ายอยู่เรื่อย จนบางครั้งรายจ่ายมากกว่ารายรับจนต้องเป็นหนี้สิน

     รั้วบ้าน คือ เกราะกำบังบ้าน รั้วที่ดีควรเป็นรั้วทึบ เพราะเป็นเกราะกำบังเสมือนเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ เพื่อกัน ความร้อนหนาว รั้วที่ดีไม่ควรสูงเกิน 2.50 เมตร รั้วที่สูงแสดงถึงความคับแคบ ไม่มีน้ำใจต่อเพื่อนใกล้เรือน เคียง มักมีคดีความเสมอ ๆ รั้วที่เป็นรูมาก ๆ ไม่แน่นหนาและไม่มั่นคงพอ จะรับพลังร้ายได้โดยง่าย เท่ากับ ขาดภูมิต้านทานที่ดี เจ็บป่วยบ่อย

     การเงินขาดแคลน รายรับไม่พอกับรายจ่าย รั้วที่เตี้ยเกินไปจนสามารถ มองเห็นจากภายนอกได้ว่าภายในบ้านมีอะไรวางไว้ตรงไหน เท่ากับเป็นการเชิญชวนให้คนร้ายเข้ามาสู่บ้านได้ ง่ายดาย หรือรับภยันตรายรอบข้างได้โดยง่าย

     ถ้ารั้วทึบ ประตูควรโปร่งพอสมควร ไม่ควรทึบทั้งหมด พลัง จะเข้าบ้านลำบากเกินไป กว่าจะได้อะไรมาย่อมยากลำบาก รั้วที่ดีควรสูงเลยศีรษะเจ้าของบ้านไปเล็กน้อย เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันผองภัยทั้งหลายได้


ที่มา http://www.home.co.th/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

สีผ้าปูที่นอน สะท้อนความเป็นคุณ

 

สีผ้าปูที่นอนผืนโปรดบอกนิสัยคุณได้เช่นกันนะ

 

1.สีแดง คุณเป็นคนประเภทที่น่ารัก หลงรักใครได้บ่อย ๆ และคุณก็ชอบที่จะถูกรักซะด้วยซิ

2.สีครีม ชอบการแข่งขัน ไม่ชอบการพ่ายแพ้ ถ้าคุณพบใครที่คิดว่าใช่ คุณไม่ปล่อยไปแน่ ๆ

3.สีเขียว ไม่เป็นคนขี้อายนัก กล้าแสดงออก มักอยากเป็นคนสำคัญของคนรัก ของคุณอยู่เสมอ

4.สีฟ้า มีความแปรปรวน ขอบการท่องเที่ยว ความรักที่หวังไว้นั้นหายาก มักจะเลิกรากันได้โดยง่าย

5.สีชมพู คุณกำลังมองหาความรักที่โรแมนติค เหมือนในนิยาย มีความมุ่งมั่นพยายามพอสมควรเลย

6.สีเหลือง เป็นคนอ่อนหวานและใสซื่อ ชอบที่จะมีความรักแบบโรแมนติคซะด้วยซิ

7.สีส้ม มักจะมีจุดประสงค์ในสิ่งที่ตนทำอยู่เสมอ และชอบการแข่งขัน

8.สีม่วง ค่อนข้างดูลึกลับ ไม่เห็นแก่ตัว และไม่ค่อยจะคล้อยตามสิ่งต่าง ๆ ได้โดยง่าย

9.สีดำ เป็นนักท้าทาย และมีความอดทนทีเดียว ยึดมั่นในความคิดนั้นไว้ตลอด

10.สีขาว ความฝันของคุณนำพาไปสู่จุดหมายของชีวิต มักจะชอบอิจฉาคนอื่น ๆ เป็นบางครั้ง






ที่มา forward mail

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ทำไมหัวเตียง..ห้ามหันทางทิศตะวันตก?


     นี่เป็นกฎเกณฑ์ของคนไทย ที่คนโบราณสั่งสอนกันมา จนกลายเป็นคำถามของคนยุคนี้ว่า จริงเหรอ ถ้านอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก จะทำให้เจ็บป่วย อายุสั้น เพราะเป็นทิศคนตาย ทิศที่เป็นมงคลสำหรับคนไทย คือ ทิศเหนือ กับทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตก กับทิศใต้ ถือว่าเป็นทิศอัปมงคล ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งก็คงมาจากชื่อ นั่นเอง

     หลักฮวงจุ้ย ไม่ได้ถืออย่างคนไทย แต่จะเน้นไปที่ชัยภูมิในการวางเตียงนอนมากกว่า หรือไม่ก็ดูจากธาตุปีเกิดของผู้นอนว่า ควรหันหัวนอนไปทางทิศใด อย่างคนเกิดปีกุนกับปีชวด ทิศหัวนอนเป็นทิศตะวันตก ถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง เพราะเป็นทิศส่งเสริมเจ้าชะตา ตามหลักความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 5 ปีกุนกับปีชวด เป็นธาตุน้ำ ส่วนทิศตะวันตก เป็นธาตุทอง ตามกฎเบญจธาตุ ธาตุทองส่งเสริมธาตุน้ำ

     จากเก็บข้อมูลของผมเอง คนที่นอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก เมื่อเปรียบเทียบกับการนอนทิศอื่นๆ ผลออกมาไม่ต่างกันครับ มีดีมีเสียพอๆกัน อย่างคนที่เอาหัวนอนไปทางทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นทิศมงคลนั้น ก็มีทั้งดีทั้งเสียเหมือนกัน

     แต่ก็มีบางกรณีที่นอนแล้วเกิดอาการเจ็บป่วยภายในเวลาไปถึง 1 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เชื่อ (แบบฝังหัว) ว่าทิศตะวันตกไม่ดีห้ามนอน เมื่อไปลองนอนดูก็เกิดอาการทันที ซึ่งสันนิฐานว่า น่าจะเกิดจากภาวะอุปทานมากกว่า

     ผมเองลองค้นหาข้อมูลในเรื่องนี้ โดยหาตำราเก่าๆ ที่เกี่ยวกับความเชื่อของไทย ก็พบว่า มีพูดเอาไว้เหมือนกันเกี่ยวกับทิศตะวันตกที่ห้ามเอาหัวนอนหันไป แต่ตำราไม่มีคำอธิบายว่าเพราะอะไร จนมาวันหนึ่งผมลองทดสอบกับตัวเอง ลองเอาหัวนอนหันไปทางทิศตะวันตก จะดูว่ามีผลเสียอย่างไร ปรากฏว่าพอตื่นนอนขึ้นมาผมก็ทราบคำถามทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเป็นสัปดาห์

     จะไม่ให้ทราบได้อย่างไรล่ะครับ แค่ผมลืมตาก็ต้องรีบหลับตาทันที เพราะถ้าขืนไม่หลับตาก็มีหวังตาคงจะบอดแน่ๆ เพราะแสงพระอาทิตย์สาดเข้าเต็มหน้า ผมถึงบางอ้อ..ในบัดนั้น ตอนเช้าใครๆ ก็รู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก การนอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก ก็เท่ากับหันหน้าไปทางทิศตะวันออก

..นี่คือผลกระทบที่เป็นเหตุเป็นผลที่สุด

    กรณีที่จะได้รับผลกระทบแบบที่ผมจะเจอ จะต้องเข้าเงื่อนไขที่ว่า ปลายเตียงต้องเป็นหน้าต่างที่แสงอาทิตย์สามารถส่องเข้ามาถึง ถ้าหน้าต่างถูกปิด หรือมีม่านบัง จะไม่เข้าข่าย หรือไม่มีผลกระทบ นั่นเอง

    วิถีคนสมัยก่อน ส่วนใหญ่จะเปิดหน้าต่างนอน เพราะนอนกางมุ้ง ไม่มีมุ้งลวดเหมือนปัจจุบัน จากเหตุผลในเรื่องนี้ ทำให้ผมเข้าใจถึงข้อบัญญัติอีกข้อหนึ่ง ที่พูดถึงเรื่องของบันได ที่ห้ามหันบันไดขึ้นทางทิศตะวันตก ก็คงมาจากผลกระทบของแสงอาทิตย์ นั่นเอง

    บันไดเป็นจุดอันตรายที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ถ้าคนเดินขึ้นบันไดแล้วมีแสงอาทิตย์มาแทงตา โอกาสที่จะเหยียบบันไดพลาดก็มีมาก คนโบราณจึงกล่าวห้ามเอาไว้ว่า อย่าสร้างบันไดหันขึ้นทางทิศตะวันตก

    ทิศตะวันตก กลายเป็นเจ้าตัวร้ายก็เพราะผลกระทบจากแสงแดด นี่เอง จะมีดีอยู่อย่างเดียวถ้าห้องน้ำห้องส้วมอยู่ทางทิศนี้ เพราะแสงแดดจะเผาผลาญเชื้อโรคและความชื้นภายในห้องน้ำได้ดีที่สุด นอกจากนี้แล้ว ก็ยังไม่เห็นข้อดีของทิศตะวันตกเลย กลับมาเรื่องหัวนอนกันต่อ

     สรุปก็คือ การหันหัวนอนไปทางทิศตะวันตก สามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ ถ้าไม่เข้าข่ายที่ปลายเตียงมีช่องหน้าต่าง ที่แสงอาทิตย์สามารถส่องถึงเตียง ส่วนคนที่มีความเชื่อแบบฝังหัว ผมแนะนำว่า ไม่ควรนอนครับ เพราะความเชื่อเป็นพลังจิตอย่างหนึ่ง ที่มีความแรง สามารถดลบันดาลให้คนที่เชื่อเป็นไปตามนั้นได้


ที่มา http://magazine.ps.co.th/
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เครื่องเรือนตามหลักวิชาฮวงจุ้ย?

การเลือกเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์เพื่อใช้ตกแต่งบ้านเรือนและใช้งานตามหลักวิชาฮวงจุ้ยนั้นจะเน้นไปที่ความสามารถในการกระตุ้นพลังและการรักษาสมดุลของพลังโดยเกี่ยวข้องกับรูปทรง สีและแบบ ดังนั้นเวลาเลือกซื้อหรือเลือกใช้เครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์จึงควรมีข้อพิจารณาตามหลักวิชาฮวงจุ้ยอยู่ด้วยคือ


     เลือกใช้สีให้ตรงกับธาตุประจำทิศที่จะวางเครื่องเรือนนั้นๆ เช่น สีเขียวควรใช้กับทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นทิศของธาตุไม้ หรือสีแดงควรใช้กับทิศใต้ซึ่งเป็นทิศของธาตุไฟ

     เลือกใช้สีเพื่อรักษาสมดุลของพลังหยิน หยาง เช่น ในบริเวณที่มีพลังหยางมากเกินไปให้เลือกใช้เครื่องเรือนที่มีสีดำหรือสีเขียว ซึ่งเป็นพลังหยินหรือในบริเวณที่มีพลังหยินมากเกินไปให้ใช้เครื่องเรือนที่มีสีแดง สีส้ม สีเหลืองซึ่งเป็นพลังหยาง

     เลือกใช้เครื่องเรือนที่มีลักษณะถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย คือ ไม่มีเหลี่ยมมุมที่จะก่อให้เกิดศร พิฆาต ไม่เป็นซี่ลูกกรงที่เป็นสัญลักษณ์ของการถูกกักขัง จองจำและก่อให้เกิดศร พิฆาตด้วยถ้าเป็นเก้าอี้ต้องมีที่เท้าแขนและพนักพิงสูง รูปทรงต้องได้สมดุลไม่บิดเบี้ยว เช่น ไม่เป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูควรเป็นสี่เหลี่ยม จัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืน ผ้า

    หากสั่งทำเครื่องเรือนโดยเฉพาะมาใช้เองควรที่จะกำหนดขนาดที่เป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ยด้วย ในการจัดวางเครื่องเรือนต้องไม่จัดวางเรียงให้ตั้งชิดจนเกินไป เพราะจะขัดขวางการเคลื่อนตัวของพลัง 

    การจัดวางเครื่องเรือนในห้องต่างๆ มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ในทุก ๆ ด้าน จึงควรจัดวางอย่างมีเป้าหมาย วัตถุประสงค์และระเบียบแบบแผนตามหลักวิชาฮวงจุ้ย ให้แน่ใจว่าไม่จัดวางเครื่องเรือนขวางแนวประตูไม่ว่าจะเป็นประตูห้องใดก็ตาม และไม่จัดวางเครื่องเรือนให้ใกล้กับประตูจนเกินไป

     ประตูทางเข้าสำนักงานหรือบริษัทที่ทำให้โชคดีมีกำไรความเจริญรุ่งเรืองของกิจการของบริษัทนั้น ขึ้นอยู่กับประตูทางเข้าสำนักงานเป็นหลัก หากคุณเป็นเจ้าของกิจการประตูทางเข้าก็ควรที่จะหันหน้าไปสู่ทิศที่ดีที่สุดของคุณ และถ้าเป็นประตูทางเข้าไม่ตั้งอยู่ในทิศที่ดีของคุณ ก็ให้ลองหาประตูอื่นดูว่ามีที่ตั้งตรงกับทิศที่ดีที่สุดหรือไม่ ถ้ามีก็จงใช้ประตูนั้นถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่เจ้าของกิจการ แต่ก็จะเป็นการดีที่จะเข้าออกสำนักงานทางประตูที่ตั้งอยู่ในทิศที่ดีของคุณ

     ประตูที่ตั้งอยู่ในทิศเหนือของอาคาร ก็เป็นประตูที่ดีสำหรับการค้าธุรกิจเช่นกัน ซึ่งก็สามารถใช้ทดแทนประตูที่ดีประจำตัวคุณได้

     อาคารสำนักงานหรือตึกที่ทำการต่างก็มีวันเดือนปีเกิดของตนเอง โดยถือเอาวันเปิดใช้เป็นหลัก ซึ่งหลักการคำนวณ หาทิศที่ดีก็มีหลักเช่นเดียวกันกับการหาทิศที่ดีของคุณ แต่อาคารนั้นจะยึดถือเพศตามเจ้าของ ว่ามีเจ้าของเป็นหญิงหรือชาย ประตูที่ตั้งตามทิศที่คำนวณได้จะใช้เป็นประตูเข้าออกสำหรับบุคคลทั่วไปที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในอาคารนั้นๆ


ข้อมูล http://fafonfai.org/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

12 เคล็ดลับยอดนิยมในการจัดฮวงจุ้ยที่ทำงานของคุณ

คนทำงานมักจะใช้ช่วงเวลาที่ตื่นอยู่ในที่ทำงานเสียเป็นส่วนมาก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความสอดคล้องกลมเกลียวกัน

     การจัดวางฮวงจุ้ยในที่ทำงานอย่างเหมาะสมจะทำให้โลกแห่งความไม่ลงรอยกันผันแปรไปสู่โลกแห่งศักยภาพในการทำงานและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน คุณจะสนุกกับการมาทำงาน ความกลมเกลียวกันในที่ทำงานจะช่วยขจัดการกล่าวร้ายป้ายสี ลดปัญหาการเล่นการเมืองภายในองค์กร และทำให้การติฉินนินทากันลดน้อยลง ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่นำพาความไม่สงบสุขมาให้ทั้งสิ้น ฮวงจุ้ยที่ดีในที่ทำงานส่วนตัวของคุณจะช่วยให้คุณเป็นที่รู้จักและได้รับการส่งเสริมสนับสนุน


     ด้วยคุณประโยชน์ที่ได้มาเหล่านี้ ใครบ้างเล่าจะไม่จัดหามาเพื่อสร้างความมั่นใจว่าที่ทำงานได้รับการจัดวางฮวงจุ้ยอย่างเหมาะสมแล้ว

1. คอยระวังข้างหลังคุณเอาไว้
     ใครก็ตามที่คิดร้ายกับคุณจะสามารถลอบเข้ามาถึงตัวคุณได้อย่างง่ายดายเมื่อคุณไม่ทันระวัง และจะจู่โจมคุณจากข้างหลัง ดังนั้นจงทำความเข้าใจเมื่อฮวงจุ้ยเพียรเตือนคุณให้ระวังข้างหลังเอาไว้ให้ดีๆ ต้องแน่ใจว่าคุณจะได้รับการหนุนหลังที่ดีในตำแหน่งที่คุณนั่ง

     เมื่อคุณนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ต้องแน่ใจว่าหลังพนักเก้าอี้ของคุณอยู่ในตำแหน่งที่มีกำแพงที่แน่นหนาอยู่ด้านหลังคุณด้วย การนั่งโดยหันหลังให้กับประตูถือเป็นเรื่องไม่ดีอย่างร้ายกาจ และการมีหน้าต่างอยู่ตรงหลังคุณพอดีก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีด้วย จงปิดหน้าต่างในตำแหน่งนี้ด้วยมู่ลี่หนาๆ และตั้งสัญลักษณ์ด้านความสำเร็จในอาชีพการงานเอาไว้ข้างหลังคุณ ซึ่งได้แก่ เต่ามังกร เต่า หรือภาพวาดภูเขา และต้องเป็นแบบที่ไม่มีภาพน้ำประกอบอยู่ภายในภาพด้วย

2. หลีกเลี่ยงการนั่งหันหน้าเข้าหากำแพง
     โต๊ะทำงานที่วางหันหน้าหากำแพงจะกลายเป็นตัวถ่วงความเจริญ หากคุณไม่สามารถย้ายตำแหน่งโต๊ะได้ ให้แขวนภาพทิวทัศน์ที่เป็นทุ่งโล่งกว้างเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของ ?โถงแห่งความรุ่งโรจน์? ประจำตัวคุณ หรืออาจจะแขวนภาพหงส์ไว้ที่กำแพงด้านหน้าคุณเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าคุณหันหน้าปะเหมาะกับโอกาสดีๆ มากมาย เหล่านี้จะช่วยต้านผลกระทบในแง่ลบทั้งหลายของการหันหน้าหากำแพงได้ และยังจะช่วยสร้างเหตุให้คุณได้เปลี่ยนโต๊ะไปยังที่ที่มีฮวงจุ้ยดีกว่าอีกด้วย

3. ตั้งไก่
     ไก่เป็นสัญลักษณ์ที่ดีที่สุดในการต้านทานการเมืองในสำนักงาน หากคุณต้องคอยหลบเลี่ยงการใช้เล่ห์เพทุบายของผู้ร่วมงานอยู่ล่ะก็ ให้ตั้งไก่ที่มีจะงอยแหลมคมและหงอนโดดเด่นสะดุดตาเพื่อจะได้จิกทึ้งการเล่นการเมืองที่ไม่พึงปรารถนาทิ้งไป สัญลักษณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือการนำจักจั่นหยกมาสวมใส่เป็นสร้อยข้อมือ

4. ตั้งลูกคริสตัลเพื่อดูดซับพลังชี่ที่ไม่ดี
     ไม่มีสิ่งใดที่สร้างความมั่นใจเรื่องความกลมเกลียวและมีประสิทธิภาพไปกว่าคริสตัลกลมอีกแล้ว วางคริสตัลขนาดต่างๆ กันหกลูกไว้ในพื้นที่ที่คุณกำหนดรู้ว่าเป็นพื้นที่ของคุณ วิธีนี้จะทำให้คุณมั่นใจว่าการใช้เวลาของคุณในที่ทำงานจะน่าพึงพอใจและได้รับผลตอบแทน ลูกคริสตัลถือเป็นพลังอันยิ่งใหญ่และทรงประสิทธิภาพในยุค 8 นี้

5. หลีกเลี่ยงการนั่งอยู่ในพื้นที่ที่จัดวางแบบประจัญหน้า
    จัดวางโต๊ะทำงานของคุณไม่ให้หันไปปะทะกับใครโดยตรง การนั่งหันหลังให้ผู้อื่นจะเป็นการดีกว่าการถูกจัดให้นั่งเผชิญหน้ากันโดยตรง ทั้งนี้เพราะการหันหน้าเข้าหาผู้อื่นนานเข้าจะก่อเกิดเป็นพลังแห่งการปะทะกันระหว่างคุณและบุคคลผู้นั้น ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นลูกจ้างทำงานให้คนอื่นและไม่สามารถเปลี่ยนผังทั้งหมดในสำนักงานก็ตาม แต่อย่างน้อยขอให้แน่ใจว่าโต๊ะทำงานของคุณไม่ได้ถูกจัดวางอยู่ในข่ายนี้

6. เลือกเก้าอี้ที่เหมาะสม
    เก้าอี้ที่คุณนั่งทำงานจะรองรับในเรื่องที่ว่าอาชีพการงานของคุณจะไปได้ดีแค่ไหน เนื่องจากคุณต้องนั่งเก้าอี้ตัวนี้ครั้งหนึ่งเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะที่โต๊ะทำงาน ดังนั้นจงหาเก้าอี้ที่ออกแบบได้เหมาะเจาะลงตัวเพื่อป้องกันความตึงเครียดที่หลังและคอ เก้าอี้ในสำนักงานที่วิเศษและได้รับการออกแบบเป็นพิเศษให้สามารถลดความปวดเมื่อยและความตึงเครียดได้ ทำให้คุณสามารถนั่งนานๆ ได้โดยไม่รู้สึกเมื่อยล้าหรืออึดอัด

    ในทางกลับกัน เก้าอี้ที่ใช้สำหรับรับรองแขกไม่จำเป็นต้องนั่งสบายจนเกินไปนัก เพื่อไม่ให้แขกนั่งอ้อยอิ่งอยู่นานเกินไป! เมื่อจะเลือกชุดโซฟาหรือที่นั่งสำหรับห้องประชุม ให้เลือกหาแบบที่ไม่ต้องดูน่าสบายจนเกินไปด้วยเหตุผลอย่างเดียวกัน ชุดโซฟาที่แข็งหน่อยยังช่วยสร้างพลังชี่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและเหมาะกับที่ทำงานมากขึ้นอีกด้วย

7. อย่านั่งใกล้กับประตูมากจนเกินไป
    การนั่งติดประตูมากเกินไป โดยเฉพาะถ้าเป็นประตูหน้าในสำนักงานที่มีผังเปิดโล่งด้วยแล้ว ถือเป็นตำแหน่งการนั่งที่ไม่ได้รับการปกป้องและถูกจู่โจม หากผังของสำนักงานมีลักษณะเช่นนั้น ก็จะต้องมีใครสักคนนั่งอยู่ชิดประตูมากกว่าคนอื่นๆ และหากคนคนนั้นเกิดเป็นคุณเสียด้วย จงพยายามนั่งในลักษณะที่เลี่ยงไม่ให้หลังของคุณหันเข้าหาประตู และต้องแน่ใจว่าคุณมองเห็นประตูตลอดเวลาเพื่อที่คุณจะได้เห็นคนที่เดินเข้ามาใกล้ และต้องแน่ใจทบสองด้วยว่าคุณมีสัญลักษณ์จำเป็นที่ช่วยด้านการสนับสนุนไว้กับตัวเพื่อต่อต้านพลังแง่ลบที่เกิดจากตำแหน่งโต๊ะทำงานลักษณะนี้ และหากมีโอกาสได้ย้ายโต๊ะ ก็ให้รีบทำเสียเลย!

8. จัดเก็บสิ่งของที่ระเกะระกะ
     โต๊ะทำงานที่ระเกะระกะจะบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างไม่ต้องสงสัย จงถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกทุกเช้าในการใช้เวลาสัก 10 นาทีปัดกวาดบริเวณที่นั่งทำงานของคุณ อย่าปล่อยให้หนังสือพิมพ์ หนังสือและเครื่องใช้สำนักงานวางรกอยู่ในพื้นที่ทำงานของคุณ คนที่ชอบพูดว่า ?รกอย่างมีระเบียบ? ไม่ได้ชอบที่จะมีโต๊ะทำงานรกๆ หรอก และจะประหลาดใจด้วยซ้ำที่พบว่าตัวเองทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นเมื่อนั่งทำงานอยู่ในที่ที่ไม่ค่อยรกรุงรัง


ที่มา http://www.decorreport.com

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

จัดห้องสตูดิโออย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

กสภาวะเศรฐกิจและสภาพสังคมในปัจจุบันนี้การเลือกอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมถือเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่หรือคนที่กำลังอยู่ในวัยสร้างครอบครัวให้ความสนใจกันมากนะครับโดยรูปแบบของห้องที่ผมจะขอพูดถึงในการจัดฮวงจุ้ยในปัจจุบันนี้ได้แก้ห้องในรูปแบบสตูดิโอ (Studio) หรือห้องนอนรวมกับส่วนเอนกประสงค์อื่นๆนั่นเอง ซึ่งถือห้อง


     สตูดิโอนั้นเป็นห้องที่ได้รับความสนใจมากกว่าห้องชนิดอื่นๆ เพราะมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับห้องแบบหนึ่งห้องนอน (One bedroom) หรือสองห้องนอน (Two bedroom) แต่ก็ยังมีประโยชน์ใช้สอยที่เพียงพอกับการใช้ชีวิตได้

     แต่หลายๆท่านคงสงสัยว่าการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมนั้น จำเป็นต้องได้รับการจัดฮวงจุ้ยหรือไม่ ผมขอตอบได้ทันทีครับว่าจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะบางท่านจะคิดว่าการจัดฮวงจุ้ยนั้นจำเป็นเฉพาะผู่ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ สำนักงาน ร้านค้า หรือ โรงงาน เท่านั้น

     แต่แท้จริงแล้วหากสถานที่ใดที่สามารถกักเก็บกระแสอากาศหรือฮวงได้ และมีผู้คนพักอาศัยอยู่ในเวลาที่พอสมควร ย่อมถือว่าคนที่พักอาศัยอยู่นั้นย่อมได้รับผลจากสถานที่นั้นๆ จึงถือว่าคอนโดมิเนียมเองก็อยู่ในหลักการนี้เช่นเดียวกัน หรือในอีกมุมหนึ่งเราอาจจะมองได้ว่าคอนโดมิเนียมหนึ่งห้องก็เปรียวเสมือนกับเป็นห้องเล็กๆในบ้านหลังใหญ่ หากเรามีความจำเป็นต้องจัดฮวงจุ้ยของห้องนอนในบ้านให้เสริมกับดวงชะตาของเราแล้ว เราก็มีความจำเป็นต้องจัดคอนโดมิเนียมของเราให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยเช่นเดียวกันนะครับ

     สำหรับการจัดฮวงจุ้ยของห้องสตูดิโอนั้นในเชิงของฮวงจุ้ยแบบองศาทิศทาง (Compass Feng Shui Theory) คงจะไม่สามารถพูดถึงได้ เพราะจะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างซับซ้อน ต้องใช้การเรียนรู้อย่างจริงจังครับ อย่างไรก็ตามผมจะขอพูดถึงการจัดฮวงจุ้ยของห้องสตูดิโอในเชิงชัยภูมิ (Landform Feng Shui Theory) เพราะสามารถอธิบายได้ค่อนข้างกระชับและได้ใจความกว่านะครับ

     โดยการจัดฮวงจุ้ยของห้องสตูดิโอนั้นเราจะให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพมากๆ เพราะห้องสตูดิโอนั้นจะมีรูปแบบของการจัดประโยชน์ใช้สอยในห้องค่อนข้างจะรบกวนการนอนหลับของเรา ซึ่งจะมีผลกับสุขภาพในระยะยาวครับ โดยเฉพาะห้องที่มีคนอยู่มากกว่าหนึ่งคนครับ

     โดยทั่วไปสำหรับห้องสตูดิโอแล้วส่วนนอนและส่วนนั่งเล่นจะอยู่ใกล้กันและอยู่ในห้องเดียวกันด้วย และในส่วนนอนนั้นมีโอกาสที่เตียงจะอยู่ใกล้กับประตูห้องน้ำ ประตูออกครัวและซักล้าง ซึ่งสิ่งดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่รบกวนการนอนหลับของท่านได้ครับ โดยวิธีการปรับฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิของห้องสตูดิโอเพื่อเสริมสุขภาพนั้น มีหลักการดังต่อไปนี้ครับ

     1. แยกส่วนนั่งเล่นออกจากส่วนนอน โดยให้พยายามวางเฟอร์นิเจอร์ให้ห่างออกจากกันให้เยอะที่สุดเท่าที่เหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยของท่านจริงๆด้วยนะครับ โดยเฉพาะโทรทัศน์นั้น ไม่ควรวางอยู่ใกล้กับเตียงนอนมากจนเกินไป เพราะหากอีกคนนอนอยู่ แต่อีกคนดูโทรทัศน์ก็จะรบกวนการนอนเป็นอย่างมาก หากเป็นไปได้การหาฉากเล็กๆมากั้นระหว่างแนวสายตาของผู้นอนไปยังโทรทัศน์จะช่วยกันการรบกวนของโทรทัศน์ได้ในระดับหนึ่งนะครับ

     2. ประตูที่ตรงเตียงนอนให้ใช้เป็นประตูบานเลื่อน เพราะการเปิดปิดประตูชนิดที่เป็นบานเปิด หากเปิดมาตรงกับเตียงอาจมีการส่งกระแสอากาศหรือเสียงมารบกวนคนที่นอนอยู่ได้ หากมีอีกคนใช้งานประตูบานนั้นๆ แต่หากท่านเลือกประตูเป็นประตูบานเลื่อนทั้งเสียงและกระแสอากาศจะลดการรบกวนผู้นอนได้อย่างมากเมื่อเทียบการใช้งานกับประตูบานเปิด และหากเป็นไปได้ ก็ไม่ควรจัดเตียงนอนให้นอนใต้ฝ้าหลุมและหัวนอนตรงกับดวงโคมหรือไฟของห้องพอดีด้วย

     3. หมั่นเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อให้กระแสอากาศจากธรรมชาติพัดผ่านเข้ามาได้ เพราะหลายๆท่านมักจะคุ้นเคยกับการใช้เครื่องปรับอากาศเพราะรู้สึกว่าลมธรรมชาติไม่สามารถพัดผ่านเข้ามาที่ห้องของท่านได้ การที่ท่านไม่เปิดเอากระแสอากาศใหม่ๆเข้ามา ก็ทำให้ระบบของห้องท่านเหมือนกับเป็นระบบปิดไม่มีอากาศใหม่ๆเข้ามาไหลเวียน เมื่อหายใจแต่อากาศเก่าๆจากเครื่องปรับอากาศอยู่ตลอดเวลา

     หากอากาศนั้นสกปรกขึ้นก็จะเป็นที่มาของการเป็นภูมิแพ้ได้นะครับ การแก้ไขปัญหาในข้อนี้คือต้องหมั่นเปิดประตูห้อง ประตูระเบียง หรือ หน้าต่างที่ระเบียง เพื่อให้กระแสอากาศสามารถไหลเวียนจากภายนอกเข้ามาได้ครับ เพราะหลายๆท่านมักไม่ค่อยเปิดประตูห้องเลยทำให้กระแสอากาศเข้ามาในห้องไม่ได้ เพราะไม่มีทิศทางให้ลมออกได้นะครับ




ข้อมูล http://www.modernfs.com/
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เลือกของดีเป็นศรีแก่บ้าน


การเลือกอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน นอกจากเพื่อความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยภายในบ้านแล้ว บางประเภทก็เลือกเพราะที่มาที่ไปมีความหมายดีเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัยก็แล้วแต่ความเชื่อที่แตกต่างกันไป เช่น

     ภาพทะเลหรือแม่น้ำ ถือว่าเป็นภาพที่มีลักษณะของการบันดาลโชคลาภมาสู่บ้านได้ดี แต่ต้องเป็นภาพที่มีลักษณะของท้องทะเลหรือแม่น้ำที่ไหลเข้าสู่ตัวบ้านนะครับ จึงจะถือว่าเป็นสิริมงคล เพราะถ้าเป็นภาพที่มีลักษณะไหลออกจากตัวบ้านจะถือว่าเงินทองไหลออกนอกบ้านครับ

     ภาพดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ ภาพที่มีดวงอาทิตย์ประกอบอยู่ด้วย เป็นภาพแห่งความเป็นสิริมงคลบันดาลให้เกิดความสุข ชีวิตเต็มไปด้วยพลังแห่งความหวัง ความกระตือรือร้นและหากเป็นภาพที่มีดวงจันทร์ประกอบอยู่ จะบันดาลความร่มเย็นนอกจากนี้ยังนำโชคในเรื่องความรักมาสู่ท่านด้วยครับ 

     นำอ่างน้ำพุมาแต่งบ้าน เป็นการสะท้อนลักษณะความร่ำรวยของเจ้าของบ้าน แต่ในการวางอ่างน้ำพุนั้นต้องไม่วางใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ในบ้านเพราะพลังงานของน้ำและไฟจะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในบ้านครับ

     แต่งบ้านด้วยเรือ เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและการเดินทาง ถือว่าเป็นของที่ดีมาก ซึ่งจะบันดาลให้คุณมีโอกาสไปต่างประเทศ มีเงินทองมั่งคั่งสมบูรณ์พูนสุข เหมาะสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจทุกประเภท แต่ห้ามหันหัวเรือออกนอกบ้านนะครับ

     แต่งบ้านด้วยม้า ต้องเป็นม้าที่มีลักษณะแข็งแรง สมบูรณ์และไม่ดุร้าย วางในห้องรับแขกหรือโต๊ะทำงาน จะส่งผลให้มีอำนาจความสำเร็จและมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่ห้ามหันหัวม้าออกนอกห้องหรือหน้าต่างและไม่ควรวางม้าไว้ในห้องนอนเพราะจะทำให้สุขภาพไม่ดี เกิดความระหองระแหงกันระหว่างสามี ภรรยา ม้าขาวนำโชคทางการเงิน ม้าน้ำนำมาซึ่งชัยชนะ ส่วนม้าดำไม่เหมาะที่จะนำมาแต่งบ้านเลยแม้จะมีลักษณะดีก็ตาม 

     แต่งบ้านด้วยธงชาติ ช่วยเสริมมงคลความสำเร็จในหน้าที่การงาน ควรจัดไว้ในห้องทำงานหรือห้องรับแขก เชื่อกันว่าเป็นเครื่องหมายของโชคอันยิ่งใหญ่ บันดาลให้เจ้าของบ้านมียศศักดิ์สูง มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ชื่นชอบยกย่องของคนทั่วไปครับ

     แฟน ๆ คนรักบ้านก็เลือกซื้อเลือกหากันมาแต่งตามความชอบแล้วกันน่ะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องของความเชื่อถือก็ให้ถือเสียว่าเป็นวิธีคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดตกแต่งอาคารบ้านเรือน เรื่องของกาลเทศะก็ไม่ควรมองข้าม เอาเป็นว่าถูกต้องตามความเหมาะสมตามหลักเคหะศาสตร์ของการอยู่เย็นเป็นสุขและมีความหมายดีสำหรับบ้านก็แล้วกันครับ


ที่มา http://www.homeloverthai.com/

ฮวงจุ้ย เท่ากับ ธรรมชาติ

ฮวงจุ้ย  เท่ากับ  ธรรมชาติ 

ฮวงจุ้ยกับชีวิต  น่าจะเป็น  ธรรมชาติกับชีวิต

การดูฮวงจุ้ยจึงเป็นการดูธรรมชาติ

ธรรมชาติก็คือชีวิต  ชีวิตก็ขึ้นกับธรรมชาติ 

ดังนั้น  ชีวิต  ธรรมชาติ  ฮวงจุ้ย  จึงเป็นสิ่งเดียวกัน

ชีวิตคนเราเป็นธรรมชาติ  มีเกิดมีดับ

ฮวงจุ้ยกับชีวิต  ก็คือการเป็นไปตามธรรมชาติ

เอ  ไหง งง งั้น  ฮวงจุ้ยชีวิตก็คือฮวงจุ้ยธรรมชาติ

ความจริงคือความจริง  ฮวงจุ้ยก็ต้องคงความจริง

งง  งง  งง  555

 

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกับต้นไม้ใหญ่?

 

ต้นไม้ใหญ่ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ หรือความสงบร่มรื่นรอบๆตัวเรา แต่ถ้าบ้านของคุณมีต้นไม้ใหญ่อยู่ในบริเวณบ้าน และยังอยู่ในทิศทางที่ไม่เหมาะสม นั่นย่อมส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในบ้านอย่างแน่นอน

     อาทิ บริเวณหน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่ๆ เรียงรายตามแนวรั้วหน้าบ้านหรือยืนต้นอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านถือว่าไม่ดี ต้นไม้ใหญ่หากขึ้นอยู่ข้างบ้านและหลังบ้านจึงจะดี เพราะให้พลังปกปักรักษาและเกื้อหนุน

     วิธีแก้เคล็ดง่ายๆ หากมีต้นไม้ใหญ่อยู่ในบริเวณต้องห้าม ถ้าสามารถตัดได้ก็สมควรตัด แต่มิอาจทำได้ก็ไม่เป็นไร ให้หาประทัดจีน 8 ดอก ไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าบ้านที่สุด เพียงเท่านี้ก็จะเกิดสิ่งดีๆเข้ามามากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยต้นไม้ดี เพิ่มพูนโชค?

 

สำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองไร้โชคมานานนั้น การให้ดูแลฟื้นฟูบรรดาไม้ดอก-ไม้ใบในอาณาบริเวณบ้านให้ดี ดูว่าต้นใดเหี่ยวเฉาโรยราก็หาปุ๋ยมาใส่ หมั่นพรวนดินรดน้ำ ลิดใบที่แห้งเหลืองทิ้งเสีย

     ดังนั้นหากต้องการให้มีโชคลาภคุณต้องพยายามอย่าปล่อยให้มีต้นไม้เฉาตายอยู่ในบ้าน เพราะจะทำให้โชคลาภเสื่อมถอย ถ้าต้นใดตายแล้วก็นำไปทิ้งหรือทำเป็นปุ๋ย

     จากนั้นก็ลองหาไม้ดอกไม้ใบสีสดๆ มาปลูกใหม่ ถ้าไม่มีเนื้อที่พอจะปลุกต้นไม้ก็ให้หาไม้กระถางมาตั้งวางในบ้านตามมุมห้องรับแขก ริมหน้าต่างหรือระเบียงก็ได้

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

คู่สามี-ภรรยา อยู่ด้วยกันแล้วไม่รวย?

 

บางคนแต่งงานอยู่กินกันมานาน แม้จะขยันตั้งใจทำมาหากิน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีทรัพย์สินเงินทองติดตัวเลยแม้แต่น้อย แล้วสาเหตุอะไรกันหล่ะ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมา...

     วิธีแก้เคล็ดง่ายที่น่าจะช่วยให้อะไรดีขึ้น ซึ่งก็คือให้หาบ้านที่มีลักษณะอยู่บนเนิน หรือบนพื้นที่ที่มีความสูงกว่าพื้นถนนทั่วไปสักพอประมาณ ถ้าอาศัยอยู่ในบ้านเช่นนี้จะส่งผลให้ดวงชะตาดี มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยได้เร็ว ทำกิจสิ่งใดก็จะสำเร็จราบรื่นได้ดี

     นอกจากนั้นความสัมพันธ์ของคู่สามี-ภรรยามั่นคงยืนนานอีกด้วย แต่ถ้าหาบ้านอยู่อาศัยในลักษณะนี้ไม่ได้ ก็ให้ขุดสระน้ำปลูกบัวทางซ้ายมือของตัวบ้าน (ยืนอยู่ในบ้าน หันหน้าออกไปทางหน้าบ้าน)

     เพียงเท่านี้คุณก็ย่อมมีความสุขในชีวิตคู่ แถมยังร่ำรวยเงินทอง ชีวิตครอบครัวมีความสุขกันถ้วนหน้าอีกด้วยนะคะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกับปัญหาเงินทองไม่เข้าบ้าน?

 

หลายคนอาจกำลังบ่นๆว่าสิ้นเดือนเมือนสิ้นใจแทบทุกครั้ง แล้วเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้นหล่ะ นั่นคงต้องมาหาสาเหตุกันว่าเกิดอะไรขึ้น

    เมื่อทำงานแล้วไม่มีเงิน บางคนอาจต้องกลัดกลุ้ม หรือทุกข์ใจกับปัญหาเงินๆทอง ลองมาวิธีแก้ไขสิ่งเหล่านี้กันบ้าง แล้วให้เชื่อว่าอะไรๆจะดีขึ้นแน่นอนค่ะ

    วิธีแก้เคล็ด ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณลองมองหาหาตำแหน่งทรัพย์ของบ้าน หรือห้องทำงาน-ร้านค้า นั่นคือตำแหน่งที่เป็นเส้นทแยงมุมกับประตู แล้วตั้งชั้นที่มุมนั้น วางรูปปั้น ฮก ลก ซิ่ว หรือแมวกวัก หรือตั้งกระถางต้นวาสนา ต้นว่านกวนอิม หรือจะตั้งแจกันดอกไม้ธรรมดาก็ได้

    ซึ่งจะให้ผลดีหรือไม่ดีนั้นก็ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณ จะต้องดูแลปัดกวาดมุมนี้ให้สะอาดอยู่เสมอ การปล่อยปละให้มุมเรียกทรัพย์สกปรกรกรุงรังย่อมไม่ส่งผลดีต่อสถานภาพทางการเงินอย่างแน่นอนค่ะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

สระน้ำอยู่ผิดที่ ส่งผลให้สามีนอกใจ?

 


สระน้ำ คือ สถานที่ที่ทุกคนในบ้านจะได้คลายร้อนกันอย่างสนุกสนาน นั่นคือ สระน้ำอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม แต่ถ้าสระน้ำของคุณเป้นเหตุให้เกิดความร้าวฉานในบ้านหล่ะ คุณจะแก้ไขอย่างไรดีนะ...

   ถ้ายืนคุณลองอยู่ภายในบ้าน แล้วมองออกมาหน้าบ้าน คุณจะพบว่ามีสระน้ำหรือบ่อน้ำอยู่ทางด้านขวามือ นั่นถือว่าอันตรายยิ่งนัก เพราะผู้เป็นสามีจะนอกใจไปมีเมียน้อยหรือเป็นคนมักมากในกามจนลืมดุแลลูกเมีย

    วิธีแก้เคล็ดที่คุณจะต้องทำอย่างทันท่วงที อย่ารอให้สายแล้วค่อยแก้ นั่นก็คือต้องจัดการถมสระน้ำนี้เท่านั้น การหากระถางต้นไม้ไปปิดบังตั้งไว้รอบๆ สระ มิอาจช่วยแก้เคล็ดในกรณีนี้ได้ เมื่อถมสระแล้วให้ตั้งกระถางดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ณ บริเวณ นั้น

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกับผลของความรักง่อนแง่น คนรักไม่เข้าใจกัน?

 

คนเราอยู่ด้วยกันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างตามประสาชีวิตคู่ แต่ถ้าวันหนึ่งการทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ สุดท้ายกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ยากที่จะเข้าใจกันเข้าแล้ว คุณหาสาเหตุของสิ่งเหล่านี้เจอหรือมยัง?

    สาเหตุของการทะเลาะเบาะแว้งนั้นมีหลายๆอย่าง บางอย่างก็สามารถมองเห็นและแก้ไขได้ทันท่วงที แต่บางอย่างก็ยากที่มองเห็น สิ่งที่ทำได้คือต้องใช้หัวใจของคุณทั้งคู่เท่านั้น

    วิธีแก้เคล็ด สำหรับคู่รักที่ทะเลาะ หรือแง่งอนกันบ่อยๆ ให้ไปหาต้นไผ่มาปลูก หรือไม้ยืนต้นอื่นๆ ที่มีใบสดเขียวอุดมสมบูรณ์ดี ปลูกเป็นแนวริมรั้วหน้าบ้านและข้างบ้านให้ครึ้ม

    ประมาณว่ายิ่งถ้าเมื่ออยู่นอกบ้านแล้วมองเข้ามาไม่ค่อยเห็นตัวบ้านได้ถนัดยิ่งถือว่าดี จะส่งผลให้คู่สามี-ภรรยารักใคร่ผูกพันมั่นคง ฐานะความเป็นอยู่ในบ้านก็จะมั่งมีศรีสุขมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ชีวิตแห้งแล้ง ต้องทำอย่างไรดี?


คุณเคยรู้สึกมั้ยว่าชีวิตมีความสุขน้อยลง อีกทั้งชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านมิได้ลำบากมาก แต่จิตใจแห้งแล้งขาดชีวิต ชีวา บางครั้งเงินทองก็ติดขัดไม่ราบรื่น คนในบ้านไม่มีความสดชื่น กระตือรือร้น คุณจะทำอย่างไรดีนะ

วิธีแก้เคล็ด ง่ายๆค่ะ

     ภายในบ้านให้เลี้ยงปลาตู้สวยงามประดับบ้าน เลือกให้มีปลาเงิน-ปลาทอง ร่วมด้วยยิ่งดี จำนวนปลาที่จะเลี้ยงควรเป็น 6 ตัว 8 ตัว หรือ 9 ตัว ถือว่าเป็นมงคล 

    คนในบ้านจะมีจิตใจแจ่มใสขึ้น ฐานะการเงินก็จะดีขึ้น มีโชคมีลาภไม่ขาด แต่ต้องดูแลตู้ปลาให้สะอาดสดใสอยู่เสมอค่ะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ย-หน้าต่างกับต้นไม้?

 


อยากมีบ้านสวยต้องมากไปด้วยความร่มรื่น ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนของตัวบ้านก็มักจะพบแต่ต้นไม้สวยงาม ซึ่งเจ้าของบ้านได้จัดหามาตกแต่งให้สวยงาม

 
    แต่...คุณจะรู้หรือเปล่าว่าต้นไม้ที่ว่าให้คุณกับเจ้าของบ้าน หากอยู่ผิดที่ผิดทางแล้ว คำว่าให้โทษ ก็มีมากด้วยเช่นกัน...

     คุณลองเดินไปที่หน้าต่างของบ้าน แล้วลองเปิดหน้าต่างออกไป ...

สิ่งที่คุณพบคืออะไร? 

     บานหน้าต่างชนกับกิ่งไม้พอดี ซึ่งหากคุณเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ถือว่าไม่ถูกหลักฮวงจุ้ยเลยค่ะ

เหตุผล

     เนื่องจากบ้านที่มีต้นไม้ที่แผ่ก้านสาขามาระหน้าต่าง เราถือกันว่าเป็นบ้านที่คนในบ้านมัก จะกระทบกระทั่งกันอยู่เสมอ และมักมีเหตุภัยให้ต้องตื่นเต้นตกใจกันอยู่เสมอๆค่ะ

วิธีแก้เคล็ดง่ายๆนะคะ

     ให้จัดการตัดกิ่งก้านของต้นไม้ให้เรียบร้อย อย่าให้แผ่กิ่งก้านมาระบานหน้าต่าง ถ้าไม่ชอบตัดต้นไม้และต้นไม้ต้นนี้ค่อนข้างสูงใหญ่ ก็อาจติดระฆังลมไว้ที่หน้าต่างด้วย

http://horoscope.thaiza.com/horoscope119_1.html

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เลี้ยง"ปลา"อะไรให้เหมาะกับ"ฮวงจุ้ย"

"ความเชื่อเรื่อง ปลา กับฮวงจุ้ย" ในระหว่างเทศกาลตรุษจีน ความเชื่อของคนจีนกับหลักทางฮวงจุ้ยเป็นเรื่องที่แยกกันแทบไม่ออก ซึ่งสำหรับคนไทยเชื้อสายจีนแล้ว ฮวงจุ้ยถือเป็นความสำคัญอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิตให้ถูกทาง


      ซินแสคนดังแห่งจังหวัดชลบุรีชื่อ "ซินแสหวาง" (อากงหวาง) เป็นคนหนึ่งที่ได้รับการไว้วางใจจากตระกูลนักธุรกิจคนไทยเชื้อสายจีน อย่าง พรประภา, เตชะ ไพบูลย์ ฯลฯ ตลอดจนนักการเมือง ให้เป็นผู้ดูแลการดูฮวงจุ้ยให้

      ซินแสหวางท่านนี้ไม่ชอบเปิดเผยตัว แต่ในโอกาสตรุษจีนรับปีหมู ซินแสหวางได้แนะนำหลักในการเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อเสริมดวงชะตาให้กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ในงาน "มหกรรมปลาฮวงจุ้ย" ที่จัดขึ้น ณ อะควาติน่า ศูนย์ค้าปลาสวยงามชั้น 3 เสรีเซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนการเลี้ยงปลาเพื่อเสริมดวงยังคงได้รับความนิยมอยู่มาก โดยเฉพาะบรรดานักธุรกิจหลายรายสนใจเลี้ยงปลาอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยหลักๆ แล้ว ปลาเสริมดวงที่นิยมกันนั้นมีอยู่ 4 ชนิด

     ปลาทอง (จิน หยู) เลี้ยงเพื่อให้เงินทองไหลมาเทมา เทคนิคการเลี้ยงคือ 9 ตัว (8 ตัวเป็นสีแดงหรือทอง 1 ตัวเป็นสีดำ)
     ปลาหมอสี เชื่อว่าจะส่งผลให้อายุยืน บังเกิดความมั่นคงมั่งคั่ง
     ปลามังกร หรือปลาอะโรวาน่า เสริมดวงเสริมบารมี เหมาะกับนักธุรกิจหรือข้าราชการที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง การงานก้าวหน้า และเป็นที่น่าเกรงขาม มีบุญมีบารมี
     ปลาคาร์ป เหมาะกับผู้ที่ค้าขายช่วยให้มีผลกำไรและประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ
ปลาทั้ง 4 ชนิดนี้ดีหมด และการวางตำแหน่งของตู้ปลาต้องวางทางทิศเหนือจะเหมาะที่สุด อย่าไว้ในห้องนอนเป็นพอ โดยลักษณะของตู้ปลาหากจะวิเคราะห์ตามหลักธาตุทั้งห้าแล้ว จะเห็นว่าลักษณะที่เป็นมงคลมากที่สุดคือ ตู้ปลารูปทรงกลม และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

     ซินแสหวางยังฝากบอกอีกว่า การวางฮวงจุ้ยในการเลี้ยงปลาจะให้ดี ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าบ้านเป็นหลัก และถ้าจะตรวจฮวงจุ้ยอย่างละเอียดอาจต้องดูหลายสิ่งประกอบกัน ทั้งชื่อ เพศ วันเกิด ธาตุ ราศี ตำแหน่งบ้าน ทิศทางของบ้าน อาชีพ 

 

     นับเป็นความเชื่อที่ยังคงได้รับความนิยม ไม่เช่นนั้นปลาทั้ง 4 ชนิดนี้คงจะไม่มีราคาดีเท่านี้หรอก !





ข้อมูล: www.home1click.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ย สระน้ำหน้าบ้าน?

สระน้ำหน้าบ้านต้องระวังบ้านในเมืองใหญ่ปัจจุบันจะหาที่มีพื้นที่บริเวณหน้าบ้านเพื่อทำสระน้ำหรือบ่อน้ำนั้นคงยากสำหรับเราท่านที่เป็นชนชั้นกลางอยู่บ้านเทาว์เฮาส์


 

     แต่กรณีที่เรามีเนื้อที่หน้าบ้านจริงๆและอยากทำสระน้ำหรือบ่อเลี้ยงปลาหน้าบ้าน การวางตำแหน่งมีความสำคัญพอสมควรที่จะต้องระมัดระวัง เพราะน้ำในหลักวิชาฮวงจุ้ยจะหมายถึงการส่งเสริมเรื่องโชคลาภการเงิน หรือสลายพลังที่ไม่ดีที่กระทบเข้ามาให้เกิดสิ่งที่ดีแทนได้

     ท่านอาจารย์จางจื่อน่ำ เคยสอนว่าอย่าวางบ่อน้ำไว้ตรงกับหน้าประตูบ้าน เนื่องจากหากเป็นช่วงของยุคพลังที่ดี สามารถส่งเสริมกระแสพลังที่ดีให้บ้านได้ก็จริง แต่เมื่อพลังเสื่อมสลาย บ่อน้ำนั้นก็จะกลายเป็นพลังอสูรที่สามารถพิฆาตและส่งผลให้เกิดเรื่องเดือดร้อนได้รุนแรงพอกัน  

     อีกอย่างแสงแดดที่กระทบกับบ่อน้ำก็จะสะท้อนเข้าบ้าน เกิดเป็นแสงเงาระยิบระยับ ทำให้คนในบ้านมีปัญหาเรื่องตา เส้นประสาทและทะเลาะเบาะแว้งกันได้ง่าย เพราะฉะนั้นหากท่านจำเป็นต้องการวางตำแหน่งบ่อน้ำหน้าบ้านตรงกับประตูบ้าน ก็ควรต้องวางในระยะที่ว่าแสงอาทิตย์ไม่กระทบกับบ่อน้ำแล้วสะท้อนส่องเข้าบ้านตัวเอง และต้องรู้ว่าพลังกระแสที่ดีที่ส่งเสริมบ้านนั้นจะหมดลงเมื่อไหร่ เพื่อที่เราสามารถที่จะได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งของบ่อน้ำ หรือรื้อย้ายได้ทันท่วงทีะ


ที่มา http://www.fengshuihut.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

น้ำผ่ากลางบ้าน นำโชคลาภไหลผ่านไปหมด

โดยปกติ มักจะไม่มีบ้านหลังใดวางท่อน้ำหรือท่อระบายน้ำไว้กลางบ้าน เพราะนอกจากจะไม่สะดวกในการรื้อถอนซ่อมแซม การต่อท่อหรือขยายท่อน้ำใช้หรือน้ำทิ้งก็ไม่สะดวก เหมือนเช่นการวางหรือเดินท่อน้ำไว้ด้านข้างของตัวบ้านหรืออาคาร


     แต่สิ่งเหล่านี้หาใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ สำหรับกรณีที่พบ มักเกิดจากปัญหาการซ่อมแซมต่อเติม ขยับขยายบ้าน อาคารสถานที่ หรือการขยายโรงงาน ทำให้ท่อระบายน้ำจากเดิมที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่งของตัวบ้านหรืออาคาร จะมีการขยับย้ายมาอยู่ตรงกลางพื้นที่ ของบ้านหรืออาคารโดยไม่ได้ตั้งใจ

     ฉะนั้น หากท่านที่จะขยับขยายพื้นที่ ปรับปรุงซ่อมแซม ทางที่ดีควรทำการทุบรื้อท่อระบายน้ำเก่าออก หรือสำรวจตรวจตราให้ดี

     เมื่อทำการปรับปรุงขยับขยายไปแล้ว อย่าให้ระบบน้ำตั้งอยู่บริเวณกลางบ้านหรืออาคาร เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพ เกี่ยวกับโรคในช่องปาก ซึ่งจะหาสาเหตุไม่พบแล้ว ยังส่งผลต่อโชคลาภของผู้พำนักอาศัยในบ้านหรืออาคารนั้นๆ ด้วย ในระยะยาวจะส่งให้คนในบ้านหรืออาคารลดลง มักจะอยู่บ้านนั้นไม่ได้นาน และนำโชคลาภความเจริญรุ่งเรืองถดถอยลงเรื่อยๆ



ที่มา http://www.kaejiarjan.com/
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกับบุตรหลาน?

 

ทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งธาตุโลหะ และในขณะเดียวกันก็เป็นทิศแห่งเด็ก ๆภายในบ้าน หากติดตั้งเครื่องเสียง โทรทัศน์ นาฬิกาแขวน หรือระฆังลมโลหะเอาไว้ในทิศนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ มีอนาคตที่ดีเรียนเก่ง และก้าวหน้า

ประตูห้องนอนของเด็ก ๆ หากหันไปสู่ทิศตะวันตกจะทำให้เด็กมีอนาคตดี

ประตูห้องนอนของเด็ก ๆหากหันไปสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะทำให้เด็กฉลาด และเรียนดี


     หากลูก ๆไปอาศัยอยู่ที่อื่นซึ่งไม่ใช่ที่บ้าน และคุณต้องการให้มีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอ ให้ทำเคล็ดฮวงจุ้ยด้วยการแขวนกระดิ่งทองเหลืองเอาไว้ในทิศตะวันตกของบ้านหรือของห้องโถง หรือห้องนอน


     ห้องนอนของเด็ก ๆ ควรตั้งอยู่ในทิศตะวันตกของตัวบ้านจึงจะถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย และถ้าต้องการให้เด็ก ๆมีวิถีชีวิตที่ดีมีการเจริญเติบโตไปเป็นคนดีก็ให้ติดหลอดไฟแสงสว่างเอาไว้ในทิศตะวันตกของห้องนอน ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเปิดทิ้งเอาไว้ตลอดเวลา แต่ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมจะเปิดใช้งาน และเปิดไว้อย่างน้อยวันละ 3 ชม.

     หากหัวเตียงของเด็ก ๆ ตั้งชิดกับหน้าต่างจะทำให้เด็กคนนั้นมีนิสัยเกเรชอบหาเรื่องทะเลาะวาท และถ้าหัวเตียงตั้งชิดกับผนังครึ่งหน้าต่างครึ่ง เด็กจะมีความรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่คอ่ยให้ความสนใจ

     เก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตำแหน่งอำนาจนั้นจะต้องคอยระวังมิให้เด็ก ๆภายในบ้านไปนั่งเพราะจะทำให้เด็กนั้นมีนิสัยดื้อรั้นไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่

เพื่อให้เด็กทารกนอนหลับสนิทควรให้เด็กทารกนอนเอาศีรษะชี้ไปทางทิศเหนือ หรือทิศตะวันตก

     เครื่องตกแต่งที่เป็นเขาสัตว์ต่าง ๆ ไม่ควรมีไว้ในบ้านเพราะจะทำให้เด็ก ๆ ภายในบ้านมีนิสัยก้าวร้าวไม่เชื่อฟัง และไม่เคารพผู้ใหญ่


      เด็กและคนชราไม่ควรนอนอยู่ในห้องเดียวกัน เพราะพลังปราณของเด็กเป็นประเภทเคลื่อนไหว ส่วนพลังปราณของคนชราเป็นประเภทสงบนิ่ง ซึ่งถ้านอนอยู่ใกล้กันจะทำให้พลังปราณของทั้งสองเกิดปะทะกันซึ่งไม่เป็นผลดี กับทั้งทั้งฝ่าย

     ห้องน้ำห้องส้วมที่ตั้งอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือของห้องนอนลูก ๆนั้นเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างมากในวิชาฮวงจุ้ย เพราะจะมีผลกระทบต่อสติปัญญา การเรียน และความสำเร็จแห่งชีวิตลูก

     ของเล่นที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการรบพุ่งฆ่าฟัน เช่น รถถัง ปืน เอาความอัปมงคลมาให้ ดั้งนั้นจึงไม่ควรที่จะปล่อยให้มีในห้องนอนเด็ก ๆ

     ด้านหลังบ้านมีอาคารสูงตั้งค้ำอยู่ในวิชาฮวงจุ้ยเรียกพิฆาตค้ำหัว จะทำให้บ้านหลังนี้มีขโมยเข้าบ้านบ่อยครั้ง หรือมีลูกหลานในบ้านเป็นโจร หรือเป็นคนอกตัญญู 

     บ้านหลังใดก็ตามที่มีอาคารทางด้านข้างทอดตัวยาวโค้งออกไปทางด้านนอกซึ่งอาจจะเป็นทางด้านซ้าย/ขวาก็ตาม จะมีผลทำให้บ้านหลังนั้นมีลูกหลานที่เป็นคนอกตัญญู

      สิ่งที่เป็นข้อควรระวังในทางฮวงจุ้ยสำหรับบ้านที่มีเด็ก ๆก็คือการตรวจดู และคอยระวังมิให้มีน้ำ หรือวัตถุสิ่งของไม่เหมาะสมวางอยู่ใต้บันได เพราะจะทำให้เด็กในบ้านนั้นโชคร้าย เช่นผลการเรียนตกต่ำ



      ในวิชาฮวงจุ้ยได้แนะนำเอาไว้ว่า หากต้องการให้ได้ลูกชายให้ตั้งเตียงโดยหันศีรษะไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก หรือทิศตะวันตก/เหนือ และหากอยากได้ลูกผู้หญิงให้ตั้งเตียงโดยหันศีรษะไปทางทิศตะวันออก/ใต้ ทิศตะวันตก/ใต้ หรือทิศตะวันตก

     ห้องนอนของเด็กเล็กควรเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านเท่าจะดีที่สุด ถ้าเป็นรูปสามเหลี่ยมจะมีผลหระทบต่อการพัฒนาการของเด็ก และยังทำให้เด็กมีนิสัยไม่ดีอีกด้วย


ข้อมูล
http://alakkan.igetweb.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกับตู้ปลา?

 

ตามความเชื่อของชาวจีน หมายถึง ศาสตร์ของการจัดที่อยู่อาศัย ที่อาศัยความสัมพันธ์ของธาตุทั้งสี่ นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เชื่อกันว่าหากจัดบ้านให้ถูกต้องตามโฉลกแล้ว จะช่วยเสริมส่งให้เจ้าของบ้านเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองไหลมาเทมา ปราศจากพลังร้ายทั้งปวง นอกจากการจัดวางสิ่งของทั่วไปภายในบ้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่บ้าน และบริษัทต่าง ๆ นิยมใช้เพื่อตกแต่ง และผ่อนคลายสายตา ก็คือ ตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยงปลานั่นเอง การจัดตู้ปลาให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดเงินเข้าบ้าน ให้ผู้อยู่อาศัยเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งมีหลักง่ายๆ ดังนี้ 

  1. รูปร่างของตู้ปลา

 


• ลักษณะของตู้ปลาที่ดี ควรเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมยาว เป็นธาตุไม้ เชื่อว่าจะส่งเสริมให้เจ้าของบ้านเจริญก้าวหน้า เพราะน้ำจะช่วยให้ไม้เติบโต หรือว่าจะเลือกเป็นทรงกลมก็เป็นมงคลเช่นกัน เพราะทรงกลมจัดว่าเป็นธาตุน้ำ จะช่วยเสริมส่งพลังน้ำด้วยกันให้ดียิ่งขึ้น

• ถ้าเป็นบ่อปลา หรือสระน้ำ ต้องมีลักษณะของโค้งมน ไม่มีเหลี่ยม หรือมุมแหลม ซึ่งมีลักษณะที่เป็นภัยกับเจ้าของบ้าน 

  2. การจัดวาง
• ตำแหน่งของตู้ปลา บ่อปลา หรือสระน้ำ ก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน ควรจัดวางให้ตู้ปลา อยู่ในทิศที่ถูกกับธาตุน้ำ เช่น ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตามหลัก ฮวงจุ้ย ธาตุที่ประจำอยู่ตามทิศต่างๆ มีดังนี้

- ธาตุน้ำ ประจำอยู่ทิศเหนือ

- ธาตุดิน ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้

- ธาตุไม้ ประจำอยู่ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้

- ธาตุไฟ ประจำอยู่ทิศใต้

- ธาตุทอง ประจำอยู่ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

     นอกจากจะตั้งตู้ปลาให้ถูกตามทิศแล้ว ถ้าเป็นทิศที่มีประตูใหญ่อยู่ด้วย จะถือว่าเป็นมงคลมาก เพราะประตูใหญ่นั้นเป็นจุดที่กระตุ้นการไหลเวียนของโชคลาภ ให้เงินทองไหลมาไม่ขาดสาย 

     ถ้าที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงานตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งพอดี สามารถแก้ได้ด้วยการนำน้ำพุมาตั้งไว้บริเวณนั้น เพื่อลดความชั่วร้ายต่าง ๆ ที่จะเข้ามา ให้กระจายเป็นพลังที่ดี 

  3. ลักษณะที่ดีของตู้ปลา
• ตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยงปลา ควรมีการไหลเวียนของน้ำ ให้น้ำเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย หมายถึง ลักษณะของเงินที่หมุนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ

• น้ำที่ใช้เลี้ยงปลา ควรจะใส สะอาด มองเห็นตัวปลา มองแล้วรู้สึกผ่อนคลาย และสบายใจ 

   4. เลี้ยงปลาอะไรดี
• ปลาที่นิยมเลี้ยงกัน และถือว่าจะนำพาความร่ำรวย โชคดี และความเจริญต่างๆ มาให้ ได้แก่ ปลาเงินปลาทอง ปลาคาร์ฟ และปลาอะโรวาน่า หรือที่นิยมเรียกกันว่า ปลามังกรนั่นเอง

• เมื่อเลือกชนิดของปลาที่จะเลี้ยงแล้ว ก็ควรเลือกปลาตัวที่มีลักษณะดีด้วย นั่นคือ ควรดูลักษณะการว่ายของปลา ไม่เลือกปลาที่ว่ายหัวทิ่ม นอกจากนี้ ควรพิจารณาสีสัน และรูปทรงของปลา ให้ดูแล้วสง่างามด้วย

• จำนวนของปลาที่นิยมเลี้ยง คือ 1, 4 หรือ 9 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นเลขมงคล จะเลือกเลี้ยงจำนวนเท่าใดก็ควรคำนึงถึงขนาดของตู้ปลา และธรรมชาติของปลาชนิดนั้นๆ ว่าชอบอยู่เดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม


ขอบคุณข้อมูล
http://www.bunditcenter.com/articles.php?articleId=100
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกับการใช้สีของบ้านที่ถูกต้อง?

 

ฮวงจุ้ยได้เข้ามามีบทบาทต่อสถาปัตยกรรมในการสร้างบ้านเรือนมากขึ้น นักดูฮวงจุ้ยจึงมีอิทธิพลต่อการออกแบบสร้างบ้านด้วยการผสมผสานหลักความเชื่อใน แบบเก่าเข้ากับความนิยมของผู้คนในสมัยปัจจุบัน ซึ่งสามารถแบ่งส่วนต่าง ๆ ของตัวบ้าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ตามหลักของฮวงจุ้ยได้ดังต่อไปนี้

      ประตูทางเข้า เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะฮวงจุ้ยที่ดีขึ้นอยู่กับรูปทรง ขนาด และทิศทางของประตู เช่น ประตูที่หันหน้าเข้าหากันควรจะตรงกัน ไม่ควรอยู่เหลื่อมล้ำกัน เพราะอาจทำให้เจ้าของบ้านได้รับอันตรายได้ แต่ถ้าประตูบ้านใครเหลื่อมล้ำอยู่แล้วสามารถแก้ไขได้โดยการหารูปภาพ หรือกระจกเงามาแขวนไว้ เพื่อทำให้ประตูที่อยู่ตรงข้ามกว้างขึ้นและควรหลีกเลี่ยงไม่ทำประตูหรือหน้าต่างในแนวเดียวกัน 3 บานเชื่อว่าสิ่งอัปมงคลต่าง ๆ จะเข้ามาในบ้านอย่างง่ายดาย

      ห้องโถงหรือล็อบบี้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อตัวเจ้าของบ้านได้ เช่น ถ้าห้องโถงมีขนาดแคบจนเกินไป อาจทำให้สิ่งดี ๆ เข้าบ้านได้ช้าลง ทำให้ขัดขวางความเจริญรุ่งเรืองของผู้อยู่อาศัยได้

      เรายังใช้หลักทั้งห้าธาตุเป็นเครื่องมือในการวินิจฉัยว่าสีอะไรเป็นประโยชน์ต่อตำแหน่งใด ซึ่งทั้ง 5 ธาตุ จะประกอบไปด้วย ธาตุไฟสัมพันธ์กับสีแดง ธาตุน้ำสัมพันธ์กับสีดำ ธาตุไม้สัมพันธ์กับสีเขียว ธาตุดินสัมพันธ์กับสีเหลือง และธาตุทองสัมพันธ์กับสีขาว ควรนำสีของธาตุทั้งห้ามาปรับใช้กับบ้านเรือนมาปรับวางตำแหน่งที่กลมกลืนกับห้องต่าง ๆ ภายในห้อง ซึ่งจะสามารถเกื้อหนุนให้ดีขึ้นได้ ทั้งนี้ชาวจีนมีการนำเอาสีของห้าธาตุมาปรับใช้จนถึงปัจจุบันนี้ คือ

สีแดงและสีเขียว จะเกื้อกูลความมั่งคั่ง
สีเขียว สีแดง และสีเหลือง ก่อให้เกิดชื่อเสียง
สีแดงและสีขาวเกื้อหนุนชีวิตสมรส
สีเหลือง สีขาว และสีดำ ส่งเสริมบุตรธิดา
สีดำและสีขาว ทำให้มีผู้ช่วยเหลือ
สีขาว สีดำ และสีเขียว ช่วยเกื้อหนุนทางด้านอาชีพ
สีดำและสีเขียว ช่วยเพิ่มพูนความรู้
สีดำ สีเขียว และสีแดง จะเอื้ออำนวยต่อครอบครัว


      ศาสตร์เหล่านี้แม้จะยังพิสูจน์ในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรมองข้าม อย่างน้อยก็ช่วยทำให้เราอุ่นใจและสบายใจได้ค่ะ แล้วเรายังมีข้อมูลเรื่องสีอีกมากมาย ที่สามารถสร้างความมหัศจรรย์ที่คุณคาดไม่ถึง ลองติดตามคอลัมภ์ จากสีนิปปอนเพนต์ซึ่งจะคัดสรรเรื่องราวเกี่ยวกับสี มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน โดยจะหมุนเวียน สลับสับเปลี่ยนในทุกๆเดือนค่ะ ต้องติดตามเป็นแฟนประจำกันนะค่ะ .....


ข้อมูล: สีนิปปอนเพนต์
www.nipponpaint.co.th

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

หลักฮวงจุ๊ยกับการบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ซิ้งเอี้ย?

 

การบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ซิ้งเอี้ย ปางมหาเศรษฐีชัมภล เทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิ้งเอี้ยปางมหาเศรษฐีชัมภล ซึ่งเป็นปางใหญ่ที่สุดในสามปางของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เพราะปางนี้เป็นปางของมหาราช หรือกษัตริย์ เครื่องทรงกษัตริย์ตามแบบโบราณ อีกสองปางเป็นปางที่ประยุกต์มาจากลัทธิเต๋า มีเค้าโครงมาจากขุนนางจีน ซึ่งทั้งสามปางถือเป็นที่เคารพกราบไหว้เพื่อส่งผลทาง โชคลาภทุกองค์ 

      เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่ซิ้งเอี้ย) ปางมหาเศรษฐีชัมภล สำหรับในประเทศไทยมักเรียกท่านว่า ท้าวกุเวร ท้าวชุมพล บาง แห่งจะเรียกท่านว่า "เจ้าพ่อขุมทรัพย์" 

      เทพเจ้าแห่งโชคลาภปางมหาเศรษฐีชัมภลนี้จะมีความพิเศษ อยู่ที่วัตถุที่อยู่ในพระหัตถ์ขวา คือ สัตตรัตนมณี หรือ แก้วเจ็ดประการ นัยความหมายคือ การประทานสมบัติเจ็ดประการ เพื่อความรุ่งเรืองของแผ่นดิน ดังนี้


1.จักรรัตนะ คือ จักรแก้ว หมายถึง การมีอำนาจหรือเดชานุภาพ แผ่ขยายไปทั่วทุกทิศ
2.หัตติรัตนะ คือ ช้างแก้ว หมายถึง การแสดงออกซึ่งความมีบารมีที่ยิ่งใหญ่ ความมั่นคง
3.อัสสรัตนะ คือ ม้าแก้ว หมายถึง การมีบริวารข้าทาสรับใช้ที่ดี
4.มณีรัตนะ คือ มณีแก้ว หมายถึง ความสว่าง ความมีสติปัญญา ความรู้
5.อิตถีรัตนะ คือ นางแก้ว หมายถึง ได้คู่ครองที่ดีมีความงดงาม
6.คหปติรัตน คือ ขุนคลังแก้ว หมายถึง ความมีทรัพย์สินเงินทองบริบูรณ์
7.ปริณายกรัตนะ คือ ขุนพลแก้ว หมายถึง ที่ปรึกษาคู่ใจ ผู้ให้ความรู้ ผู้ปกป้อง คุ้มครอง รวมถึงบุตรที่ดี


      ดังนั้นอานุภาพแห่งมหาเศรษฐีชัมภลนี้สามารถอธิษฐานขอ พรได้ 7 ประการ ตามคุณลักษณะของสมบัติ 7 ประการ ซึ่งประทานให้โดยมหาราชผู้เป็นท้าวจตุโลกบาล ผู้คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์

      วิธีการตั้งองค์เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

1.ให้ตั้งองค์ท่านนั่งพิงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือหลังพิงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรับพลังแห่งโชคลาภ ความโชคดี ตามหลักฮวงจุ๊ย
2.หากไม่สามารถตั้งตามทิศดังกล่าวได้ ให้ตั้งบูชาตามความเหมาะสม แต่ต้องต่ำกว่าพระพุทธรูป
3.ควรตั้งบนตู้เซฟ โต๊ะทำงาน ที่เก็บเงิน ทรัพย์สิน เพื่อเพิ่มพูนทรัพย์สินเงินทอง และรักษาทรัพย์สินที่มีอยู่ให้มั่นคง
4.ตั้งหน้าร้านค้า ตู้ใส่สินค้า สิ้นชักเงิน ตะกร้าใส่เงิน
5.การตั้งบูชาหน้ารถ สำหรับปางมหาเศรษฐีชัมภล คือว่าเหมาะเพราะท่านคือ ท่าวเวสสุวรรณ เจ้าแห่งยักษ์ ซึ่งเป็นที่เกรงกลัวของบรรดาภูตผีปีศาจ อำนาจชั่วร้ายทั้งปวงที่อยู่ตามถนนหนทางหรือสัมภเวสี จะไม่กล้าเข้ามารบกวน

      วิธีการบูชา

1.บูชาด้วยน้ำเปล่า 3 ถ้วยทุกวัน หรือตามแต่เหมาะสม อาจทำทุกวันพระก็ได้ เสมือนว่าโชคลาภได้มาเปล่าๆ ได้มาง่ายๆ

 

2.ถวายผลไม้ พวงมาลัย หรือดอกไม้มงคลอื่นๆ


3.ให้สวดคาถาบูชาขอพรทุกวัน หรือตามแต่สะดวก


4.จุดธูปบูชา 8 ดอก

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
ฟอร์เวิดเมลล์

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

จัดสวนสวย..เสริมฮวงจุ้ยบ้าน

เรื่องของการจัดสวนภายในบ้าน ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบ้านในยุคนี้ เพราะสวน ได้กลายเป็นจุดเด่น เป็นหน้าตาของบ้าน แถมยังเป็นการเสริมฮวงจุ้ยบ้าน ให้ดีได้อีกด้วยค่ะ


    ตำราฮวงจุ้ยมีพูดถึงหลักในการจัดสวนเอาไว้ หลากหลายรูปแบบด้วยกัน และเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจไม่น้อย ปัจจุบันคนก็หันมานิยมจัดสวนแต่งบ้านกันอย่างจริงจัง บางบ้านหมด เงินไปกับเรื่องนี้มากโขทีเดียว ลองมาดูกันสิว่า ในทางฮวงจุ้ยพูด ถึงการจัดสวน เอาไว้อย่างไร

1. ตำแหน่งสวนควรอยู่ทางทิศตะวันออก

     การกำหนดพื้นที่สำหรับจัดสวนภายในบริเวณบ้าน ถือเป็นสิ่งแรกที่จะต้องพิจารณา การที่ตำราระบุว่า สวนควรอยู่ทางทิศตะวันออก ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าทิศตะวันออกเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดในยามเช้า จะช่วยส่งเสริมต้นไม้ให้มีความงอกงามและเขียวสด เพราะเป็นแสงที่ไม่แรงจนเกินไป

2. สวนต้องครบองค์ประกอบของธาตุทั้ง 5 คือ น้ำ ไม้ ไฟ ดิน และทอง

     สวนที่ดีจะต้องประกอบไปด้วย ต้นไม้ (ธาตุไม้) น้ำตก น้ำพุ อ่างบัว บ่อปลา (ธาตุน้ำ) แสงแดดส่องถึง(ธาตุไฟ) มีดินที่สมบูรณ์(ธาตุดิน) และที่สำคัญจะต้องมีการตกแต่งสวนอย่างสวยงาม(ธาตุทอง) ไม่ใช่ปล่อยให้รกรุงรัง กลายเป็นป่ามากกว่าสวน

3. น้ำตกในสวนจะต้องหันหน้าน้ำตกเข้าบ้านเสมอ

     การตกแต่งสวนโดยมีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องในทางฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ว่าจะต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรณีของน้ำตก ที่มีการไหลของน้ำไม่เหมือนอย่างอื่น "หน้าน้ำตกจะต้องหันเข้าบ้าน ห้ามหันออกนอกบ้าน" เพราะการหันออกนอกบ้านจะหมายถึงการเงินไหลออก เพราะน้ำแทนความหมายของโชคลาภการเงินนั่นเอง นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่จะต้องจำไว้ในการแต่งสวน

4. บ่อน้ำ สระน้ำ รูปทรงต้องไม่ร้าย

     การขุดบ่อน้ำหรือสระน้ำในสวนนั้นสิ่งที่จะต้อง คำนึงถึงก็จะเป็นเรื่องของรูปทรงของสระนั้น ในทาง ฮวงจุ้ย จะให้ใช้รูปทรงที่ไม่ทำร้ายคนในบ้าน เช่น รูปทรงที่เป็นเหลี่ยม รูปทรงขนมเปียกปูน สามเหลี่ยม เป็นต้น ควรใช้รูปทรงโค้งมน หรือวงกลม จะถือว่าดีที่สุด

5.ก้อนหิน วางผิดเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง 

     หิน มาตกแต่งสวนต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะก้อนหินใหญ่เพราะในทางฮวงจุ้ย "ก้อนหิน" จะหมายถึงอุปสรรค การเลือกก้อนหินในการแต่งสวนจะต้องเลือกก้อนที่มีลักษณะกลมมน ห้ามเป็นเหลี่ยมคม หรือมีมุมแหลมก้อนหินที่มีรูก็เป็นลักษณะต้องห้ามเช่นกัน ตำแหน่ง ในการวางส่วนใหญ่ จะวางบริเวณมุมบ้าน ห้ามวางไว้หน้าบ้านหรือบริเวณที่ตรงกับประตูบ้าน

6.บ้านเล็ก ห้ามปลูกต้นไม้ใหญ่

      บ้านที่มีขนาดเล็กมีพื้นที่จำกัดในการจัดสวน อย่างบ้านทาวน์เฮาส์ ห้ามเอาต้นไม้ใหญ่ มาปลูก เพราะจะก่อผลเสียมากกว่าผลดี สิ่งที่มองเห็นได้ชัด ก็คือ ต้นไม้ใหญ่จะทำลายฐานบ้าน และกิ่งก้านของต้นไม้ยังทำลายตัวบ้านอีกด้วย บ้านขนาดเล็กอย่างทาวน์เฮาส์ไม่ควรปลูก ต้นไม่ใหญ่ในบ้าน

7.หลีกเลี่ยงไม้หนามในการแต่งสวน

     เรื่องต้นไม้ที่มีหนามแหลม ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่าเป็นข้อห้ามอยู่แล้ว เพราะหนามที่แหลมคมจะส่งผลกระทบ ต่อคนในบ้านได้ แต่บางคนอาจจะสงสัยว่าต้นไม้อย่าง เฟื่องฟ้า โป๊ยเซียน ที่คนนิยม นำมาปลูกในบ้านทำไมถึงไม่ห้าม ความจริงแล้วไม้หนามอย่างเฟื่องฟ้าหรือโป๊ยเซียน ก็เข้าข่ายเป็นต้นไม้ต้องห้ามเหมือนกัน เพราะมีหนามแหลม

     เพียงแต่ว่า ชื่อของต้นไม้เป็นมงคลเท่านั้น และต้นเฟื่องฟ้าส่วนใหญ่ จะนิยมปลูก ริมรั้ว หรือ กำแพง ซึ่งกลับเป็นผลดีในแง่ของการป้องกันสิ่งไม่ดีเข้าบ้าน เหตุผลที่ตำราห้ามเอาไว้อย่างนั้น ก็เพราะหนามแหลมของต้นไม้ อาจจะเกี่ยวคนเดินผ่านไปมาในบ้านได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กๆ นอกจากนี้ เวลาต้นไม้เติบโตเป็น ต้นไม้ใหญ่ จะเคลื่อนย้าย หรือตัดกิ่งของต้นไม้ค่อนข้างจะยากที่จะไม่โดยหนามเกี่ยว

ที่มา http://www.decorreport.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ปัญหาชีวิตคู่ด้วยฮวงจุ้ย

 

ตามมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย มันอาจมีบางมุมในบ้านของคุณ ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความ ขัดแย้งระหว่างคุณกับคู่ครองได้ ต่อไปนี้คือ วิธีแก้ไขความขัดแย้งในชีวิตคู่ตามหลักฮวงจุ้ย

- หาผ้าปูที่นอนผืนใหม่แทนผืนเก่า สีชมพูและเขียวเป็นสีที่ดีอย่างมากในการเปิดใจคุณให้สื่อสาร กับคู่ครองได้ดีขึ้น

- ลงทุนซื้อที่นอนใหม่ ถ้าคุณไม่ได้ซื้อใหม่ตอนแต่งงาน

- วางเตียงให้ชิดผนัง ไกลจากประตูมากที่สุด คุณและคู่ครองควรมองเห็นประตูได้อย่างชัดเจน

- ให้แน่ใจว่าโครงสร้างของเตียงแข็งแรง เตียงที่โยกเยกคลอนแคลน ควรต้องเปลี่ยนใหม

่- ตกแต่งมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ของห้องนอน ด้วยสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ถึงความเติบโต และกลม กลืนของชีวิตคู่ของคุณ เช่นรูปภาพคุณกับแฟนที่ ยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุข เทียนสีชมพูสองแท่ง ดอกไม้สดสีชมพู สีเหลือง หรือฟ้า หรือของอะไรก็ตามที่เป็นค

ู่- วางหมอนบนเตียงอย่างน้อยสองใบ และจำนวนหมอนที่เพิ่มขึ้นต้องเป็นจำนวนคู่เท่านั้น

- สำรวจมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ของทุกห้องในบ้าน ดูว่ามีอะไรอยู่ในมุมเหล่านั้น มันว่างเปล่าหรือ รกรุงรังกันแน่ ทำความสะอาดและกำจัดความรกรุงรังเหล่านั้นออกไป และหาต้นไม้หรือของเป็นคู่ มาวางแทน

- จัดระเบียบและทำความสะอาดประตูทางเข้าด้านหน้า ถ้าโถงทางเข้าเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย และดูสับสนวุ่นวาย มันจะกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้ง

ที่มา http://www.womaninfocus.com/
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกระตุ้นความรัก และเสน่ห์

 


นอกจากเรื่องของสุขภาพอนามัยและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ฮวงจุ้ยยังส่งผลต่อความรักของผู้อยู่อาศัยด้วย โดยบ้านแต่ละหลังจะมีทิศทางหรือมุมที่มีพลังเสน่ห์ประจำตัวของแต่ละบุคคลแฝงอยู่ ได้แก่……..

1. คนเกิดปีชวด, วอก, มะโรง ทิศทางที่มีพลังแฝงของเสน่ห์ประจำตัวคือ ทิศราศีระกา (ทิศตะวันตก)
2. คนเกิดปีขาล, มะเมีย, จอ ทิศทางที่มีพลังแฝงของเสน่ห์ประจำตัวคือ ทิศราศีเถาะ (ทิศตะวันออก)
3. คนเกิดปีกุน, เถาะ, มะแม ทิศทางที่มีพลังแฝงของเสน่ห์ประจำตัวคือ ทิศราศีชวด (ทิศเหนือ)
4. คนเกิดปีมะเส็ง, ระกา, ฉลู ทิศทางที่มีพลังแฝงของเสน่ห์ประจำตัวคือ ทิศราศีมะเมีย (ทิศใต้) 

    การที่จะดูว่าเราเกิดปีใดให้ใช้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นปีใหม่มิใช่วันที่ 1 มกราคมตามที่เข้าใจกัน เช่นคนเกิดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2548 บุคคลผู้ที่จะเป็นปีวอก มิใช่ปีระกา เป็นต้น ไม่เพียงแต่เราจะใช้ปีเกิดในการหาทิศเสน่ห์ วันที่เกิดเราก็สามารถหาทิศเสน่ห์ได้เช่นเดียวกัน แต่จะต้องมีการคำนวณที่สลับซับซ้อน ผู้อ่านท่านใดสนใจกรุณาเข้าไปผูกดวงได้เว็บบอร์ดครับ

    การจะกระตุ้นพลังเสน่ห์ของแต่ละบุคคลให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพคือ ต้องดูแลพื้นที่บริเวณนั้นให้สะอาดเรียบร้อย ดูแล้วสบายตา มองแล้วสบายใจ แล้วจะส่งผลให้พลังเสน่ห์ที่แฝงอยู่ตามทิศเหล่านั้นกระจายพลังที่ดีออกมาให้กับผู้อาศัยภายในบ้านได้ 

    นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับการเสริมเสน่ห์คือ นำแจกันดอกไม้สดไปวาง ณ มุมของบ้านทิศนั้นๆ โดยต้องคอยดูแลดอกไม้ให้สวยงามและสดอยู่เสมอ สาเหตุที่ใช้ดอกไม้เพราะมีความเชื่อว่า ดอกไม้ทุกชนิดนอกจากจะกระจายฮอร์โมนเพื่อดึงดูดให้แมลงมาดอมดมเกสรแล้ว ยังทำให้ร่างกายมนุษย์มีปฏิกิริยาหลั่งฮอร์โมนพิเศษออกมาด้วย ฮอร์โมนนี้เองจะเป็นตัวกระตุ้นความรู้สึกรัก ชอบ หรือความรู้สึกทางเพศของบุคคลที่เราเข้าไปใกล้ชิด หรือที่เรียกว่ามีเสน่ห์ดึงดูดนั่นเอง

หลักการวางแจกันดอกไม้ในทิศทางที่มีพลังแฝงของเสน่ห์ของแต่ละคนคือ

1. ทิศระกา (ทิศตะวันตก) เหมาะสำหรับวางแจกันโลหะ หรือแจกันสีขาว ประดับด้วยดอกไม้สดสีเหลือง หรือ สีขาว จำนวน 8 ดอก
2. ทิศราศีเถาะ (ทิศตะวันออก) เหมาะสำหรับวางแจกันสีดำ หรือ สีน้ำเงิน หรือสีฟ้า ประดับด้วยดอกไม้สดสีเขียว หรือ สีฟ้า หรือ สีน้ำเงิน จำนวน 1 ดอก
3. ทิศราศีชวด (ทิศเหนือ) เหมาะสำหรับวางแจกันโลหะ หรือ แจกันสีขาว หรือสีดำ ประดับด้วยดอกไม้สีขาว หรือสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน จำนวน 6 ดอก
4. ทิศราศีมะเมีย (ทิศใต้) เหมาะสำหรับวางแจกันสีเขียว หรือ สีแดง หรือแจกันที่ทำจากวัสดุที่เป็นไม้ ประดับด้วยดอกไม้สีแดง หรือ ดอกไม้สีเขียว และต้องเป็นพันธุ์ที่ไม่มีหนาม จำนวน 9 ดอก

     แต่สำหรับผู้ที่แต่งงานแล้วการเสริมเสน่ห์นี้อาจเป็นดาบสองคม เนื่องจากเสน่ห์ดีจนไปต้องตาของบุคคลที่สามจนอาจนำมาซึ่งปัญหาชู้สาวได้ ฉะนั้นหากครอบครัวของคุณเกิดปัญหาดังกล่าวแล้วให้ลองมองหาแจกันดอกไม้ในบ้านในทิศทางดังกล่าวแล้วกรุณานำออกไปโดยด่วนก่อนที่มันจะสายเกินไป

"บทความดังกล่าวเป็นลิขสิทธิ์ของ Fengshuix.com ทางเวบได้รับอนุญาตให้เผยแพร่บทความนี้ได้ ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด นำไปใช้บางส่วนหรือทั้งหมดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางเจ้าของบทความเป็นอัน ขาด"





ข้อมูล http://www.fengshuix.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

จัดโต๊ะเรียนลูกอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

เราทุกๆคนคงอยากให้ลูกหลานของเรานั้นเป็นคนที่ดี ประสบความสำเร็จในการศึกษา และหน้าที่การงานในอนาคตนะครับ การจัดฮวงจุ้ยในส่วนของโต๊ะเรียนนั้นถือว่ามีผลกับเด็กๆอย่างมาก เพราะถ้าเด็กๆใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอ่านหนังสือหรือทบทวนบทเรียนนั้นก็จะเป็นที่มาของการประสบความสำเร็จในอนาคตได้

      โดยหากท่านสามารถจัดฮวงจุ้ยที่โต๊ะเรียนของลูกหลานท่านได้ดีแล้วจะสามารถทำให้เด็กๆมีความสนใจในเรื่องการศึกษาหาความรู้ไม่น้อยไปกว่าการใช้เวลาไปกับการเล่นเกมส์หรืออินเตอร์เน็ทเช่นในปัจจุบัน โดยหลักของการจัดฮวงจุ้ยของโต๊ะเรียนมีดังต่อไปนี้



1. ต้องอยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้ไกล เนื่องจากประสามสัมผัสในการมองนั้นจะเป็นสิ่งที่สร้างจินตนาการที่กว้างไกลให้กับเด็กได้ หากเราสามารถจะจัดให้ลูกหลานของเรานั่งในมุมที่สามารถมองออกไปเห็นทัศนียภาพต่างๆได้ยิ่งไกลเท่าใด ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เขามีการพัฒนาการในการสร้างจินตนาการมากขึ้นเท่านั้น การตั้งโต๊ะเรียนให้สามารถมองไปที่หน้าต่างหรือประตูได้จึงเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับการจัดฮวงจุ้ยในข้อนี้ การจัดโต๊ะเรียนให้หันหน้าเข้าหากำแพงจึงถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี

2. ไม่ควรหันหลังให้ประตู เนื่องจากสายตาของมนุษย์นั้นได้ถูกสร้างให้สามารถมองให้เป็นมุมกว้างได้เพียง 180 องศา หรือกล่าวง่ายๆได้ว่า ไม่มีใครสามารถมองเห็นไปทางด้านหลังของตัวเองได้หากไม่ได้หันหลัง สำหรับประตูห้องนั้นในทางฮวงจุ้ยถือว่าเป็นจุดที่จ่ายกระแสพลังชนิดหนึ่ง เราจะพยายามหันหน้าเข้าหากระแสพลังงานดังกล่าว จะทำให้สามารถมองเห็นจังหวะและโอกาสที่ผ่านเข้ามาได้ดี

      หากเราต้องหันหลังให้กระแสพลังที่คนพามา นอกจากจะทำให้เราไม่สามารถมองเห็นจังหวะและโอกาสที่ผ่านเข้ามาได้ทันแล้ว จะยังทำให้เรานั้นเป็นคนที่หวาดระแวง และไม่มีสมาธิดี เนื่องจากเราจะพะวงในสิ่งที่เรามองไม่เห็นในด้านหลังของเราเป็นอย่างมาก หากเป็นเด็กก็จะทำให้ไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน เป็นที่มาของการไม่ประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษา

3. ต้องอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เนื่องจากแสงสว่างถือเป็นสิ่งที่สามารถกระตุ้นประสาทสัมผัสทางด้านการมองเห็นได้อย่างรวดเร็วที่สุด หากแสงสว่างในระดับที่อ่านหนังสือพิมพ์รที่ตัวหนังสือตัวเล็กๆได้โดยไม่ต้องเพ่ง จะทำให้เด็กขยันหรือมีความขอบในการอ่านหนังสือ ในทางกลับกันหากแสงสว่างไม่เพียงพอ เด็กจะไม่ขยันในการอ่านหนังสือ หรืออาจเป็นที่มาของการมีปัญหาทางด้านสายตาได้ เราสามารถสังเกตได้ว่า ในห้างสรรพสินค้าต่างๆบริเวณจุดจ่ายเงินจะเป็นที่ทีสว่างมากๆ เพื่อกระตุ้นการมองเห็นของลูกค้าและความโดดเด่นของสินค้า เพื่อส่งเสริมให้ยอดขายเพิ่มขึ้น

4. อยู่ในมุมที่มีพลังงานทางฮวงจุ้ยที่ดีแฝงอยู่ สำหรับฮวงจุ้ยในเชิงองศาทิศทาง (Compass Feng Shui Thery) เราจะพยายามจัดให้ลูกหลานของเรานั่งอยู่ในมุมที่มีธาตุน้ำ, ไม้ และ ไฟ ที่ดี เพราะธาตุน้ำ (Water Element) นั้นจะสร้างให้เด็กๆนั้นมีความคิดที่ลึกซึ้งและสดใสดังน้ำ ธาตุไม้ (Wood Element) จะทำให้เด็กๆได้มีพัฒนาการที่ต่อเนื่อง มีศิลปะวิทยาการที่ดี ดังเช่นต้นไม้ หรือ ธาตุไฟ (Fire Element) นั้นจำทำให้เด็กๆนั้นมีความคิดที่สว่างไสว และโดดเด่นเช่นแสงไฟ โดยในการคำนวณเพื่อหาทิศทางการสะสมตัวของกระแสพลังงานดังกล่าว ท่านจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากซินแสที่มีความชำนาญครับ

     อย่างไรก็ตามการจัดฮวงจุ้ยเพื่อให้ลูกหลานของเราฉลาดหลักแหลม ประสบความสำเร็จในการศึกษานั้น เรายังสามารถจัดฮวงจุ้ยที่ส่วนอื่นๆของบ้านเพื่อเสริมได้ควบคู่ไปกับการจัดโต๊ะเรียนด้วย การจัดห้องนอนเด็กให้ดี หรือการจัดห้องนั่งเล่นให้มีฮวงจุ้ยที่ดี แม้กระทั่งการจัดสวนที่ดีก็ยังสามารถช่วยในการพัฒนาลูกหลานของท่านได้เช่นเดียวกัน


ที่มา http://www.decorreport.com/
รูปภาพของ sinsai1975

จัดโต๊ะเรียนลูกอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

การจัดโต๊ะเรียนสำหรับลูกถ้าจัดตามรูปภาพแล้วจะทำให้เด็กขาดวิศัยทัศน์ที่กว้างไกล และขาดผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน และถ้าด้านหลังเป็นประตูด้วยจะขาดสมาธิอีกด้วยนะครับ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ขอบคุณ..

ขอบคุณอีกครั้งที่แนะนำ....เป็นภาพมาจากต้นฉบับของเขาเอง..คิดว่านำมาจากหนังสือตกแต่งภสยในนะคร่า ภาพประกอบฉาก..เท่านั้นจึงยังไม่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยแน่นอน..ขอบคุณที่ชี้แนะ...

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

แสงไฟตามหลักฮวงจุ้ย?

 
|

 

แสงไฟกับหลักฮวงจุ้ยต้องไปด้วยกันเสมอ ทั้งนี้เพราะไม่มีอะไรใช้เสริมพลังธาตุไฟได้ดีไปกว่าแสงสว่างอีกแล้ว...และแสงไฟก็สื่อถึงธาตุไฟได้อย่างดี

 

      เมื่อใดที่คุณตกแต่ง สถานที่ด้วยแสงไฟ ก็จะเป็นการกระตุ้นบริเวณนั้นด้วยพลังหยางอันเป็นมงคล สิ่งที่ต้องรู้ต่อไปก็คือวิธีกำหนดพื้นที่ที่ควรกระตุ้น และแสงไฟแบบใดที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ที่ คุณต้องการมากที่สุด เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการใช้แสงไฟในบ้านมาสร้างพลังชี่มงคลนำโชคให้กับคุณ 6 ข้อดังนี้ 

     1.การกำหนดทิศเพื่อกระตุ้นพลังงาน

      ศาสตร์ฮวงจุ้ยส่วนมากมีพื้นฐานมาจากหลักปากั้วและทิศทั้งแปดภายในปากั้ว (สัญลักษณ์แปดด้านที่เป็นตัวแทนของทิศทั้งแปด) มีทิศหลักอยู่สี่ทิศด้วยกัน (ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก)

 

       และทิศรองสี่ทิศ (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงใต้) ทิศแต่ละทิศเป็นตัวแทนของความ ปรารถนาในชีวิตด้านต่าง ๆ เมื่อกระตุ้นทิศใดทิศหนึ่งในบ้านด้วยแสงสว่าง ก็เท่ากับเป็นการกระตุ้นโชคของทิศนั้นนั่นเอง

       ทิศเหนือเป็นตัวแทนของโชคด้านหน้าที่การงาน ทิศใต้จะนำชื่อเสียงและความยอมรับนับถือมาให้ ทิศตะวันออกจะนำสุขภาพที่ดีมาให้ ทิศตะวันตกนำโชคด้านผู้สืบสกุลเข้ามา ทิศตะวันออกเฉียงเหนือคือทิศการศึกษา ทิศตะวันตกเฉียงเหนือแทนโชคด้านมิตรภาพและผู้อุปถัมภ์ ทิศตะวันออกเฉียงใต้แทนโชคด้านความมั่งคั่งร่ำรวย

 

       และทิศตะวันตก เฉียงใต้แทนโชคด้านความรัก ฉะนั้น สมมติว่าคุณกำลังมองหาความรัก ก็ให้ติดตั้งแสงไฟในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านและเปิดไฟทิ้งไว้อย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง วิธีนี้จะนำ โอกาสด้านความรักมากมายเข้ามาหาคุณและช่วยดึงดูดเนื้อคู่มาสู่ชีวิตคุณ 

    2.การใช้สีสันต่าง ๆ

       เมื่อรู้แล้วว่าคุณต้องกระตุ้นทิศใด ขั้นต่อไปที่จะต้องทราบก็คือควรใช้แสงไฟแบบใด แสงไฟที่ปลอดภัยที่สุดคือแสงที่ปราศจากสีหรือแสงสีขาว เพราะสีขาวเป็นสีที่รวมเอาแสง สีต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน แต่หากอยากใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น หรือต้องการเน้นไปที่การกระตุ้นของคุณ ควรเลือกใช้สีที่เข้ากับพลังงานประจำทิศนั้น

       พลังงานต่าง ๆ จะถูกจัดแบ่งเป็นห้าธาตุ คือธาตุไฟ ธาตุดิน ธาตุโลหะ ธาตุน้ำ และธาตุไม้ ธาตุไฟคือสีแดงและสัมพันธ์กับทิศใต้ ธาตุดินคือสีเหลืองและสัมพันธ์กับทิศตะวันตก เฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ

 

       และจุดศูนย์กลาง ธาตุโลหะคือสีขาวและสัมพันธ์กับทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ธาตุน้ำคือสีน้ำเงินและสัมพันธ์กับทิศเหนือ ธาตุไม้ คือสีเขียวและสัมพันธ์กับทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ เวลาเลือกใช้แสงไฟที่มีสี ให้ใช้แสงสีขาว (ซึ่งรวมเอาพลังของสีทั้ง 5 อยู่ในตัว) หรืออาจเลือกใช้สีที่สัมพันธ์กับ ธาตุประจำทิศนั้น ๆ ก็ได้

    3.แสงจ้ากับแสงอ่อน

       ความสว่างของแสงก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยทั่วไป แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือที่เรียกว่าหลอดนีออนนั้นถือว่าเป็นแสงจ้า ในขณะที่แสงสีเหลืองส้มจะดูนวลตากว่า แสงจ้า เหมาะสำหรับห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือในบ้าน โถงทางเดิน ลานจอดรถ และระเบียงก็ควรใช้ไฟสว่างเช่นกัน แต่หากเป็นห้องนอนและห้องพักผ่อน การใช้แสงที่สว่างมาก เกินไปจะทำให้ห้องนั้นมีพลังงานมากเกินควร ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ยาก

       ในการเลือกใช้แสงในบ้าน การแยกผลกระทบของแสงทั้งสองแบบที่จะมีต่อห้องต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้บรรยากาศในห้องแตกต่างกันและให้ความรู้สึกตรงกันข้ามได้โดยสิ้นเชิง หากคุณกระตุ้นมุมใดมุมหนึ่งในห้อง ทางที่ดีควรใช้แสงนวลตาในรูปของโคมไฟหรือโคมไฟลาวา แสงสว่างควรจะเอาไว้ใช้ในพื้นที่ที่ไม่เป็นส่วนตัว หรือในกรณีที่ต้องการให้ พื้นที่นั้นดูกว้างขึ้น เช่น ระเบียงแคบ ๆ เท่านั้น 

    4.สัญลักษณ์และรูปปั้นต่าง ๆ

       มีวัตถุและสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากมายที่สามารถจะใช้เป็นเครื่องเสริมฮวงจุ้ยแบบคู่ เมื่อใช้แสงไฟเป็นคู่ สัญลักษณ์นั้นก็จะได้รับพลังอำนาจในการดึงดูดโชคลาภเข้ามาสู่ชีวิต คุณมากขึ้น สัญลักษณ์มงคลมีตั้งแต่ของหายาก เช่น คางคกสามขา เต่ามังกร และชิหลิน ไปจนถึงของที่พบเห็นได้ทั่วไปอย่างเช่น นกชนิดต่าง ๆ ม้า ช้าง และคริสตัล

      รายชื่อสัญลักษณ์มงคลที่มีนัยตามหลักฮวงจุ้ยนั้นร่ายได้ยาวเป็นหางว่าว (ยาวเกินกว่าที่จะบรรยายลงในที่นี้ได้หมด) แต่ตราบใดที่คุณหลีกเลี่ยงรูปปั้นรูปทรงแหลม สัตว์ป่า และ ของตกแต่งบ้านที่ดูดุร้าย ก็น่าจะปลอดภัยแล้ว แต่คุณก็สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการจับคู่สัญลักษณ์ต่าง ๆ กับแสงไฟตามต้องการได้ ผลที่แสงไฟจะมีต่อวัตถุนั้น ๆ ก็ คือช่วยเพิ่มพลังงานให้กับวัตถุนั้นเพื่อเสริมโชคให้กับคุณ 

    5.ทิศที่ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งแสงสว่างไว้


      แม้ว่าการรู้จักใช้แสงไฟอย่างชาญฉลาดจะเป็นวิธีเสริมฮวงจุ้ยที่ดีวิธีหนึ่ง แต่ก็มีบางทิศที่ไม่ควรกระตุ้นด้วยแสงไฟ พื้นที่ต้องห้ามเหล่านี้ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องเก็บของ และห้องครัว เวลาที่ไม่ใช้ห้องเหล่านี้ ก็ควรปิดไว้ให้มิดชิด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดไฟในบริเวณเหล่านี้ไม่ได้

 

      การเข้าห้องน้ำมืด ๆ เป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก ๆ ! เพียงแต่ หมายความว่าคุณไม่ควรทำให้ห้องต่าง ๆ เหล่านี้เด่นหรือสำคัญกว่าบริเวณอื่น ๆ ในบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร และห้องครอบครัว ซึ่งถือว่าเป็นห้องที่ควรให้ความ สำคัญมากกว่า 

    6.อิทธิพลประจำปี

       และข้อสุดท้าย อย่าลืมว่าฮวงจุ้ยมีมิติเวลา ในแต่ละปี คุณจะต้องรู้ว่าดาวที่ส่งอิทธิพลประจำปีอยู่ในทิศใดบ้างเพื่อจะได้ไม่ไปกระตุ้นพลังงานอับโชค ในปี 2548 ดาวร้ายห้า เหลืองซึ่งนำเคราะห์ร้ายมาให้เคลื่อนไปสถิตอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จึงไม่ควรเปิดไฟในทิศตะวันตกเฉียงเหนือให้มีแสงสว่างมากเกินไป

 

      วิธีควบคุมดาวร้ายห้าเหลืองอีก วิธีหนึ่งก็คือการตั้งเจดีย์พาโกดาห้าธาตุไว้ในทิศดังกล่าว ดาวอับโชคอีกดวงที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือดาวแห่งโรคภัยไข้เจ็บ แสงไฟจะยิ่งกระตุ้นให้ดาวดวงนี้มีพลังเข้มแข็งขึ้น ปี 2548 ดาวดวงนี้สถิตอยู่ทางทิศตะวันออก

 

       แต่ดาวอับโชคนี้ก็สามารถควบคุมได้ด้วยโมบายโลหะ แต่ทางที่ดีก็ไม่ควรกระตุ้นทิศนี้ด้วยการเปิดไฟให้สว่างจนเกินไปเพื่อเป็นการ ป้องกันไม่ให้ทุกคนในบ้านล้มป่วยลงได้


ข้อมูล http://www.wofs.co.th/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยของบ้าน กับ"เสียง"สัมพันธ์กันอย่างไร

 

หยินกับหยาง นั้นมาคู่กันความสมดุลเป็นสิ่งสำคัญ หากขาดหรือเกินสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปนั้นย่อมไม่ก่อให่เกิดผลดีแน่นอน อำนาจของเสียงนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เชื่อมต่ออารมณ์ของคนเราได้ดีมาก การนั่งในสถานที่สงบ พร้อมกับฟังเสียงของน้ำที่ไหลรินเบาๆดูจะช่วยให้จิตใจของเราดีขึ้น สำหรับคนที่กำลังมีอารมณ์เครียดอยู่ในขณะนี้สิ่งเหล่านี้ดูจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง

     ดังนั้นตำแหน่งที่ตั้งของบ้านจึงเป็นเรื่องที่คุณน่าจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หากบ้านนั้นตั้งอยู่ไกล้บริเวณที่มีเสียงดังอึกกระทึก อาจส่งผลเสียแก่ผู้ที่อยู่อาศัยทำให้เกิดความเครียดเข้ามากดทับ ทำให้เกิดความหมกมุ่นในใจ ก่อให้เกิดจิตใจที่เศร้าหมอง ดังนั้นหลักของการสร้างบ้านนั้นควรจะห่างจากตำแหน่งที่ก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนดูจะดีที่สุดค่ะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกับตำแหน่งเตาไฟ

 

1. เตาไฟควรอยู่ห่างหน้าต่าง เพราะกระแสลมจะทำให้ไฟในเตามีสภาพวูบวาบ ไม่มีพลังความร้อนเต็มที่ ส่งผลกระทบถึงผลประโยชน์รายได้วูบวาบไปด้วย ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเกินจำเป็น

2.เตาไฟตั้งอยู่ทิศตะวันตก ลูกหลานหรือผู้อาศัยมักไม่ดิ้นรนในการทำมาหากิน ผู้อยู่อาศัยจะเพลิดเพลินไปกับเรื่องที่ไร้ผลประโยชน์รายได้ เพราะมุมนี้เป็นเรื่องอนาคตของลูกหลาน เรียกว่า มุมเสือขาว

3. เตาไฟตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ครอบครัวจะมีความรุ่งเรือง ลูกหลานตั้งใจทำมาหากิน ตั้งใจเรียน ขยันขันแข็ง เพราะมุมนี้เป็นเรื่องของครอบครัว เรียกว่ามุมมังกรเขียว

4.ตู้เย็นอยู่ใกล้หรือตรงเตาไฟจนเกินไปไม่ดีนัก เพราะความร้อนของเตาไฟและความเย็นในตู้เย็น จะทำให้ สุขภาพไม่ปกติ

5.อ่างล้าง หรือ ซิงค์ อย่าให้อยู่ติดกับเตาไฟจนเกินไป หากแก้ไขไม่ได้ ควรหาอลูมินัมฟอยด์มากั้นไว้ เพราะธรรมชาติของน้ำกับไฟเป็นธาตุที่ทำลายกัน อาจส่งผลในการขัดแย้งเรื่องอาชีพการงานและตำแหน่งหน้าที่ หรือถูกคนขวางทางสะดวก


ที่มา http://www.homedd.com

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

หมายเลขบ้านและผลต่อฮวงจุ้ย?

ในวิชาอาถรรพ์ฮวงจุ้ยถือว่า หมายเลขบ้านมีผลในทางฮวงจุ้ยต่อผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้น ซึ่งหมายเลขบ้านที่กล่าวถึงนี้สามารถทำการคำนวณได้จากการเอาหมายเลข ของบ้านเลขที่ทั้งหมดมารวมกันจนกระทั่งได้หมายเลขสุดท้ายเป็นหมายเลขตัวเดียว


      จากนั้นจึงเอาหมายเลขดังกล่าวมาตรวจผลกระทบในทางฮวงจุ้ย และสำหรับในกรณีที่ บ้านบางหลังมีหมวดอักษรต่อท้ายเช่น ก หรือ ข ก็ใช้ตัวเลขแทนตัวอักษร คือ ก=1 ข=2 เรียงลำดับต่อๆกันไป แล้วนำมารวมกับเลขที่บ้านจนให้เหลือเลขตัวเดียว ส่วนความ หมายหรือผลในทางฮวงจุ้ยของหมายเลขที่ได้แต่ละหมายเลขมีดังนี้

     1. บ้านหมายเลขที่ 1 เป็นบ้านที่ทำให้คนในบ้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความเป็นอิสระหรือปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ไปในทางที่ดีขึ้น มีความเข้าใจในชีวิตและมีเป้าหมาย ในชีวิตที่แน่นอน แต่ก็มักจะเป็นคนที่ไม่ชอบเข้าสู่วงสังคม ชอบชีวิตที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว บ้านนี้เหมาะสำหรับคนที่มีอาชีพสร้างสรรค์

     2. บ้านหมายเลขที่ 2 เป็นบ้านที่ทำให้คนในบ้านสงบสุข มีความสัมพันธ์และมีความสามัคคีอย่างดีในครอบครัว

     3. บ้านหมายเลขที่ 3 เป็นบ้านที่ทำให้คนในบ้านมีใจกว้าง มีพัฒนาทางจิตสูง มองคนมองชีวิตในแง่ดี บ้านนี้เหมาะแก่การเข้าไปอยู่อาศัยรวมกันของคนต่างวัฒนะธรรมและ เหมาะที่จะใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ เหมาะแก่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นบ้านที่ดี

     4. บ้านหมายเลขที่ 4 เป็นบ้านที่ทำให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย เหมาะแก่การเข้าอยู่เพื่อวางรากฐานของชีวิตและอนาคต สามารถทำให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ได้ดี อาชีพ สำหรับการช่วยเหลือดูแลใดๆจะเหมาะแก่บ้านนี้ แต่การเข้าอยู่บ้านนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดความเครียดและทำงานหนัก

     5. บ้านหมายเลขที่ 5 เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยอิสระเสรี ทำให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารสดชื่นและกระตือรือร้น มีความสามารถในการสื่อสาร เหมาะกับนักหนังสือพิมพ์หรือองค์การสื่อ สารต่างๆ 

     6. บ้านหมายเลขที่ 6 เป็นบ้านที่เหมาะสมต่อการอยู่เป็นครอบครัว มีเด็กๆทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น และยังเหมาะกับผู้ที่มีอาชีพคอยดูแลให้คำปรึกษาต่างๆ

     7. บ้านหมายเลขที่ 7 เป็นบ้านที่เหมาะสมต่อการใช้เป็นสถานที่ใช้อาถรรพ์เรื่องลึกลับต่างๆ การติดต่อทางจิตวิญญาณ ไม่เหมาะที่จะใช้อยู่อาศัยเพื่อที่จะให้เกิดความมั่งคั่ง ร่ำรวย แต่จะทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยมีสัญชาติญาณที่ดี มีตาทิพย์ หรือมีอำนาจจิตเกิดขึ้นได้ง่าย 

     8. บ้านหมายเลขที่ 8 เป็นบ้านที่ช่วยให้มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเข้าอยู่อาศัยของผูที่อยู่ในสถานภาพผู้นำ หรือผูที่มีอำนาจหน้าที่ต่างๆภายในบ้าน ภายในครอบครัว จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่สำหรับคนนอกบ้านแล้วจะหาเพื่อนได้ยาก

     9. บ้านหมายเลขที่ 9 เป็นบ้านที่ทำให้เกิดความสมบูรณ์พูนพร้อม ทำให้มีความเป็นผู้นำเกิดแรงบันดาลใจเป็นผู้ที่มีความรู้และเป็นจุดสนในของคนทั่วไป งานต่างๆที่ทำจะ ประสบความสำเร็จหากได้เข้าอยู่ในบ้านนี้


ข้อมูล
http://fafonfai.org/
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

อิทธิพลแห่งความเชื่อของตัวเลข?

 

ทันทีที่ผู้คิดประดิษฐ์เครื่องหมายเพื่อใช้แทนจำนวนนับ มนุษย์และตัวเลขก็แทบจะผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว จะเหลียวซ้ายหรือแลขวา อาเจ้ อาม่า อาซ้อ คุณพ่อ คุณแม่ ก็ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเลขแทบจะทุกวินาที จึงไม่ต้องแปลกใจที่เลขเพียงไม่กี่ตัวจะแฝงไว้ด้วยความเชื่อมากมาย หลากเชื้อชาติก็แตกต่างทางความคิด 

                             หากไม่เชื่อ ลองพิสูจน์ส่วนหนึ่งผ่านตัวเลขต่อไปนี้ได้


     4-9-13 อิทธิพลของตัวเลขร้ายๆ ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ส่งผลให้สายการบิน Air Nippon Airways ไม่มีที่นั่งหมายเลข 4, 9 และ 13

     7 เลข 7 ถือเป็นเลขนำโชคตามความเชื่อของนักการพนันทั่วโลก ด้วยเหตุนี้เครื่องโยกสล็อตแมชีนจึงนำตัวเลข 777 มาเป็นเครื่องหมายแจ๊คพ็อตที่ให้รางวัลสูงที่สุด มีโอกาสเกิดตรงกันยากที่สุด

     ฉะนั้นจึงเหมาะกับคนที่โชคดีมากที่สุดเช่นกัน 7 แม้แต่เหล่าคนดังก็มักจะใช้เลข 7 เป็นตัวเลขนำโชค เช่น เจ เค โรว์ลิ่ง ผู้เขียน แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่วางแผนมาตั้งแต่ต้นว่าจะจบบทนิยายขายดีของเธอไว้แค่เล่มที่ 7 ขณะที่กุญแจความเชื่อเรื่องเลข 7 ยังซุกซ่อนอยู่ในนิยายดีเล่มนี้มากมาย เช่น ชั้นเรียนเวทมนตร์ของฮอกวอตส์ต้องเรียนทั้งหมด 7 ปี, ลอร์ดโวลเดอมอร์แยกวิญญาณออกเป็น 7 ดวงเพื่อความเป็นอมตะ, แฮร์รี่เกิดในกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ 7 ของปี ฯลฯ

     8 ชาวตะวันตกเชื่อว่าเลข 8 มีรูปลักษณ์เหมือนกันกับสัญลักษณ์แห่งความเป็นนิรันดร์หรืออนันต์ในเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ที่หมายถึงความไม่มีที่สิ้นสุด (infinity) จึงถือเป็นเลขโชคลางที่ใช้สื่อความหมายถึงความเป็นอมตะ ไม่มีที่สิ้นสุด

     8 ชาวจีนโดยเฉพาะผู้ที่ทำอาชีพค้าขายยกให้เลข 8 เป็นเลขแห่งมงคล เพราะในภาษากวางตุ้งมีความหมายว่า ร่ำรวย หรือ มั่งมี อีกทั้งยังหมายความได้ถึงตำนานแปดเซียนหรือโป๊ยเซียน ที่คอยดูแล ปกป้องรักษาลูกหลาน

88 ตัวเลข 88 ถือว่าเป็นตัวเลขนาซี

     แม้เลข 8 จะมีรูปทรงสมมาตรสวยงามและเป็นเลขนำโชคของคนจีน แต่อย่านำเลข 8 สองตัวมาใช้ในยุโรปเด็ดขาด ถ้าไม่อยากโดนเข้าใจผิดว่าคุณเป็นพวกนิยมนาซี เพราะในยุคฮิตเลอร์เรืองอำนาจ ชาวเยอรมันจะตะโกนว่า Heil Hitler เมื่อย่อเป็นภาษาเขียนก็จะกลายเป็น HH ซึ่งมีรูปร่างคล้ายหมายเลข 88 และตัว H ยังเป็นตัวอักษรตัวที่ 8 ของภาษาอังกฤษอีกด้วย เลข 88 จึงมีการนำมาใช้เพื่อประกาศว่า ข้าเป็นนาซี ซึ่งพบเห็นได้บ่อยๆ ในอีเมลแอดเดรส หรือชื่อเว็บไซต์ของกลุ่มนีโอนาซีที่มักลงท้ายด้วยเลข 88

     9 เลข 9 กับคนไทยนั้น ถือเป็นมงคลที่อยู่คู่กันมาช้านาน โดยเชื่อว่าเลข 9 ออกเสียงที่ไปพ้องกับคำว่า ก้าว หมายถึง ก้าวไปข้างหน้า ส่งผลให้ตัวเลข 9 กลายเป็นเลขมงคลที่คนไทยนิยมมากทุกยุคทุกสมัย

     ล่าสุดจากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกรายงานว่า การประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ในปี 2549 ในหมวดตัวอักษร ส ร ป้ายทะเบียนรถที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือ 9999 ราคาอยู่ที่ 660,000 รองลงมาคือ 8888 และ 7777 ราคาอยู่ที่ 470,000 และ 320,000 ตามลำดับ

     9 แต่อย่าได้นำเลขนี้ไปใช้กับหนุ่มสาวแดนปลาดิบเชียว เพราะตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นนั้น เลข 9 ในภาษาญี่ปุ่นจะอ่านออกเสียงว่า คุ ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำที่หมายถึง ความยากลำบาก จึงถือว่าไม่ดีและไม่งาม โดยเฉพาะบรรดานักเรียน ม.ปลาย ที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยถือว่าสำคัญต่ออนาคตของหนุ่มสาวญี่ปุ่นมาก ถ้าใครได้ทะเบียนสอบหมายเลข 9 ถือว่าซวยสุดๆ เห็นทีคงต้องสะเดาะเคราะห์กันขนานใหญ่

     11 วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ถือได้ว่าเป็นฝันร้ายของอเมริกันชน เมื่อประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจและการทหารถูกลอบโจมตีโดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย ด้วยการทำลายสัญลักษณ์สำคัญแห่งทุนนิยมของประเทศอย่างตึดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

     และหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นก็มีผู้ที่คิดถอดรหัสความหมายของเลข 11 ที่ซุกซ่อนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของอเมริกามากมายจนชวนให้ขบคิดว่า หมายเลข 11 ต้องการจะบอกอะไรกับอนาคตอเมริกันชนกันแน่ เริ่มจาก

     วันที่ 11 เดือนกันยายน = วันที่ 254(ของปีที่เกิดเหตุการณ์) = 2+5+4 = 11

     และหลังจากวันที่ 11 กันยายน (ของปีที่เกิดเหตุการณ์) จะมีวันเหลือในปฏิทินอีก 111 วัน ถึงจะครบสิ้นปี

     รหัส 119 คือ รหัสของประเทศอิรัก / อิหร่าน = 1+1+9 = 11

     ตึกแฝด เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ยืนตระหงานอยู่คู่กันด้วยลักษณะที่ดูคล้ายหมายเลข 11

     เครื่องบินลำแรกที่พุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเป็นเที่ยวบินที่ 11

     เครื่องบินลำที่สองที่พุ่งชนเป็นเที่ยวบินที่ 77 ซึ่ง 77 ก็คล้าย 11 เสียเหลือเกิน

     รัฐนิวยอกร์กเป็นรัฐลำดับที่ 11 ของสหรัฐอมเริกา

     เที่ยวบินที่ 11 มีผู้โดยสาร 92 คน = 9+2 = 11

     เที่ยวบินที่ 77 มีผู้โดยสาร 65 คน = 6+5 = 11

     เมือง New York City มีตัวอักษรทั้งหมด 11 ตัว

     ประเทศ Afghanistan (ซึ่งเชื่อว่าให้การสนับสนุนขบวนการอัล-เคดา ของโอซามา บิน ลาดิน) ก็มีตัวอักษรทั้งหมด 11 ตัว

     กระทรวงกลาโหม หรือ The Pentagon (หนึ่งในเป้าหมายสำคัญในเหตุการณ์คราวนั้น) ก็มีตัวอักษรทั้งหมด 11 ตัว

     13 ถือเป็นเลขแห่งความโชคร้ายและอัปมงคลตามความเชื่อของชาวตะวันตก โดยมีที่มาจากหลายๆ ตำนานในศาสนาคริสต์ เช่น ตำนานอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ที่ชื่อว่า เดอะลาสต์ซัปเปอร์ The Last Supper มีผู้ร่วมโต๊ะพร้อมหน้ากับพระองค์รวม 13 คน

      และจูดาร์ซึ่งเป็นศิษย์ทรยศก็นั่งในตำแหน่งที่ 13 ทำให้หมายเลขนี้กลายเป็นอาถรรพณ์ที่ชาวตะวันตกเกลียดกลัว และนำไปตีความถอดรหัสมากมาย เช่น โรงแรมส่วนใหญ่มักไม่มีห้องหมายเลข 13 หลายเมืองมักไม่มีถนนหมายเลขที่ 13 วงการรถแข่งไม่เคยปรากฏรถหมายเลขที่ 13 ฯลฯ

      13 ปัจจุบันทางการแพทย์ได้เรียกกลุ่มคนที่มีความกลัวหมายเลข 13 จนขึ้นสมองว่า Triskaideka Phobia โดย ดร.โดนัลด์ ดอสซีย์ นักจิตวิทยาบำบัดที่ชำนาญด้านการรักษาอาการกลัวบอกว่า เฉพาะในสหรัฐฯ ประเทศเดียวมีคนเป็นโรคผวาศุกร์ที่ 13 เป็นจำนวนมากถึง 21 ล้านคน

      13 แต่ที่หลุดโลกที่สุด เห็นจะเป็นในประเทศตุรกี ที่ถึงขนาดตัดเลข 13 ออกจากสารบบของตัวเลขเลยทีเดียว

      17 ชาวอิตาลีเชื่อว่าเลข 17 มีระดับความน่ากลัวพอๆ กับเลข 13 สาเหตุเพราะเมื่อเขียนเลข 17 เป็นเลขโรมันจะอยู่ในรูปของ XVII ซึ่งเมื่อสลับตัวอักษรเป็น VIXI จะมีความหมายว่า ฉันเคยมีชีวิตอยู่ ซึ่งแปลว่าตายแล้ว

      จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นอาคารในอิตาลีมักไม่มีชั้น 17 สายการบินหลายสายไม่มีที่นั่งหมายเลข 17 แม้แต่รถสัญชาติฝรั่งเศสอย่างเรโนลต์ รุ่น R17 เมื่อเข้าไปจำหน่ายในอิตาลีก็ยังต้องเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น R177

      25 ว่ากันว่าเมื่อหนุ่มหน้าใสถึงวัย 25 ตามคติพราหมณ์คัมภีร์พฤติกรรมศาสตร์เขาว่า ต้องเบญจเพส หมายถึง การเข้าสู่โชคและเคราะห์ที่รุนแรงไม่ทางบวกก็เป็นลบต่อชีวิต แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ถือเป็นจังหวะชีวิตที่ต้องระมัดระวังตัวในการเกิดอุบัติเหตุหรือเคราะห์ร้ายให้ดี (ฉะนั้เนสาวๆ ที่เคยเข้าใจผิดคิดว่าเหมารวมเพศหญิงเข้าไปด้วย ก็เตรียมชนแก้วฉลองกันได้)

      26 ปัจจุบันวันที่ 26 กลายเป็นวันแห่งแผ่นดินไหวตามความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่งที่อ้างพบสถิติที่ว่า ในรอบหลายปีที่ผ่านมาแผ่นดินไหวทั่วโลกมักจะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ยกตัวอย่างเช่น การเกิดแผ่นดินไหวระดับ 9.0 ริกเตอร์ บริเวณตะวันตกของเกาะสุมาตราเหนือ ที่ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ บริเวณเกาะพีพี เกาะภูเก็ต กระบี่ พังงา ฯลฯ มีรายงานผู้เสียชีวิตมากที่ศรีลังกา อินเดีย ก็เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เวลาประมาณ 8.00 น.

      666 ถ้านำชื่อของจอมเผด็จการ ฮิตเลอร์มาถอดเป็นตัวเลขโดยตั้งค่าให้ A=100, B=101, C=102, D=103, E=101 (ไล่ตามลำดับไปเรื่อยๆ) คำว่า HITLER จะมีค่าเท่ากับ H+I+T+L+E+R = 107+108 +119+111+104+117 = 666

      666 ชื่อเต็มของอดีตประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน แต่ละวรรค 6 ตัวพอดี คือ Ronald-Wilson-Reagan ทำให้เขามีชื่อเล่นในหมู่คนสนิทว่า 666 นอกจากนั้นบ้านที่แคลิฟอร์เนียของเขาในช่วงที่พ้นจากตแหน่งคือ บ้านเลขที่ 666 ซึ่งต่อมาถูกขอให้เปลี่ยนเป็น 668

      666 ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์และในพระคริสตธรรมคัมภีร์มาแต่โบราณ เลข 6 ถือเป็นสัญลักษณ์ของซาตาน ทั้งเวลาออกเสียงภาษาอังกฤษเลข 6 (six) ยังไปพ้องกับคำว่าเจ็บป่วย (sick) ในภาษาอังกฤษ ทำให้มีผลของความเชื่อด้านความเลวร้ายของ 666 ตามมามากมาย

      666 ที่สหรัฐอเมริกามีทางหลวงหมายเลข 666 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น The Highway of the Beast (เส้นทางของปีศาจ) ต่อมาถูกเปลี่ยนหมายเลขเป็น 491 ในปี 2003


ที่มา
http://www.healthcorners.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

แต่งบ้านตามราศี ทำให้ห้องโปรดสะท้อนความเป็นตัวตน

การแต่งบ้านตามราศีเกิด เป็นเหมือนสีสันสำหรับการอยู่อาศัยที่หลายคนสนใจ แม้จะไม่ใช่เรื่องที่มีความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้บ้านใหม่ หรือห้องโปรดของคุณสะท้อนความเป็นตัวตนที่แท้จริงได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย เกี่ยวกับเรื่องนี้บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) แนะนำไว้และพอสรุปได้ดังนี้


ชาวราศีเมษ

     บ้านของชาวราศีเมษจะไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป เรียบง่าย สะดุดตา เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นสง่า ภายในบ้านจะมีความโปร่งโล่งเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เพราะชอบความเป็นอิสระ เป็นคนใจร้อน ถ้ามีของเยอะจะรู้สึกเกะกะ โทนสีที่นิยมคือ สีออกเหลืองนวลขาว หรือสีแดงของไม้มะค่า ลักษณะเด่นเป็นผู้ใฝ่รู้ จึงต้องมีห้องหนังสือ และชั้นวางหนังสือเป็นสัดส่วน

ชาวราศีพฤษภ

     สไตล์การแต่งบ้าน จะออกเรียบๆ สบายๆ เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่แสดงถึงความอัครฐานและบ่งบอกถึงฐานะ ลักษณะของห้องต่างๆ จะถูกออกแบบให้เป็นไปตามการใช้งานจริง และภายในห้องจะต้องมีสิ่งที่จำเป็นอยู่ครบถ้วน ส่วนของตกแต่ง มักจะเป็นงานศิลปะ สีที่นิยม สีทอง สีแดง สีเลือดนก

ชาวราศีมิถุน

     บ้านจะโปร่งโล่งให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือมีโคมไฟหลายๆ จุด เพื่อให้ความสว่าง บ้านถูกออกแบบให้มีมุมทำกิจกรรมหลายมุม ชอบการต้อนรับ ชาวราศีนี้จึงให้ความสำคัญกับบริเวณหน้าบ้าน ห้องรับแขก และห้องครัว ชื่นชอบในงานศิลปะ และความงามของเฟอร์นิเจอร์เน้นความทันสมัย แปลกตา สีที่นิยม สีเขียว สีฟ้า

ชาวราศีกรกฎ

     ชาวราศีนี้เป็นผู้ที่ชอบพบปะผู้คนและมีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ การสร้างบ้านตลอดจนการตกแต่งจึงไม่เพียงเพื่อความสุขกายสบายใจของตนเองและครอบครัว แต่ยังคำนึงถึงผู้อื่นด้วย ชอบงานศิลปะ เครื่องดนตรี จึงมักพบเห็นสองสิ่งนี้เป็นของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์เน้นความสะดวกสบาย เครื่องเรือนสามารถจัดเก็บของได้มาก สีที่นิยมใช้คือ สีเหลือง สีขาว สีฟ้า และสีออกโทนส้ม

ชาวราศีสิงห์

     เป็นผู้ที่ชอบทำงาน ชอบใช้สมองตลอดเวลา จึงต้องมีห้องทำงาน เน้นบ้านที่แข็งแรงมั่นคง เพื่อตอบสนองความต้องการในเชิงจิตใจ บ้านกว้างใหญ่ไว้อวดผู้มาเยือน ส่วนเฟอร์นิเจอร์นิยมความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานหนักได้ พื้นห้องมักจะเป็นหินอ่อน หินแกรนิต สีที่นิยมใช้ คือสีในวรรณะร้อน คือสีแดง สีส้ม สีแสด และสีที่แลดูโปร่ง เช่น สีขาวนวล สีขาวอมส้ม

ชาวราศีกันย์

     ลักษณะเด่นมีความเป็นแม่ศรีเรือน เป็นพ่อบ้าน มักให้ความสำคัญกับห้องครัวเป็นพิเศษ ต้องมีอุปกรณ์ครบถ้วน เป็นคนที่รักครอบครัว ชื่นชอบของเก่า การแต่งบ้านต้องมีการแบ่งสัดส่วนภายในอย่างชัดเจน ควรมีความโล่งโปร่งมากๆ เพราะให้ความสำคัญกับการทำงานจึงมักไม่ค่อยมีเวลาดูแล เฟอร์นิเจอร์ต้องแข็งแรงทนทาน ถ้าเป็นของเก่าที่ตกทอดกันมาจะยิ่งชอบมาก สีที่นิยม คือ สีเขียว สีแสด สีม่วง สีเทา และสีฟ้า

ชาวราศีตุล

    ลักษณะเด่นชาวราศีนี้คือ มีงานอดิเรกในการวาดภาพ และสะสมภาพ บ้านจึงเน้นผนังทึบไว้ติดงานเหล่านี้ หรือมีมุขทำงานศิลปะโดยเฉพาะ ห้องนอนมีเตียงสวยๆ บ้านมีความเนี้ยบเป็นระเบียบ เพราะอุปนิสัยเป็นคนประณีต ชอบความหรูหรา เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งต้องประณีตเรียบร้อย หากเป็นภาพ แผนที่ หรือลูกโลกประดับในบ้านจะชอบมาก เพราะชอบเดินทาง สีที่นิยมคือ สีฟ้า สีน้ำเงิน สีดำ

ชาวราศีพิจิก

    ชาวราศีนี้คือใส่ใจกับห้องน้ำเป็นพิเศษ หากเลือกได้ห้องน้ำต้องเป็นห้องที่กว้างใหญ่ สวยงาม อุปกรณ์ครบครัน มีความสว่างที่เพียงพอ เกือบจะเป็นห้องนอนห้องที่สองเลยทีเดียว อุปนิสัยเป็นคนลึกลับและมีสัญชาตญาณในการปกป้องตัวเองสูง วิตกกังวล และรักสันโดษ ทำให้บ้านมีลักษณะแปลกตา เฟอร์นิเจอร์มีรูปทรงที่ทันสมัย หรือไม่ก็เก่าแก่โบราณไปเลย เป็นคนชอบเครื่องเสียง หรือสิ่งที่เป็นไฮเทคโนโลยีทั้งหลาย สีที่นิยมคือ สีเหลืองอ่อนและสีขาว

ชาวราศีธนู

    เป็นคนที่มีภารกิจยุ่ง วุ่นวาย แม้แต่เวลาจะนอนก็ยังอดไม่ได้ต้องเอางานมาทำด้วย ในห้องนอนจึงต้องมีโต๊ะทำงาน และตู้หนังสือ เป็นนักอนุรักษนิยมชอบความเป็นธรรมชาติ บริเวณบ้าน จึงต้องมีต้นไม้เป็นส่วนประกอบสำคัญ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้มักจะทำจากไม้ และมีขนาดใหญ่ ไม่ชอบความเกะกะ สีที่นิยมใช้คือ สีแสด สีเหลือง และสีชมพู

ชาวราศีมังกร

    ด้วยอุปนิสัยที่ชอบวิตกกังวลทำให้ต้องมีกระจกเงาบานใหญ่ และยาวพอที่จะส่องเห็น ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า เพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องออกไปพบปะผู้คน ชอบเก็บตัว ระแวดระวัง มีความเป็นส่วนตัวสูง บ้านมักมีรั้วรอบขอบชิด หรือมีม่านหน้าทึบ ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน ห้องนอนต้องสงบและมืดทึบ เฟอร์นิเจอร์คำนึงถึงประโยชน์ในการเก็บทรัพย์สินและสิ่งของได้มาก สีที่นิยมคือ สีดำ สีม่วง หรือสีโทนเข้มๆ

ชาวราศีกุมภ์

    ชาวราศีนี้ชอบการพบปะสังสรรค์ มักมีผู้คนไปมาหาสู่เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้-เจรจาธุรกิจ ห้องรับแขกจึงควรมีเนื้อที่จัดปาร์ตี้เล็กๆ ตัวบ้านเน้นความสวยงาม คนชอบเล่นกีฬาชอบออกกำลังกาย และชอบฟังดนตรี บริเวณบ้านจึงมักมีส่วนเพื่อออกกำลังกาย และมีมุมฟังดนตรี เฟอร์นิเจอร์เน้นความสวยงามของรูปทรงและสีสัน สีที่นิยม สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีเขียว

ชาวราศีมีน

     รอบๆ บ้านมักมีตุ่มใส่น้ำ บ่อเลี้ยงปลา อ่างบัว ตรงกับสัญลักษณ์ของเจ้าราศี ที่เป็นรูปปลา เป็นคนรักสบาย รักความเป็นอิสระ บ้านมีความเด่นชัดที่ความเรียบง่าย ดูสบายๆ แต่ทันสมัยตามยุค ชอบความโล่ง ไม่ยึดติด เฟอร์นิเจอร์มักเป็นแบบที่ประยุกต์ไปใช้งานได้หลายอย่าง ในห้องน้ำมักจะมีอ่างอาบน้ำเพื่อสร้าง ความเย็นกาย เย็นใจให้ สีที่นิยมคือ สีเขียว สีฟ้า และม่วงอมคราม

ราศีใดตรงกับความเป็นตัวตนของคุณก็เลือกแต่งได้เลยตามความพอใจ


http://www.freesplans.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ทำเลฮวงจุ้ยดี ไม่ใช่ทำเลที่ดีที่สุด

“การเลือกทำเลในการค้าขาย” ตามหลักของฮวงจุ้ยมีอยู่ว่า ควรเลือกทำเลที่มี “พลังชี่มาก” คือต้องอยู่ติดกับที่ที่มีการสัญจรไปมาของผู้คน เพราะผู้คนเคลื่อนไหวไปมามากเท่าไร พลังชี่ก็จะมากเท่านั้น


      ถ้ายิ่งได้ที่ "เมืองท่า" มีการสัญจรของพาหนะอยู่ตลอด เช่น ท่ารถ ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ยิ่งให้ผลบวกเป็นสองเท่า เพราะการคนที่เวียนเข้ามาและเวียนออกใช้บริการๆ ขนส่งตลอดวัน จะได้กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนแก่

      ทำเลที่ดีไม่ควรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะว่าเป็นทิศที่แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาตลอดตั้งแต่หลังเที่ยงเป็นต้นไป ทำให้ร้านที่ต้องใช้หน้าร้าน ต้องหาผ้ามาบังแดด หาร่มมากาง เป็นการเสียฮวงจุ้ย

      อย่างนี้เรามาลองวิเคราะห์กันดีกว่าครับ ว่านักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ เขามีมุมมองเรื่องทำเลอย่างไรจึงทำให้เขาประสบความสำเร็จ

      หนุ่มน้อยวัย 20 ต้นๆ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ก่อนที่จะมาเป็นสาหร่ายเถ้าแก่น้อยและสร้างความสำเร็จอย่างเช่นทุกวันนี้ อิทธิพัทธ์เคยทำธุรกิจขายเกาลัดมาก่อน

      เขาเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ขายเกาลัดใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องของประสบการณ์ล้วนๆ อิทธิพัทธ์ ยอมรับว่าแรกๆ เขาขาดความรู้เรื่องทำเล เช่าที่แพงแต่ขายไม่ค่อยดี ค่าที่กินกำไรหมด จนท้อแท้

      เขาจึงไปหาหนังสือฮวงจุ้ยมาศึกษา ค้นพบว่า ทำเลที่ดีที่สุดของห้างต้องอยู่ทางซ้ายของประตูทางออกเสมอ หลังจากนั้นเป็นเป็นต้นมา ความสำเร็จก็มารออยู่ที่ตรงหน้า

     ปีแรกเขาขยายสาขาเป็น 20 สาขา จนต้องดร็อปเรียนมาเพื่อบริหารธุรกิจ ย่างเข้าปีที่สองเขาขยายเพิ่มเป็น 30 สาขา จากการได้เปรียบในเรื่องทำเล ทำให้อิทธิพัทธ์หาสินค้าใหม่ๆ ที่ใกล้เคียงกับเกาลัดมาขาย เช่น ลำไยอบแห้ง ลูกพลับแห้ง สุดท้ายคือ สาหร่ายทอด ทำให้เขาเห็นลู่ทางในอนาคต ต่อยอดทางธุรกิจโดยการนำสาหร่ายทอด ไปเสนอขายตามร้านสะดวกซื้อโดยใช้แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” และประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

      นักธุรกิจอีกที่มีมุมมองเรื่องทำเลได้อย่างน่าศึกษา เขาคือ เสี่ยอู๊ด สิทธิกร บุญฉิม เสี่ยอู๊ดอยู่เบื้องหลังการสร้างพระและให้เช่าพระชั้นนำของประเทศไทย ในวงการพระเป็นการรู้กันว่า “สร้างพระเป็นเรื่องง่าย แต่การขายเป็นเรื่องยากมาก”

      เขารู้จักการสร้างมูลค่าให้กับพระเครื่องได้อย่างดี เพราะพระเครื่องที่ดีมาจากเกจิดังบวกกับพิธีที่ยิ่งใหญ่ แต่เท่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะจุดที่ชี้วัดว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ยอดจำหน่ายพระเครื่อง

      สมัยก่อนเป็นอันรู้กันว่า เมื่อสร้างพระเครื่องเสร็จต้องนำไปฝากตามตู้พระเครื่อง เสี่ยอู๊ดมองว่าวิธีนี้ยุ่งยากในการเช็คสต็อก และคุณค่าในตัวพระเครื่องลดลง เพราะตู้พระเครื่องมักอยู่ใกล้กันเกินไป ทำให้สินค้าไม่กระจายออกไปสู่คนทั่วไป

      เขาเริ่มมองไปที่ตามร้านสะดวกซื้อเพราะมีอยู่ทุกแห่งหนตำบลเมือง แต่ด้วยเรื่องของคุณค่าในตัวสินค้าอาจจะไม่เหมาะกับสถานที่ เพราะพระเครื่องเป็นสินค้าที่ต้องอาศัยความเชื่อและความศรัทธา สถานที่จึงต้องดูดีและน่านับถือ เสี่ยอู๊ดบอกว่า ร้านสะดวกซื้อมีสินค้าหลากหลาย ถ้าคนเข้าไปซื้อ ถุงยาง ผ้าอนามัย เหล่านี้จะทำให้คุณค่าพระลดลง แม้ทางร้านจะหาที่วางสินค้าอย่างดีก็ตาม

      เขาจึงเปลี่ยนจากร้านสะดวกซื้อและโฟกัสไปที่ไปรษณีย์ เพราะว่าไปรษณีย์มี 400 กว่าสาขาทั่วประเทศ การจัดส่งพระก็ง่าย เช็คยอดก็ง่าย จุดวางสินค้าน่าเชื่อถือ แถมครอบคลุมตามกลุ่มเป้าหมายของคนเช่าพระ สร้างความสำเร็จให้เสี่ยอู๊ด สิทธิกร บุญฉิม ได้อย่างสูงสุดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเถ้าแก่น้อยที่อาศัยความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยในการตั้งทำเล และ เสี่ยอู๊ดที่อาศัยมุมมองเรื่องทำเลจากประสบการณ์ สองคนนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือ ความสำเร็จ

       เพราะฉะนั้นถ้าใช้หลักฮวงจุ้ยมาวิเคราะห์อะไร ควรใช้ประสบการณ์และมันสมองมาวิเคราะห์ควบคู่กัน จะส่งผลสำเร็จอย่างสูงสุดเช่นกัน


ข้อมูล http://www.bangkokbiznews.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยที่ดีสำหรับทาวน์โฮม ภาคชัยภูมิภายนอก

สำหรับบทความนี้จะเป็นบทความสุดท้ายของฮวงจุ้ยที่ดีสำหรับทาวน์โฮมกันแล้วครับ โดยในครั้งนี้เราจะให้ความสำคัญกับการจัดห้องนอนให้ถูกตามหลักฮวงจุ้ย เพราะห้อง นอนนั้นเป็นห้องที่เราใช้ชีวิตอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่งของห้องทั้งหมดในบ้าน


    ดังนั้นหากเราต้องการให้ทาวน์โฮมของเรามีฮวงจุ้ยที่ดี ห้องนอนจึงเป็นห้องที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยรายละเอียดของฮวงจุ้ยห้องนอนที่ดีมีดังต่อไปนี้

1. ตำแหน่งเตียง หากเราสามารถจัดวางเตียงนอนได้อย่างถูกหลักฮวงจุ้ย จะทำให้เราสามารถนอนหลับได้สนิท ไม่ถูกรบกวน

    จากสภาวะภายในห้องนอน เป็นที่มาของการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีไม่เจ็บป่วยง่าย มีทั้งสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่สดใส โดยตำแหน่งเตียงที่ดีนั้นมีดังต่อไปนี้

    ไม่อยู่ตรงกับประตูห้องนอนและประตูห้องน้ำโดยตรง เพราะหากเตียงอยู่ตรงประตูพอดี จะทำให้ได้รับการรบกวนเมื่อมีคนเปิดประตูห้องนอนและห้องน้ำดังกล่าว เป็นที่มาของ การรบกวนการนอน หากจำเป็นต้องตั้งเตียงในตำแหน่งดังกล่าว ให้หาฉากกั้นมาบังไว้

    อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นประตู เพราะหากเราหันหลังให้ประตู จะทำให้ตกใจเวลาที่มีคนเปิดประตูห้องนอนเข้ามา จะทำให้เป็นคนที่ขี้ระแวงและตกใจง่าย หากจำเป็นต้องตั้ง เตียงในตำแหน่งดังกล่าว ให้หากระจกเงามาวางในตำแหน่งที่สะท้อนมองเห็นประตู

    ไม่วางหัวเตียงนอนพิงผนังด้านที่ติดประตูห้องนอนและประตูห้องน้ำ เพราะทุกครั้งที่มีการเปิดประตูห้องนอนและห้องน้ำ จะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนบริเวณผนังดังกล่าวและ จะรบกวนการนอนของเราได้

    ควรนอนหันหัวเข้าหากำแพง หรือหากเป็นหน้าต่างควรมีม่านชนิดที่กันแสงได้ดี เพื่อไม่ให้มีแสงสว่างมารบกวนการนอนได้

    ไม่ควรนอนใต้คาน, ใต้ขอบฝ้าหลุม หรือ ใต้แอร์ เพราะจะทำให้กระแสอากาศกดทับบริเวณนั้นมากเป็นพิเศษ เป็นที่มาของความเจ็บป่วยและกดดัน หากจำเป็นต้องนอนจริงๆ ให้หาโคมไฟโลหะแสตนเลสรูปทรงโค้งมนมาตั้งไว้ในตำแหน่งตรงกับคานเพื่อให้ช่วยกระจายกระแสอากาศออกไป

2. ตำแหน่งแอร์ ไม่ควรทับตัวผู้นอน โดยเฉพาะการอยู่บนหัวผู้นอน เพราะนอกจากจะเป็นเหมือนลักษณะคานกดหัวแล้ว ลมเย็นจากแอร์อาจทำให้ป่วยหรือเป็นหวัดได้ง่าย ตำแหน่งแอร์ที่ดีควรอยู่ที่ปลายเท้าหรือด้านข้างของผู้นอน ห่างออกไปอย่างต่ำ 1-2 เมตร

3. ตำแหน่งประตูห้องนอน ไม่ควรอยู่ด้านหลังเตียงนอน หรือ ตรงกับเตียงพอดี การแก้ไขให้สามารถดูได้ที่หัวข้อการวางตำแหน่งเตียง โดยตำแหน่งประตูห้องนอนที่ดีที่สุดควร อยู่เยื้องกับเตียงและให้ผู้นอนสามารถมองเห็นได้

4. ตำแหน่งโต๊ะทำงาน หากต้องการมีโต๊ะทำงานในห้องนอน ควรอยู่ในตำแหน่งที่อยู่ใกล้หน้าต่างเพื่อให้สามารถมองออกไปได้กว้างไกล เป็นที่มาของการมีจินตนาการที่ดี โดยหากดีที่สุดให้ตั้งโต๊ะในตำแหน่งที่มองเห็นประตูห้องนอน และไมอยู่ใต้แอร์ คาน หรือ ฝ้าหลุมด้วย

5. ไม่ควรมีโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือ ตู้เย็น ในห้องนอน เพราะจะเป็นอุปกรณ์ที่รบกวนการนอนของท่านได้ อย่างไรก็ตามการพิจารณาข้างต้นยังเป็นเพียงการพิจารณาในศาสตร์ฮวงจุ้ยเชิงชัยภูมิ (Landform Feng Shui) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

    หากต้องการให้สามารถจัดฮวงจุ้ย ห้องนอนได้ดีที่สุด ท่านควรได้รับคำปรึกษาทางด้านการจัดฮวงจุ้ยในศาสตร์ด้านองศาทิศทาง (Compass Theory Feng Shui) ควบคู่กันไปด้วย โดยท่านสามารถได้รับคำ ปรึกษาได้จากซินแสผู้มีประสบการณ์ครับ


ที่มา http://www.homedd.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ย พลังเสริมความรวย

ศาสตร์ของฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์ที่ได้รับความสนใจจากคนทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่อภิมหาเศรษฐีของไทย เจ้าสัวตระกูลดัง เพราะถือว่าฮวงจุ้ยเป็นหนึ่งในองค์ประกอบแห่งความสำเร็จในการสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ให้ตัวเอง


       “ถ้าถามว่าทำไมเจ้าสัวต้องเชื่อนักดูฮวงจุ้ย คงเป็นเพราะคนระดับนี้ไม่มีเวลาที่จะล้มแล้ว เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงช่วงอายุที่มากเกินกว่าจะยอมเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ แบบพร้อมล้มแล้ว เขาจึงต้องใช้ที่ปรึกษา” "อาจารย์วิศิษฎ์ เตชะเกษม" บริษัทเทรา มาซา บริษัทออกแบบและที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ย ให้ความเห็น

       พร้อมขยายความว่า ในความสำเร็จมีองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งด้านการเงิน วิธีการลงทุน โอกาสทางตลาด การใช้ที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านเข้ามาเสริมองค์กร ก็เหมือนมี “สูตรแห่งความสำเร็จ” อยู่ในมือ

      ทำอย่างไรจึงจะสำเร็จ วางแผนทางการเงินเช่นไร ลงทุนอย่างไร ในช่วงจังหวะใดของตลาด เรียกว่า ลดความเสี่ยงในการลองผิดลองถูก นั่นหมายรวมถึง การต้องมีที่ปรึกษาในด้านฮวงจุ้ย ที่ว่าด้วยการศึกษาพลังลม น้ำ ก็เพื่อรู้สูตรในการดึงมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับองค์กร

      ขณะที่ "อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม" ซินแสฮวงจุ้ยอีกราย อธิบายในหนังสือฮวงจุ้ยชั้นสูงเชิงวิทยาศาสตร์ว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของการบริหารพลังธรรมชาติรอบตัวให้มาเสริมคน หรือ How to manage energy เพราะคนเราอยู่ท่ามกลางพลังงานตลอดเวลา จึงควรหาหนทางนำพลังงานรอบตัวมาเสริมเรา

      การใช้วิธีอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ มีเหตุมีผลสอดรับ ทำให้ศาสตร์ของฮวงจุ้ยเป็นที่ยอมรับทั้งในหมู่เจ้าสัวเจ้าของเม็ดเงินลงทุน รวมถึงสถาปนิก นักออกแบบ ที่ต้องจัดปรับการออกแบบ ตกแต่งให้สอดคล้องกับหลักการของซินแสอีกด้วย

      สังเกตให้ดีจะเห็นว่า อาคารตึกใหญ่ในไทยมักมีเรื่องราวการปรับแก้ฮวงจุ้ยของตนเองสอดแทรกอยู่อย่างแนบเนียน นอกเหนือจากความโอ่อ่าสวยงาม ขณะที่องค์กร ธุรกิจใดมีปัญหา ที่ตั้งของบริษัทอย่างตัวตึก หรืออาคารก็จะถูกอธิบายว่า ฮวงจุ้ยไม่ดี อย่างเช่นที่ทำการพรรคไทยรักไทยหรือตึกไอเอฟซีทีเดิม กระทั่งล่าสุดอาคารไซเบอร์เวิลด์ ซึ่งเพิ่งถูกไฟไหม้หลังจากถูกทิ้งร้างมาแล้วครั้งหนึ่ง

      จังหวะที่ฮวงจุ้ยกลายเป็นกระแสฮอตฮิตในไทย เป็นช่วงที่ตลาดอสังหาฯ เริ่มฟื้นตัวหลังฟองสบู่แตก หรือประมาณปี 2543-2545 ซึ่งตอนนั้นไม่ว่าจะทำโครงการไหน ก็ต้องพูดถึงเรื่องฮวงจุ้ยเป็นหลัก

      เรียกว่าเป็นยุคฮวงจุ้ยฟีเวอร์ก็คงไม่ผิด เนื่องจากทุกคนไม่อยากเจ็บตัวอีก ไม่อยากพังเหมือนตอนปี 2540 นักพัฒนาที่ดินจึงต้องศึกษาอย่างละเอียด รอบด้าน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของฮวงจุ้ยเพื่อกันพลาด

      ยิ่งเจ้าสัวเหล่านั้นมองว่า ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เติบโต เฟื่องฟู เพราะมีความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย แล้วสร้างอาคารต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อดึงดูดเม็ดเงิน ก็ทำให้ฮวงจุ้ยกลายเป็นที่พึ่ง

      "ถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อปี 2537-2539 ช่วงที่ตลาดอสังหาฯ บูมสุดขีด ไม่มีใครพูดถึงฮวงจุ้ยเลย ไม่ต้องศึกษาอะไรทั้งนั้น ที่ดินแบบไหนก็ขายได้ ช่วงนั้น ที่ดินไม่มีคุณค่า มีแต่มูลค่า พอถึงเวลาล้ม กลายเป็นว่าตึกไหนหรือใครที่อยู่รอด เป็นเพราะฮวงจุ้ยดี มีซินแสดี เลยทำให้ฝ่าวิกฤติมาได้" อาจารย์วิศิษฎ์กล่าว

      นอกจากนี้ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อฮวงจุ้ยสำหรับเจ้าสัวยักษ์ใหญ่แล้ว ไม่ใช่ลักษณะเชื่อเพียงซินแสคนเดียว เพราะการทำธุรกิจร้อยล้าน พันล้าน จะมีที่ปรึกษาเพียงคนเดียว ก็คงเสี่ยงเกินไป จึงต้องมีทั้งซินแสคนสนิท ขาประจำ และซินแสคนดังขาจร เวียนวนเข้ามาร่วมวิเคราะห์ชัยภูมิ

      เรียกว่า วิกฤติเป็นบทเรียน ต้องชัวร์สุดๆ ซินแสยืนยันว่าดี 3-4 คนก่อน ถึงยอมควักกระเป๋าลงทุนรอบใหม่ หรือในยุคนี้ ขนาดโครงการขายดีเทน้ำเทท่าอย่างคอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้า แม้จะมีดีมานด์ร้อนแรง ออกมาเท่าไหร่ขายหมดเกลี้ยง เจ้าของโครงการยักษ์ใหญ่ยังต้องฟังคำปรึกษาจากซินแสชั้นนำในเรื่องฮวงจุ้ยของแต่ละทำเลทั้งนั้น

      โดยในยุคที่ซิตี้ คอนโด ยังไม่หวือหวา ศึกชิงที่ดินยังไม่เกิด ที่ดินเกือบทุกแปลงต้องผ่านตาซินแสดังก่อน ถึงจะเชย์เยสกับนายหน้า แต่พอมาถึงจุดที่การแข่งขันดุเดือด แย่งชิงที่ดินกันแปลงต่อแปลง แบบเงินใครไวกว่า คนนั้นได้ไป หากรอซินแสมาวิเคราะห์ที่ดินก่อนคงไม่ทันกาล จึงต้องเปลี่ยนเป็น "ซื้อมาก่อน ค่อยปรับฮวงจุ้ยทีหลัง" เพราะจะหาที่ดินที่ฮวงจุ้ยสมบูรณ์ในสมัยนี้ คงยากแล้ว เท่ากับเพิ่มความต้องการซินแสอีกทาง กลเม็ดซื้อมาก่อนแก้ทีหลัง ไม่ใช่เฉพาะที่ดินเท่านั้น ตึกเก่า ตึกร้างบางแห่ง ถ้าแก้เป็น แก้ดี ย่อมพลิกร้ายให้กลายเป็นดีได้

       อย่างอาคารสำนักงานใหญ่ของตระกูลดังรายหนึ่ง ที่ตัดสินใจซื้อตึกเก่ามาเป็นออฟฟิศใหม่ แม้ตึกนั้นจะอยู่ในทำเลที่ดี แต่การออกแบบของเจ้าของเดิมผิดหลักฮวงจุ้ย มีผลให้บริษัทที่เคยอยู่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

      เมื่อมีการซื้อมาแล้วปรับแก้ด้วยเทคนิคการ "บิดตึก" ซึ่งในทางฮวงจุ้ยหมายถึง การหันชื่อบริษัทให้ถูกทิศที่เหมาะกับตัวบริษัท เพื่อเก็บกักกระแสเงินและชื่อเสียงให้เข้าสู่บริษัท ปัจจุบันก็ถือว่าบริษัทดังกล่าวประสบความสำเร็จไม่น้อย

      บางโครงการถึงกับเลือกใช้ซินแสมากกว่า 1 คน แยกตามลักษณะของงาน คนแรกอาจจะดูภาพรวมของทั้งโครงการ ชัยภูมิที่ตั้ง ทำเล คนที่สองอาจจะดูรายละเอียดของการออกแบบ คนที่สามอาจดูในส่วนของการตกแต่ง

      อย่างโครงการไซเบอร์เวิลด์ หรืออาคารศรีวราไฮเทคเดิม ที่บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด ของเจ้าพ่อน้ำเมา เจริญ สิริวัฒนภักดี เทคโอเวอร์มาเมื่อ 2-3 ปีก่อน ตึกนี้หลายคนมองว่าอาถรรพ์ฮวงจุ้ยแรง ต้องทิ้งร้างมานานเกือบ 10 ปี พอมาอยู่ในมือเจ้าสัวแล้ว วงในซินแสเล่ากันว่า โครงการนี้ต้องใช้ซินแสประมาณ 3 คน แยกตามรายละเอียดของงานทุกขั้นตอน

      ด้วยความที่ต้องใช้ซินแสหลากหลาย จึงมีข่าวว่า บริษัทในเครือของเจ้าสัวเจริญต้องมีแผนก "เทพสัมพันธ์" เพื่อติดต่อกับกลุ่มซินแส คนทำพิธีกรรมต่างๆ สำหรับการใช้กับทุกโครงการที่มีอยู่

      แม้ความสำเร็จของเจ้าสัวเจริญ ฮวงจุ้ยคงไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะวิธีคิดของเจ้าสัวอยู่ที่การมองจังหวะของตลาดให้เป็นว่าโอกาสนี้เหมาะสมที่จะซื้อที่ดินใคร ซื้อที่ดินตรงไหน ลงทุนอย่างไร และควรซื้อเวลาไหน แต่แนวคิดก็สอดคล้องกับต้นตำรับศาสตร์ฮวงจุ้ยที่พูดถึงหนทางแห่งความสำเร็จ ซึ่งอาศัย 3 ปัจจัยหลัก

1.ฟ้า

 

2.ดิน

3.คน

      หมายถึง รู้ฟ้า หรือรู้เวลาที่เหมาะสม รู้ดิน หรือรู้สถานที่ที่เหมาะสม และรู้คนที่เหมาะสม ใครที่ต้องเข้าถึง ใครที่นำพาความสำเร็จมาให้ ถือเป็นหลักที่สามารถปรับใช้กับทุกธุรกิจได้ เวลาที่เหมาะสม ในสถานที่เหมาะสม และกับคนที่เหมาะสม !

      เมื่อผู้รู้ด้านฮวงจุ้ย หรือซินแสเป็นที่ต้องการ ซินแสบางรายก็กลายเป็นคนดัง เมื่อดังก็เกิด “เหล่าสาวก” และจากการให้คำปรึกษาแบบคนกันเอง คนคุ้นเคย ก็ขยับขึ้นมาพัฒนาเป็น “ธุรกิจ” ดูฮวงจุ้ย แก้ปัญหาฮวงจุ้ย ยิ่งถ้าเป็นซินแสคนดังก็ทำธุรกิจแบบอินเตอร์ บินไปดูฮวงจุ้ยข้ามประเทศเลยทีเดียว ในหมู่ซินแสเองก็มีทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ต่างตำรา ต่างแนววิเคราะห์ เลย “แตกค่าย” เป็นค่ายของซินแสแต่ละคน พอมีหลายค่าย ก็กลายเป็นสมาคม เป็นชมรมต่างๆ มีการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือดูฮวงจุ้ยด้วยโปรแกรมคำนวณทิศทางพลังงาน เครื่องวัดกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าจากสภาพแวดล้อม ใช้กูเกิล เอิร์ธ ประกอบคำอธิบาย

      ฮวงจุ้ยจึงกลายเป็นองค์ความรู้ที่สร้างเม็ดเงินให้กับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจให้คำปรึกษาฮวงจุ้ย การจัดหลักสูตรอบรม มีรายการทีวีด้านนี้ มีหนังสือ เวบไซต์ ออกมามากมาย

      แม้จะไม่มีใครสามารถบอกมูลค่าของตลาดนี้ได้ชัดเจน หรือพูดถึงอัตราที่ได้รับได้ แต่เชื่อว่าถ้าเป็นซินแสให้กับงานของเจ้าสัวชั้นนำของไทยแล้ว ตัวเลขคงไม่น้อยกว่า 7 หลักต่อโปรเจคอย่างแน่นอน ไม่นับรวมเงินเดือนเรือนแสนอีกต่างหาก


ข้อมูล http://www.bangkokbiznews.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เรื่องของ "เจ้าที่ "

 

"เจ้าที่" คำๆ นี้ ดูเหมือนว่า จะคุ้นเคยกันดีไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนจีน ประเพณีปฏิบัติในการไหว้เจ้าที่ ถูกสืบทอดกันมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันปีมาแล้ว จนมาถึงปัจจุบันก็ยังปฏิบัติกันอยู่ การตั้งศาลเจ้าที่ จึงมักจะทำกันเป็นเรื่องปกติ

    ศาลเจ้าที่ของคนไทย มักจะเรียกว่า "ศาลตา-ยาย" ซึ่งจะตั้งอยู่คู่กับศาลพระภูมิหลายคนคงเคยเห็น ส่วนศาลเจ้าที่ของคนจีนจะเรียกว่า "ตี่จูเอี๊ย" เป็นศาลที่ตั้งอยู่ภายในบ้าน วางอยู่ติดกับพื้นบ้าน สีแดงๆ คงจะนึกออกนะคะ "ศาลเจ้าที่จำเป็นจะต้องตั้งหรือไม่ ถ้าไม่ตั้งจะเกิดอะไรขึ้น??"


    ก่อนอื่นคงทำความเข้าใจคำว่า "เจ้าที่" กันก่อนนะคะ ความหมายของเจ้าที่ ก็คือ เจ้าของที่ดินที่เราเข้าไปอาศัยอยู่ หรือปลูกบ้านบนที่ดินนั้น เจ้าของที่ดินในที่นี้ หมายถึง เจ้าของที่ดิน (เดิม) ที่ตายไปแล้วนะคะ ไม่ใช่คนเป็น อย่างหมู่บ้านที่เราไปซื้อบ้านอยู่ ซึ่งในหมู่บ้านนั้นอาจมีบ้านเป็นร้อยๆ หลัง เจ้าที่อาจมีเพียงคนเดียวก็ได้

    เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นว่า บ้านทุกหลังจะต้องมีเจ้าที่ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า บ้านร้อยหลังก็ต้องมีเจ้าที่ร้อยตน นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก ดิฉันเองได้เคยถามผู้รู้หลายต่อหลายคน เกี่ยวกับเจ้าที่ก็ได้รับคำอธิบายว่า เจ้าที่ จะมีอยู่ 2 ประเภทคือ เจ้าที่แท้ กับเจ้าที่จร

    "เจ้าที่แท้" ก็คือ ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินเดิม เมื่อตายไปแล้วก็ยังเฝ้าที่ดินของตัวเองอยู่ ไม่ยอมไปเกิด ประเภทปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เมื่อมีคนเข้าไปอยู่ก็ต้องทำพิธีขออนุญาต และตั้งศาลเจ้าที่บูชาเพื่อแสดงความเคารพต่อเจ้าของสถานที่

    "เจ้าจร" คือ วิญญาณเร่ร่อนอยู่บริเวณนั้น เมื่อเจ้าที่เดิมไปเกิดแล้ว ที่บริเวณนั้นก็กลายเป็นที่สาธารณะ พวกวิญญาณเหล่านี้ ก็สามารถเข้าไปจับจองพื้นที่ อาจเข้าไปอยู่บ้านโน่นบ้านนี้ บ้านไหนเลี้ยงดูดีก็อาจจะขออยู่ประจำบ้านหลังนั้น กลายเป็นเจ้าที่บ้านนั้นไป

    บ้านบางหลังที่มีการตั้งศาลเจ้าที่ (ตี่จูเอี๊ย) เมื่อไปตรวจเช็คดูแล้ว อาจไม่มีเจ้าที่อยู่เลยก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ พูดง่ายๆ มีแต่ศาลเปล่าๆ ไม่มีวิญญาณสิงสถิตอยู่ ซึ่งอาจจะเข้าข่ายประเภทเจ้าที่จร การกราบไหว้บูชาก็อาจจะไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น

    กรณีที่เป็นการอยู่อาศัยในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีศาลเจ้าที่ของหมู่บ้านเป็นศาลกลางที่คนในหมู่บ้านสามารถกราบไหว้บูชาได้ กรณีนี้การตั้งศาลเจ้าที่ภายในบ้าน อาจไม่จำเป็นต้องตั้งก็ได้ เพราะถือว่า มีศาลเจ้าที่ใหญ่ให้กราบไหว้อยู่แล้ว

    แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไปสร้างบ้านอยู่ในพื้นที่อื่นๆ การตั้งศาลอาจมีความจำเป็นเพราะเราไม่รู้ว่า มีเจ้าที่อยู่หรือไม่ ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่ ที่มีสภาพแวดล้อมที่เป็นหยินมากๆ เช่น เป็นที่เปลี่ยว รกร้าง ใกล้วัด มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมรอบๆ บริเวณบ้าน ก็ให้สันนิฐานเอาไว้ก่อนว่า มีวิญญาณอยู่บริเวณนั้น ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าที่แท้หรือจร ก็แล้วแต่

    การตั้งศาลเจ้าที่นั้น สิ่งที่จะต้องคำนึงถึง ก็คือ การหาตำแหน่งการตั้งศาลที่ถูกต้อง เพราะถ้าตั้งผิดตำแหน่งผิดที่ อาจส่งผลกระทบได้ ลักษณะชัยภูมิที่ถูกต้องของการตั้งศาล จะต้องเป็น ดังต่อไปนี้

1. การตั้งตรงกับประตูทางเข้าบ้าน ตำแหน่งศาลที่ถูกต้อง เวลาเดินเข้าบ้านจะต้องมองเห็นทันที ซึ่งตำแหน่งที่ตรงกับประตูถือเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะวางตำแหน่งนี้กันอยู่แล้ว แต่จะมีบางกรณีเท่านั้น ที่ศาลเจ้าที่อาจวางตำแหน่งอื่น เช่น ด้านข้างของตัวบ้าน ซึ่งมักจะเป็นการวางเพื่อแก้ไขฮวงจุ้ยมากกว่า

2. ห้ามวางศาลหลบมุม หรือมีสิ่งของมาปิดบังหน้าศาล บริเวณหน้าศาลเจ้าที่จะต้องมีพื้นที่โล่ง ห้ามมีสิ่งใดมาปิดบัง บางบ้านเอาศาลไปวางหลบอยู่ด้านหลังบ้าน เดินเข้าบ้านมองไม่เห็นศาล ลักษณะแบบนี้ก็เข้าข่ายวางศาลผิด

3. ห้ามวางศาลพิงห้องน้ำ นี่ถือเป็นตำแหน่งต้องห้ามเลยทีเดียว เพราะศาลเจ้าที่ถือเป็นธาตุไฟ เมื่อนำไปพิงห้องน้ำ (ธาตุน้ำ) ก็เท่ากับเอาน้ำไปพิฆาตไฟ ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลก็จะเสื่อมถอยลง หลายบ้านที่วางแบบนี้ มักจะไม่มีเจ้าที่ มีแต่ศาลเปล่าๆ ตั้งอยู่เท่านั้น

4. ห้ามวางศาลใต้บันได หรือบริเวณทางขึ้นลงบันได กรณีแบบนี้จะพบบ่อยสำหรับอาคารพาณิชย์ ที่หาตำแหน่งในการวางเจ้าที่ค่อนข้างยาก เพราะพื้นที่มีน้อย บริเวณบันไดจะก่อสภาพที่เคลื่อนไหว ศาลเจ้าที่ต้องการความนิ่งสงบ การเอาศาลไปวางบริเวณบันได ไม่ว่าจะเป็นใต้บันได หรือทางขึ้นลงบันได ก็เท่ากับรบกวนเจ้าที่โดยตรง ตำราฮวงจุ้ยบอกว่า เจ้าที่มักไม่ค่อยอยู่บ้าน (ชอบเที่ยว)

5. ห้ามวางศาลใต้คาน ศาลจะถูกคานกดทับ ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลลดทอนลงไปได้เช่นเดียวกัน

    การตั้งศาลเจ้าที่ภายในบ้าน มีเงื่อนไขค่อนข้างจะมาก จึงมีคำกล่าวว่า ถ้าไม่มีตำแหน่งที่เหมาะสม ก็ไม่ควรตั้งศาล เพราะถ้าตั้งอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี การไม่ตั้งศาลเจ้าที่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร หลายคนกลัวมากจนเกินเหตุ บ้านที่ไม่มีศาลใช้วิธีไหว้เจ้ากลางแจ้งในช่วงเทศกาลต่างๆ แทนก็ได้

    กรณีที่ตั้งศาลเจ้าที่แล้วไม่ดูแล ปล่อยศาลทิ้งร้างไม่เคยกราบไหว้บูชาเลย อย่างนี้ก็อย่าตั้งเสียดีกว่า ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่มีเวลา เพราะถ้าเจอเจ้าที่ประเภทจู้จี้ เจ้าระเบียบ ก็อาจจะเจอดีโดนเจ้าที่เล่นงานเอา ทำให้ป่วยบ้าง ทำให้ทะเลาะกันบ้าง หรือไม่ก็ทำให้ลูกจ้างเข้าๆ ออกๆ จนเจ้าของบ้านปวดหัวได้

     สรุปก็คือ การจะตั้งศาลเจ้าที่หรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ลองถามตัวเองดูว่าอยากตั้งหรือไม่ ถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องตั้ง เพราะถ้าฝืนใจตั้งไปแล้วไม่เคารพบูชา ปล่อยปะละเลย

    ก็จะเกิดผลเสียมากกว่า ศาลเจ้าที่เป็นเรื่องของความเชื่อและความศรัทธา ถ้าเจ้าบ้านไม่มีตรงนี้ก็ไร้ประโยชน์ครับ ถ้าอยากตั้งก็ต้องทำให้ถูก ถ้าไม่ถูกก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ลองพิจารณาดูนะคะว่า ควรตั้งศาลเจ้าที่หรือไม่ คำตอบอยู่ที่ตัวเราเองคะ









ที่มา
http://www.homedd.com/
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เลือกที่ดินเปล่าถูกฮวงจุ้ยเสริมชะตา

ความรู้ในเรื่อง “ลงทุน อย่างฉลาด สร้างโอกาสสู่ความมั่งคั่งกับทรัพย์สิน บสท.” เน้นให้ความรู้เรื่องฮวงจุ้ยเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์รูปแบบต่าง ๆ ในท้องตลาดปัจจุบัน ว่าหลักการในการ พิจารณาทั้งในเชิงของฮวงจุ้ย เชิงสถาปัตย กรรม และ เชิงการตลาดนั้น ต้องได้รับการประเมินอย่างใดบ้าง


      พบว่าปัจจุบัน นั้นกระแสความสนใจของการเลือกซื้อ “ที่ดินเปล่า” มีความต้องการสูง เนื่องจาก ปัจจุบันราคาของที่ดินที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างสมบูรณ์แบบ นั้นถือว่ายังมีราคาที่ต่ำอยู่ เมื่อเทียบกับที่ดินที่มีการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ลงไปแล้วมากทีเดียวครับ

     ท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านคงสงสัยว่า ปกตินั้นการดูฮวงจุ้ยเรามักจะได้ยินว่าต้องดูฮวงจุ้ยบ้าน สำนักงาน โรงงาน หรือ สุสาน เท่านั้น ไม่เคยพบว่าต้องมีการดูฮวงจุ้ยของ “ที่ดินเปล่า” กันเลยด้วยซ้ำ

      แต่แท้ที่จริงแล้วการดูฮวงจุ้ยนั้นสามารถดูได้ตั้งแต่เป็นที่ดินเปล่าครับ เพราะว่าหากเราสามารถเลือกโครงสร้างของฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิ (Landform Feng Shui Theory) ได้แล้ว จะถือว่าเราผ่านการประเมินในหลักการของฮวงจุ้ยที่ดีไปได้มากกว่า 50% ครับ ที่เหลือนั้นก็ต้องดูฮวงจุ้ยในด้านองศาทิศทาง (Compass Feng Shui Theory) ประกอบกันด้วย โดยซินแสนั้นต้องพิจารณารูปแบบของกิจการ รูปดวงของผู้พักอาศัยในการเลือกทิศทางที่เหมาะสมประกอบไปด้วยครับ

     ยกตัวอย่างเช่นในยุคที่ 8 (พ.ศ. 2547-2567) ของการดูฮวงจุ้ยในระบบดาวเหิน (Xuan Kong Flying Star) “ทิศตะวันตก” นั้นเป็นทิศที่เหมาะกับการทำธุรกิจแบบธาตุน้ำ เช่น การค้าขาย การให้คำปรึกษา การเดินทาง ธุรกิจบันเทิง และยิ่งหากเป็นบุคคลที่ชอบ “ธาตุทอง” เป็นโชคลาภนั้น “ทิศตะวันตก” ยิ่งเป็นทิศทางที่เหมาะมากขึ้นไปอีกครับ

      ถ้าหากเราสามารถรู้ข้อมูลดังกล่าวนี้เราก็จะสามารถ มองหา “ที่ดินเปล่า” ที่มีชัยภูมิในทิศตะวันตกที่สวยงามเพื่อให้สามารถปลูกสร้างอสังหาริมทรัพย์ ได้เหมาะสมกับธุรกิจและรูปดวงของเราได้ครับ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นนี้ผมขอยกตัวอย่างลักษณะทางชัยภูมิที่ดีในเบื้องต้น ของที่ดินเปล่าก่อนครับ

     1. รูปทรงที่ดินนั้นต้องสามารถรับและสะสมกระแสพลังงานได้ เพราะศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้นแท้จริงแล้วเป็นการพูดถึงการบริการพลังงานธรรมชาติ ให้เข้ามาสะสม ตัวได้ในที่อยู่อาศัยของเรา หากเราสามารถเลือกที่ดินที่มีรูปทรงที่สะสมกระแสพลังงาน ได้ก็ถือว่ามีโอกาสที่จะมีฮวงจุ้ยที่ดีครับ

     โดยรูปแบบดังกล่าวนั้นได้แก่ ที่ดินที่มีหน้าเปิดเข้าสู่ถนนหรือสายน้ำหรือหน้าที่ดินค่อนขว้างกว้างครับ เพราะจะสามารถรับกระแสได้เยอะ และหากความลึกของที่ดินนั้น ได้สัดส่วนด้วยก็จะถือว่าสามารถสะสมกระแสพลังงานได้ด้วย โดยภาพรวมหากได้ที่ดินที่มีรูปทรงใกล้เคียงกับสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือผืนผ้า ได้ก็อ่านว่ามีลักษณะของฮวงจุ้ยที่ดีได้ครับ

      2. ที่ดินนั้นไม่ควรสูงมากเกินไป เพราะระดับที่ดินที่สูงเกินไปจะไม่สามารถสะสมกระแสพลังงานได้ครับ ลองสังเกตว่าเมื่อเทียบทำเลต่าง ๆ ในประเทศไทยนั้น กรุงเทพมหานครถือว่าเป็นจังหวัดนึงซึ่งมีระดับค่อนข้างต่ำจึงทำให้สามารถ สะสม กระแสพลังงานได้

       โดยเฉพาะกระแสพลังงานจากมังกรภูเขาของเขาใหญ่และมังกรน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรือง อย่างไรก็ตามในหยินยังมีหยางในหยางก็ยังมีหยิน หากท่านต้องการเลือกที่ดินที่อยู่บนแนวเขา การเปรียบเทียบระดับความสูงกับที่ดินอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยบอกได้ว่าที่ดินของเราสูงเกินไปหรือไม่ครับ

      3. สามารถหาจุดจ่ายกระแสพลังงานได้ ในสมัยก่อนเราคงเคยได้ยินคำว่ามี “มังกร” สถิตอยู่ที่ที่ดินนี้ ความรู้สึกของเรานั้นเหมือนกับว่ามังกรเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่ครับ แต่แท้จริงแล้วซินแสนั้นเปรียบมังกรนั้นเป็นเหมือนกับกระแสพลังงานนั่นเองครับ

      ที่ใดที่สามารถหาจุดจ่ายกระแสพลังงานได้ที่นั้นก็เปรียบเสมือนกับว่ามี “กระแสมังกร” นั่นเองครับ กระแสมังกรนั้นจะเป็นแนวน้ำ ถนน แนวเขา หรือแม้กระทั่ง Slope ของที่ดินก็ได้ครับ แต่จะต้องอาศัยประสบการณ์ของซินแสที่จะบอกว่าเป็นกระแสที่ดีเพียงพอ หรือเหมาะสมกับลักษณะที่ดินของเราหรือไม่ครับ

      ที่กล่าวมาคือหลักการเบื้องต้นในการอ่านชัยภูมิของทำเลที่ดินที่ดีตามหลัก ฮวงจุ้ยครับ อย่างไรก็ตามในการประเมินขั้นที่สูงไปกว่านี้ตามหลักการของศาสตร์ฮวงจุ้ย นั้น ท่านจำเป็นต้องรู้องศาทิศทางที่ดีที่เหมาะกับลักษณะของธุรกิจและรูปดวงของ ท่านด้วย ตามที่ผมได้กล่าวไว้ในข้างต้นของบทความแล้วครับ.


ข้อมูล http://www.dailynews.co.th/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ภูเขาหน้าบ้าน กับอิทธิพลของฮวงจุ้ย

ภูเขาที่ตั้งอยู่ทางด้านหน้าบ้านจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้อยู่อาศัยภายในบ้านเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความทุกข์ หรือความสุขก็ตาม และผลดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว


      ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรจะได้ทำการพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ ในการตรวจดูทำเล และก่อนที่จะเข้าไปตรวจดู ฮวงจุ้ยภายในอาคารบ้านเรือนต่อไป ซึ่งลักษณะของภูเขาหน้าบ้านที่สำคัญ ๆ และควรที่จะได้ทำการศึกษามีดังนี้คือ



      1. ภูเขาที่ตั้งอยู่ทางด้านข้างของตัวบ้านทั้งสองข้างเป็นลูกเล็ก ๆ และค่อยๆ เทลาดเยื้องหน้าบ้านออกไปทางซ้าย และทางขวา (มองเห็นได้จากในบ้านเมื่อยืนหันหน้าออกทางหน้าบ้าน) ซึ่งภูเขาในลักษณะเช่นนี้จะทำให้คนในบ้านเมื่ออยู่ไปนาน ๆ เข้ากลายเป็นคนขี้หงุดหงิด อารมณ์ร้ายเมื่อเวลาเผชิญกับปัญหา หรือเหตุการณ์ใด ๆ ก็จะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้สงบเอาไว้ได้ และยังมีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาแบบเถรตรง หรือขวานฝ่าซาก จึงมักไม่มีใครที่จะคบหาด้วยแม้ในหมู่ญาติพี่น้องก็จะมีเรื่องบาดหมางอยู่ลึก ๆ บ้านที่มีภูเขาลักษณะเช่นนี้จึงไม่เหมาะที่จะเข้าอยู่อาศัย



     2. ภูเขาลูกเล็ก ๆ สามลูกที่มีเนินลาดเทโค้งงอคล้ายกับเคียวทอดขวางอยู่ไกลออกไปทางหน้าบ้าน (เมื่อมองจากภายในบ้านโดยหันออกไปทางหน้าบ้าน) ซึ่งภูเขาในลักษณะเช่นนี้จะทำให้ผู้อยู่อาศัยภายในบ้านมีนิสัยปิดกั้นไม่เปิดใจ และเห็นแก่ตัว (ไม่น่าที่จะคบหาสมาคมด้วย) หากมีลูกหลานก็จะไม่มีความสามัคคี และไม่ประสบความสำเร็จ สร้างความเสื่อมเสียให้แก่วงศ์ตระกูลทำให้พ่อแม่ต้องเสียใจเป็นอย่างมาก



     3. ภูเขาลูกเล็ก ๆ สองลูกที่มองดูแล้วคล้ายกับควายสองตัวที่กำลังหันเขาบนหัวเข้าหากัน (เมื่อมองจากภายในบ้าน) ซึ่งจะทำให้คนในบ้านไม่มีความอดทน ดื้อรั้นเอาแต่ใจตนเอง เห็นแก่ตัว ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ ลูกหลานแตกแยกความสามัคคีทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำจนต้องแยกย้ายกันไปอยู่คนละทิศละทาง ทำให้ผู้ใหญ่ในบ้านต้องอยู่กันตามลำพังเมื่อเข้าสู่วัยชรา



     4. ภูเขาที่มีเชิงลาดของตีนเขาเป็นรูปปลายแหลมพุ่งตรงเข้าหาอาคารบ้านเรือน (เมื่อมองจากภายในบ้าน) ซึ่งจะมีผลกระทบต่อลูกชายคนกลางของบ้านทำให้มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ไม่ดี มีสุขภาพเสื่อมถอยเจ็บป่วยบ่อย และพบกับความสำเร็จได้ยาก



     5. ภูเขาที่มีเชิงลาดของตีนเขาทอดผ่านหน้า (เมื่อมองจากภายในบ้าน) ซึ่งจะทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านกลายเป็นคนขี้เกลียดชอบหาความสุขสำราญตามสถานเริงรมย์จนทำให้สุขภาพทรุดโทรม และติดเชื้อกามโรค นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาต่อสายตา และยังมีผลกระทบต่อการพัฒนาการของแขนขาอีกด้วย



     6. ภูเขาลูกเล็ก ๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงกันที่ตั้งซ้อนเรียงกันโดยมีเชิงเขาที่มีลักษณะคล้ายหัว และลำคอของห่าน หรือเป็ด (เมื่อมองออกไปจากภายในบ้าน) ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ผู้อยู่อาศัยที่อยู่อาศัยไปนาน ๆ แล้วจะเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และก้าวเดินไปไหนมาไหนด้วยความยากลำบาก และเด็กที่เกิดใหม่อาจจะป่วยเป็นโรคโปลิโอ หรือขาพิการ นอกจากนี้ผู้อยู่อาศัยยังมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในทางเสื่อมเสียจนทำให้เจ้าตัวมีสุขภาพจิต และสุขภาพกายทรุดโทรม และชีวิตต้องพบกับความล้มเหลว


ข้อมูล http://fafonfai.org/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

บ้านใกล้ภูเขาจะไร้โชค

 

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่าหากจะซื้อที่ทางเพื่อสร้างบ้านนั้นควรมีหลักในการเลือกทำเลที่ตั้งให้เหมาะสม การไปมาค้าขายสะดวก ซึ่งในปัจจุบันหลักของความเชื่อนี้ก็ยังมีคนใช้อยู่มาก

   แต่ก็ยังมีคนเคยสงสัยเหมือนกันว่า หากสร้างบ้านใกล้กับภูเขาจะส่งผลกับบ้านของเราอย่างไรบ้าง แน่นอนค่ะการสร้างบ้านใกล้ภูเขาหรือเนินสูงนั้นย่อมไม่เป็นการดีต่อผู้อยู่อาศัยแน่นอน เพราะตามหลักฮวงจุ้ยนั้นท่านถือว่าไม่เป็นมงคล

   เนื่องจากว่าภูเขาถือว่าเป็นสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่หนักแน่น จะเกิดแรงกดดันจิตใจของเราทำให้เรารู้สึกอึดอัด จะทำมาหากินลำบาก ไม่ค่อยมีโชคเข้ามาในชีวิต สำหรับคนที่กำลังหาที่ทางในการสร้างบ้านอยู่นั้น ควรคำนึงถึงสิ่งนี้ไว้ด้วยค่ะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ย ธาตุกับสี

 ธาตุทอง
เป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ ดังนั้นสีขาวจึงเป็นตัวแทนแห่งสัญลักษณ์ มีอำนาจควบคุมอวัยวะทั้งภายนอกและภายใน ของร่างกาย ซึ่งได้แก่ ใบหูด้านซ้ายและปอดธาตุทองก่อให้เกิดธาตุน้ำ และทำลายล้างธาตุไม้ สีขาวจะส่งเสริมให้เกิด โชคลาภ ดึงดูดทรัพย์สินนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง

ธาตุน้ำ
เป็นตัวแทนของความลี้ลับ ซับซ้อน ผสมกลมกลืนเช่นเดียวกับสายน้ำ ดังนั้น จึงมีสีดำเป็นตัวแทนแห่งสัญลักษณ์ มีอำนาจควบคุมอวัยวะทั้งภายนอกและภายในร่างกาย ซึ่งได้แก่ ปาก และไต ธาตุน้ำสนับสนุนส่งเสริมก่อเกิดธาตุไม้ ทำลายธาตุไฟ สีดำที่หม่นหมองจะลดทอนพลังธาตุน้ำ ทำให้อับเฉาเรื่องบุตร คู่ครอง บริวาร ญาติมิตร

ธาตุไม้
เป็นตัวแทนของการเจริญเติบโตและความเจริญรุ่งเรือง การปรับเปลี่ยน ดังนั้น จึงมีสีเขียวเป็นตัวแทนแห่งสัญลักษณ์ มีอำนาจ ในการควบคุมอวัยวะทั้งภายนอกและ ภายในร่างกาย ตั้งแต่ใบหูด้านขวา และตับ ธาตุไม้สนับสนุนส่งเสริม ก่อให้เกิดธาตุไฟ และทำลายธาตุดิน สีเขียวของธาตุไม้ส่งเสริมเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพทั้งกายและใจ

ธาตุไฟ
เป็นตัวแทนของความสดชื่นกระปรี้กระเปล่า สดใส ดังนั้นจึงมีสีแดงเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์ มีอำนาจในการ ควบคุม อวัยวะภายในและภายนอกร่างกาย ซึ่งได้แก่ หน้าผากและหัวใจ ธาตุไฟสนับสนุนส่งเสริม ก่อเกิดธาตุดิน และทำลายล้างธาตุทอง สีแดงของธาตุไฟจะส่งเสริมโชคลาภ รักษาระดังความเจริญรุ่งเรืองให้คงที่

ธาตุดิน
เป็นตัวแทนของความหนักแน่นมั่นคง ความบริบูรณ์ในเชิงของวัตถุและสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต ดังนั้น จึงมีสีเหลืองและสีในโทน ที่เกี่ยวเนื่องด้วยสีเหลือง เป็นตัวแทนแห่งสัญลักษณ์ มีอำนาจในการควบคุมอวัยวะ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ได้แก่ จมูก ม้าม ธาตุดินส่งเสริมและสนับสนุนธาตุทอง ทำลายธาตุน้ำ สีเหลืองสดใสจะส่งเสริมความมั่นคงในเรื่องของของหลักฐานบ้านช่อง อำนาจบารมี

* ธาตุทั้ง 5 ถือเป็นองค์ประกอบของทุกสรรพสิ่ง จะต่างกันตรงที่สิ่งใดมีธาตุใดเด่น และด้อยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง ธาตุทั้ง 5 จึงมีอิทธิพลในเชิงความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ของ สิ่งต่างๆที่รวมกลุ่มกันอยู่ *



สีแดง
    คือสีแห่งความเป็นมงคลของชาวจีน เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไฟ ความโดดเด่นของสีแดงคือความสว่างไสวในยาม มืดมิด คือความอบอุ่นในยามหนาว เป็นไฟที่ลุกโชน คือ ความรุ่งเรืองโชตช่วง พลังอำนาจ ความร้อนแรงของไฟ สามารถเผาผลาญ ความชั่วร้ายหรือสิ่งที่ไม่ต้องการให้มอดใหม้ไป ดังนั้นสีแดงคือตัวแทนในการถ่ายทอดคุณลักษณะ ของไฟ เมื่อใดที่ต้องการ ความเป็นมงคล หรือต้องการเพิ่มพลังอำนาจ ให้กับตนเองก็มักเลือกสีแดงมาใช้ ในทางจิตวิทยา สีแดงมีผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ กระตุ้นให้เกิดความสดใส มีพลังทำให้ตื่นตัวอยู่เสมอ หรืออาจจะหมายถึงการเตือนภัย เมื่อเปรียบเทียบในทาง ฮวงจุ้ย ก็จะพบกับความพ้องกันหลายประการอารมณ์แจ่มใส และจิตใจที่กระตือรือล้น ย่อมส่งผลดีต่อการสร้างสรรค์ใน การทำงาน ความเป็นมงคลจึงน่าจะเริ่มจากการที่ตนเอง เต็มไปด้วยพลังในการทำงานนั่นเอง เมื่อสามารถปฎิบัติหน้าที่การงานได้ สำเร็จลุล่วงแล้ว ความเจริญรุ่งเรืองก็จะตาม มาอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจความเชื่อเฉพาะกลุ่ม ชาวจีนมีความผูกพันกับสีแดงในแง่ดี มาตั้งแต่เริ่มแรก ดังนั้น สีแดง จึงสื่อถึง ความเป็นมงคล และรุ่งเรือง ฮวงจุ้ย ไม่ได้ให้ความสำคัญ กับการเตือนภัยเช่นเดียวกับ จิตวิทยาสี แต่จะเน้นเรื่องการป้องกันกระแส ชี่ร้านที่อาจเข้ามาบั่นทอน ทำลาย มากกว่าโดยมีความเชื่อว่า ด้วยพลังอำนาจ ของสีแดงสามารถป้องกันภัยจากสิ่งชั่วร้ายได้

สีเหลือง
     เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุดิน ซึ่งหมายถึง ความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทั้งในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกและชีวิตความเป็นอยู่ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นเครื่องหมายของ จักรพรรดิ ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งฟ้า เป็นอำนาจที่ควบคุมแผ่นดินซึ่งจะสังเกต ได้ว่ากษัตริย์จีน จะแต่งองค์ด้วยชุดสีเหลือง และมีสีทองเป็นส่วนประกอบ ในทางจิตวิทยา สีบอกถึงความบริบูรณ์ กระปรี้กระเปล่า พลังแห่งความหวัง ความสดชื่น รื่นเริงบันเทิงใจ และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ ความหมายในเชิงของ ฮวงจุ้ย ก็พอจะทำให้เห็นว่าความสดชื่นรื่นเริง ความหวัง เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เมื่อประชาชนรักในกษัตริย์ของตนเอง จึงต้องการให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับบุคคลที่ตนรักเช่นกัน ต่างกันตรงที่สีเหลืองในทางฮวงจุ้ย เป็นสิ่งที่สูงส่งห้ามใช้ในบางกรณี เพราะต้องสงวนให้กษัตริย์เท่านั้น

สีเขียว
    เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไม้ ซึ่งมีความหมายเกี่ยวะเนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เจริญงอกงาม นำความรุ่งเรืองสดใสมาสู่กระแสชี่ที่ไหลเวียนอยู่โดยรอบ ในทางจิตวิทยา สีเขียวเป็นสีของธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์เมื่อมองดูจะให้ความรู้สึกสดชื่นของธรรมชาติ ดูเหมือนว่าสีเขียวจะแทนธรรมชาติที่ดีๆโดยรวม สีเขียวช่วยบำบัดความเคร่งเครียดได้ไม่ว่าจะเป็นการประดับ ตกแต่งสถานที่ด้วยต้นไม้ก็จะส่งผลไม่ต่างกัน

สีม่วง
   และสีที่อยู่ในโทนม่วงทั้งหมดนั้นมีความเป็นมงคลใกล้เคียงกับสีแดงอาจจะน้อยกว่าหรือมากกว่าขึ้นอยู่กับความเชื่อ ของแต่ละชุมชน ซึ่งเชื่อว่าสีม่วงดูทรงพลังและ หนักแน่นมากกว่าสีแดง ถึงกระนั้นสีม่วงก็ยังไม่สูงส่งเท่ากับสีเหลือง หรือสีทองเพราะชนชั้นที่นำ เอาสีม่วงไปใช้นั้นเพียงผู้มีอำนาจเท่านั้น จุดประสงค์ที่นำเอาสีม่วงมาใช้ เพื่อเสริม ให้เกิดความมั่งคั่งบริบูรณ์ เพิ่มอำนาจวาสนามากยิ่งขึ้นนั่นเอง ในทางจิตวิทยา สีม่วงหมายถึงความหดหู่ เศร้าโศก ส่วนสีม่วงที่มีความเข้มลดลงมาบ่งบอกถึงความลึกลับ อำนาจแห่งเสน่ห์ ซึ่งแตกต่างกับ ทางฮวงจุ้ย ถึงแม้ว่า ฮวงจุ้ยจะยกย่องสีม่วงเป็นสีแห่งมงคล โชคลาภและอำนาจ ก็ตาม แต่ก็เป็นอำนาจโดยรวม ไม่ใช่อำนาจที่เกิดจากเสน่ห์ เหมือนกับจิตวิทยาสี อาจเป็นไปได้ว่า จิตวิทยาสีเป็น การกำหนดและวิเคราะห์โดยชาวตะวันตก ดังนั้นจึงเป็นความเห็นความรู้สึกของชน กลุ่มหนึ่งที่รู้สึกต่อสีม่วง แต่ กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ชนทั้งสองซีกโลกรู้สึกได้เหมือนกันก็คือ พลังอำนาจจากสีม่วงแม้ว่าที่มาของอำนาจจะแตกต่างกัน ก็ตามที

สีดำ
    เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุน้ำ ทำให้มีคุณสมบัติลึกลับไม่แน่นอนแต่สามารถอยู่หลอมรวมกับทุกสิ่งได้มีทั้งพลังอำนาจ และความอ่อนไหวไปพร้อมๆกัน ให้ทั้ง คุณประโยชน์มากมาย และยังสามารถนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ยากจะประเมินค่าได้ ดังนั้น สีดำจึงหมายถึงความคลุมเครือไม่แน่นอนเช่นเดียวกับกระแสน้ำ หมายถึงความลึกล้ำที่ยากจะหยั่งถึง ในทางจิตวิทยา สีดำเป็นสีที่เร้นลับ เคร่งขรึม โศกเศร้า ในกรณีของความลึกลับซับซ้อนนั้นไม่ใช่สิ่งที่เหนือความ คาดหมายของผู้คนนัก และเหตุที่ความลึกของ สายน้ำเป็นสิ่งที่ลึกล้ำเกินหยั่ง ดังนั้น ฮวงจุ้ย จึงได้นำเอาสีดำมา เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุน้ำ ถึงแม้ว่าสีดำจะให้ความรู้สึกลึกล้ำยาก เกินหยั่ง แต่อีกแง่หนึ่งก็ให้ความ รู้สึกสงบนิ่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสายน้ำนั่นเอง

สีเทา
   สีเทาเป็นส่วนผสมระหว่างสีดำและสีขาว ซึ่งทำให้มันไม่สามารถหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ด้วยเหตุนี้ จึงแทนความหมาย ความ ไม่ชัดเจน และเหตุที่มันมีสีเดียวกับเมฆฝน จึงทำให้สีเทามีความหมายไปทางหม่นหมองหดหู่สิ้นหวังดังคำกล่าว ที่ว่าเมฆฝนเปรียบได้กับช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วย อุปสรรคและปัญหา ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เมฆฝน ลอยผ่านพ้นไปจากชีวิต แต่ว่ายังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่าสีเทายังมีแง่ดีอยู่บ้าง นั่นคือความสงบและความสมดุลย์ ด้วยว่ามันเป็นส่วนผสมของ ขาวและดำที่เท่ากัน ในทางจิตวิทยา หมายถึงความสงบนิ่งและเดียวดาย จะตรงกันกับ ฮวงจุ้ย ก็คือความสงบ อาจจะเพราะสีเทามีความเป็น กลาง การเพ่งมองสีอ่อนนานๆ ทำให้จิตใจสงบ

สีน้ำตาล
    เป็นสีแทนความอบอุ่นมั่นคงไปด้วยหลักทรัพย์ เป็นสีเดียวกับต้นไม้ขนาดใหญ่ บ่งบอกถึง อดีตอันยาวนาน และ ประสบการณ์ที่ผ่านมา ดังนั้น มันจึงกลายเป็น สัญลักษณ์ของผู้สูงอายุตามไปด้วย ความสุขุมเยือกเย็นยังเป็นเอกลักษณ์ ของสีน้ำตาลด้วยเช่นกัน ในทางจิตวิทยา สีน้ำตาลทำให้รู้สึกแห้งแล้ง ความเห็นพ้องระหว่าง ฮวงจุ้ย กับจิตวิทยาคือความอบอุ่นหากนำสีที่เพิ่ม ความสดใส ในสัดส่วนที่เหมาะสม ก็จะได้ความ อบอุ่นมั่นคงสามารถลดความแห้งแล้งได้

สีส้ม

   สีส้มเป็นสีที่เดียวกับสีน้ำผึ้ง เพราะได้รวมเอาสีแดงคือความรุ่งโรจน์ พลังอำนาจและความเป็นมงคลและความมั่งคั่ง ความหวังรุ่งเรืองของสีเหลือง ในทางจิตวิทยา หมายถึงการฟื้นตัวและพลังชีวิตเพราะว่าสีส้มรวมเอาสีแดงและเหลืองไว้ด้วยกันให้ความรู้สึกในแง่ดี

สีชมพู
   คือความสดใสบริสุทธิ์ของวัยสาว ความรักอันบริสุทธ์ ความเบิดบาน ความคิดและจิตวิญญาณที่ปราศจากจริตมายา ในทางจิตวิทยา สีชมพูบอกถึงความละมุนละไมความอ่อนเยาว์สดใส ซึ่งพิจารณาดูแล้วสอดคล้องกับสิ่งที่ ฮวงจุ้ย ได้บอกไว้เช่นกัน ด้วยคุณลักษณะของสีชมพูคงไม่มีใคร ปฎิเสธถึงความอ่อนหวานน่ารัก แม่ส่วนมากมักเลือกเสื้อผ้า เครื่องใช้ รวมถึงตกแต่งห้องด้วย สีชมพูเตรียม ไว้ให้ลูกสาว เพราะนอกจากจะเป็นสีแห่งความอ่อนหวานแล้ว การเลือกสีชมพูสำหรับเด็กผู้หญิงนั้น เสมือนการอวยพรให้เด็กเป็นคนที่อ่อนหวาน งดงามน่ารักบริสุทธิ์

สีชมพูโอรส
   เนื่องจากเป็นสีที่มีส่วนประกอบหลากหลาย ได้แก่ สีชมพู และสีส้มเล็กน้อย หากเป็นสีชมพูล้วนๆก็หมายถึงความ บริสุทธิ์น่ารัก แต่เมื่อสีโอโรสมีสีส้ม เจือด้วยจึงทำให้ความรักอันบริสุทธิ์เปลี่ยนเป็นรักที่ทรงพลัง อำนาจแห่งความ ปรารถนา แรงดึงดูดแห่งรัก อำนาจแห่งเสน่ห์ มันจึงไม่เป็นมงคลนัก หากจะนำสีดังกล่าวมาตกแต่งห้องนอนของคู่บ่าวสาว เชื่อกันว่าจะส่งผลให้เกิดรักสามเส้าใครบางคนอาจตกหลุมรักหรือติดบ่วงเสน่ห์ผู้ที่ไม่ใช่คู่ครอง ของตนสำหรับวัยหนุ่มสาว ที่ยังไม่มีครอบครัว สีโอโรสหมายถึงความ มีเสน่ห์ และมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีมิตรสหายมาก สีโอรสในที่นี้หมายถึงสีของดอก ท้อนั่นเอง ในทางจิตวิทยา วิเคราะห์ได้ว่าได้รวมเอาคุณลักษณะทั้ง3 สีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนหวานของสีชมพู ความสดใส ความปรารถนา ของสีเหลือง และความร้อนแรง มีพลังของสีแดง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่ ฮวงจุ้ย จะตีความไว้เช่นนั้น

สีฟ้า
   ชาวจีนมักจะมองสีฟ้าว่าเป็นสีแห่งการเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตเฉกเช่นเดียวกับสีเขียว มีไม่น้อยที่คิดว่าสีฟ้าเป็น สีแห่งฤดูใบไม้ผลิ การสวมชุดสีฟ้า ในช่วงเวลา ดังกล่าวจึงเป็นเสมือนการต้อนรับฤดูกาลใหม่ ทว่ายังมีบางกลุ่มที่ไม่นิยม สีฟ้าเนื่องเพราะคิดว่าสีฟ้าเป็นสีแห่ง ความโศกเศร้า ในทางจิตวิทยา มองว่าสีฟ้าเป็นสีแห่งความสดชื่น ปลอดโปรงโล่งสบายและสดใส จึงพ้องกับความคิดที่ว่า สีฟ้าเป็นสีแห่ง ฤดูใบไม้ผลิ และการที่บางคนมองว่าสีฟ้าเป็นสีแห่งความโศกเศร้านั้น น่าจะเป็นเพราะเป็นสีอยู่ในโทนอ่อน มีความเข้ม ของสีน้อยขาดความโดดเด่น ไม่มีผลในการกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้น เช่นเดียวกับสีเข้มๆ บางสี เช่นสีแดงนั่นเอง

สีเขียวอมฟ้า
   สีเขียวเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไม้ ดังนั้น มันจึงหมายถึงความเจริญเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า สีแทน ความหม่นหมอง แต่เมื่อมันมาอยู่ รวมกันก็จะเกิดความหมายใหม่ที่ดีๆเพราะสีเขียวอมฟ้านั้นไปพ้องกับสีของใบไผ่ เป็นไม้มงคลของชาวจีน ชาวจีนมีความเชื่อว่าสีเขียวอมฟ้าเป็นสีแห่งความ อ่อนเยาว์ ในทางจิตวิทยา ได้รวมเอาคุณลักษณะของหลายสีเข้าด้วยกัน ได้แก่ สีเหลือง สีน้ำเงิน สีขาว แม้สีฟ้าจะถูกมองว่าหม่น หมอง แต่เมื่อได้ความสดใสจากสีเหลือง เข้ามาช่วยแล้ว ก็ทำให้สีเขียวอมฟ้าช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกให้สดชื่นได้ 




                                                   




ข้อมูล
www.e-fengshuidesign.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เทคโนโลยีมีผลต่อฮวงจุ้ย

 

ปัจจุบันมนุษย์มีเครื่องอำนวยความสะดวก สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันมากมายหลายชนิด จากอดีตที่ผ่านมาคนเราต้องอาศัยแรงงานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นแรงงานจากสัตว์ พลังงานจากลม และน้ำ รวมทั้งแรงงานจากคนเราเอง

     แต่บัดนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป เครื่องจักรกลนานชนิดเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น มีการคิดค้นปรับปรุงจนเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงเพียงปลายนิ้วส้มผัส เครื่องจักรเหล่านี้ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามำสั่งที่ถูกป้อนเข้าไปในโปรแกรม ความก้าวหน้ายิ่งไฮเทคมากเท่าไร ชีวิตของคนเราก็ยิ่งสุขสบายสะดวกมากขึ้นเท่านั้น แต่ความสะดวกสบายที่ได้รับอาจจะนำผลที่เลวร้ายมาสู่เราได้

     อุปกรณ์เครื่องจักรกล เครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดไปถึงวิทยุ โทรทัศน์ ตู้เย็น พัดลม สิ่งเหล่านี้ถ้าได้มีการจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ดีและถูกต้องตามศาสตรฮวงจุ้ย จะส่งผลเกื้อกูลให้พลังชีวิตที่อยู่รอบข้าง กระจายไปผูกพันกับสิ่งต่าง ๆ รอบด้าน ส่งผลให้หน้าที่การงาน และธุรกิจที่ดำเนินอยู่ ประสบความสำเร็จราบรื่น ชีวิตครอบครัวมีความสุขสมหวัง เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่บรรจุข้อมูลของบริษัทเกี่ยวกับด้านการเงิน การงาน

     หากตั้งวางอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เช่น มุมร่ำรวย หรือ มุมอุปถัมป์ จะช่วยให้การเงินการงานของ บริษัทมีความมั่งคง หรือแขวนนาฬิกาสีแดงสดใส ในตำแหน่งที่เกี่ยวกับชีวิตสมรส ชีวิตความรักจะสดชื่นรื่นรนย์เที่ยงตรง เป็นเพียงตัวอย่างหนื่งที่นำมาประยุกต์ เพื่อชี้ให้เห็นว่าถ้าเห็นว่าถ้าเข้าใจศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างลึกซึ้ง ศาสตร์นี้ก็คือ วิทยาศาสตร์ เป็นวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติกับสังคมและมนุษย์ 

    การที่เรารู้จักนำสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบด้านตัวมาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จัดได้ว่าบุคคลผุ้นั้นเป็นคนฉลาดที่รู้คุณค่าของสิ่งของ และเข้าใจความหมายศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างแท้จริง


ที่มา http://www.huangjuijing.com/
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยทำอะไรให้ธุรกิจของคุณได้บ้าง?

 


1.ฮวงจุ้ยสามารถขยายยอดขาย ของคุณได้ อย่างไร? ติดเหรียญจักรพรรดิสามเหรียญผูกด้ายแดงไว้กับแฟ้มเก็บยอดขาย สมุดบันทึกใบแจ้งราคาสินค้า หรือเครื่องคิดเงินของคุณ เหรียญทั้งสามนี้เป็นสัญลักษณ์ของโชคด้านการเงินที่หามาได้ใหม่ ขณะที่ด้ายแดงจะกระตุ้นเหรียญด้วยพลังหยาง

การผสานรวมกันของพลังชี่หยางกับสัญลักษณ์มงคล ก่อให้เกิดฮวงจุ้ยที่เยี่ยมยอดมาก คุณยังสามารถขยายยอดขายของคุณได้ด้วยการวางลูกคิด กระเทียมทอง หรือปู ไว้ บนโต๊ะของซีอีโอหรือของผู้จัดการ ลูกคิดและกระเทียมทองเป็นสัญลักษณ์ของ “การมีทรัพย์สินให้นับ” ส่วนปูนั้นจะช่วยให้คุณทำการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ด้วยกลยุทธ์ที่ดีเสมอ สิ่งนี้จะช่วยผู้ที่ทำงานด้านการตลาดได้อย่างมาก

2.ฮวงจุ้ยสามารถเพิ่มผลกำไรให้ ธุรกิจคุณได้ อย่างไร? สร้างโชคด้านการสร้างความมั่งคั่งในที่ทำงานด้วยการวางสัญลักษณ์เสริมความมั่งคั่งไว้อย่างถูกที่ สัญลักษณ์ที่ว่านี้ เช่น โถใส่ทอง กล่องใส่ตำลึงทอง ตะกร้าใส่ธนบัตร หรือเรือสำเภาทองคำหลายๆ ลำ ที่เป็นสัญลักษณ์ว่ากำลังแล่นเข้าสู่ท่าเรือของคุณที่มีทองคำมากมายและความมั่งคั่ง

การใช้สัญลักษณ์เพื่อสร้างโชคด้านความมั่งคั่งนี้ให้ผลเร็วมากๆ การใช้สัญลักษณ์ความมั่งคั่งนี้มักจะให้ผลอย่างรวดเร็ว คุณควรสร้าง “ท่าเรือ” ไว้บนโต๊ะพิเศษที่ตั้งอยู่ติดกับโต๊ะทำงานของคุณ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ากองเรือสำเภาทั้งกองแล่นเข้าหาคุณ พร้อมกับนำความมั่งคั่งมาให้ และต้องแน่ใจว่าเรือสำเภาเหล่านั้นแล่นเข้ามาหาคุณจากหนึ่งในทิศมงคลประจำตัวเสมอ

3.ฮวงจุ้ยสามารถทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตในอัตราที่สม่ำเสมอ อย่างไร? สร้างโชคด้านความเจริญรุ่งเรืองในที่ทำงาน โดยการเสริมเซิงชี่หรือพลังแห่งการเจริญเติบโตของที่ทำงานคุณ จำไว้ว่าธุรกิจทั้งหลายที่ซบเซาจะต้องปิดกิจการลงในที่สุด ดังนั้นดูให้แน่ใจเสมอว่าได้มีการตรวจสอบหาทิศที่ควบคุมโชคแห่งการเจริญเติบโตในห้องทำงานคุณไว้อย่างถูกต้อง ก่อนที่คุณจะทำการตกแต่งพื้นที่ห้องโถงเป็นทางเข้าด้านหน้าของห้องทำงานคุณ ดังนั้นให้คุณยืนที่ห้องโถง ใช้เข็มทิศและหาทิศหันหน้าของทางเข้าห้องทำงานของคุณ วิธีนี้ใช้ได้กับที่ทำงานทุกประเภท ขั้นต่อไปให้จำสิ่งต่อไปนี้:

      ถ้าทิศหันหน้าของคุณคือทิศเหนือ ให้แขวนโมบายโลหะไว้ที่เพดานกลางห้องโถง อย่าวางคริสตัลหรือเซรามิกไว้ในทิศนี้เด็ดขาด!

      ถ้าทิศหันหน้าของคุณคือทิศใต้ ให้วางต้นไม้ที่แข็งแรงมีสุขภาพดี (โดยให้ใบเป็นทรงมนและมันวาว) ไว้ในห้องโถงของคุณ

      ถ้าทิศหันหน้าของคุณคือทิศตะวันออก หรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ ให้วางธาราภูมิทัศน์ขนาดเล็กไว้ในห้องโถง น้ำที่นำไปวางควรไหลอยู่ตลอดเวลา ห้ามวางอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นโลหะ เช่น โมบายโลหะ หรือระฆังไว้ในทิศนี้

      ถ้าทิศหันหน้าของคุณคือทิศตะวันตก หรือทิศตะวันตกเฉียงเหนือให้วางแท่งผลึกคริสตัลขนาดใหญ่ไว้ที่ทางเข้าห้องโถง คริสตัลอะเมทิสต์ที่ก่อตัวเป็นผลึกขนาดใหญ่จะดีที่สุด อย่าให้มีแสงมากเกินไป หรือสว่างจ้าในบริเวณนี้

      ถ้าทิศหันหน้าของคุณคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ ให้ติดไฟสว่างๆ ไว้ที่โถงทางเข้าด้านหน้า ถ้าเป็นโคมระย้าคริสตัลได้ก็จะยิ่งดีมาก แต่อย่าวางสิ่งที่ทำด้วยโลหะ หรือต้นไม้ใดๆ ไว้ในบริเวณนี้

4.ฮวงจุ้ยสามารถขยายฐานลูกค้าของคุณได้ด้วยการเสริมชื่อเสียงของคุณ อย่างไร? จากมุมมองของฮวงจุ้ยนั้นการจะขยายฐานลูกค้าของคุณได้ คุณต้องสร้างชื่อที่ดีสำหรับธุรกิจของคุณเสียก่อน คุณสามารถสร้างชื่อของคุณด้วยการโหมโฆษณา แต่คุณควรเสริมด้วยเคล็ดลับทางฮวงจุ้ยเพิ่มด้วย ใช้เข็มทิศเพื่อหาทิศใต้และวางม้ามงคลไว้ในทิศนั้น

     ม้าเป็นสัญลักษณ์ของพลังหยางและยังเป็นสัตว์ธาตุไฟอีกด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งโรจน์ของทิศใต้ ม้ามงคลอาจเป็นม้าบรรณาการนำทองมาให้ หรือเป็นม้าแห่งชัยชนะที่สามารถวิ่งได้เร็วกว่านกนางแอ่นก็ได้ ม้าจะกระตุ้นทิศใต้และนำชื่อเสียงอันยอดเยี่ยมมาให้กับบริษัท มัณฑนากรของบริษัทหลายๆ คนที่รู้เรื่องฮวงจุ้ย แนะนำให้ตั้งม้าสวยๆ ไว้ในที่ทำงานบริเวณล็อบบี้ เพื่อเป็นการนำพลังชี่อันทรงพลังมาสู่บริษัทได้อย่างแยบยล


ข้อมูล http://www.posttoday.com/
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ยกับการกิน

 

ระวังไม่กินอาหารจากจานชามที่ขอบบิ่นหรือแตกร้าว เพราะจะนำความอัปมงคลมาให้ ทำให้เกิดเรื่องเพราะปาก (คำพูด) ทำให้การงานเสียหายหรือทำให้เกิดการล่มจม ควรทิ้งจานชามที่บิ่นแตกร้าวไปโดยเร็วอย่าเก็บไว้โดยเด็ดขาด เพราะผลเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายเกินกว่าราคาของจานชามชิ้นใหม่หลายเท่าตัวนัก

     ในห้องครัวไม่ควรติดกระจกเงาโดยเฉพาะที่ตรงกับเตาหุงหาอาหาร เพราะจะทำให้เกิดฮวงจุ้ยในทางวิบัติเสื่อมเสีย อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อย ๆ


     ในเวลากินอาหารห้ามนำเอาตะเกียบปักตั้งฉากลงไปบนข้าวในจานหรือชามอย่างเด็ดขาด เพราะนั่นเป็นการก่อให้เกิดพลังหยินที่รุนแรงในทางเสื่อมถอยและวิบัติ มันเป็นสัญญลักษณ์แห่งความตายซึ่งจะทำให้เกิดกาเสียชีวิตขึ้นได้ในครอบครัวนั้น ๆ (การปักตะเกียบลักษณะนี้ในทางจีนเปรียบเหมือนการปักธูปไหว้คนตาย)

     ในห้องที่ใช้รับประทานอาหารควรติดตั้งประจกเงาแผ่นใหญ่เพื่อสะท้อนภาพอาหารบนโต๊ะ ซึ่งในทางฮวงจุ้ยถือว่าก่อให้เกิดความเป็นมงคลอย่างยิ่ง คือมีอาหารการกินอย่างอุดมสมบูรณ์เป็นทวีคูณและไม่รู้จักหมด

     ในทำนองเดียวกันอาจแขวนภาพจริงหรือภาพวาดที่เป็นรูปอาหารหรือถาดใส่ผลไม้ที่ดูสวยงามและน่ากินเอาไว้ในห้องอาหาร หรืออาจจะจัดวางถาดผลไม้ที่มีผลไม้หลากชนิดวางเรียงให้ดูสวยงามไว้บนโต๊ะอาหาร เพื่อเป็นสัญญาณว่าบ้านนี้จะมีและอุดมไปด้วยโภคทรัพย์ตลอดไป

     ห้ามตั้งห้องครัวหรือเตาหุงต้มทุกชนิดเอาไว้ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวบ้านหรือตัวห้อง เพราะที่ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งประจำตัวของผู้ก่อตั้งวงศ์ตระกูล หัวหน้าครอบครัว และอีกทั้งยังถือว่าเป็นตำแหน่งของประตูสวรรค์ การตั้งเตาไฟเอาไว้ที่จุดนี้ก็เท่ากับเป็นการเผาประตูสวรรค์

 

 

      ซึ่งถือว่าเป็นความอัปมงคลอย่างที่สุด และยังทำลายโชคลาภของผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวอีกด้วย แต่ถ้าห้องพักหรือห้องครัวเกิดอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวอาคารอยู่แล้ว ก็แก้ไขโดยการตั้งเตาให้อยู่ในทิศอื่นที่ไม่ใช่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง


     ถ้าบ้านของคุณกินข้าวเป็นอาหารหลักจงหาที่เก็บข้าวสารให้ดีโดยภาชนะที่บรรจุข้าวสาร เพราะมันหมายถึงโชคชะตาและอนาคตของครอบครัว ภาชนะที่บรรจุควรมีฝาปิดและอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย นำภาชนะนั้นไปเก็บเอาไว้ในที่มิดชิดให้พ้นจากสายตาคนทั่วไป

     และควรให้แน่ใจว่ามีข้าวสารเหลืออยู่ในภาชนะนั้นตลอดเวลา โดยที่คุณจะไม่มีโอกาสได้เห็นก้นภาชนะนั้นเลย จึงจะเป็นมงคลและมีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ไม่มีวันอดอยากขาดแคลน และถ้าจะทำเคล็ดให้มีความร่ำรวยมั่งคั่งมากขึ้นไปอีกก็ให้นำเอาเหรียญจีนโบราณ 3 เหรียญที่ผูกด้ายแดงแล้วห่อด้วยกระดาษหรือใส่ซองสีแดงให้ด้านอักษร 4 ตัวหงายขึ้น แล้วนำไปวางเอาไว้ที่ก้นภาชนะที่บรรจุข้าวสารนั้น

     ข้อสำคัญอีกข้อหนึ่งสำหรับห้องครัวก็คือ ต้องระวังมิให้ธาตุไฟ ซึ่งหมายถึงเตาไฟ เตาอบ หม้อหุงต้มไฟฟ้าตั้งอยู่ติดหรือประจันกับธาตุน้ำ ซึ่งหมายถึงตู้เย็น ก๊อกน้ำ อ่างล้างผัก ล้างจาน ในกรณีที่ตั้งประจันหน้ากันจะก่อให้เกิดการทำลายล้างกันมากกว่าการตั้งอยู่ติดกัน

     และเตาอบหรือตู้อบจะส่งผลเสียน้อยกว่าเตาไฟที่เปิดโล่ง ผลของการทำลายล้างกันระหว่างธาตุไฟและธาตุน้ำในลักษณะนี้ก็คือทำให้โชคชะตาของคนในบ้านนี้ขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย มีกินบ้างไม่มีกินบ้าง หรือมีปัญหาในเรื่องสุขภาพอยู่เป็นประจำ

     ห้องนอนและห้องครัวก็เป็นอีกห้องหนึ่งที่ไม่ควรตั้งอยู่ในส่วนกลางของผังบ้าน โดยเน้นอย่างมากกับห้องครัวเพราะจะทำให้เกิดผลกระทบบั่นทอนโชคลาภของสมาชิกภายในบ้าน ซึ่งวิธีแก้ไขก็มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้นก็คือเปลี่ยนประโยชน์การใช้สอบของห้องนั้นเสียใหม่


     โต๊ะอาหารรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสถือว่าเป็นมงคลที่สุดสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก แต่มีสิ่งซึ่งต้องคอยระวังคืออย่าให้มุมของโต๊ะชี้ไปที่ประตูโดยเฉพาะประตูที่สำคัญ ๆ

     เตาที่ใช้ทำกับข้าวในห้องครัวนั้นในทางวิชาฮวงจุ้ยถือว่า เตาที่ใช้ถ้าน ใช้ฟืนและให้เปลวไฟนั้น จะมีผลดีต่อฮวงจุ้ยมากที่สุด ส่วนเตาที่มมีผลรองลงไปก็ได้แก่เตาที่ใช้แก๊ส เตาไฟฟ้าและไมโครเวฟตามลำดับ

     ห้องอาหารควรติดภาพที่มีความหมายในทางที่ดีเอาไว้จึงจะเป็นมงคล เช่น ติดภาพนกคู่ทำให้มีความรักที่สุขสมหวัง ติดภาพเทพเจ้าทำให้มีโชคลาภ ภาพที่ติดไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เป็นจำนวนคู่เหมือนในห้องนอนก็ได

     เก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหารในห้องอาหารต้องมีจำนวนเป็นเลขคู่จึงจะนำความสุขความเจริญรุ่งเรืองมาให้ สำหรับโต๊ะที่ใช้รับประทานอาหารก็ควรเป็นโต๊ะกลมซึ่งมีความเหมายถึงการได้รับพรจากสวรรค์จึงจะดีที่สุด หรือจะใช้เป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งมีความหมายถึงการได้รับพรจากแผ่นดิน ก็จะมีผลดีรองลงมา

      ส่วนโต๊ะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นก็เป็นมงคล ต่อการใช้เช่นเดียวกัน แต่จะไม่เป็นมงคลต่อชีวิตคู่และความรักความสัมพันธ์เท่ากับการใช้โต๊ะกลมหรือโต๊ะรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส และโต๊ะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะมีส่วนที่เป็นหัวโต๊ะและท้ายโต๊ะจึงเหมาะในเรื่องอำนาจมากกว่าเรื่องความรัก

    และโต๊ะรูปสามเหลี่ยมนั้นห้ามใช้เด็ดขาดเพราะจะนำความก้าวร้าว ความเดือดร้อนมาให้โดยเฉพาะหากต้องการให้ครอบครัวมีความสุข มีความรักที่หวานชื่นยิ่งต้องระวังไม่ใช้โต๊ะรูปสามเหลี่ยมเป็นอันขาด

การใช้ห้องครัวเป็นที่ซักเสื้อผ้าหรือใช้เป็นที่ตากเสื้อผ้าที่ซักแล้วเป็นอัปมงคล

การตากเสื้อผ้าเอาไว้บนดาดฟ้าย่อมจะทำให้โชคลาภเสื่อมถอย



ที่มา
http://alakkan.igetweb.com/

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ฮวงจุ้ย1

"

"

"

ฮวงจุ้ย 1-6

ขอบคุณครับที่อาจารย์นำสาระความรู้ต่างๆมาสู่ชุมชนของพวกเรา

ผมติดตามอ่านทุกๆเรื่องของทุกท่านอยู่เสมอ

ฉิน ขี่ ฝา   wijay

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal