圣寿无疆  หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา 泰國客家 Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน(客家人) hakkapeople.com

ยิ้มและหัวเราะวันละนิด จิตแจ่มใส สูดอากาศบริสุทธิ์ ปลอดโรคภัย 1

รูปภาพของ อาคม

คนเราจะมีสุขภาพที่ดี ต้องอารมณ์ดี อากาศดี อาหารดี อาศัยดี เรามาหาเรื่องหัวเราะกันเถอะ ขอเชิญชวนไท่กา มาร่วมสร้างสรรค์กันครับ

 

เหตุเกิดที่สี่แยกราชประสงค์ คุณยายชราคิดถึงบ้านอย่างมาก จะกลับบ้าน(อยู่อุดร ไม่รู้โดนหลอกมารึปล่าว)แต่ไม่มีสตางค์ ก็ไปขอกับพระพรหม โดยบอกกับ พระพรหมว่า ขอให้ลูกช้างได้เงิน 500 บาท เพื่อจะได้มีค่ารถกลับบ้าน ก็พอดีตำรวจจราจรที่ทำหน้าที่อยู่ที่สี่แยกได้ยิน เมื่อคุณยายเดินผ่านมา ตำรวจผู้ใจบุญก็เรียกคุณยายไปหาและให้เงินคุณยายไป 300 บาท เมี่อคุณยายได้เงินก็รีบกลับไปไหว้พระพรหมใหม่แล้วบอกกับพระพรหมว่า ทีหน้าทีหลัง อย่าฝากเงินมากับตำรวจ มันอมอีฉั้นไป 200


รูปภาพของ วี่ฟัด

ขำขันโบราณ ( เกษม ฉายพันธ์ )

ตอนเด็กๆ ใครจำอีตาเกษม ฉายพันธุ์ ได้หรือเปล่า ไหงชอบมากจะต้องคอยอยู่หน้าวิทยุทรานซิสเตอร์ แบบ AM แล้วฟังขำขันของ ตาเกษม ฉายพันธ์ ที่เขามีทีมซอง ว่า ตะเลง ตะเลง ตะเลง ตะเลง ต๊ะเหล่ง ตะเลง ...... ตะเลง ตะเลง ตะเลง ตะเลง ต๊ะเหลง เตงเตง เต่ง เตง เตง เตง ( เพลงบ้านเรือนเคียงกันแอบมองทุกวันเลยเชียว )

ถ้าใครไม่ทัน เชิญสดับรับฟัง แต่ถ้าใครทัน เชิญทบทวนอดีต

 

http://saisampan.net/index.php?topic=14768.0

 

http://saisampan.net/index.php?topic=15039.0

รูปภาพของ อาคม

ขอบคุณครับ ตอเชี้ย ตอเชี้ย

ไหงก็คิดถึงเขาอยู่เหมือนกัน และเพลงขำขันนี้ ต้องขอบคุณจริงๆครับ คุณวีฟัด คนร่วมสมัย ฟังแล้วคิดถึงตอนเด็กๆ
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

พิภพ มัจจุราช ทันดูกันแน่นอน..

พิภพ มัจจุราช
รูปภาพของ วี่ฟัด

เชิญ load อีตาเกษม ฉายพันธ์ ไปฟังเล่นๆ

เชิญไท้กาหงิ่น LOAD อีตาเกษม ฉายพันธ์ เกือบยี่สิบเรื่อง ไปรำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเยาว์วัย เมื่อครั้งไหงยังเรียนอยู่ ป1 ป2 อยู่เลยเชิญ

http://upload.one2car.com/download/download.aspx?pku=E0D52AD23YGBDQHKHEW58CIKORTTR

http://upload.one2car.com/download/download.aspx?pku=E0D52AD24[F5XXQHI69JSQUGXAOYO

 

รูปภาพของ อาฉี

คิดว่าจะไม่ได้ฟังอีกซะแล้ว

ขอบคุณมากครับ ที่หามาให้ฟัง คิดว่าจะไม่ได้ฟัง เสียหัวเราะอร่อยๆ ท้ายเรื่อง อีกซะแล้ว

โฮ้วู หะ  หะ หะหะหะ. ๆ ตุเรง ๆ ๆ ตุเรง เต่ง เตง เต้ง .....

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

TVC-แฟ๊บ เดี๋ยวนี้ก็มีมาอีกแล้ว..

TVC-แฟ๊บ
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ควายมั้ยพี่...

ควายมั้ยพี่...
ควายมั้ยพี่...
ควายมั้ยครับ
ควายป่าว ควายขึ้นรถเรยคร๊าบ
5555555555555555555555 ขำอ่ะคะ

ก่อ กมลพัฒนะ ศิษย์เก่า'ถาปัด จุฬาฯ (คนที่เล่นเป็นคนขับรถ) แจ้งเกิดในวงกว้างก็จากโฆษณานี้แหละ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

แหล่หารสอง

นี่ก็ขำดี...แหล่หารสอง  โดย โน๊ต อุดม แต้พานิช
รูปภาพของ อาคม

ตามกาลเวลา (จำกันไม่ได้)

 เด็กชายตัวเล็กกำลังนั่งดูรูปจากอัลบั้มครอบครัว แล้วถามแม่ขึ้นว่า

         " แม่ฮับ ผู้ชายคนที่อยู่กับแม่บนชายหาดเป็นใครกันครับ คนที่ผมหยิกๆ กล้ามเป็นมัดๆ คนนี้อ่ะครับ " ชี้ให้แม่ดู

         " พ่อของลูกไงจ๊ะ " แม่ตอบด้วยความภูมิใจ เด็กชายมองหน้าแม่อย่างงงๆ แล้วถามว่า

         " ก็แล้วคนที่หัวล้านๆ พุงใหญ่ๆ ที่อยู่กับเราตอนนี้ล่ะครับ !!!

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

โฆษณา หนังไทยเก่าๆ

โฆษณา หนังไทยเก่าๆ   เปิดให้นศ.ดูเฮกันมาก  สอนบรรจุภัณฑ์นะเจ้า..

 

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

แป๊ะยิ้ม...ยิ้มๆๆๆๆๆๆๆ

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คนไทยฉลาดกว่าฝรั่ง

มีคนไทยคนหนึ่ง เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ ได้ทำงานในบริษัทซึ่งเป็นของต่างชาติ ในทุกวันเขาก็ทำงานเหมือนเดิมทุกวัน แต่....

อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้เข้าห้องน้ำในบริษัทแล้วไปเจอคนฝรั่ง 2 คน อยู่ในห้องน้ำ ซึ่งกำลังล้างมือ หลังจากฉี่เสร็จแล้วพอฝรั่ง 2 คนนั้นเห็นคนไทย ทั้ง 2 คนจึงคุยข่มคนไทยว่า....

ฝรั่งคนที่ 1 "นายเรียนจบที่ไหนวะ"
ฝรั่งคนที่ 2 "เราเรียนจบจาก OXFORD"
(ทันใดนั้น ฝรั่งคนที่ 2 ก็วักน้ำล้างมือมาถึงข้อศอก)

ฝรั่งคนที่ 1 เห็นแล้วก็งง ถามว่า
"ทำไมต้องล้างมือถึงข้อศอกด้วย"
ฝรั่งคนที่ 2 ตอบว่า
"ที่อังกฤษเขาสอนให้ล้างอย่างนี้ เพราะตอนฉี่ ฉี่อาจกระเด็นมาถึงแขนก็ได้ ต้องระวังไว้ก่อน"

(ทันใดนั้น ฝรั่งคนที่ 1 ก็วักน้ำมาล้างมือเฉพาะที่มือ แล้วหาไม้มาแคะขี้เล็บออก)
ฝรั่งคนที่ 2 เห็นก็ถามว่า "นายจบจากที่ไหน"
ฝรั่งคนที่ 1 ตอบว่า "เราจบจาก STANFORD ที่นั่นเขาสอนให้ล้างมือเฉพาะที่สกปรก แล้วก็แคะขี้เล็บออก เพื่อป้องกันเชื้อโรค"

ฝรั่ง 2 คนเห็นคนไทยฉี่อยู่ พอคนไทยฉี่เสร็จ ก็เดินออกจากห้องน้ำเลย
ฝรั่งทั้ง 2 คนเห็นก็ตกใจว่าทำไมไม่ล้างมือ เลยวิ่งไปถามคนไทยว่า
"นายจบจากไหน ทำไมถึงไม่ล้างมือ"

คนไทยตอบว่า
"จบรามฯ รามฯ ไม่สอนให้ฉี่รดมือตัวเอง"
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

"ถ่านไฟฉายตรากบ"

ขำขันกับถ่านไฟฉายตรากบ .. ได้มาดูตัวเป็นๆ .. น่ารักจังเลย
พูดได้ดีโดยเฉพาะเรื่อง  รณรงค์ให้ใช้ของไทยค่ะ ^___^

 

 

ลายมือในห้องน้ำสาธารณะ

ลายมือในห้องน้ำสาธารณะ

ในนครนิวยอร์คซิตี้เมื่อปี 1968

Are you come

I no come

Baby come

How come!

แปลว่าอย่างไร?  เชิญแปลกันเอาเองน่ะ

 

ลายมือใคร?

เช้าวันหิมะตก ฝรั่งสองคน เป็นเพื่อนบ้านกันก็ได้มาคุยปรับทุกข์กัน
      คนแรก ไอจะมาบอกยูว่า เมื่อคืนลูกชายยู มาฉี่รดลานหน้าประตูบ้านไอ
      คนที่สอง โอ้ไอแอมซอรี่  ว่าแต่ยูแน่ใจยังไงว่าเป็นลูกชายไอ
      คนแรก แน่ใจชัวร์ ก็ตอนเช้านี้ ยังเห็นชัดว่า หิมะหน้าบ้านไอ มีรอยเขียนด้วยฉี่เป็นชื่อลูกชายยู
      คนที่สอง ถ้ายูมั่นใจอย่างนั้น ไอก็ต้องขอโทษยูแทนลูกชายไอด้วย เดี๋ยวไอจะไปล้างทำความสอาดให้ก็แล้วกัน ยูยกโทษให้ไอ กับลูกชายไอด้วยเถอะนะ
      คนแรก ข้อนั้นไอไม่ข้องใจหรอก ไอข้องใจตรงที่ว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นชื่อลูกชายยูก็จริง แต่ลายมือที่เขียน ทำไมถึงเป็นลายมือลูกสาวไอนี่สิ 
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

55555555555++++++

ตกลงสมาคมนี่้ควรอมยิ้มและหัวเราะทุกวัน......ขำดีเจ้า..

GOOD MORNING

ยังพอขำได้ครับ สำหรับ"ลายมือใคร?" เพราะชายสองคนนั้น ไม่มีใครเห็นว่า เป็นลายมือใคร? และเกิดขึ้นได้อย่างไร? เพราะใครกันแน่? นำมาพูดเป็นตุเป็นตะไปเอง ผู้อ่านสามารถหักมุมลงได้ครับ
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

GOOD MORNING 2

 

"SPAIN" THE CHAMP

 

ขออนุญาต คุณอาคม นำภาพขำ ๆ ของเจ้า"พอล"และก็ญา่ติของมันมา ลงให้ชม ซึ่งก็คงได้แต่ขำ เพราะเจ้าพอลทำนายได้ถูกต้อง แม่นยำเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะสเปน ชนะ ฮอลแลนด์ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากการยิงของ อินเนสต้า เบอร์ 6 เจ้าพอลยังอยู่ดีมีสุข ไม่ต้องเป็นอย่างภาพบน โฮเล้ โฮเล้ โฮเล้ โฮเหล่...พอล นายแน่มาก แต่อย่าหลงไปเยอรมันแล้วกัน

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ยกนิ้วให้พอล...

พอลนายแน่มาก...ปีนี้ปีหน้ารับรองว่า  ปลาหมึกจะกลายเป็นตราสัญญาลักษณ์  ทุกรูปแบบที่เทรนแน่นอน...ที่แน่นอนคือแอดด้า  รองเท้าปลาหมึกกำลังจะถูกคัดสรรค์ให้เป็นหนึ่งในการออกแบบเพื่อการคัดเลือกของปีนี้  แบบเข้าตากรรมการ  ต้องขอตัวไปพัฒนาต้นแบบนี้ก่อน  แต่สองวันนี้ยุ่งมากกับการตรวจประกันคุณภาพการศึกษา  ของปี 52 ที่ผ่านมา  และคงได้ลุยงานภาคสนามออกแบบเครื่องประดับจากเซรามิก  และแอดด้า..ต่อไป..สนุกสนานกับเทรนปลาหมึกนี้มาก...ไหงพอคิดออกปลาหมึกจีนและอั้งม้อ  ต่างกันตรงไหน...ปลาหมึกของนักกีฬา แบบที่ได้รับมาจุดประกายให้ไหง  (สีฟ้านำโชคแล้วหนอ   ????) 

ขอบคุณ

"SPAIN" THE CHAMP

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

หน้าที่ของอวัยวะที่ไม่เคยรู้มาก่อน

หน้าผาก ............อวัยวะที่ใช้ประกอบกับเท้าเวลามีทุกข์ เช่น...นอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก
ตา .....................อวัยวะที่ใช้ในการมอง จะมีอุณหภูมิสูงมากเมื่อเห็นใครได้ดี
หู ......................อวัยวะที่ใช้ในการฟัง ส่วนมากจะมีน้ำหนักเบา จึงก่อให้เกิดเรื่องขึ้นบ่อยๆ
ปาก ...................อวัยวะที่ใช้พูด ส่วนมากจะอยู่ไม่ตรงกับใจ
ไหล่ ...................อวัยวะที่คู่กับบ่า เช่น เคียงบ่าเคียงไหล่ มีไว้ให้คนเหงาใจหรือเศร้าใจซบโดยเฉพาะ
บ่า .....................อวัยวะที่คู่กับไหล่ เช่น เคียงบ่าเคียงไหล่ ...อาชีพจับกังมีไว้แบกข้าวสาร ........(ส่วนถนนข้าวสาร จับกังไม่เกี่ยว)
หัวใจ .................อวัยวะสูบฉีดเลือดและฟอกเลือดให้กับร่างกาย มีไว้ให้แสดงความรักและเก็บรักไว้... แต่บังเอิญว่ามันมีถึง 4 ห้อง
หน้าอก ..............อวัยวะที่รองรับเรื่องหนัก อาทิเรื่องหนักอก... ซึ่งผู้หญิงจะหนักกว่าผู้ชาย (รึเปล่า!!!)
นม .....................อวัยวะที่บ่งบอกภาระการรับน้ำหนักของอก ผู้หญิงมีไว้บริการนมให้บุตร!!!
ศอก ...................ข้อต่อระหว่างแขนและข้อมือ มีไว้เป็นอาวุธประจำกาย และใช้รองน้ำ...
มือ ......................เป็นอวัยวะปลายสุดของแขน มีนิ้วเป็นส่วนประกอบ ...(no comment)
ตัว ......................เป็นชิ้นส่วนใหญ่ของร่างกายให้อวัยวะอื่นได้พักพิง.....จะลืมกันมากเวลาได้ดี
สะดือ ..................เป็นอวัยวะที่ใช้เชื่อมต่อกับแม่ยามอยู่ในครรภ์ เมื่อโตขึ้นใช้วัดระดับความสุภาพ .........ถ้าต่ำกว่านี้ทะลึ่ง!!!
ขาอ่อน ................เป็นอวัยวะเชื่อมต่อจากสะโพกลงมา นิยมใช้ในการประกวด ..........เพราะเห็นได้เด่นชัดกว่าสมอง!!!
หัวเข่า ................ข้อต่อระหว่างขาและหน้าแข้งเป็นอาวุธประจำกาย ผู้หญิงใช้โจมตีจุดอ่อนผู้ชาย และบางคนใช้ซับน้ำตาเวลาเศร้า ... นิยมมากสำหรับคนหลงรักชาวบ้าน
ขนหน้าแข้ง .........อวัยวะที่วัดระดับของฐานะ ยิ่งรวยมากขนหน้าแข้งจะร่วงน้อย
เท้า ......................เป็นอวัยวะที่ใช้ยืน บางครั้งใช้ก่ายหน้าผาก ...หรือเป็นอวัยวะที่ใช้ผลัก ...ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า "ถีบ"

เสริมอวัยวะให้

---มือใช้วัดระดับความไวเช่นมือไวเป็นระวิง,มือไวใจเร็ว ไม่รู้อะไรไวกว่า
---แขน เอาไว้หนุนนอน โดยเฉพาะแขนแฟน แขนตัวเองมี กลับไม่ยอมหนุน ยามไกลแฟนเลยต้องหนุนขอนต่างแขน

---หลังกับหน้า เอาไว้สู่กับฟ้าและดิน โดยเฉพาะชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน
ขนตา ของสุภาพสตรีจะงอนกว่า เรียกว่า แม่ขนตางอน
ขนหลัง เอาไว้วัดระดับความขยัน ถ้าขี้เกียจ นอนมาก ๆขนหลังจะร่วงหมด เรียกว่า นอนจนขนหลังร่วง
---ขาอ่อน ใช้วัดระดับของนางงามได้ ถ้านางงามขาลาย ไม่เอาไหนเลย
---น่อง ใช้ดูระดับความซนของเด็ก ถ้าซนมากถูกตีมาก น่องจะลาย
วากับศอก ใช้วัดระดับความเข้าใจของหู เช่นไปไหนมา สามวาสองศอก
---คืบกับศอกใช้วัดระดับความใคร่ ได้อยากของคน เช่นได้คืบ จะเอาศอกหรือใช้วัดระดับอันตราย เช่นคืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล
---สะดือ ถ้าปลิ้นเมื่อไร รวยเมื่อนั้น เรียกว่ารวยจนสะดือปลิ้น
---นิ้วมือทั้ง 5 ใช้แทนสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย

      นิ้วโป้ง ให้กันแสดงว่าโกรธกัน
      นิ้วชี้ ใช้ร่วมกับการออกคำสั่ง
        นิ้วกลาง...ทลึ่ง
        นิ้วนาง สาวยื่นให้เมื่อไหร่...ยุ่ง
        นิ้วก้อย...เราดีกันนะ
       นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง...สุดหล่อ
         นิ้วชี้กับนิ้วนางเราสู้ หรือลูกเสือ สำรอง
       นิ้วชี้นิ้วกลาง นิ้วนาง...สัญลักษณ์ ลูกเสือสามัญ สามัญรุ่นใหญ่ และสูกเสือ วิสามัญ
         สี่นิ้วยกเว้นนิ้วโป้ง...ทหาร ตำรวจ ใช้แสดงความเคารพ
        ถ้างอหมดทั้ง 5 นิ้ว ยกขึ้น แล้วหันหลังมือออก...เรียกว่ามะเหงก
---หนวด ถ้าโกรธมาก ๆ...จะกระดิก
---หู ถ้าโกรธมาก ๆ ...ลมก็จะออกหู
---จมูก กับปาก ถ้ามีนิดหน่อย จะน่ารัก เรียกว่า...ปากนิดจมูกหน่อย
---หน้า ใช้วัดระดับความละอาย หน้าบาง จะอายง่าย หน้าหน้าหนา จะอายยาก
---เท้า บางทีก็ไปเรียกเป็นปลา...เรียกว่าปลา 5 หัวฮะฮะฮะ เรียกเอาเองแล้วกัน
---เล็บ มีไว้เกาและป้องกันนิ้ว แต่ถ้ามันขบแล้วเรียกว่าเล็บขบ ไม่เป็นผลดีต่อนิ้ว                                                           

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

อวัยวะพาไปเสียคน..โดนด้วยคนคร่า.. หุหุ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เรื่องของไข่...

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ยิ้ม..พิชิตโลก !

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

โจรสลัดครบสูตร

ณ บาร์ริมทะเล ในหมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง ชาวประมงกำลังคุยอยู่กับโจรสลัด เมื่อคุยมาถึงเรื่องการผจญภัยของโจรสลัด ชาวประมงจึงสังเกตว่าโจรสลัดมีขาเทียมข้างหนึ่ง มือขวาเป็นตะขอ แล้วตาก็พันผ้าปิดตาไว้ข้างหนึ่ง เหมือนโจรสลัดตามนิยายทั่วไป

ชาวประมงจึงถามว่า "ทำไมท่านถึงใช้ขาเทียมล่ะ"
โจรสลัดตอบ "เราเจอพายุหนักกลางทะเล ข้าตกทะเลลงไปอยู่กลางฝูงปลาฉลาม ฉลามตัวหนึ่งกัดขาข้าขาด แต่ข้าก็รอดมาได้"
"โอ้ เก่งจริงๆ" ชาวประมงกล่าวอย่างชื่นชม

"แล้วมือขวาที่เป็นตะขอล่ะ"
โจรสลัดลุกขึ้นตอบอย่างอาจหาญ "ข้าบุกขึ้นเรือข้าศึก ต่อสู้ด้วยดาบ ข้าพลาดถูกฟันแขนขาด แต่ข้าก็รอดมาได้"
"เหลือเชื่อ ท่านเก่งจริงๆ" ชาวประมงลุกขึ้นปรบมือ

"แล้วตาท่านล่ะ"
"เจ้านกนางนวลมันอึใส่ตาข้านะสิ" โจรสลัดตอบพร้อมกับนั่งลง
ชาวประมงถามงงๆ "ท่านตาบอดเพราะอึนกนางนวลเหรอ"
"เอ่อ..." โจรสลัดเสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
"มันเป็นวันแรกที่ข้ามีตะขอแทนมือว่ะ"
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

//////:::::: ------!!!!!!!

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

แทนยาอันขื่นขม...

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

หัวเราะยืนยง สุขภาพยืนยาว.

หัวเราะยืนยง  สุขภาพยืนยาว.

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

555+++

หมอผิดเอง

     กลังจากไปพบแพทย์มาได้ 10 วัน ยาก็หมด สมบัติจึงได้ไปพบแพทย์อีกครั้ง

       สมบัติ คุณหมอครับ หลังจากผมมาพบหมอแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นอะไร ผมชอบคิดว่าตัวเองเป็นนักร้องดัง ไม่กล้าออกไปไหน กลัวคนจะมาขอลายเซ็นต์

       คุณหมอ คุณไม่เป็นอะไรหรอก หมอต่างหากที่ผิดเอง

       สมบัติ คุณหมอผิดอะไรหรือครับ

       คุณหมอ หมอผิดที่หยิบยาผิดขวดให้คุณไปน่ะสิครับ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ทานข้าวร้าน? บอกอะไรได้บ้าง 555

  บทความ ทายนิสัยจากสถานที่ชอบทานข้าว
   ชอบทานที่ห้องอาหารในบ้าน
ข้อนี้ก็คงสำหรับคนที่มีห้องรับประทานอาหารภา ยในบ้านนั่นเอง ส่วนอุปนิสัยของคนที่ชอบทานอาหารในห้องเฉพาะเช่นนี้จะเป็นคนที่มีระเบียบแบบ แผนในชีวิตมาก และจะทำทุกอย่างโดยมีขั้นตอน ทั้งยังดำรงชีวิตอยู่ในกฎเกณฑ์ได้เป็นอย่างดีและมีความสุขเสียด้วย นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ให้ค่ากับเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ค่อนข้างมาก และยังเป็นคนที่ชอบความสมัครสมานสามัคคี แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนที่ชอบไปก้าวก่ายหน้าที่ของคนอื่น
 

   ชอบทานที่ห้องครัว

ส ่วนอุปนิสัยของคนที่ชอบรับประทานอาหารในห้องครัวนั้น จะเป็นคนที่มีบุคลิกอบอุ่น และเป็นกันเองกับทุก ๆ คน และยังเป็นคนเรียบง่าย สบาย ๆ ไม่มีพิธีการอะไรมากนัก ชอบความเท่าเทียมกัน และการได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนทั่วไป โดยไม่สนใจเรื่องวัยหรือเรื่องเพศ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่สามารถทำงานร่วมกับคนจำนวนมาก ๆ ได้ดี เหมาะกับการเป็นผู้บริหาร และมักจะสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้แสดงความสามารถของตนอย่างเต็มที่ 

   ชอบทานอาหารหน้าจอที.วี.

ส ำหรับคนที่ชอบรับประทานอาหารหน้าจอที.วี.หรือไม่ก็ทานอาหารพร้อมกับดูที.วี. ไปด้วยนั้น บ่งบอกถึงอุปนิสัยที่ชอบความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบการได้อยู่ร่วมกับบุคคลในครอบครัว เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสิ่งต่าง ๆ จากโลกภายนอก นอกจากนี้ยังแสดงถึงความเป็นคนรักบ้าน และมีความมานะพยายามสูงในการที่จะรักษาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเอาไว้ให ้มั่นคง 

   ชอบทานอาหารร้านประจำ
มาถึงบุคคลที่ชอบไปทานอาหารยังร ้านซึ่งตัวเองเป็นขาประจำอยู่ โดยไม่คิดเปลี่ยนไปทานที่ร้านอาหารอื่น ๆ เลย อุปนิสัยเช่นนี้ บ่งบอกถึงการเป็นคนที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงที่พลิกผันมากนัก แต่จะชอบการที่จะอยู่กับที่ โดยเฉพาะในสถานที่ที่ตนคุ้นเคย จะรู้สึกเป็นสุข อบอุ่น และมั่นคงมาก และยังเป็นคนที่ค่อนข้างวิตกกังวลอยู่เสมอแม้กับเรื่องเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ชมชอบความสะดวกสบายและแปลกใหม่อยู่บ้าง เพียงแต่จะไม่ยอมสูญเสียสิ่งที่ตัวเองต้องการเด็ดขาด 

   ชอบทานอาหารร้านทั่วไป
ส ำหรับคนที่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าจะต้องรับประทานอาหารในสถานที่หนึ่งที่ใดเป ็นประจำ แต่ชอบแสวงหาสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อรับประทานเสมอนั้น บ่งบอกถึงนิสัยที่ชอบความตื่นเต้นแปลกใหม่และมักแสวงหาชีวิตที่มีการผจญภัย นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็นเอามาก ๆ อีกด้วย ชอบทดลองในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน และยังชื่นชอบพบปะพูดคุยกับผู้คนในวงการต่าง ๆ ไม่มีลักษณะของคนที่เก็บตัว แต่ค่อนข้างจะร่าเริงสนุกสนานและเปิดเผยมาก ๆ เชียวล่ะ
 

   ชอบทานอาหารจานด่วน
ส ำหรับคนที่ชอบไปทานอาหารในร้านประเภทฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายนั้น บอกถึงการเป็นคนที่ไม่ค่อยเสียเวลาให้กับเรื่องเล็ก ๆ จุกจิกทั้งหลาย แต่จะไปทุ่มเทความสนใจให้เรื่องหน้าที่การงานเสียมากกว่า และยังเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลามาก มักจะไม่ยอมเสียเวลาไปเพื่อทำในสิ่งที่เห็นว่าไม่มีประโยชน์โดยเด็ดขาด ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเองมากทีเดียว จนแทบไม่เห็นค่าของคนอื่น ๆ






รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ตลกวัยทอง

คืนที่ฟ้าฉ่ำฝน ตายายคู่หนึ่งจูงมือ ค่อยๆ พากันเดินเข้าร้าน McDonalds แลดูแปลกตาท่ามกลางเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาว สายตาหลายคู่จ้องมองมาอย่างชื่นชมในความรักที่ยืนยาวมากว่าครึ่งศตวรรษของสองตายาย

ตาเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์สั่งอาหารชุดและชำระเงินอย่างคุ้นเคย ก่อนพายายไปเลือกหาที่นั่งด้านในสุดของร้าน ตายายช่วยกันนำอาหารออกจากถาด ตาค่อยๆ แบ่งแฮมเบอร์เกอร์ออกเป็น 2 ส่วน เอาเฟรนช์ฟรายด์ออกมานับครึ่ง และจัดวางไว้ดูน่ารับประทานข้างหน้ายาย คว้าแก้วโค้กมาจิบอึกหนึ่ง ส่งให้ยายรับไปจิบอึกหนึ่ง ก่อนจะวางไว้ตรงกลางเบื้องหน้าทั้งคู่

ขณะที่ตาเริ่มกินแฮมเบอร์เกอร์ส่วนของตนอยู่ บรรดาลูกค้าในร้านที่จับตาดูคู่ตายายมาตั้งแต่ต้น เริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย
หลายคนสะกิดกันพลางกระซิบ
"น่าสงสารจัง แกคงมีเงินพอซื้อได้แค่ชุดเดียวมาแบ่งกันมั้ง"

ชายหนุ่มโต๊ะข้างๆ ถึงกับเดินเข้ามาหา พร้อมเสนอตัวขอเป็นเจ้ามือซื้อให้อีกชุดอย่างสุภาพ
ตายิ้มรับความมีน้ำใจ แต่ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า
"ไม่เป็นไรหรอก มีอะไรเราก็ต้องเอามาแบ่งกันอยู่แล้ว"

เวลาผ่านไป ทุกคนเริ่มสังเกตว่า ยายได้แต่นั่งนิ่งจ้องมองตากินแฮมเบอร์เกอร์อย่างเอร็ดอร่อย ไม่ยอมแตะต้องส่วนของตน นอกจากหยิบโค้กขึ้นมาจิบ

ชายหนุ่มคนเดิมตัดสินใจเดินเข้ามาหาอีกครั้ง เอ่ยขอร้องให้เขาได้เลี้ยงตายายคู่ที่น่ารักนี้เถอะ
คราวนี้ยายเป็นฝ่ายปฏิเสธอย่างอ่อนหวาน ยืนยันเหมือนเดิมว่ามีอะไรก็ต้องเอามาแบ่งกัน

เมื่อตารับประทานเสร็จ ขณะหยิบกระดาษมาเช็ดปาก ยายก็ยังคงนั่งนิ่ง ดูสามีสุดที่รักอยู่อย่างนั้นราวกับกลัวว่าเขาจะไม่อิ่มจริงๆ ชายหนุ่มคนเดิมก็อดรนทนไม่ได้อีก เอ่ยปากอย่างจริงจังขอตายายอนุญาตให้เขาเลี้ยงสักครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างสุภาพอีก

ชายหนุ่มนึกสงสัย
"ทำไมคุณยายไม่รับประทานบ้างเลยครับ ก็ไหนบอกว่ามีอะไรก็ต้องเอามาแบ่งกันไง คุณตาก็ทานเสร็จแล้ว ยังรออะไรอยู่หรือครับ?"

คุณยายตอบเนิบๆ " ฟันปลอมน่ะหลาน.
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

สัญญาลักษณ์เป็นเหตุ...

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ยกมือขึ้น..มีกี่นิ้ว

วิธีการดูค่ะ หันฝ่ามือเข้าหาตัวเอง โดยผู้หญิงให้ดูมือซ้าย ส่วนผู้ชายให้ดูมือขวา แล้วขีดเส้นแบ่งข้อต่อแต่ละข้อบนนิ้วก้อย จะได้ทั้งหมด 3 ข้อ ตามรูปประกอบ ส่วนที่ยาวที่สุด คือส่วนที่บอกถึงจุดเด่นในตัวคุณ


ข้อบนสุดยาวที่สุด

คุณเป็นคนมีพรสวรรค์ในการพูดจาดึงดูดคน เป็นคนพูดจาฉะฉานชัดเจนทั้งในน้ำเสียงและกิริยาท่าทาง เป็นคนช่างสังเกตและรอบคอบ

ข้อกลางยาวที่สุด

เป็นคนที่ให้ความใส่ใจต่อผู้อื่นและมีความอดทนเป็นเลิศ ลักษณะความยาวของข้อกลางนี้ ส่วนมากพบในบุคคลที่ อยู่ในวงการแพทย์เป็รส่วนใหญ่

ข้อล่างยาวที่สุด

คุณเป็นคนรักอิสระอย่างมากไม่ชอบถูกควบคุมโดยใคร เป็นคนพูดจาเปิดเผย ตรงไปตรงมา ฝีปากกล้าคมคาย ยึดมั่นในความีเหตุมีผลและจะเก่งในเรื่องการโต้เถียง หรือการโต้แย้งใดๆ

ส่วนที่สั้นที่สุด คือ ส่วนที่บอกจุดด้อยในตัวคุณ

ข้อบนสั้นที่สุด

คุณเป็นคนไม่กล้าแสดงออกอย่างมาก เป็นคนขี้อายจนถึงขนาดตัวคุณเองที่ยากจะเข้าใจในตัวเอง นอกจากนี้คุณยังเป็นคนที่ไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับคนอื่นอีกด้วย

ข้อกลางสั้นที่สุด

คุณเป็นคนซื่อสัตย์ ยุติธรรมแน่วแน่มั่นคง อาจจะเรียกได้ว่าถึงขั้นไม่มีความประนีประนอม จนดูเหมือนความที่เป้นคนตรง กลายเป็นข้อด้อยของคุณไปเลย

ข้อล่างสั้นที่สุด

คุณเป็นคนซื่อๆง่ายๆ ไม่มีเล่ห์เหลื่ยมมารยา เชื่อคนง่ายจนกระทั่งอาจจะถูกหลอกหรือถูกโกงได้ง่าย ด้วยความไร้เดียงสาของคุณ







ที่มา
forward mail
รูปภาพของ YupSinFa

เรื่องตลกที่เชียงราย

           อำเภอเวียงป่าเป้าและอำเภอแม่สรวย(แม่สวย) ของเชียงรายนั้นมีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายลาหู่ (อพยพมาจากมณฑลหยุนหนานจีนเรียกชนชาติล่าหู่้ตามที่เขาเรียกตัวเอง) ที่คนพื้นเมืองล้านนาชอบเรียกพวกเขาว่า "มูเซอร์" พวกเขาเป็นชนชาติที่มีอารมย์ดีมาก จึงไม่ค่อยโกรธเหมือนชาวไทยเชื้อสายอื่้น ๆ ที่เรียกชื่อเขาผิด เช่น อาข่า ผ่าไปเรียกพวกเขาว่าอีก้อ ปากะญอ เรียกเขาว่า กระเหรี่ยง ไตโหลงหรือไทใหญ่เรียกเขาว่าเงี้ยว จีนหยุนหนานเรียกเขาว่าจีนฮ่อและพวกเราจีนในตลาดพวกก็เรียกเจ๊กจนเราเคยชิน

            มาว่ากันถึงเรื่องตลกของคนเมืองล้านนาในอำเภอเวียงป่าเป้ากับอำเภอแ่ม่สรวยเชียงรายกับชาวไทยลาหู่กันดีกว่าครับ สองอำเภอนี้ มีชาวล่าหู่ มากมายอาศัยอยู่ชายป่าห่างจากหมู่บ้านคนเมืองล้านนาออกไปไม่ไกลนัก เขาเหล่านี้ มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจน่าศึกษามาก-พวกเราคนไทยควรให้เกียรติและยกย่องภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกันข้อนี้ไหงเคยตำหนินักวิชาการสติเฟื่้องในเชียงใหม่มาแล้วว่า อย่าไปมองเขาเหมือนเป็นคนส่วนน้อย จะต้องเคารพในภูมิปัญญาและภาษาของเขาเหมือนเราภูมิใจในความเป็นไทของเรา เรียกพวกเขาอย่างถูกต้องตามที่พวกเขาเรียกตัวเอง (ที่จีนเป็นตัวอย่างครับ ปัจจุบันรัฐบาลซินหวา ปรับภาษาที่ใช้เรียกชนชาติส่วนน้อย 55 ชนชาติตามที่พวกเขาอยากให้เรียกอย่างถูกต้องและเป็นทางการ)

            ไหงชอบออกนอกเรื่องอยู่เรื่อย ชาวลาหู่ นี้ มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ ล่าหู่นะ ที่พวกเราเห็นเขาใส่เสื้อสีดำยาวลงมาเลยถึงหัวเข่าและมีแถบสีขาวที่แขนเสื้อยาวไปตามตัวเสื้อสวยงามมาก นักวิชาการสติเฟื่องของไทยในอดีตเรียกพวกเขาว่า มูเซอร์ดำ ก็ไม่รู้่ว่าไปเอามาจากไหนแต่ก็น่าแปลกที่คนเมืองล้านนาก็พากันเรียกพวกเขาว่ามูเซอร์ส่วนพวกเขาเรียกตัวเองว่าลาหู่นะ อีกพวกหนึ่ง พวกนี้ชอบนุ่งผ้าซิ่น แต่งกายตามแบบคนเมืองล้านนาแต่พอแต่งเต็มยศทีสวยงามมากเลยทีเดียวครับ การแต่งกายและวิถีชีวิตของสองกลุ่มนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ อ้อ พวกหลังนี้เรียกว่าลาหู่ยิครับ เช่นกันครับ นักวิชาการสติเฟื่องเรียกเขาว่ามูเซอร์แดงครับ

            อย่างที่เรียนไว้ตอนต้นว่า พวกลาหู่นี้เป็นกลุ่มชนที่มีอารมย์ดีอารมย์ขันมากนะครับ จึงมีเรื่องเล่าตลก ๆ ระหว่างชาวมูเซอร์กับคนเมือง(ล้านนา) ที่อยู่ร่วมกันพึ่งพาอาศัยกันและกันอย่างมีความสุข.......

           เรื่องเล่าที่คนเมือง(ล้านนา) เอามาเล่ากันต่อ ๆ มา อ้างว่า พวกมูเซอร์นี้เล่าขานกันว่า......"คนเมืองนี้ ง๊าววววว...ง่าว  กิ๋นข้าวอิ่มแล้ว ยังกิ๋นหน๊ำ ได้อยู่....ผ่อลอก่า....หมู่เฮานี้หนา....กิ๋นข้่าวแหล้วว....กิ๋นหน้ำบ่อได้หย่ออออออ."

           แปลได้ว่า "คนเมืองนี้ โง๊.......โง่ กินข้าวอิ่มแล้วยังกินน้ำได้อีก ดูสิ พวกเรานี้ กินข้าวอิ่มแล้ว กินน้ำไม่ได้เลยยยยย."

           ขอเรียนถามไท้ก๋าหยิ่นว่า สรุปแล้ว ใครโง่กว่าใครครับ เพราะทุกวันนี้ ยังสรุปกันไม่ได้เลยสักที(ฮา)

           ที่เขียนมายืดยาว ใจความมีแค่นี้เองครับพี่น้อง.

ไหงก็เหมือนกัน

ไหงก็เหมือนกัน

"มาว่ากันถึงเรื่องตลกของคนเมืองล้านนาในอำเภอเวียงป่าเป้า

กับอำเภอแ่ม่สรวยเชียงรายกับชาวไทยลาหู่กันดีกว่าครับ

สองอำเภอนี้ มีชาวล่าหู่ มากมายอาศัยอยู่ชายป่าห่างจากหมู่บ้าน

คนเมืองล้านนาออกไปไม่ไกลนัก เขาเหล่านี้ มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ

น่าศึกษามาก-พวกเราคนไทยควรให้เกียรติ

และยกย่องภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกัน

ข้อนี้ไหงเคยตำหนินักวิชาการสติเฟื่้องในเชียงใหม่มาแล้วว่า

อย่าไปมองเขาเหมือนเป็นคนส่วนน้อย จะต้องเคารพในภูมิปัญญา

และภาษาของเขาเหมือนเราภูมิใจในความเป็นไทของเรา

เรียกพวกเขาอย่างถูกต้องตามที่พวกเขาเรียกตัวเอง"

(ที่จีนเป็นตัวอย่างครับ ปัจจุบันรัฐบาลซินหวา ปรับภาษาที่ใช้เรียก

ชนชาติส่วนน้อย 55 ชนชาติตามที่พวกเขาอยากให้เรียกอย่างถูกต้อง

และเป็นทางการ)

คำพูดนี้เป็นของใคร  ไหงอยากให้มองไหงแบบนี้บ้าง? 

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ไม่มีขีดเส้นใต้...แต่มีเลขบัตรประชาชนให้ดู?.

เปล่าแซว...รู้สึกว่าควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง...ขอบคุณคร่า...

ลองอ่านแล้วรีบดูเลขบัตรประชาชนทันที.........

ตัวสุดท้ายในบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคน สามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง ? แม่นขนาดไหน ต้องพิสูจน์กัน

ตัวอย่าง : เลขในบัตรประจำตัวประชาชนคือ 5 6485 54823 48 6 เลขตัวสุดท้ายคือเลข 6 

  เลข 1 : แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นผู้นำใน หน้าที่การงานอยู่ในจำพวกแนวหน้า และบางครั้งถูกคนอื่นมาขอความช่วยเหลือทั้งทรัพย์สินเงินทอง และคำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควรแต่หากไม่พอใจใครแล้ว เขาจะไม่สนใจเลยเด็ดขาด เป็นจำพวกหยิ่งในศักดิ์ศรี ฆ่าได้ หยามไม่ได้ ไม่ยอมก้มหัวเพื่อลดศักดิ์ศรีให้ใคร หากจำเป็นจริง ๆ ยอมให้ได้เพียงกายเท่านั้น จะมี นิสัยละเอียดอ่อนในเรื่องความรัก หมดเปลืองเท่าไหร่ก็ยอมเพื่อความรัก ในอนาคต หากเป็นนักธุรกิจจะประสบความสำเร็จและสามารถทำงานได้ดีทุกแขนง 

  เลข 2 : แสดงถึงความสำเร็จ ความอบอุ่นจากมิตร-บริวาร แต่บางครั้งไม่ค่อยมีความเด็ดขาดไปบ้าง เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว หากจะลงทุนทำธุรกิจถ้าได้ร่วมทำกับคนอื่นจะดีกว่าทำคนเดียวจะมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม เป็นที่รักใคร่ของเหล่าเพื่อนฝูง แต่บางครั้งจะโดนอิจฉาอยู่บ่อย ๆ เพราะเสน่ห์ดีเกินไป ตามเลขศาสตร์บ่งบอกว่าหากจะให้ทำงานสำเร็จโด่งดังมีชื่อเสียง จะต้องทำงานร่วมกับคู่ครองตนเอง วัยกลางคนจะได้มีความสุขกับครอบครัว ฐานะดีมีความสบายตามลำดับ 

  เลข 3 : แสดงถึงความทุกข์ใจ จะมีปัญหาเรื่องต่าง ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อยๆ หากจิตใจไม่เข้มแข็งจะทำให้ทุกข์ใจไม่สบายกายอยู่เรื่อยไป และจะต้องเพิ่มการเอาใจใส่คู่ครองและครอบครัวให้มากกว่าเดิม ระวังจะมีปัญหากับบุคคลที่ 3 เข้ามาสร้างความแตกแยกในครอบครัว หมายเลข 3 นี้ เป็นเลขแห่งเงารัก เงาร้าง ถ้าจะลงทุนทำธุรกิจไม่ควรที่จะร่วมหุ้นหรือไว้ใจบริวารให้มากนัก อย่าเป็นนักบุญให้ผู้อื่นจนเกิดเป็นความทุกข์ให้กับตนเอง และหากช่วยเหลือใครแล้วจะหวังผลคืนได้ยาก เพราะหมายเลข 3 เป็นเลขของผู้ให้ๆอย่างเดียว แต่เมื่อผ่านปัญหาทั้งปวงไปแล้วอีกไม่นาน จะมีความสุขความสบายกับครอบครัว 

  เลข 4 : แสดงถึงเลขแห่งจักรพรรดิ จะมีคนคอยเป็นห่วง จะเป็นที่รักใคร่ของผู้สูงอายุแต่จะมีความเหน็ดเหนื่อยมากอยู่เหมือนกัน เพราะ คำว่า "แม่ทัพ" ก็รู้ความหมายอยู่แล้ว ไม่มีแม่ทัพคนใดไม่มีผลงานแล้วจะ

ได้เป็นแม่ทัพหรอกน่ะ แต่หมายเลข 4 เป็นเลขแห่งความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้า ความท้าทาย หากจะให้มีความเจริญก้าวหน้าเร็วๆ ก็ต้องกล้าทำกล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ แต่ระวังจะมีเพศตรง
ข้ามหลงรัก และเข้ามาขอสวามิภักดิ์ด้วยและไม่ต้องเป็นห่วงจะทำอะไรก็จะมีคนคอยสรรเสริญเยินยอ แต่ก่อนที่จะมีการเยินยอก็จะมีการติฉินนินทาก่อน หากอดทนไม่สนใจไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นได้ละก็ ชีวิตนี้รวยใจสบายกายอย่างแน่นอน 

  เลข 5 : แสดงถึงเลขแห่งเวทมนต์และเสน่ห์หากับเพศทั่วไป มีความหยิ่งทะนงในตัวเอง ยอมก้ม หัวให้ผู้อื่นได้แค่กายแต่ใจนั้น ไม่ยอมใคร เป็นที่ปรึกษาผู้อื่นได้ดีแต่ตนเอง ยามเดือดร้อน หาใครช่วยปรึกษาด้วยนั้นช่างยากมาก เพราะหมายเลข 5 จะมีความสบาย กาย แต่ทุกข์ใจอยู่เรื่อยเพราะคิดมากจนเกินเหตุ และจะเป็นที่รักใคร่ของญาติมิตร หากดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเอกสารจะประสบความสำเร็จดีมีชื่อเสียง แต่ไม่ว่างาน ด้านไหนๆ หมายเลข 5 ทำได้หมด แต่จะต้องมีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวบ้าง เช่น เรื่องความรัก อย่าปล่อยให้นานเกินไป จะได้พึ่งพาอาศัยบุตร-บริวารในภายภาคหน้า จะมีความพอดีกับชีวิต เกิดความสุขตลอดกาล 

  เลข 6 : แสดงถึงคนที่มีดีอยู่ในตัวแต่ไม่ค่อยยอมนำออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าปล่อยเวลากับความคิดให้มากนัก หมายเลข 6 เสน่ห์อยู่ที่ "เงา" ของตนเอง จะมีคนรักใคร่ เอ็นดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ต้องแต่งตัวให้เกิดจุดเด่นแก่ตนเอง และมีจิตสัมผัส เหนือธรรมชาติ หากได้นั่งสมาธิบำเพ็ญศีลจะมีบารมีสูง ผู้คนจะรักใคร่เอ็นดู จะทำ อะไรก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จดีทั้งสิ้น หมายเลข 6 ต้องลดโทนเสียงลงอีกเพราะโทน เสียงนั้นบ่งบอกถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่เกินตัว ไม่เพราะแก่ผู้ได้ยิน ผู้ใหญ่รัก ใคร่เอ็นดู สนับสนุนในด้านการงาน เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ตนเองมักจะเอาตัวรอดได้ เสมอ จะมีความสุขในบั้นปลาย 

  เลข 7 : อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปกับคนอื่นให้มากนักและอย่ายึดติดอยู่กับที่ เพราะหมายเลข 7 เป็นหมายเลขที่ต้องเดินทางเพื่อทำการค้า เป็นไกด์ หรือทำงานที่ต้องมีการ เจรจาอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ประสบความสำเร็จ ระวังจะมีปัญหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เกิดขึ้นในครอบครัว หรือเรื่องรัก 3 เส้าเกิดขึ้นในชีวิตคู่ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในชีวิตคุณ ก็ไม่ต้องวิตกให้มากนัก เพราะทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี การเงิน ถึงจะไม่คล่องบ้างบางครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหมายเลข 7 เป็นเลขที่ส่งลาภผล อยู่เนืองๆ หากผู้ใดที่ได้หมายเลข 7 และก็ยอมเหนื่อยหน่อยในระยะเริ่มต้น และอีก ไม่นานจะมีความสุข โชคลาภเพิ่มพูน และจะได้รับความสุขกับ มิตร-บริวาร 

  เลข 8 : แสดงถึงคนมีบุญบารมี และวาสนาดี มีชื่อเสียงให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ แต่ต้องหมั่นเรียนรู้เร่งศึกษาอย่าอยู่นิ่ง กล้าเปิดเผย กล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าตัดสิน ใจ รีบไขว่คว้าแล้ว หน้าที่การงานที่ทำจะได้ผลดีเป็นที่พอใจ และผู้ใหญ่จะให้ ความช่วยเหลือ อย่าหลงใหลมัวเมาในกิเลสตัณหาให้มากนักอย่าสนุกจนลืมครอบครัว แล้วบั้นปลายชีวิตจะมีฐานะดีเป็นที่พอใจของวงศ์ตระกูลมีชื่อเสียงเป็นที่นับถือ ของคนทั่วไป 

  เลข 9 : แสดงถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ หากเป็นผู้นำจะเจริญก้าวหน้า ทำงานด้วยสมองเป็นนักพูด หรือนักบรรยายจะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่หน้าที่ที่เหมาะคือผู้เผยแพร่ศาสนา จะมีผู้คนยกย่อง



กระจกหกด้าน

บุ๋นเชี้ยงก๊อ คำพูดนี้เป็นคำพูดใครไหงรู้แล้ว ไหงเลยต้องรีบตื่นมา ก่อนที่เจ้าของคำพูดจะตื่นมาก่อนไหง ไหงขอพูดสักนิดเถอะนะ...สมเด็จโตท่านได้ให้ของดีกับพวกเราทุกคน เป็นเครื่องรางของขลังของท่าน คือกระจก 6 ด้าน เพียงแต่ให้เรารู้จักใช้มันก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ให้เราไปยืนต่อหน้ากระจก ถ้าเรายิ้มให้กระจก กระจกก็จะยิ้มให้เรา ถ้าเราด่ากระจก กระจกก็จะด่าเรา ถ้าเราคำนับให้กระจก กระจกก็จะคำนับให้เรา ถ้าเราต่างเขียนข้อความดี ๆ ของเราไปเรื่อย ๆ ออกความเห็นที่สุภาพ ถึงพาดพิงบ้าง ก็ยกเหตุผลมาพูด ไหงว่าชุมชนเราทุกท่านเป็นผู้มีเหตุผลอยู่เต็มเปี่ยมอยู่แล้ว...เราอย่าโต้กันรุนแรงอีกเลยนะ ขอให้ทั้งสองท่านคุยกันสักนิด ยิ้มกันให้สักหน่อย แล้วดูว่ากระจก 6 ด้านของสมเด็จโตท่านจะศักดิ์สิทธิฺไหม? ตอเซี่ยบุ๋นเชียงก๊อ ตอเซี่ยคุณยับสินฝ่า   
รูปภาพของ YupSinFa

ตอเซี้ยครับขิ้นสุ้ยโก-ซิ่วเชงเจ้

 

          ได้มีโอกาสเขียนความในใจไปอย่างหมดเปลือก ถึงได้อ่านของอาโกและอาจี้ ขอขอบพระคุณมาก ๆ ครับ

รูปภาพของ YupSinFa

ด้วยความเคารพยิ่งครับสรภูมิไท้โก

ถึงแม้ว่าไหงยังไม่มีโอกาสได้กราบสวัสดีอาไท้โกแบบเห็นตัวกัน แต่ไหงได้มีโอกาสพูดคุยกับสรภูมิไท้โกไปเรียบร้อยแล้ว

ได้มีโอกาสละลายพฤติกรรม(ขอยืมศัพท์นักอบรมมาใช้หน่อย) ให้กับอาไท้โกแล้ว สิ่งที่ผ่านมา ไหงคิดว่า เป็นเรื่องของน้ำใจนักกีฬา ที่ไหงได้สื่อออกมาแบบตรง ๆ แล้วไหงก็จบ และอยากกราบขอโทษท่านไท้โกด้วยตัวเอง สักวันหนึ่ง ไหงอาจจะไปยืนอยู่หน้าบ้านท่านสรภูมิไท้โกที่หาดใหญ่ให้จนได้

การตำหนิติเตียนได้จบไปแล้ว บัดนี้ เหลือแต่ความรักความเข้าใจ ความเคารพในความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน เคารพในจุดยืนของผู้อื่น เคารพในอุดมการณ์ของแต่ละท่าน สงวนจุดยืนของตัวเองไว้ พบกันที่ครึ่งทาง แล้วก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน จุดที่แตกต่างก็ต้องพับเก็บไว้ เอาแต่จุดที่เหมือนกัน ภายใต้ชายคาเดียวกัน ภายในเรือลำเดียวกัน ภายใต้ร่มเงาเดียวกัน และ ภายใต้สายเลือดเดียวกัน มาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ไหงอาจจะมีแนวทางแบบก้งฉานต่างมากไปหน่อย(เพราะอ่านการต่อสู้ของเขามามาก-อิอิ) แต่ไหงก็ยังงงงงตัวเองอยู่ว่า ไหง จั๋ว หรือ โย่ว กันแน่ เพราะความเป็น จั๋วแบบก้งฉาน ของไหงก็มีเท่ากับ ความเป็น โย่ว ของเสรีประชาธิปไตยชนิดที่ว่ารักพ่อหลวงอย่างถวายหัวเลยทีเดียว คิดเองว่าอาจจะอยู่ตรงกลางเป๊ะนะครับ ไท้ก๋าหยิ่น

ไหงไม่ได้คิดเลยครับว่า ตัวเองถูกอยู่คนเดียว ตรงกันข้าม ไหงคิดว่า ไหงไม่ได้ถูกอะไรเลย ออกจะผิด และ แรง ไปมาก แต่คนอย่างไหง ถ้าไท้ก๋าหยิ่น ติดตามมาตลอดของการสื่อสาร อาจจะพอเข้าใจบ้าง 

ตอนนี้ไหงขอกราบเรียนไท้โกว่า ท่านเข้าใจผิดไหงอย่างแรงเลยครับผม

"พวกเราคนไทยควรให้เกียรติและยกย่องภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกัน ข้อนี้ไหงเคยตำหนินักวิชาการสติเฟื่องในเชียงใหม่มาแล้วว่าอย่าไปมองเขาเหมือนเป็นคนส่วนน้อย จะต้องเคารพในภูมิปัญญาและภาษาของเขาเหมือนเราภูมิใจในความเป็นไทของเราเรียกพวกเขาอย่างถูกต้องตามที่พวกเขาเรียกตัวเอง"

คำพูด(เขียน) นี้เป็นของไหง่แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย(ฮิฮิ)และเป็นความภูมิใจมากเลยที่ได้พูดแบบนี้  ขอกราบเรียนอาไท้โกสรภูมิว่าท่านเข้าใจไหงผิดอย่างจังเบอร์เลยละครับ งานนี้

ที่ผ่านมา ไหงไม่ได้คิดหลุดไปจากคำพูดข้างต้นนี้ของไหง่เลยแม้แต่แค่เพียงเศษเสี้ยวของความคิดและคำพูด ไหงเคารพในคำพูดของตัวเอง เวลาที่ไหงยังไม่พูด ไหงเป็นเจ้านายมัน แต่เมื่อไหงพูดออกไปแล้ว มันเป็นเจ้านายไหง ดังนั้น ไหงจึงต้องทำและคิดอย่างที่ไหงพูดออกไปแล้ว และทำได้สำเร็จเสียด้วยครับ ไม่เคยหลุดความคิดและพฤติกรรมเบี่ยงไปจากที่พูดไว้เลย....

เข้าประเด็นเลยนะครับ ไหงไม่เคยมองชาวฮากกาป้านเป็นคนส่วนน้อยเลยในชีวิตนี้ตั้งแต่รู้ว่าเป็นฮากกาและมีลึกมีตื้น ไหงได้เริ่มศึกษา จนกระทั่งรู้และเข้าใจอย่างทะลุหมดเปลือก ไหงจึงมีความคิดมาได้เกือบยี่สิบปีแล้ว (ก่อนที่จะมามีชุมชนของเราตั้งเกือบยี่สิบปี) ถือว่าเป็นอุดมการณ์เลยก็ได้ พับผ่าซิ ไหงคิดว่า ฮากกา ถึงจะมีสำเนียงแบบฉิ่มแบบป้าน แต่ความเป็นฮากกามีเท่าเทียมกัน วัฒนธรรมทุกอย่าง ย้ำนะครับ ทุกอย่าง เหมือนกันหมด ทั้งอาหาร บ้านช่องห้องหับ ประเพณี ทุกอย่างเป็นแบบเดียวกัน ช้องซานโกเหมือนกัน ต่างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ที่สำเนียงการพูด

ไหงอยู่เชียงรายมา 11-12 ปี อยู่ท่ามกลางครอบครัวชาวฮงสุน คุณตาของไหงก็เป็นฮงสุน ท้องคัง ปูจื้อไช่ เซี้ยง ซือ (ชื้อ-ฉี)ไม่มีเหตุผลแต่อย่างใดเลย ที่ไหงจะดูถูก ชาวป้านฮากกา ตรงกันข้าม ไหงกลับพยายามดึง และ รวม ป้าน และ ฉิ่ม ให้หมดความคิดว่า เขาเป็นป้าน เราเป็นฉิ่ม เพื่อรวมเป็นฮากกาอย่างเดียวกัน  เหมือนกับที่ อากุง เกียรติ วัธนเวคิน และ คุณย่ายินดี ลิ่วเฉลิมวงศ์ รวมทั้งบรรพชนของเรา ทำได้สำเร็จที่สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย และต่างจังหวัด มาได้หลายสิบปีแล้ว

ดังนั้น จึงหมายความว่า ไหงยกย่องชาวฮากกาป้าน ว่า เสมอกับ ฮากกาฉิ่ม อย่างเท่าเทียมกัน และไม่มีการแบ่งแยกกันและกันตลอดมาเลย ที่สำคัญ ไหงไม่เคยบังคับว่า ป้านต้องมาพูดฉิ่มนะ อะไรทำนองนี้เลย

ดังนั้น ที่อาสรภูมิไท้โก ตีความ คำพูดของไหง ว่าเป็นการมองท่านแบบในคำพูดของไหง่ ที่ได้ขีดเส้นใต้นั้น อาไท้โกตีความอย่างผิดจังเบอร์เลยละครับ จึงเท่ากับว่า เป็นการเข้าใจไหงอย่างผิดจริง ๆ 

ดีใจจังเลย ที่คำพูด(เขียน) โดยธรรมชาติจากจิืตใจไหง ประโยคนั้น มันเป็นการเชื่อมความเข้าใจผิด ของอาสรภูมิไท้โก ที่มีต่อไหง ทำให้ ไหงได้มีโอกาส แถลงแก้ตัว ได้อย่างหมดจดงดงาม(ตามความคิดของไหงนะ ฮิฮิ.)

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า อาสรภูมิไท้โก จะเข้าใจไหงดีแล้วนะครับ ไหงไ่ม่เคยมองท่าน และ ชาวฮากกาป้าน ทุกคนในโลกนี้ อย่างที่ไหงเขียนไว้ประโยคนั้นที่ขีดเส้นใต้นั่นเลย 

อ้อลืมไปครับ ตอนเริ่มเขียนได้คิดไว้ว่า หากไม่เชื่อ ลองตามรอยเข้าไปอ่านข้อเขียนของไหง่ ตั้งแต่ชิ้นแรก ถึงชิ้นปัจจุบันดูได้เลยครับ นั่นเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด ที่อัยการจะส่งให้ศาลวินิจฉัย ได้อย่างถูกต้อง แฮ่ แฮ่ เห็นภาพไหมครับ เอ อาฉีโกครับ ลองทำโปรแกรม "รวมข้อเขียนของยับสินฝ่า" ขึ้นมาอีกชุดหนึ่งนอกจากที่ได้แบ่งหมวดหมู่ไว้ตามประเภทของเนื้อเรื่อง หมายความว่า เป็นรวมงานเขียน ของสมาชิกคนนั้น ๆ ที่มีงานเขียนมาก พอจะได้ไหมครับ อันนี้เป็นเพียงข้อเสนอนะครับ 

สบายใจจังเลย ตอนนี้ ท่านคงเข้าใจไหงแล้วสินะครับ ไหง "รัก" ท่านสรภูมิ เหมือนกับที่ไหงรักไท้ก๋าหยิ่น ทุก ๆ คนในที่นี้ นับตั้งแต่ อาชิงชิง - อาเป้หลานจีน ขึ้นไปจนถึงอาโก อาจี้ ทั้งหลาย จนถึง ท่านสิทธิพรไท้โก เลยนะครับ และเคารพท่านสรภูมิไท้โก เปรียบดั่งไหง เคารพรัก ท่านสิทธิพรไท้โก เท่ากันเลยครับ

ต่อจากนี้ไปเราจะมีความรักความเข้าใจให้แก่กัน และ กัน นะครับ ไท้โกที่เคารพรักยิ่ง.

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เลขที่ออก.....

รูปภาพของ YupSinFa

ขออภัยนักวิชาการสติเฟื่อง

นักวิชาการสติเฟื่อง? ให้ตายสิ คำ ๆ นี้ไหงชอบมากเลย ถึงแม้ว่าไหงไม่ใช่นักวิชาการ แต่ไหงก็สติเ้ฟื่องพอ ๆ กัน คำ ๆ นี้เข้าใจว่าไหงยืมมาจากอาจารย์สุขสันต์ วิเวกเมธากร ผู้รอบรู้เรื่องจีนในเมืองไทยที่ไหงยกท่านเป็นอาจารย์ท่านหนึ่งของไหง งานเขียนของท่านเป็นอัตตลักษณ์โดดเด่นมาก  ๆ ง่าย ๆ ตามสไตล์ของท่านซึ่งเป็นแบบฟรีสไตล์ ออกอารมณ์ขันนิด ๆ อ่านแล้วสบายใจและเข้าใจง่ายดี

พอดีไหงได้ตรรกะมาว่า คือไหงเพิ่งคิดได้ ว่า การที่นักวิชาการสติืเฟื่องเรียกชาวไทยเชื้อสายต่าง ๆ ที่อยู่ตามภูเขา ไม่ตรงกับชื่อที่เขาเรียกตัวเองนั้น ไหงเพิ่งนึกได้ความจริงว่า ที่แท้ท่านนักวิชาการในอดีต ไม่ได้ตั้งชื่อเรียกชาวไทยเชื้อสายต่าง ๆ ที่มาจากมณฑลหยุนหนานของจีนด้วยตัวท่านนักวิชาการเหล่านั้นเอง ไหงเพิ่งนึกได้ว่า ท่านยืมคำที่คนไตในรัฐฉานกับคนเมืองล้านนาหรือไตยวน เรียกพวกคนกลุ่มนั้น ๆ ต่างหาก เอาเป็นว่า ผู้ผิดน่าจะเป็นบรรพบุรุษของยายไหง กับกลุ่มไตต่าง ๆ ทั้งในรัฐฉานและสิบสองปันนารวมทั้งชาวพม่าเองด้วย

ยกตัวอย่าง ได้แก่ เราเรียกปากะญอ ซึ่งเขาใช้เรียกตัวเอง ว่า กะเหรี่ยง ที่แท้ เรายืมคำที่คนพม่าเรียกชนชาติกลุ่มนี้ ว่า คะเรน หรือกะเหรี่ยงนั่นเอง เพราะพม่าเรียกรัฐนี้ว่า รัฐคะเรน หรือรัฐกะเหรี่ยง ในปัจจุบันคำว่ากะเหรี่ยงจึงน่าจะหมายความถึงรัฐกะเหรี่ยงในพม่า ส่วนในไทยเรานี้เป็นที่น่ายินดีว่า พวกเราเริ่มนิยมเรียกชนชาติกลุ่มนี้ว่า ปกากะญอ ตามที่พวกเขาอยากให้เรียก น่าแปลกที่คนเมืองล้านนากลับเรียกพวกเขาว่า "ยาง" ตามกลุ่มคนไตเรียก  อีกอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดคือ มูเซอร์ เป็นคำที่คนเมืองล้านนากับคนไตใหญ่ในรัฐฉานเรียกคนกลุ่มนี้ ทุกวันนี้คนเมืองยังเรียกว่ามูเซอร์อยู่ แต่อย่างที่บอก เขาเหล่านี้ซึ่งเป็นชาวลาหู่ เขามีอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี ไม่ยินดียินร้าย จึงไม่ว่าอะไร แต่น่ายินดีว่าในทางวิชาการเราก็เริ่มเรียกเขาว่า ล่าหู่ ตามที่เขาอยากให้เรียก อีกกลุ่มคือ อีก้อ หรือ ก้อ เป็นคำที่คนไตในรัฐฉานเรียกชนกลุ่มนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาเรียกตัวเองว่า "อาข่า" นักวิชาการในอดีตจึงเรียกเขาว่า อีก้อ ตามคนเมืองล้านนาเรียก คนกลุ่มนี้เขามีความภูมิใจในวัฒนธรรมความเป็นชาติพันธุ์ของเขามาก ปัจจุบันจึงมีสมาคมสหพันธ์อาข่าแห่งประเทศไทยในอำเภอต่าง ๆ ของเชียงรายเีชียงใหม่เยอะมาก คนหนุ่มสาวของอาข่ามีความอนุรักษ์นิยมที่น่ายกย่อง น่าแปลกที่ในประเทศจีนเรียกคนกลุ่มนี้ ว่า "ชนชาติฮานี" ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างอาข่าในจีนกับรัฐบาลจีนให้เรียกพวกเขาว่าอย่างนี้ ปัจจุบันการแต่งกายของฮานีกับอาข่าในประเทศไทยแทบจะแตกต่างกัน คือ อาข่าในไทย ถ้าเป็นสุภาพสตรีที่แต่งตัวเต็มยศ จะสวยงามน่าดูน่าชมมาก ๆ ส่วนในจีน การแต่งกายจะไม่ค่อยมีเครื่องประดับวิจิตรพิสดารเหมือนในไทย

นอกจากนี้ คนไตในรัฐฉาน เรียกคนจีนว่า "แข่" หมายถึงคนจีนหยุนหนาน เวลาไหงเจอคนไต ไหงจึงชอบบอกพวกเขาว่า "ฉันเป็นแข่นะ" อะไรอย่างนี้ แต่ก็น่าแปลกอีกเหมือนกันว่า คนเมืองล้านนากลับเรียกแข่ว่า "ฮ่อ" เคยมีผู้สันนิษฐานว่า น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า ฬ่่อ หรือ ล่อ ที่เป็นสัตว์ต่างในกองคาราวานค้าขายเมื่อหลายร้อยปีก่อนที่พวกแข่หยุนหนานใช้ต่างสินค้าเข้ามาขายในดินแดนล้านนา

สรุปว่า ต้องขอโทษท่านนักวิชาการสติเฟื่องด้วยที่กล่าวพาดพิงพวกท่านในทางที่ผิด อันที่จริงต้องโทษ คนเมืองล้านนาและคนไทในรัฐฉานที่ไปเรียกเขาเหล่านั้น อย่างนี้ก่อน นักวิชาการในอดีตไม่เคยไปหยุนหนานจึงจำเป็นต้องเรียกตามคนเมืองและคนไต เรียกกัน เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แหละครับ ไท้ก๋าหยิ่น

           มาถึงตอนนี้ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ไหงนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเคยอ่านมาอย่างจับใจ จำไม่ได้แล้วว่าชื่อหนังสือว่าอะไร แต่น่าจะชื่ออารมย์ขันของชาวเขา อะไรทำนองนี้ เขียนโดยนักเขียนท่านหนึ่งจำได้ลาง ๆ ว่าท่านเป็นนายทหารหรือไรไม่ทราบได้ น่าอ่านมาก อ่านสนุก เป็นเรื่องเล่าที่บันทึกและเล่าขานกันต่อ ๆ มา ของคนเมืองล้านนากับบรรดาชนไทยเชื้อสายต่าง ๆ เหล่านี้ รูปหนังสือหน้าปก เป็นรูป คุณป้าชาวไทยอาข่าคนหนึ่งแต่งตัวเต็มยศ รูปร่างตุ้ยนุ้ย หัวเราะตาหยี เห็นฟันดำเต็มปาก น่ารักมากสื่อถึงชื่อหนังสือได้อย่างดี

          ขอเล่าตอนหนึ่งซึ่งจำได้เพียงเลา ๆ ว่าอย่างนี้ (เรื่ิองในอดีตเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนในเมืองเชียงรายผู้เล่าคือนายแพทย์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดท่านหนึ่งของเชียงรายคลีนิคท่านเก่าแก่มาก ท่านรักษาทุกชนชั้นส่วนมากมักจะเป็นคนบ้านนอกและชาวไทยเชื้อสายชาติพันธุ์ต่าง ๆ อ้อ ท่านเป็นฮากกาป้านจากฮงสุนด้วยนะครับ เสียใจอย่างยิ่งที่อัลไซเมอร์มันทำให้ลืมชื่อท่านและแพทย์หญิงที่เป็นภรรยาท่านไปเสียสนิทนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกทั้ง ๆ ที่ผ่านคลินิคท่านทุกวัน ๆ ตอนอยู่เชียงราย 12 ปี คลินิคท่านอยู่กลางใจเมืองเชียงรายบนถนนธนาลัย ตอนนี้ท่านและคุณหมอหญิงภรรยาท่านน่าจะสักแปดสิบกว่าเซ้ แล้วละครับ) ท่านเล่าว่า มีชาว อาข่าแก่ ๆ สองคนเป็นสุภาพสตรี นั่งสามล้อมาลงที่หน้าคลินิคท่านเพื่อจะรักษาอาการป่วยไข้่ ปรากฏว่าพอจะลงจากสามล้อ เกิดการเข้าใจผิดเรื่องราคาอะไรนี่แหละ ทำให้่คุณลุงสามล้อ กับคุณป้าอาข่า ตกลงราคากันไม่ได้ เกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อย ผลเป็นอย่างไรเหรอครับไท้ก๋าหยิ่น ลุงสามล้อบอกว่า "ซ๊ะตาง ก่อ บ่อ จ่าย แหล้ว จะ หื้อ เฮา ยะ จะ ได? " คุณป้าอาข่า ก็ตอบอย่างหน้าตาเฉย (แต่ท่าจะซื่อมาก) ว่า "ก่อเอา เฮา ไปส่ง ตี้ เฮา ขึ้น รถ สู มา ก่า"  แปลความได้ว่า   " เงินก็ไม่จ่าย แล้วจะให้เราทำอย่างไร" " ก็เอาพวกเราไปส่งที่เราขึ้นรถคุณมาน่ะสิ จะได้หายกันไป คล้าย ๆ กับ เจ๊ากันไป อะไรอย่างนี้ครับพี่น้อง

รูปภาพของ มะไฟ

ต่อให้นิด

พูดถึงชาวเขาต่ออีกนิด ชาวเขาเผ่าเย้า ที่เราเรียกกัน ตัวชาวเขากลับอยากให้ให้เราเรียกเขาว่า ชาว เมี่ยน ซึ่งแปลว่าคน ห้ามเรียกว่าเมี้ยนเด็ดขาด เพราะแปลว่าคนตาย อย่างชาวเขาเผ่าม้งหรือแม้วจะเรียกตัวเองว่าเมี๊ยว (เหมือนเสียงแมวร้อง) คนไทยได้ฟังก็เลยเรียกเพี้ยนเป็นแม้ว ไว้จะมาเล่าต่ออีกครับ เพราะผมเคยเป็นหัวหน้าหน่วยชาวเขาที่บ้านห้วยแม่ซ้าย ห้วยลุ ที่เชียงราย และไทยสามัคคี(ดอยยาว ดอยผาหม่น)

รูปภาพของ YupSinFa

อาโกมะไฟอยู่ในถิ่นที่สวยงามของเชียงรายแจ๋วจริงครับ

           สถานที่อาโกมะไฟอยู่นั้น เป็นดินแดนแผ่นดินของเชียงรายที่สวยงามมากครับพี่น้อง ใครไม่รู้จักหรือนึกไม่ออก นั่นคือพื้นที่ของ ภูชี้ฟ้ายังไงเล่าครับ ในพื้นที่ของอำเภอเทิงติดต่อกับอำเภอเวียงแก่นน่ะครับ ไหงเคยไปบ่อยมาก เพราะอย่างที่เรียนให้ทราบ ว่าไหงอยู่เชียงรายมา 12 ปี ทุกวันทำงาน ได้ออกต่างอำเภอไปทั่วทั้งจังหวัดเลยครับ ไม่พอครับ ได้ไปมาทุกซอกทุกมุมและถนนสายหลัก ถนนดภายในอำเภอ ตำบล ทุกเส้นทางอย่างทะลุทะลวงทั่วพื้นที่เลยละครับ ดังนั้น พื้นที่สำคัญของเชียงราย ไหงไปมาแล้ว 99% ของพื้นที่ครับ แต่ยังมีอีกสถานที่เดียวที่ไหงยังไม่มีโอกาสไปถึง นั่นก็คือ "ดอยช้าง" ครับ ทั้งที่อยู่ในอำเภอแม่สรวย บ้านของหงาเก้เล่าผอ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ไปสักที คิดว่า สักวันหนึ่ง ต้องขึ้นไปถึงให้ได้ครับ ดอยช้าง เป็นถิ่นกำเนิดของกาแฟที่ขึ้นชื่อว่า อร่อยที่สุดในโลก 1 ใน 5 แบรนด์เทียวนะครับ

            แต่เอ ดอยยาว ดอยผาหม่น พูดไปพูดมา ชักจะสับสนแล้วครับโกมะไฟ แต่ยังค่อนข้างมั่นใจว่า อยู่ในพื้นที่ ดอยผาตั้ง ถึง ภูชี้ฟ้า ใช่ไหมครับ ที่นี่มีหมู่บ้านของชาวเมี่ยน และ ม้ง เยอะแยะมากมายครับ ในอดีตเป็นพื้นที่สีแดงแปร๋ เลยละครับ ในปัจจุบัน จึงเห็นชื่อหมู่บ้าน เป็นแนวทางพัฒนาชาติไทย เช่น บ้านร่มฟ้าทอง บ้านร่มฟ้าไทย บ้านรักแผ่นดิน บ้านไทยสามัคคีที่อาโกมะไฟเคยไปอยู่ ทำนองนี้แหละครับ ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง ใช่ไหมครับโกมะไฟ

            ขอเพิ่มเรื่อง เมี่ยน กับ ม้ง อีกนิดนะครับ ถูกแล้วครับ เมี่ยน เขาเรียกชื่อของเขาอย่างนี้ ครับ แต่คนเมือง เรียกเขาว่า เย้า เขาก็ไม่ว่าอะไรครับ มันมาจากที่ หยุนหนานหรือประเทศจีน เรียกเขาว่า ชนชาติ "เหยาจู๋" ครับ มาถึงไทย กลายเป็นเย้า ส่วน ม้ง ในจีนเรียกว่า "ชนชาติเหมียวจู๋" ครับ ในจีน มีชาวม้ง เยอะมาก มีอยู่มากมายหลายมณฑลเลยละครับ ในเกาะไห่หนาน ก็มี ชื่อ เหมียวจู่ ชนชาติเดียว แตกแขนงไปหลายเผ่าเลยละครับ ดังนั้น 55 ชนชาติของจีน ถ้านับอย่างละเอียดแบบแต่ละชนชาติ ต้องปาเข้าไปกว่า 200 ชนเผ่าแน่ ๆ เพราะอย่าง เหมียวจู๋ นี่ ก็น่าจะปาเข้่าไป สัก 5-7 เผ่า ชาวไต ก็เช่นกัน น่าจะสัก 4 กลุ่มในจีน ธิเบตก็มีอีกสิบกว่ากลุ่มนะครับ ดังนั้น ถ้าแยกย่อยจริง ๆ ไหงว่า เกิน 200 แน่ ๆ ครับ แต่เขาจับชนชาติเดียวกันแแต่ไม่แยกเผ่าครับ จึงออกมาเป็น 56 ชนชาติรวม ชาวฮั่นอย่างพวกเราด้วยครับ 

           ชาวม้งหรือ เหมียวจู๋ ในประเทศจีน แต่งกายวิจิตรพิสดารและสวยงามสุดสุด ครับ ชาวเหมียวจู๋ที่โด่งดังสุดยอดในจีน ขณะนี้ คือ เจ๊ซ่งจู่ยิง นักร้องเพลงพื้นเมืองเสียงโซปราโน่ ที่ดังที่สุดในจีนครับ เธอเป็นชาวม้งจากมณฑลหูหนาน ครับ 

           มี MV เพลง ของ คุณซ่งจู่ยิง เพลงหนึ่ง ชื่อเพลง "ไอ้หว่อจงหวา" หรือ 爱 我 中 华 "รักประเทศจีนของเรา" เนื้อเพลงเป็นการบรรยายถึง 56 ชนชาติ ของจีน มีความรักใคร่สามัคคีกัน ไม่แบ่งแยกกัน รักกัน รักประเทศจีนของเราเหมือนกัน ภูมิใจในประชาชาติที่เป็นจีนเหมือนกัน อะไรทำนองนี้แหละครับ ในภาพประกอบเพลง เป็นภาพการแต่งกายของ 56 ชนชาติมาเต้นระบำประกอบ สุดแสนสวยงามมากครับ สื่อใ้ห้เห็นถึงความสามัคคีระหว่างชนชาติต่าง ๆ ในจีนเป็นอย่างดีเลยละครับ ใครอยากชม MV ชุดนี้ เข้าไปที่ ยูทูบ เสริชเข้าไปที่ 爱 我 中 华 ก็จะได้ชมครับ ไม่แน่ใจว่า ในบล๊อกของซ่งจู่ยิง ในชุมชนของเราที่ไหงโพสต์ไว้ก็น่าจะมีครับ มะไฟโก

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ลูกศิษย์มีไร่กาแฟ 80 ไร่ ดอยช้าง

ไหงได้ไปเที่ยวไร่ลูกศิษย์ที่ดอยช้าง  ปีที่แล้ว  (เหมยลี่/คนที่แต่งชุดอาข่า ทำท่าคอเอียง เรียนนิเทศฯปีสอง) เพื่อเก็บภาพทำหนังสั้นตัดต่อ  จึงไปเก็บภาพที่นั่น  และให้เหมยลี่แต่งกายชนเผ่า  นศ.ของเราจะออกไปภาคปฏิบัติการที่ต่างจว.เสมอ  กับน้องอ.ฟี่  ที่คุณเอกเห็นนั่นแหละ  อ.ฟี่  เป็นนักถ่ายภาพตัวยง  งานแห่ศาลเจ้าเป็นฝี่มือของน้องอ.ฟี่เอง ไหงชื่นชมไร่กาแฟที่นี่มาก  ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้ดี แต่กลัวว่าหลังจากถนนเข้าไป..แน่นอนคงมีอะไรที่คาดไม่ถึงไปกับถนนแห่งนี้  ครอบครัวพี่น้องเหมยลี่จะกลายพันธุ์แน่นอน  ที่ดอยช้างนี่หอมไปทั้งหุบเขา  ไหงชอบกลิ่นกาแฟมาก  ส่วนตัวแต่รับได้เฉพาะกาแฟดำเท่านั้น  วันละสองแก้วเช่นกัน  บนยอดดอยมีสำนักปฏิยัติหนึ่งแห่ง  สวยมาก พระองค์เดียว คงไม่เหมาะกับหญิงใดๆๆขึ้นไปสำนักแน่นอนเช่นกัน  ได้แต่แอบเสียดาย  ที่จัดสวนอิงแบบเซน  แถมยังมีทางเดินจงกรมแบบยอดเยี่ยม  ภาพปั้นที่ตกแต่งก็ล้วนเป็นเทพชั้นสูง  ที่อยู่กับธรรมชาติ   อยากให้ทุกคนได้เห็นจังเลย  แต่เดินทางเข้าไปหน้าฝนจะลำบาก  ...ลองชมภาพพวกเราดูนะเจ้า 

คลิกที่นี่  http://www.prawinrat.com/?page_id=85

กิจกรรมนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยโยนก 7 นศ.นิเทศฯฝึกบันทึก ภาพวิว/บุคคล   ดอยช้าง เชียงราย 29 ธค 52

ไหงชอบถ่ายภาพ  ภาพหมวดนี้ถ้าไม่มีไหง คือผลงานจากดิจิตรอนไหงเอง

 

ไหงกับเรขาอธิการ...

บอกว่า แก้งส์ลูกๆของเรา  ร่วมกิจกรรมกลุ่มแคนนอนที่สัมมนาเอ่ยปากชม..เมื่อวาน

 

 

รูปภาพของ YupSinFa

เกี่ยวกับดอยช้าง-ดอยวาวี

             ในภาพจะเห็นอาจารย์นุช หรือ ซิ่วเชงเจ่เจ๋ พาลูกศิษย์ไปเที่ยวชมดอยช้าง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ มากขึ้น ๆ ่ของเชียงราย ข้างบนยอดดอย ปรากฏว่ามีการค้นพบต้นชาแก่มาก ๆ เบื้องต้นนักวิชาการจากกรมวิชาการเกษตรได้ตรวจสอบแล้ว คาดว่า น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 7-8 ร้อยปี แต่เห็นเงียบหายไป ตอบพบครั้งแรก ๆ เมื่อปี 44-45 เห็นตื่้นเต้นกันใหญ่ พาลจะเอาไปเปรียบเทียบกับต้นชาที่แก่ที่สุดในจีนที่อยู่ต้าหลี่แห่งหยุนหนานเข้าไปโน่น

             ถึงจะแก่ไม่เท่าเขา แต่ขอให้แก่ในหลักร้อย ๆ ปีก็น่ายินดีแล้วครับ

             ในภาพที่เห็นคณะของอาจารย์นุชที่บนดอยช้างนั้น จะเห็นสุภาพสตรีแต่งกายแบบชาวไทยภูเขา สวยงามมากเลยใช่ไหมครับ นั่นแหละ สาวอาข่า เลยละครับ แต่งแบบเต็มยศ จะอลังการณ์งานสร้างมาก สวยงามมากเลยทีเดียวครับ น่าแปลก ที่ชนชาติ ฮานี ที่หยุนหนาน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับอาข่าในไทย การแต่งกายไม่เหมือนอาข่าของไทยเลยครับ หญิงสาวใส่เสื้อผ้าฝ้ายทอสีดำแบบเดียวกันนี่แหละครับ ไม่มีเครื่องประดับบนศรีษะ แต่จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ ฮานี ในหยุนหนาน คือ ผู้หญิง จะใส่กางเกงที่รัดรูปและมีขาสั้นจุ๊ดจู่ ชนิดที่ว่าถึงท้ายเอวเลยละครับ ใครนึกภาพไม่ออกขอให้ดูบิกีนี่ เลยครับ คล้าย ๆ อย่างนั้น น่าแปลก ที่หนาวก็หนาว ชื้นก็ชื้น แต่พวกเธอก็ใส่อย่างนั้นได้

             ดอยช้างและดอยวาวีเป็นภูเขาที่อยู่ในบริเวณเดียวกันครับ เพียงแต่แยกออกจากกันไปคนละูภู คือดอยช้างจะอยู่ทางด้านทิศเหนือส่วนดอยวาวีจะแยกออกมาทางทิศตะวันตก ดังนั้น เส้นทางจึงแยกออกจากกันเป็นสองเส้นทางครับ ถึงจะอยู่ใกล้กันแต่แยกออกจากกันเป็นสองเส้นทาง ถ้าไปดอยวาวี หรือ ไปดอยช้าง แล้วย้อนกลับมาไปอีกดอยหนึ่ง จึงทำให้เสียเวลาการเดินทางมาก ดังนั้น รักพี่เสียดายน้อง จึงต้องตัดสินใจเลือกไปดอยใดดอยหนึ่ง มันเหมือนตัววาย น่ะครับ ที่ต้นทางเริ่มจากที่เดียวกันแล้วไปพบทางสองแพร่ง ดอยช้างเลี้ยวขวา ดอยวาวีเลี้ยวซ้าย อย่างนี้ครับ

             พูดถึงดอยช้างก่อน ดอยช้าง มีลักษณะเหมือนโหนกหน้าผากของช้าง จึงถูกเรียกว่าดอยช้าง มีความสูงชัน อยู่ชานเมืองเชียงรายจะเห็นได้ชัดเจนมากครับ มีลัีกษณะเหมือนหน้าผา ดอยช้างอยู่ในเขตอำเภอแม่สรวยและอำเภอเมืองเชียงรายครับ ขึ้นได้สองทางคือ ฝั่งอำเภอเมืองเชียงรายกับฝั่งอำเภอแม่สรวย บ้านของแม่ประนอม หงาเก้เล่าผอ

            ดอยช้าง เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟที่สำคัญที่สุดของเชียงราย เพิ่งปลูกมาไม่กี่ปีนี้เองครับ ไม่น่าจะเกิน 20 ปี กลายเป็นว่า กาแฟดอยช้าง (หมายถึงยี่ห้อกาแฟยี่ห้อหนึ่งซึ่งผลิตที่นี่) โด่งดังเป็นพลุแตกเลยละครับ กาแฟที่มีแบรนด์ชื่อดอยช้างนี่ ที่มีโลโก้เป็นชายชาวอาข่า โพกผ้าบนศรีษะ เสียดายไหงจำไม่ได้ว่า เขาชื่ออะไร มันมีที่มาครับ เจ้าของแบรนด์ดอยช้างนี่ ไหงรู้จักเขาตั้งแต่เขาเริ่มก่อร่างสร้างแบรนด์นี้เตาะแตะเตาะแตะ อยู่เลยครับ เขาเทียวไล้เทียวขื่อ เที่ยวขายเครื่องชงกาแฟของแก พร้อมกับขายตัวกาแฟของแกไปด้วย ไม่ทันไร มารู้สึกตัวอีกที กาแฟยี่ห้อดอยช้างของแกกลายเป็นที่ยอดนิยม ได้รับการยกย่องจากคอกาแฟโลกว่า เป็นกาแฟที่อร่อยที่สุด 1 ใน 5 ของโลก เดี๋ยวนี้ จากชายหนุ่มต๊อกต๋อยของเชียงรายกลายเป็นเศรษฐีกาแฟไปแล้วครับ แน่นอน ผลิตภัณฑ์ของแก ขายเฉพาะในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ เท่านั้นครับ อ้อ ที่มาของโลโก้ชิ้นนี้ เจ้าของกาแฟดอยช้างเขาเล่าว่า เป็นเพื่อนชาวอาข่าของเขา(บอกชื่อด้วยแต่ไหงลืม) ที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับแก ในการปลูกและผลิตกาแฟ ดอยช้างนี้ขึ้นมาแล้วแกนึกถึงบุญคุณ จึงได้ให้ช่างศิลป์วาดรูปเพื่อนแกมาเป็นโลโก้เสียเลย คนแบบนี้ น่ายกย่องครับ

             ส่วนดอยวาวีเป็นพื้นที่ที่ปลูกชาจีนมากที่สุดและสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงราย ดอยวาวีอยู่อำเภอแม่สรวย เป็นตำบลวาวี คลุมพื้นที่บ้านดอยช้างด้วย ดอยวาวี ติดกับอำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ที่หมู่บ้านเขตแดนริมแม่น้ำกก ชื่อบ้านแม่สลัก เป็นหมู่บ้าน 3 อำเภอ 2 จังหวัดครับ คืออยู่ในเขตอำเภอแม่สรวยจังหวัดเชียงราย อำเภอฝางและอำเภอแม่อายจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อสิบกว่าปีก่อนไหงได้มีโอกาสร่วมคณะไปกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ไปเปิดสะพานเชื่อมแม่น้ำกก ระหว่างเชียงรายกับเชียงใหม่ เป็นประสบการณ์ที่น่าสนุกและประทับใจมากครับ

           ชุมชนดอยวาวีและดอยช้าง เน้นที่ดอยวาวีดีกว่า เพราะเห็นภาพชัดเจนกว่า ดอยวาวีเป็นชุมชนใหญ่ ครับ มีหลายหมู่บ้าน เป็นชุมชนรวมมิตรครับ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุข ระหว่างคนไทยเชื้อสายต่าง ๆ  คือ หยุนหนาน อาข่า ม้ง เมี่ยน หลี่ซู่ ล่าหู่ ไตใหญ่ ไตขึน ไตยวนหรือคนเมืองล้านนา มีวัดพุทธ สุเหร่าอิสลาม และ โบสถ์คริสเตียน อยู่ร่วมกันอย่างโดดเด่น มีชาดี ๆ ให้ดื่ม มีกาแฟ อร่อย ๆ ให้กิน มีอาหารของเชื้อสายต่าง ๆ ให้เลือกชิมอย่างจุใจ ส่วนดอยช้างโดดเด่นกว่าดอยวาวีตรงที่มีภูมิประเทศและวิวทิวทัศน์ที่่สวยงามมากครับ ตอนกลางคืนจะเห็นแสงไฟสวยงามของเมืองเชียงรายได้อย่างชัดเจน

             ไหงไปดอยวาวีหลายครั้งมากแต่ไม่เคยไปดอยช้างเลยสักครั้งเดียว แต่มองเห็นภาพของดอยช้างได้บ่อยกว่า เพราะเดินทางเชียงใหม่-เชียงราย หรือ แม่สรวย-เชียงราย จะเห็นดอยช้างตลอด จะต้องไปดอยช้างให้ได้ครับ เพื่อพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ทุกจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเชียงรายนายยับสินฝ่าได้ไปมาหมดแล้ว.

รูปภาพของ มะไฟ

ดอยยาว ดอยผาหม่น

ดอยยาวดอยผาหม่นก็คือพื้นที่ทางขึ้นผาตั้งภูชี้ฟ้านั่นแหละครับ ตรงที่มีการปลูกดอกทิวลิปในปัจจุบันที่ใคร ๆ ก็ขึ้นไปเที่ยว เป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรที่ทำวิจัยไม้เมืองหนาว เดิมสมัยที่ไหงอยู่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีแดงเรื่อ ยังมีคอมมิวนิสต์อยู่ แต่พวกไหงเป็นทีมที่เข้าไปสำรวจประชากรและตั้งศูนย์พัฒนาชาวเขา เมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ชื่อหมู่บ้านทั้งหลายก็สื่อออกมาให้รู้ว่าตรงนี้เป็นพื้นที่อะไร สมัยก่อนทำงานตอนวัยรุ่น เขาส่งเข้าไปทำงานต้องเดินขึ้นหน่วยที่ดอยยาวฯ ใช้เวลาเดินเท้าเกือบสองวัน แต่สนุกเพราะยังมีแรง ตอนนี้ให้ไปเดินสองสามกิโลก็หมดแรงแล้ว เหตุที่หน่วยชาวเขาอยู่ก่อนถึงภูชี้ฟ้า เพราะเมื่อก่อนเขาตีความว่าจีนฮ่อไม่ใช่ชาวเขา แต่เป็นผู้อพยพ แต่แถวที่ศูนย์ตั้งอยู่จะมีชาวเขาเผ่าเย้า และม้ง อยู่เป็นส่วนใหญ่  
รูปภาพของ อาฉี

คิดถึงขาหมูหมั่นโถ

ไปเส้นนี้แล้วคิดถึงขาหมูหมั่นโถ สูตรเฉพาะที่หอมเครื่องยาจีน ที่ดอยผาตั้งจังเลย

เกีอบเป็นแม่ยายผมแล้ว

ร้านขาย ขาหมูหมั่นโถ หน้าฐาน ตชด.บนดอยผาตั้ง เขามีลูกสาว 4 คน สวย สวย สวย สวย ทุกคน แต่ไม่มีบัตรประชาชน เขาอยากยกให้คนไทย เชื่อสายจีนอย่างพวกเรานี้  พูดถึงแล้วเสียดาย
รูปภาพของ อาคม

ถ้าไปตอนนี้จะสายไปรึปล่าว ฉีเหมืองฝา

ไหงก็ชอบขาหมูหมั่นโถว ที่หงีว่า พูดถึงแล้วเสียดาย ไม่ทราบว่า อาซ้อเราเข้าเวปเรารึปล่าว ระวังหูดีๆเน้อ ฮ้า!ถ้าจะไปตอนนี้ไหงว่ายังไม่สาย (ผ่านมายี่สิบกว่าปีเอง )อย่าลืมไหง ขอไปด้วยคนครับ

ตี๊หลื่อ

อาซ่ออาคม อาซ่อฉีเหมืองฝา ช่วงนี้หงีอย่าให้กี๋ทั้งสอง เดินทางไกลไปไหนพร้อมกันนา กี๋ร่วมกันวางแผนแล้ว ฮะฮะฮะ ยังไงก็เผื่อที่ว่างให้ไหงด้วยแล้วกัน
รูปภาพของ YupSinFa

ทัวร์เชียงรายท่าจะดี(แบบคนโสด)

จากการที่ไหง อาโกมะไฟ และ อาโกฉีเหมืองฝา พากันเล่าเรื่องเชียงราย แล้วสังเกตได้ว่าบรรดาอาโกทั้งหลายสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง อย่ากระนั้นเลย พวกเรามารวมทีมทัวร์(ป่า)เชียงรายกันดีไหมครับ ให้อาโกมะไฟ อาโกฉีเหมืองฝา และไหง เป็นมัคคุเทศน์ นำเที่ยว ไหงจะพาไท้ก๋าหยิ่นไปลุยดงดอยของหมู่พี่น้องชาวจีนหยุนหนาน ไปลิ้มรสชาติของชา(จีน)ไทย ไปยลโฉมงามของหยุ่นหน่ำกู๋เหนี่ยง ที่รับรองว่า แต่งตัวเต็มยศยืนชงชาให้ไท้ก๋าหยิ่นชิมอย่างเต็มอกเต็มใจ แล้วพากันไปซึดขาหมูหมั่นโถวกับยำใบชาแสนอร่อยที่ภัตตาคารบนดอยแม่สลอง รับรองว่าบรรยากาศชวนเคลิบเคลิ้มหลงไหลจนมิอยากกลับลงภูดอยมาหาความจริงเลยละ (ฮิฮิ)

ทัวร์ที่แตกต่าง

ภูชี้ฟา ผาตั้ง ผาหม่น ดอยยาว จะเทียวให้ได้รสชาต ต้องให้ อดีดนักศึกษา และทหารป่า (จะไม่ใช้คำว่าคอมมิวนิสต์ ) เป็นไกร์พาเทียว ใช้เวลา 2 อาทิตย์ยังไม่ทั่วเลยครับ อาก๊อทั้งหลาย

 

รูปภาพของ อาคม

ลายมือหมอ

ณ คลีนิกแห่งหนึ่ง คนไข้ : ที่หมอให้ผมกินยาวันละ 3 เวลา ผมขอกินวันละ 1 เวลาได้ไหมครับ

หมอ : อ้าว ทำไมล่ะ

คนไข้ : เพราะบ้านผมอยู่ไกลจากวัดหลายกิโลเมตรครับ

หมอ : เอ๊ะ ! วัดมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ

คนไข้ : ก็หมอเขียนหน้าซองยาว่า กินวันละ 3 เวลาหลังวิหาร

หมอ : ปั้ดโธ่....3 เวลาหลังอาหาร โทษทีเขียนหวัดไปหน่อย

เหตุที่ฟันเอว

    อดีตทหารผ่านศึกวัยดึกสองคน โคจรมาพบกันในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง

       คนแรก    สมัยที่ข้าไปรบที่เกาหลี ข้าได้กระบี่ของจีนไปด้วยเล่มหนึ่ง ข้าศึกบุกเข้ามาประจัญบาน ข้าชักมาฟันฉับเดียว คอขาดหายไปเลย แม้กระบี่ชองจีนนี่คมชมัด

       คนที่สอง    สมัยข้าไปรบเวียตนาม ได้ดาบซามูไรของญี่ปุ่นไปเล่มหนึ่ง ชักออกมาฟันชั้บเข้าที่เอวข้าศึก แม้ต้องออกแรงมากหน่อย แต่ก็เล่นเอาขาดเหมือนกัน

       บ๋อย    ก็ทำไมไม่ฟันคอมันซะล่ะ จะได้ไม่ต้องออกแรงมาก

       คนที่สอง    ข้าก็กะจะฟันคอมันเหมือนกันแหละ แต่ไม่รู้ใครมันฟันไปก่อนแล้วละซี

อาคม

คนเราจะมีสุขภาพที่ดี  ต้องมีความซื่อสัตย์จริงใจ

真誠實 Sincere honest คำนี้สำคัญมาก

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

เว้นว รรคผิ ด

ยาขวดนี้  กินแล้วแข็ง  แรงไม่มี  โรคภัยเบียดเบียน (ที่ถูกต้องคือ ยาขวดนี้ กินแล้วแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน).
รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

โปรดช่วยกันรักษาความสะอาด

ตอนเด็กๆ ไหงเคยอ่านเจอข้อความต่อไปนี้ในห้องน้ำ (เพื่อความเหมาะสม ขออนุญาตใช้คำว่า "อึ๊" แทนคำว่า .....)

อึ๊ แล้วกระโดด คือ..........กบ

อึ๊ แล้วกลบ คือ..........แมว

อึ๊ แล้วแจว คือ..........หมา

อึ๊ แล้วรักษา คือ..........คน.

กลองไดโนเสาร์

     ลุงทุ้ย กับลุงโพล้ง พอล่ำสุรากันได้ที่ก็เริ่มคุยบลัพกัน
ลุงทุ้ย    เมื่อวันก่อน ข้าเดินหลงเข้าไปในป่า ไปเจอเอาไดโนเสาร์อะไรไม่รู้ ตัวมันใหญ่ ประมาณเขาพระวิหารได้ละมัง
        ลุงโพล้ง   เมื่อวานข้าไปที่วัดกลองเพลมา แม่เจ้าโว้ย กลองอะไรก็ไม่รู้ ใหญ่กว่าเขาพระวิหารอีก
ลุงทุ้ย   กลองเองใหญ่ขนาดนั้น แล้วเองจะเอาหนังอะไรมาขึงล่ะ
ลุงโพล้ง    ก็เอาหนังไดโนเสาร์ตัวที่เองเห็นนั่นแหละมาขึง     

ุ 

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

บทเรียนของนักศึกษาแพทย์

นักศึกษาในสถาบันแพทยศาสตร์แห่งหนึ่ง ต่างเข้าเรียนวิชากายวิภาควิทยาเป็นครั้งแรกจากศพจริงซึ่งเป็นร่างกายของชายผู้เสียชีวิตแล้ว นักศึกษาทุกคนต่างยืนล้อมรอบโต๊ะผ่าตัดซึ่งมีร่างศพคลุมด้วยผ้าผืนสีขาว

ศาสตราจารย์ได้เริ่มการสอนโดยกล่าวกับบรรดานักศึกษาแพทย์ว่า "ในวิชาแพทย์ศาสตร์ มีสิ่งสำคัญอยู่เพียง 2 สิ่งเท่านั้นที่จะทำให้ท่านมีคุณสมบัติเป็นแพทย์ที่มีคุณภาพได้

ข้อแรกก็คือ ท่านจะต้องไม่รู้สึกขยะแขยง
ทันใดนั้น ศาสตราจารย์ได้เปิดผ้าคลุมขึ้นและยัดนิ้วเข้าไปในรูทวารหนักของศพ แช่ไว้ และเมื่อเอานิ้วออกมาแล้ว เขาก็ดูดให้นักศึกษาดู
จากนั้น ศาสตราจารย์จึงกล่าวกับนักศึกษาว่า " เอ้า ! เร็ว นักศึกษา จงทำ !!!"

นักศึกษาแพทย์ต่างกลัวในเหตุการณ์ที่วิตถารเช่นนี้ แต่ในที่สุด ต่างก็ต้องผลัดกันยัดนิ้วของตนเข้าไปที่ทวารหนักของศพ และนำมาดูดหลังจากเอานิ้วออกมา

ครั้นเสร็จสิ้นจนครบทุกคน ศาสตราจารย์เพ่งไปที่นักศึกษาแพทย์และกล่าวขึ้นว่า
"คุณสมบัติของแพทย์ที่ดี ข้อที่สองคือ ต้องเป็นคนช่างสังเกต เมื่อกี้อาจารย์เอานิ้วกลางยัดเข้าไป แต่อาจารย์ดูดที่นิ้วชี้

กรุณาสนใจการสอนหน่อย...นักศึกษาทุกท่าน !!! "
รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ยอดนักขาย

ชายอินเดียคนหนึ่งย้ายไปอยู่ที่มอนทรีล เขาไปสมัครงานที่ห้างใหญ่แห่งหนึ่ง

ผู้จัดการถามเขาว่า
"ยูเคยมีประสบการณ์ด้านการขายมาบ้างหรือเปล่า ?"
เขาตอบว่า
"ตอนอยู่ที่บ้านเดิมเคยเป็นพนักงานขายจ้านายจ๋า"

ผู้จัดการจึงรับเข้าทำงาน
"ยูมาเริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะ หลังจากปิดร้านไอจะลงมาตรวจว่ายูทำอะไรไปบ้าง
แต่ขอแนะนำอะไรหน่อยนะ อย่างถ้าลูกค้ามาซื้อยาสีฟัน ยูก็น่าจะแนะนำให้เขาซื้อแปรงสีฟันและครีมโกนหนวดไปด้วย
อะไรประมาณนี้นะ เข้าใจมั้ย ?"

"ชัวร์ อีนี้ฉานเข้าใจครับ"

การทำงานวันแรกแม้จะยาก แต่แขกคนนี้ก็ผ่านมันมาได้ หลังจากปิดร้านผู้จัดการก็มาดู
"เป็นไง วันนี้ได้ลูกค้ากี่ราย ?"
" อีนี้ รายเดียวขอรับ"

ผู้จัดการร้องลั่น
"หา... รายเดียวเองเหรอ ? รู้มั้ยว่า ทั่วไป เขาขายกันได้เฉลี่ยวันละ 20 หรือ 30 รายเชียวนะ แล้วยูขายได้เงินมาเท่าใหร่ ?"
ผู้จัดการเริ่มออกอาการไม่พอใจขนาดหนัก
แขกตอบว่า
" 201,237 ดอลล่าร์ครับ"

ผู้จัดการตกใจ
"หา... 201,237 ดอลล่าร์เหรอ ? ท่านขายอะไรให้เขาไปน่ะ ?" (สรรพนามเริ่มเปลี่ยนทันที)

"ทีแรกก็เบ็ดตกปลาขนาดเล็ก แล้วก็เบ็ดขนาดกลาง แล้วก็เบ็ดขนาดใหญ่ แล้วก็คันเบ็ดรุ่นใหม่
จากนั้น พอฉานถามเขาว่าจะไปตกปลาที่ไหน เขาตอบว่าจะไปที่ชายฝั่ง
ฉานเลยเสนอว่า เขาน่าจะมีเรือสักลำ เราเลยลงไปดูที่แผนกเรือ แล้วก็ขายเรือ Chris แบบเครื่องยนต์คู่ให้เขา
แล้วเขาก็บอกว่าสงสัยรถ Honda Civic ของเขาคงจะลากเรือลำนี้ไม่ไหว
ฉานเลยพาเขาลงไป ที่แผนกรถยนต์ แล้วก็ขาย Toyota Land Cruiser 4X4 ให้เขาไปได้อีกคันนึงครับ"

ผู้จัดการถามว่า
"หมายความว่า มีชายคนหนึ่งมาที่นี่เพื่อที่จะซื้อเบ็ดตกปลาอันเดียว แต่ท่านขายเรือกับรถกระบะให้เขาได้งั้นเหรอ ?"
แขกก็ตอบว่า
"โอ้ โนๆๆๆ อีนี้เปล่าครับ... เปล่า เขาแค่มาซื้อผ้าอนามัยให้เมีย
แต่อีนี้ฉานเลยบอกเขาว่า ถ้างั้นไหนๆ สุดสัปดาห์นี้ ยังไงนายก็ไม่ได้ xxx กะเมียแน่ๆ

ดังนั้น อีนี้อย่าช้า ไปตกปลาดีกว่ามั้ง!!
รูปภาพของ อาฉี

555 ยอดนักขาย

555 ยอดนักขายมือทองจริงๆ มาซื้อผ้า ได้รถกลับบ้าน

เรื่องนี้เค้าสื่อหลายอย่าง เป็นจิตวิทยาการขาย ที่หักมุมได้ฮากัน

ซึ่งห้างต่างๆ ก็นิยมงักกลยุทธ์เทคนิคการขาย มาเตรียมไว้ที่จะทำให้เราควักเงินซื้อโดยที่เราไม่รู้ตัวรออยู่นับไม่ถ้วน  แบบว่าจะเข้าไปซื้อแค่ของใช้จำเป็นไม่กี่ชิ้น แต่สุดท้ายตอนกลับออกมา หมดเงินไปเยอะเลยทีเดียว 

เจอพวกนี้ต้อง  ท่องคาถาว่า "อย่าโลภ" ๆ ๆ ๆ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อให้พวกโลภกว่า 555

 

เลยนึกถึงเรื่องนักขาย อื่นๆมาฝากกัน สาระไม่ดีเท่าที่ท่านจ๊ิองกอเสนอมา แต่พอคลายเครียดได้ บ้างนะครับ


 ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปบริษัท ประกันเพื่อขอสมัครงาน
“เรายังไม่มีตำแหน่งว่างตอนนี้” ผู้จัดการตอบ
“คุณ ต้องอยากจ้างผมแน่ๆ ผมสามารถขายอะไรก็ได้ กับใครก็ได้ และเมื่อไหร่ก็ได้”
“เรา มีลูกค้าเป้าหมายอยู่สองคนที่ไม่มีพนักงานคนไหนปิดการขายได้เลย ถ้าคุณขายประกันให้ลูกค้าสองคนนี้ได้ ผมจะรับคุณเข้าทำงาน”
ชายคนนั้นหาย ไปประมาณสองชั่วโมง แล้วกลับมายื่นเช็คและสัญญาให้กับผู้จัดการสองฉบับ ฉบับแรกประกันด้วยวงเงิน 8 แสนบาท อีกฉบับประกันด้วยวงเงิน 5 แสนบาท
“คุณ ทำได้ไงเนี่ย? มหัศจรรย์จริงๆ” ผู้จัดการถามอย่างทึ่ง
“ผมบอกแล้วว่าผม เป็นยอดนักขาย ผมสามารถขายอะไรก็ได้ กับใครก็ได้ และเมื่อไหร่ก็ได้”
“แล้ว คุณเก็บตัวอย่างปัสสาวะมาด้วยรึเปล่า?” ผู้จัดการถาม
“อะไรนะ?”
“คือ สำหรับบริษัทเรา ถ้าคุณขายประกันให้ลูกค้าที่วงเงินเกิน 4 แสนบาท คุณต้องขอเก็บตัวอย่างปัสสาวะมาตรวจด้วยน่ะ เอาขวดสองใบนี่กลับไปเก็บตัวอย่างมาด้วยนะ”
ชายคนนั้นหายไปอีกประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วกลับมาพร้อมหิ้วถังแกลลอนสองใบ เขาวางถังลงแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบขวดสองใบวางลงบนโต๊ะผู้จัดการ แล้วบอกว่า “ขวดนี้ของคุณสมชาติ อีกขวดนี่ของคุณวิชัย”
“เยี่ยมมาก”ผู้ จัดการชม “แล้วถังแกลลอนนั่นคุณเอามาทำไมน่ะ”
“คือ พอดีตอนขากลับผมผ่านโรงเรียนแห่งนึง แล้วเขากำลังมีสัมมนาครูกันอยู่พอดี ผมเลยแวะเข้าไปขายประกันแบบหมู่คณะได้อีกแน่ะ!”


เด็กน้อยยอดนักขาย
Source - มาจาก miataclub

สตรีนางหนึ่งแต่งงานมีลูกแล้ว และเธอก็มีชู้ด้วย 1 คน ทุกวันพุธเธอจะพาชู้มาที่บ้านเพื่อทำการ(จึ๊กกระดึ๋ย) และระหว่างนั้นเธอก็จะให้ลูกชายอายุ 8ขวบ ไปอยู่ในตู้เสื้อผ้า

พุธหนึ่งสามีเธอเกิดเลิกงานเร็วผิดปกติและกลับบ้านก่อนเวลา เธอตกใจมาก รีบพาชายชู้มาหลบในตู้เดียวกะที่ลูกชายเธออยู่ พอตู้เสื้อผ้าปิดลงเด็กน้อยก็พูดขึ้นว่า 'ในนี้มืดจังเลยนะครับ'

'อื้อ นั่นน่ะสินะ' ชายชู้ตอบ 'ผมมีลูกเบสบอลลูกนึง ขายให้คุณ 50 ดอลล่าเอามั้ยครับ' เด็กน้อยเสนอ
ชายชู้รีบตอบปฏิเสธทันที 'ไม่เอาเว้ย ขายขูดรีดกันนี่หว่า'
'งั้นผมไปบอกพ่อดีกว่า ว่าคุณอยู่ในนี้ 'เออ เอามาก็ได้วะ' ชายชู้จำยอม

พุธต่อมาก็เกิดเหตุการแบบเดียวกันขึ้นอีก
ชายชู้จึงถูกพาไปหลบในตู้เสื้อผ้าเดิม  'ในนี้มืดจังนะครับ' เด็กชายพูดขึ้น 'เออ นั่นสินะ' ชายชู้กัดฟันพูด
'ผมมีไม้เบสบอลจะขายคุณ 50 ดอลล่า เอามั้ยครับ?' 'เอามาเล้ย'

ครั้นพุธต่อมาผู้เป็นสามีลาพักร้อน เขาชวนลูกชาย
'นี่ลูก พ่อว่าเราไปเล่นเบสบอลกันดีมั้ย?' เด็กชายตอบว่า 'ไม่ได้หรอกพ่อ ผมขายไม้กะลูกบอลไปแล้วในราคา100 ดอลล่า
ผู้เป็นพ่อโกรธมาก 'แกนี่ทำแบบนี้ได้ยังไง แกไปหลอกขายใครมันบาปรู้มั้ยและพระผู้เป็นเจ้าจะไม่ยอมรับลูกขึ้นสวรรค์ มานี่พ่อจะพาไปโบสถ์

ที่โบสถ์......
ผู้เป็นพ่อพาเด็กชายมาที่ห้องสารภาพบาปซึ่งเป็นห้องที่เล็กๆ และค่อนข้างมืด
'เอ้า เข้าไป แล้วบอกหลวงพ่อไปซะ ว่าแกทำบาปอะไรมา'
เด็กน้อยเข้าไปในห้องนั้นและประตูก็ปิดลง ทิ้งให้เด็กชายอยู่ในความมืด เด็กน้อยรู้สึกกลัวจึงรำพึงออกมา 'ในนี้มืดจึงเลย...'
ทันใดนั้นบาทหลวงก็ตอบกลับมาว่า 'มึงจะเอาอะไรมาขายกูอีก?'

 เรื่องราวของยอดนักขาย

คงเดช เป็นคนพูดติดอ่างขนาดหนัก วันหนึ่งคงเดชก็ไปสมัครงานที่บริษัทตัวแทน จำหน่ายหนังสือแห่งหนึ่ง

คงเดช : สะ หวัด หวัด ดี คระ ครับ ผะ ผม ผมจะ มะ มา สมัครงะ งาน ฝ่าย ขะ ขะ ขาย คระ ครับ

ผู้จัดการ : (หัวเราะ) จะไหวหรือคุณ เนี่ยคุณติดอ่างขนาดนี้ จะขายของได้ยังไง

คง เดช : ผะ ผม ผม อยาก ละ ลอง ดะ ดู คะ ครับ

ผู้จัดการ : เอ้า งั้นลองดูก็ได้ ผมจะให้หนังสือชุดสามก๊กคุณไป 1 ชุด ชุดหนึ่งมีอยู่ 12 เล่มนะ

ถ้าคุณขายได้ภายในวันนี้ ผมรับคุณเข้าทำงานเลย

คุณคง เดชก็หายไป 1 ชั่วโมง แล้วกลับเข้ามา

คงเดช : หมะ หมด หมด แล้ว คะ ครับ

ผู้จัดการ : ฮ้า จะเป็นไปได้ไง นี่คุณอย่ามาอำผมดีกว่า ผมว่าคุณซื้อไปเองแน่ๆ

คงเดช : ผะ ผม ขะ ขาย หมด จริงๆ คะ ครับ

ผู้ จัดการ : เอางี้ ผมจะให้คุณไปอีก 10 ชุด ถ้าคุณขายหมดภายในอาทิตย์นี้ ผมให้คุณเป็นหัวหน้าเลย

คุณคงเดชหายไป 3 วันก็กลับเข้ามา

คง เดช : หมะ หมดแล้ว คะ ครับ

ผู้จัดการ : อะไรนะ โอ้โห คุณนี่เก่งจริงๆ ตกลงผมรับคุณเป็นหัวหน้างาน

ว่าแต่คุณช่วยบอกผมหน่อยสิ ว่าคุณทำได้ยังไง

คงเดช : อะ อ๋อ อ๋อ…..ผะ ผม กะ ก็ ถือ หนะ หนัง สือ ทั้ง ชะ ชุด นี้ แล้ว เดิน ขะ ขะ เข้าไป ถะ ถาม ละ ลูกค้า วะ วะ ว่า
ผะ ผม มะ มี สะ สาม สามก๊ก มา เสนอขะ ขาย ทะ ท่าน

ท่ะๆๆๆ ท่าน จะลอง ซะ ซื้อ ปะๆๆ ไป อะ อ่านเอง หระ หรือ จะ ให้ ผะ ผม อ่าน หะ ให้ ฟังครับ

 


"ลูกกอล์ฟวิเศษ"

ในขณะที่นักกอล์ฟหนุ่มกำลังตั้งท่า เตรียมที-ออฟที่แท่นสตาร์ทหลุมที่ 1
ทันใดนั้นก็มีหนุ่มหน้าตามอมแมมอีก คนหนึ่งวิ่งจู๊ดขึ้นมาขัดจังหวะบนแท่นที-ออฟพร้อมกับเสนอขายลูกกอล์ฟวิเศษ
"มัน วิเศษยังไง?" นักกอล์ฟหนุ่มถาม
คนขายลูกกอล์ฟก็อรรถาธิบายว่า"มันเป็นลูก กอล์ฟที่ไม่มีวันหาย"
นักอล์ฟหนุ่มถามว่า"เอ้า ถ้าฉันตีตกน้ำล่ะ?"
"ลูก กอล์ฟมันจะลอยน้ำและมันรู้ด้วยว่าฝั่งที่มันตกอยู่ตรงไหน แล้วมันก็จะหมุนตัวเองเข้าหาฝั่ง" คนขายตอบ
"แล้วถ้าฉันตีเข้ารัฟหรือ เข้าป่าล่ะ?" นักกอล์ฟซักต่อ
"อ๋อ ลูกกอล์ฟมันจะส่งเสียง บี๊ปๆๆ ให้ได้ยินจนกว่าจะหาเจอ" คนขายชี้แจง
นักกอล์ฟหนุ่มถามต่อว่า"อ้าว..แล้ว ถ้าฉันเกิดตีเข้าป่าตอนฟ้ามืดแล้วล่ะ?"
"อ๋อ ลูกกอล์ฟมันจะส่งเสียง บี๊ปๆๆ พร้อมเรืองแสงวาบๆ" คนขายอธิบายสรรพคุณ
นักกอล์ฟหนุ่ม"เอาอย่าง นี้นะ คำถามสุดท้าย คุณไปเอาลูกกอล์ฟวิเศษนี่มาจากไหน?"
คนขายตอบว่า"จาก ในสนามนี่แหละ ผมเก็บได้"

แถมให้อีก 2 เรื่อง ไม่เกี่ยวกับการขาย แต่ติดพันเรื่อง ลูกกอล์ฟหาย และการเลือกคนทำงาน  เล่าต่อ

 

"ที่รัก..ดูเหมือนว่าผมหาลูกกอล์ฟเจอแล้ว"

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้เอง โปรนิจถูกหามเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในสภาพบอบช้ำ มีแผลแตกที่หัวเลือบอาบหน้าและยังมีเลือดไหลออกทางจมูก แถมยังมีมีก้านเหล็ก 5 พันรอบคออีกต่างหาก
หลังจากที่หมอง้างเอาก้านเหล็ก 5 ที่พันรอบคอออกและทำแผลให้แล้ว
คุณหมอซึ่งก็เป็นนักอล์ฟตัวยงเช่นกัน เล่นกอล์ฟมาก็หลายปี
แต่ก็ไม่เคยเจอเคสอุบัติเหตุจากการเล่นกอล์ฟท่ประ หลาดและสาหัสเช่นในรายของโปรนิจผู้นี้
คุณหมอจึงอดที่จะถามไม่ได้ "เหตุการณ์มันเป็นยังไงกันครับ เล่นกอล์ฟยังไงถึงได้แย่ขนาดนี้?"
โปรนิจ ตอบว่า"เรื่องมันยาวหน่อยนะหมอ แต่ถ้าหมออยากรู้ผมก็จะเล่าให้ฟัง..คือว่าเมื่อคืนผมทะเลาะกับเมีย วันนี้ตื่นเช้ามาผมรู้สึกผิด ผมก็เลยขอโทษเธอ แต่ดูเหมือนว่าเธอก็ยังไม่หายโกรธยังตึงๆกับผมอยู่ ผมจึงหาเรื่องประจบโดยการชวนเธอไปออกรอบกันสองคน ซึ่งเธอก็ดูเหมือนว่าหลั่นล้ารับข้อเสนอของผม ทันทีทันที สนามกอล์ฟดูเหมือนว่า ว่างมากครับหมอวันนี้ อากาศก็ดู เหมือนว่าดีมาก พอเราสองคนเล่นมาถึงหลุมเก้า ปรากฎว่าเมียผมทำลูกหาย ผมหมายถึงลูกกอล์ฟนะครับหมอ เราสองคนช่วยกันหาลูกอยู่นานก็ไม่เจอ แต่ผมมาเอะใจที่เห็นแม่วัวตัวหนึ่งยืนเคี้ยวเอื้องอยู่ใกล้บริเวณที่เรา กำลังหาลูกกันอยู่ ผมก็เลยเดินเข้าไปหาแม่วัวตัวนั้น มันแปลกมากครับหมอ แม่วัวตัวนั้นยืนนิ่งๆไม่ยอมเดินหนีไปไหนแต่ดูเหมือนว่าหน้าตาบูดเบี้ยวเหมือนเจ็บปวด ผมเดินอ้อมรอบๆแม่วัว หมอเชื่อไหมครับ ผมสังเกตเห็นอะไรกลมๆสีขาวๆอยู่ใต้หางแม่วัว ต่ำกว่าตูดแม่วัวลงมาหน่อย ผมก็เลยยกหางแม่วัวขึ้นดู ปรากฏว่า...."
คุณหมอนั่งฟังพยักหน้าตามโปรนิจ หงึกๆมานานแล้ว ก็อดพูดบ้างไม่ได้ว่า "คุณอย่าบอกนะว่าไอ้ที่ติดอยู่ตรงนั้นของแม่วัวน่ะมันเป็นลูกกอล์ฟ"
"ใช่ จริงๆครับหมอ ดูเหมือนว่ามัน คือลูกกอล์ฟ" โปรนิจตอบทำหน้าขึงขัง
"เหรอๆ แล้วยังไงต่อครับ?"คุณหมอซัก
"ผม ก็เรียกเมียผมมาดูใกล้ๆ เพื่อจะให้เธอยืนยันว่าใช่ลูกกอล์ฟของเธอที่หายไปหรือไม่ ผมมันคนรักษากฎการเล่นกอล์ฟน่ะหมอ"
"อ้าว แล้วมันยังไงถึงได้เกิดการบาดเจ็บกันขนาดนี้?" คุณหมออยากรู้เร็วๆ
โป รนิจตอบเสียงต่ำว่า "ผมก็ยกหางวัวขึ้น ชี้ให้เมียผมดูลูกตรงตำแหน่งนั้นของแม่วัว แล้วผมก็แค่พูดว่า...."
"พูด ว่าอะไรครับ?" คุณหมอเร่งเร้าโปรนิจ
โปรนิจตอบเสียงอ่อยๆว่า "ผมพูดว่า นี่ดูเหมือนของเธอใช่ไหม?"


วิธีจัดคนเข้าทำงานให้เหมาะสมกับตำแหน่ง....(ท่าจะจริงนะ อิอิ) ลองวิธีนี้ดู

นำก้อนอิฐประมาณ 100 ก้อน มาวางเรียงไว้ในห้องที่มีหน้าต่างเปิดไว้
จากนั้นส่งกลุ่มคนที่ต้องการทดสอบเข้าไป แล้วปิดห้องโดยล็อคจากด้านนอก ปล่อยให้รอแบบนั้นประมาณ 6 ชั่วโมง

จากนั้นวิเคราะห์ผลตามข้อมูลต่อไปนี้
- ถ้ากลุ่มนั้นกำลังนั่งนับอิฐ นับแล้วนับอีกว่ามีกี่ก้อน -ให้ไปอยู่แผนกบัญชี
- ถ้ากลุ่มนั้นทำอิฐกระจัดกระจายเลอะเทอะเต็มห้อง -ให้ไปอยู่แผนกวิศวกรรม
- ถ้ากลุ่มนั้นจัดก้อนอิฐใหม่ ให้เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง - ให้ไปอยู่แผนก วางแผน
- ถ้ากลุ่มนั้นเอาอิฐขว้างกันเล่นอยู่ - ให้ไปอยู่ Operation
- ถ้ากลุ่มนั้นหลับอยู่ - ให้ไปอยู่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย
- ถ้ากลุ่มนั้นทำให้อิฐแตกเป็นชิ้นๆ - ให้ไปอยู่ IT
- ถ้ากลุ่มนั้นนั่งอยู่เฉยๆไม่ทำอะไร - ให้ไปอยู่ HR
- ถ้ากลุ่มนั้นขว้างอิฐออกไปนอกหน้าต่าง - ให้ไปอยู่แผนกวัสดุ
- ถ้ากลุ่มนั้นถืออิฐไว้ไม่ยอมวาง - ให้ไปอยู่ INTERNAL AUDIT
- ถ้ากลุ่มนั้นบอกคุณว่าได้นำอิฐไปเรียงอยู่หลายแบบ (จนเบื่อแล้ว) แต่อิฐไม่ได้ขยับไปไหนแม้แต่ก้อนเดียว - ให้ไปอยู่ Sales
- ถ้ากลุ่มนั้นแว่บหายไปจากห้องแล้ว - ให้ไปอยู่ Marketing
- ถ้ากลุ่มนั้นนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง - ให้ไปอยู่ Strategic Planning

และ ... สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด
- ถ้ากลุ่มนั้นนั่งคุยกันโดยไม่ได้ขยับอิฐแม้แต่ก้อนเดียว...ให้ไปเป็นผู้ บริหารระดับสูง 
รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

อย่างนี้ต้องสู้ตาย

นักล่านกเป็ดน้ำออกล่าเป็ด โชคร้ายที่เขาไม่ได้เป็ดเลยสักตัว ระหว่างทางกลับบ้าน เขาเห็นนกเป็ดน้ำตัวหนึ่งบินอยู่เหนือศีรษะ เขาตัดสินใจยิงทันที โชคดีจริงๆ ที่เขายิงถูก นกเป็ดน้ำถลาร่อนลงไปตกในไร่ข้างทาง นักล่าเป็ดมุดรั้วเข้าไปจะเอาเป็ด แต่ไม่ทัน เจ้าของไร่เก็บเป็ดไปเสียก่อน

"นั่นมันเป็ดข้านะ" นักล่าเป็ดบอก

"แต่นี่มันไร่ข้า เป็ดต้องเป็นของข้า" เจ้าของไร่บอก

"แต่ข้ายิงมันตกจากฟ้า" นักล่าเป็ดพยายามอธิบาย

"เอาล่ะ เอาแบบนี้ดีกว่า" เจ้าของไร่เสนอ

"เรามาผลัดกันเตะคนละที ใครทนได้นานกว่ากันก็เอาเป็ดไป"

นักล่าเป็ดคิดครู่หนึ่งก็ตกลง ดีกว่ากลับบ้านมือเปล่า

"แต่ที่นี่เป็นไร่ข้า ดังนั้น ต้องให้ข้าเริ่มก่อน" เจ้าของไร่เสนอ

เจ้าของไร่เตะเข้าหว่างขานักล่าเป็ดสุดแรงเกิด นักล่าเป็ดลงไปนอนดิ้นด้วยความเจ็บปวดที่สุด เท่าที่เคยเจอมาในชีวิต เขาดิ้นทุรนทุรายอยู่เกือบชั่วโมง ในที่สุดก็ยันกายลุกขึ้นได้

"เอาล่ะ คราวนี้ตาข้าบ้าง" นักล่าเป็ดกัดฟัน

"เอาเป็ดไปเถอะ ข้ายอมแพ้" เจ้าของไร่บอก.
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

อลังการความฮาเหนือระดับสามัญชน

"
รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

แค่นี้ก็ไม่ได้

วันหนึ่ง คุณยายท่านหนึ่งเดินออกมาหน้าบ้านของตัวเอง แล้วชะเง้อมองไปข้างหน้า สักพักมีแท็กซี่คันหนึ่งวิ่งเข้ามา คุณยายไม่รีรอ โบกทันที

แท็กซี่จอด แล้วคนขับแท็กซี่ก็พูดกับคุณยายว่า
"สวัสดีครับ จะไปไหนครับยาย"
คุณยาย: "เอ่อ ไม่ได้ไปไหนหรอกหลาน จะมาบอกว่า ช่วยไปขนของกับยายในบ้านหน่อยสิ
ยายกำลังย้ายห้อง อยู่คนเดียว ยกของไม่ไหวน่ะ"
คนขับแท็กซี่ (สีหน้างง): "โอ๊ย ไม่ได้หรอกครับ ผมยุ่งเดี๋ยวต้องไปรับผู้โดยสารอีก"
คุณยาย (เสียงเข้ม): "ยุ่งอะไร ก็เห็นเขียนไว้ที่หน้ารถว่า "ว่าง" ขอช่วยแค่นี้ก็ไม่ได้ ใจดำ"
คนขับแท็กซี่: ?!?!?

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

กระจกวิเศษ ใครงามล้ำเลิศ....ใน.555

ไหงได้ชมภาพการตัดต่อเบื่องหลังเรื่องนี้ด้วยกล้องแคนอน  ที่มหาวิทยาลัยเชียใหม่จัดอบรม ยอมรับว่าคุณภาพดีมาก  ทั้งแสงสีและตัวเอก  ตลกมากถึงมากที่สุด  เพียงเธอแว็บมา ทุกคนคงขำกลิ้งงงง..... 

ก๊ากกกกกกกกกก   มาดเท่ห์สไตล์ลูกครึ่ง    คอยช่วยเหลือปกป้องเธอให้พ้นจากการไล่ล่าของเหล่ากบฏตัวร้ายที่คอยตามจับตัว   เจ้าหญิงตลอดเวลาเมื่อมีโอกาส   จนกลายเป็นมหกรรมศึกชิงนางขึ้น ตุ๊กกี้จะผ่านบททดสอบครั้งนี้ได้หรือไม่    แล้วปาดังราวีจะได้กลายเป็นประเทศเอกราชหรือเปล่า   ภารกิจของประเทศชาติช่างยิ่งใหญ่   แต่เรื่องหัวใจช่างสำคัญยิ่งนัก   คงต้องเอาใจช่วยและลุ้นกับความกล้า  เพี้ยน   บ้าบิ่น   อันสุดฮาที่ใครก็บ้าไม่ได้เท่าหล่อนอีกแล้วในชาตินี้ “ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ”

Tukky

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- ของแปลก

แท็กซี่บางคน อาตมานั่งไปด้วยแล้วรำคาญ มันขี้โมโห หงุดหงิดทั้งวัน
วันนั้น นั่งจากหมอชิตไปโรงพยาบาลศิริราช มันด่าคนไปตลอดทาง
ไอ้คนนั้นขับไม่ดี ไอ้คนนี้เฮงซวย ขับช้า ไอ้บ้านี่ตัดหน้า
ไอ้เปรตนี้หยุดไม่เปิดไฟเลี้ยว
มันพูดแต่ว่าแปลกจริง....แปลกจริง......
แปลกจริง ทางม้าลายมีไม่ข้าม...แปลกจริง เวลาจะเลี้ยวทำไมไม่เปิดไฟเลี้ยว..แปลกจริง ที่ห้ามจอดดันทะลึ่งจอด
อาตมาทนรำคาญไม่ไหว ใกล้ถึงศิริราชแล้ว อาตมาถามว่า
คุณขับรถมากี่ปีแล้ว...หลายปีแล้วครับ
ปีหนึ่งๆ มีคนมายั่วทำให้โกรธอย่างนี้บ่อยไหม
บ่อยครับ..วันหนึ่งหลายสิบครั้ง...
อาตมาก็เลยบอกว่า มันมีบ่อยๆ วันละหลายสิบครั้ง....มันจะแปลกยังไง
ของแปลกมันต้องนานๆ เกิดครั้งหนึ่ง
วันนี้เกิดบ่อยๆ ยังตวาดอยู่ได้ว่าแปลกจริง...แปลกจริง..อยู่นั่นแหละ
มันน่าจะบอกว่า เออ....ธรรมดาจริง..บ่อยจริงมากกว่า
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

มารู้จักคนเถรตรง<---Z@%-*&---->

ทำไมซบพาเพื่อน..แห่กันไปเที่ยว ผับ.. ทีละ 18 คน..
ก็เพราะหน้าผับ ....... เขาประกาศไว้ว่า ........... ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้าน่ะ สิ !!
------------

ซบถามคนขายว่า
' ไม่ทราบว่า..ที่นี่มีทีวีสีขายรึเปล่า ?
คนขายตอบว่า.. ' มี '
' งั้นเอาสีเขียวมาเครื่องนึง '
------------

ซบเข้าไปเดินดูของในร้าน
เห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่ง วางอยู่
ซบถามอาอึ้มว่า
' อึ้ม.. ที่ วอบแวบสีเงินๆ นั่น อะไร '
อึ้มตอบว่า ' กระติกน้ำไง"
' แล้วมันทำอะไรได้มั่ง '
' ก็ใส่ของร้อน-ก็ร้อนนาน
ใส่ของเย็น-ก็เย็นนาน '
ซบตกลงซื้อมาอันนึง

เช้าของวันใหม่..อากาศแจ่มใส
ซบเอากระติกน้ำที่เพิ่งซื้อมา..ไปที่ทำงาน..  ตั้งอวดบนโต๊ะ..อย่างภาคภูมิ
หัวหน้าเห็นเข้า................ถามขึ้น
' อะไรนั่น น่ะ.'
' กระติกน้ำครับ '
' มันมีอะไรพิเศษรึ '
' ก็ใส่ของร้อน..เก็บความร้อนได้ หรือใส่ของเย็น..ก็เก็บความเย็น ได้ '
' แล้วใส่อะไรมาล่ะ '
ซบยืด..ก่อนจะตอบว่า..
' กาแฟร้อน 2 แก้ว.. กับไอติม 1 ถ้วย ครับ '
--------------

ทุกครั้ง..หลังถ่ายเอกสารเสร็จ
ซบจะเอาฉบับก๊อปปี้-มาตรวจทาน..เทียบกับต้นฉบับ เพื่อเช็คดูว่า..มีคำไหนสะกด ผิดรึเปล่า
--------------

ซบยิ้มทุกครั้ง................ที่ฟ้าผ่า
เพราะนึกว่า..มีคนกำลังถ่ายรูปเขา อยู่
-------------

ซบกดโทรศัพท์เบอร์ฉุก เฉิน 911.. ไม่ได้
เพราะ.....หา เบอร์ 11 (สิบเอ็ด) ..................บนแป้นไม่ เจอ
-------------

ซบซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่เครื่องหนึ่ง
เล่นไปซักพัก..เจอปัญหา เลยลองกด ที่ HELP บนแป้น F1
ผ่านไปพักใหญ่... ซบหงุดหงิดมาก
เลยโทรไปต่อว่า..ร้านที่ซื้อมา
' ผมกด F1 ตามที่ เครื่องบอก.. เวลา ที่มีปัญหา แล้วก็รออยู่เป็น ชั่วโมง.. ยังไม่เห็นมีใครมาช่วยเลย '
คนขาย : '(**...)' (!!)

วันรุ่งขึ้น
ซบ : เครื่องคอมพิวเตอร์คุณนี่ห่วยมาก ผมเสียเงินไปตั้งเยอะมีแต่ปัญหาไม่รู้จบ พอโทรมาสอบถามพนักงานงานขายของคุณ ก็ดันตอบไม่รู้เรื่อง
ผู้จัดการ : มีปัญหาอะไรให้ดิฉันรับใช้ได้ค่ะ
( เสียงสั่นเครือมากด้วยอาการที่หวาดกลัว จะถูกลูกค้าด่ากลับ )
ซบ : ก็หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณน่ะ รายงานผลว่า ' ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป '
....
ผู้จัดการ : คุณลอง สะกดคำว่า ' ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป ' หน่อยสิคะว่าสะกดอย่างไร
ซบ : S - E - T - U - P - S - E - T - U - P
------------------------------

หลังจากใช้ความพยายาม....ต่อจิ๊กซอว์อยู่นาน ในที่สุด..ซบก็ต่อเสร็จ เอาไปอวดเพื่อนด้วยความภูมิใจ
' เป็นไง ........ ...... เนี่ยฉันใช้เวลาต่อ..แค่ 5 เดือนเองนะโว้ย '
เพื่อนงง..ที่เขากล้าอวด
' 5 เดือน เหรอ ! แถวบ้านฉันเรียกว่า..โคตรนานเลยนะ นั่น '
' แกนี่ไม่รู้ อะไร  ดูที่กล่อง นี่ .............. เห็น มั้ย ................ มันบอก ว่า...
' สำหรับ 4-7 ปี '
แต่.. ฉันใช้เวลาแค่ 5 เดือนเองนะเฟ้ย.. (!!)

 จากhttp://guru.google.co.th/guru/thread?tid=42438a7a9e82e32e

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

รายการเทศนา ฮาสุดขีด

รูปภาพของ นายวีรพนธ์

ห้ามขำคนเดียว

พระนอนไม่หลับ เลยไปหาหมอใหม่จบมาจากเมืองนอก
หมอ: เป็นอะไรครับ
พระ : จำวัดไม่ได้จ๊ะโยมหมอ

หมอ: (ทำหน้างง) แล้วจะกลับวัดยังไง
พระ: (ทำหน้างงด้วย) มามอไซรับจ้างก็ต้องกลับมอไซนะโยม

หมอ: (ทำหน้าง๊งงง) แล้วมอไซร ับจ้างจำวัดได้เหรอ
พระ: (ทำหน้าง๊งงงด้วย) มอไซรับจ้างจำวัดไม่ได้หรอกโยม มีแต่พระที่จำวัดได้

หมอ: (ทำหน้างงง๊งงง) อ้าวไหนบอกว่าจำวัดไม่ได้ไง
พระ : !\=-+#@ %^&*( +๐"ฯ, ?

จำวัดเป็นภาษาพระแปลว่านอน.........................
หมอ: อ๋ออออออออออออออออออออออออออ

ญาติโยมหลายท่านมักถามว่า " ท่านบวชเรียนมาตั้งแต่อายุยังน้อย อยู่ในเพศบรรพชิตมามากกว่าครึ่งชีวิต มีโอกาสสัมผัสชีวิตฆราวาสไม่มากนัก แล้วเอาข้อมูลวัตถุดิบหรือมุกมาจากไหนหนักหนา"

อาตมาก็ตอบว่า หลักๆเลยก็คือ การอ่าน นอกจากนั้นก็หนัง ละครที่ญาติโยมดูกันนั่นแหละ พอตอบออกไปอย่างนี้ โยมก็สวนกลับทันที "ไม่ผิดข้อห้ามหรือท่าน"

อาตมาก็จะอธิบายไปว่า ดูเพื่อให้เท่าทันกิเลสจะได้สกัดมันถูก และที่สำคัญหากอาตมาไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ตลอดจนไม่เท่าทันเรื่องราวทางโลก และจะมาบรรยายธรรมให้ญาติโยมรู้สึกอินกันได้อย่างไร ซึ่งนอกจากการอ่าน การดูและการฟังแล้ว หลายวัตถุดิบที่นำมาสร้างเป็นมุกฮาก็ได้มาจากการพูดคุยกับเหล่าโยมๆนี่แหละ

อย่างวันหนึ่งระหว่างที่อาตมากำลังฉันเพลอยู่ก็มีโยมท่านหนึ่งโทร.มา
"พระอาจารย์เหรอคะ นี่อาตมาเองนะคะ"
"หา อะไรนะ"
"พระอาจารย์เหรอคะ นี่อาตมาเองค่ะ"
"ถ้าโยมแทนตัวว่าอาตมา แล้วอาตมาจะแทนตัวอาตมาว่าอะไร"
"อ๋อ ขอโทษค่ะ"
หลังจากนั้นก็คุยธุระกันจนจบ อาตมาก็กล่าวว่า "เจริญพร"
"ค่ะ เจริญพรเช่นกัน"
แน่ะ มีอวยพรให้พระด้วย

ข้างต้นก็คือ สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆระหว่างพูดคุยกับเหล่าญาติโยม จนถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับอาตมาไปแล้ว หรืออย่างก่อนหน้านี้มีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เดินถือสังฆทานมาอย่างมาดมั่น พอเข้ามาในกุฏิแล้ว เธอก็มุ่งตรงไปที่พระบวชใหม่รูปหนึ่งทันที
"ถวายสังฆทานค่ะ"

พระบวชใหม่ด้วยความที่ยังจำบทสวดต่างๆ ไม่ค่อยคล่องนัก จึงหยิบหนังสือขึ้นมาดู
"ไม่ต้องค่ะ " โยมผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างหนักแน่นตามสไตล์สาวมั่น
"ดิฉันท่องได้ค่ะ เพราะคุณยายพาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ" เธอพนมมือขึ้น ก่อนกล่าวว่า
"อิมานิ มะยัง ภันเต สะปะริวารานิ คิกขุ สังโฆ" (ที่ถูกต้องจะต้องเป็น ภิกขุ สังโฆ)
พระบวชใหม่มีสีหน้างุนงง ก่อนหันมาถามอาตมา "คิกขุสังโฆ นี่มันฟังทะแม่งๆ
นะหลวงพี่"

อาตมาเกรงว่าโยมผู้นั้นจะหน้าแตก ก็เลยตอบไปว่า "คิกขุ แปลว่า น่ารัก
สังโฆ แปลว่า สงฆ์ คิกขุสังโฆ ก็คือ แด่พระสงฆ์ผู้น่ารัก" เท่านั้นแหละ
พระใหม่รูปนั้นนั่งยืดทั้งวันเลย
แต่ก็มีบางกรณีที่การพูดผิดของคุณโยมทำให้อาตมาแทบจะสำลัก อย่างเมื่อเร็วๆนี้ มีโยมท่านหนึ่งโทรศัพท์มา "หลวงพี่ขา ขอเรียนเชิญนิมนต์ค่ะ"
"ไปไหนล่ะโยม" "ไปมรณภาพที่บ้านน่ะค่ะ"
โห นิมนต์พระไปตายถึงที่บ้านเลย อาตมาจึงบอกไปว่า ถ้านิมนต์ไปงานศพไปให้ได้ แต่ถ้าเชิญไปมรณภาพนี่ ช่วงนี้อาตมาไม่ว่างจริงๆ ขอตัวเถอะนะโยม

จากตัวอย่างข้างต้น คุณโยมอาจจะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่มันก็สะท้อนให้เห็นความห่างเหินระหว่างคนกับวัดได้ในระดับหนึ่ง ปัจจุบันนี้คนจะนึกถึงวัดในกรณีพิเศษ เท่านั้น เช่นงานบวช งานศพ

ต่างกับสมัยก่อนท ี่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ฆราวาสกับพระจึงสนทนากันไหลลื่น
ไม่มีคำแปลกๆ หรือผิดที่ผิดทางออกมาให้พระสดุ้งแต่อย่างใด ซึ่งถ้าพูดถึงศัพท ์
แสงที่แสลงใจแล้ว ตอนไปบิณฑบาตอาตมาจะเจอบ่อยมาก เช่นมีอยู่
ครั้งหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินๆอยู่ ก็ได้ยินเสียงใสๆ แว่วขึ้นมา
"แม่ๆ พระมาขอข้าว"
"มาเยอะไหมลูก" "มา 2 อัน"
โห เรียกอย่างกับชิ้นส่วนรถยนต์ นี่ถ้ามาเยอะๆไม่เรียกเป็นฝูงเลยเหรอ

ดังนั้นเวลาไปบรรยายธรรมให้นักเรียนฟังอาตมาจะนำเรื่องนี้ไปสอดแทรกเพื่อสอนเด็กๆด้วย
"ถ้าพระกิน เรียก ฉัน"
" พระนอน เรียก จำวัด" (บางคนเรียกขี้เกียจเป็นพระนอนไม่ได้)
" พระป่วย เรียก อาพาธ"
" พระตาย เรียก มรณภาพ" (ไม่ใช่เรียกป่อเต็กตึ๊งนะ)
" แล้วพระอาบน้ำล่ะ เรียกอะไรเอ่ย" คราวนี้อาตมาถามให้เด็กๆ ตอบบ้าง
"เรียกคนมาดู"
รูปภาพของ YupSinFa

แจมเรื่องขำขำจากพระบ้าง

           ที่อาโกวีรพนธ์เล่าเรื่องขำขันจากท่านพระภิกษุสงฆ์ เป็นเรื่องจริงที่หัวเราะไม่ออกขำก็ไม่ได้เลยจริง ๆ เรื่องนี้สะท้อนความห่างเหินระหว่างคนรุ่นใหม่กับพระศาสนาอย่างเห็นได้ชัดจริง ๆ

           ที่เชียงใหม่ มีพระภิกษุสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ที่พระครูสัญญาบัตรท่านหนึ่งถือได้ว่าท่านเป็นปราช์ญพื้นบ้านล้านนาที่สำคัญรูปหนึ่งเลยทีเดียว น่าเสียดายที่ท่านอายุสั้นได้ถึงแก่มรณภาพไปได้ 3 ปีแล้ว ด้วยโรคไตเสื่อมในวัยเพียงเจ็ดสิบกว่าปี เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง

           ท่านมีนามที่ พระครูโสภณบุญญาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดโสภนาราม อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่ริม (ม.) ท่านเป็นนักเทศน์มหาเวสสันดรชาดกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีมุขตลก ขบขันให้อุบาสกอุบาสิกา ได้หัวเราะกันน้ำตาไหล ท่านเทศน์ประยุกต์ด้วยการเล่าเรื่อง และเทศน์เป็นทำนองล้านนาได้อย่างไพเราะเสนาะหู คนเชียงใหม่และล้านนามักจะรู้จักท่านในนาม "ตุ๊จก" ซึ่งเป็นชื่อเรียกเฒ่าชูชกในสำเนียงล้านนา เหตุเพราะท่านเทศน์กัณฑ์ชูชกได้ไพเราะและตลกขบขันนั่นเอง

           มีมุขตลกของท่านพระครูฯ เยอะมาก ๆ ทางวัดได้รวบรวมบันทึกลงบนแผ่นซีดี วีซีดี ให้บูชานำกลับไปฟังที่บ้่าน เสียดายว่าไหงยังไม่มีสักแผ่น

           เคยฟังหงาเก้อ๋าผอฟังเทปที่ท่านเทศน์เป็นประจำตั้งแต่เด็ก ๆ 

           เขียนมาตั้งนาน ขอเข้าประเด็นมุขตลก มุขหนึ่งจากท่าน ที่จำได้

           ท่านบอกว่า

           "ขณะที่ท่านสมภารกำลังนั่งแสดงพระธรรมเทศนาให้ญาติโยมฟังกันบนวิหารอยู่นั้น พลันก็ได้ยินเสียงปู๊ดดดด. ดังออกจากลำโพง ญาติโยมต่างพากันตกตะลึง จะหัวเราะก็ไม่ได้ พากันนั่งเงียบด้วยเกรงใจและสงสารท่านสมภารกลัวท่านจะอาย แต่ทันใดนั้น เด็กวัด ที่นั่งอยู่ข้่างธรรมาสน์ ก็ได้ลุกยืนขึ้น กล่าวขอโทษคณะญาติโยมที่ตัวเองกลั้นตดไม่อยู่ ทำเสียงปืนลั่นออกไมล์ แล้วก็เดินลงวิหารไป

             ท่ามกลางวิกฤติของท่านสมภารด้วยไหวพริบของเด็กวัด ทำให้ท่านสมภารรอดจากการขายหน้ามาได้ เด็กวัดจึงถูกตบรางวัลจากท่านสมภารอย่างงาม"   ไม่ค่อยขำเนาะ มุขของท่านมีเยอะมาก วันหลังจะเสาะหามาพิมพ์ให้กันอ่าน

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- เทศน์ช้าไปหน่อย

วันก่อนอาตมาไปเทศน์ในคุก.....

อาตมาบอกว่า..พวกเราที่มาติดอยู่ในคุกเนี่ย...เราไม่ได้ติดคนเดียวนะ..เราเอาพ่อเอาแม่มาติดด้วย พ่อแม่ต้องลำบากตรากตรำ หาเงินมาซื้อข้าวปลาอาหาร ข้าวของเครื่องใช้และค่ารถค่าเดินทางที่จะมาเยี่ยมเราทุกอาทิตย์...

และเรายังทำร้ายจิตใจท่านให้ต้องทุกข์ทรมานตลอดเวลาจนกว่าเราจะพ้นโทษ

นักโทษคนหนึ่งมันสำนึกบาป ร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร
ท่านทำไมเพิ่งจะมาเทศน์ตอนนี้
ทำไมท่านไม่เทศน์ก่อนที่ผมจะทำชั่ว

ไอ้พวกนี้..เวลามันทำชั่ว
ทำอะไรไม่ดี มันโยนให้พระหมด
อาตมาเทศน์มาตั้งนานแล้ว
โยมไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไม่มาฟังเอง.....
รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- คิดก่อนจึงทำ

การขยันให้ทาน...ตถาคตไม่สรรเสริญ...แต่ตถาคตสรรเสริญคนที่คิดใคร่ครวญดีแล้วจึงให้.. เพราะเมื่อใคร่ครวญแล้ว จะไม่มีใครเดือดร้อนจากการให้

ที่สุพรรณบุรี...มีอยู่ช่วงหนึ่ง พระพุทธรูปในวัดหายเป็นจำนวนมาก..หลายวัด... เสี่ยเจ้าของโรงสี..อดรนทนไม่ได้บอก..หลวงพ่อครับ..ขโมยมันรบกวนพระเหลือเกิน...ผมสงสารท่าน....ผมขอถวายปืนให้ท่านกระบอกหนึ่ง มันโง่จริงๆ ไม่รู้เลยว่าอะไรควรถวายอะไรไม่ควรถวาย....ตัวมันน่ะไม่เดือดร้อน แต่พระน่ะ..ติดคุก!

ฉันชาร้อน ๆ

     หลวงพ่อท่านเกิดอยากจะฉันน้ำชากลางดึกขึ้นมา จึงปลุกเจ้าจุกให้ตื่นมากลางดึก
    หลวงพ่อ.. จุกเอ้ย ๆ ช่วยไปต้มน้ำร้อนชงชาร้อน ๆให้กูหน่อยวะ 
    เจ้าจุก.. ในกายังมีน้ำชาอุ่น ๆ อยู่เลยครับหลวงพ่อ ผมไปรินให้นะครับ 
    หลวงพ่อ.. ไม่เอาโว้ย ข้าอยากได้น้ำชาร้อน ๆ รสชาดมันดีกว่าเยอะ

 เจ้าจุกกระฟัดกระเฟียด เพราะความง่วงนอน แต่ก็ไปต้มน้ำ้ให้หลวงพ่อ พัดเตาจนน้ำร้อนอู้เลยทีเดียว หวังจะแก้เผ็ดหลวงพ่อ หลวงพ่อพอได้น้ำชาร้อน ๆ มา ก็นั่งฉันสบายใจเฉิบ ฉันไป เป่าไป เสียงฟู้ด ๆตลอด เจ้าจุกขัดใจขึ้นมาเลยถามหลวงพ่อว่า

    เจ้าจุก.. หลวงพ่ออยากฉันน้ำชาร้อน ๆ แล้วเป่าทำไมครับ?

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- พระไม่เข้าใจ

วันก่อนเทศน์ให้เด็กอนุบาลฟัง....100 กว่าคนตัวนิดเดียว...แต่พอฟังรู้เรื่องแล้ว..อาตมาบรรยายธรรม..พร้อมมีภาพสไลด์ประกอบ...

เราสอนว่า..คนเราจะประสบความสำเร็จ..มันต้องตั้งใจจริง..ทำอะไรก็ต้องทำจริงๆ..ตั้งใจให้แน่วแน่....
เหมือนคนตำน้ำพริก..ตาจ้องดูที่ครก ตำจริงๆ
ไม่ใช่ตำเป๊กเดียว..แล้วเอามากิน..ต้องตำบ่อยๆ..หลายๆ ครั้ง...น้ำพริกถึงจะอร่อย..
คนเราทำอะไรให้สำเร็จ..มันต้องทำบ่อยๆ

ทันใดนั้น เหตุการณ์เหลือเชื่อก็เกิดขึ้น.....
เด็กผู้ชายตัวเล็ก ห้าขวบ..มันลุกขึ้นยืน..แล้วพูดว่า
พระ..พระ..พระรู้ไหม...ว่าเด็กก็ชอบดูพระพูดบ่อยๆ..แต่พระอย่าพูดธรรมะเยอะนักสิ..เด็กมันเซ็งระเบิดเลย.... พระเอารูปให้ดูเยอะๆ หน่อย

ให้ลูกบ้าง?

     คุณปู่ กำลังดูลูกชาย ป้อนขนมนมเนยให้หลานชายด้วยความขุ่นเคือง เพราะแทนที่จะให้คุณปู่ได้ทานบ้าง กลับให้แต่หลานชายคนเดียว จึงได้พูดขึ้นว่า

       คุณปู่...ให้แต่ลูกชายตัวเองละนะ คนอื่นไม่รู้จักให้บ้าง

       ลูกชายได้ยินดังนั้นก็คิดได้อะไรบางอย่างจึงพูดขึ้นบ้างว่า

       ลูกชาย...เอ้าถ้าอย่างนั้น ผมก็จะให้ลูกชายของคุณพ่อบ้างก็แล้วกัน จะได้ไม่ว่าผมลำเอียง ให้แต่ลูกชายตัวเอง

       ว่าแล้วก็เอาขนมใส่ปากตัวเองหน้าตาเฉย

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

คุณยายอุดรที่ตำรวจให้300บาท

คุณยายดีใจที่มีค่ารถ300บาท ถึงแม้โดนตำรวจอมไป200บาท เมื่อกลับถึงบ้านที่อุดร ก็ยังมีเงินเหลือหลายสิบบาท คุณยายไม่ได้พบกับหลานๆตั้งเดือนก่ว่า จึงเรียกหลานมาเพื่อให้สตางค์ไปซื้อขนมกิน ขณะนั้นคุณยายนั่งอยู่บนบ้าน ส่วนหลานๆเล่นกันอยู่ที่ใต้ถุน คุณยายจึงตะโกนเรียกหลาน (ไอ้จ่อยโอ๊ย) หลานก็ขันรับ (ครับยาย) ยายเรียกหลานอยู่หลายรอบ หลานก็ขันรับตามรอบที่ยายเรียก ยายจึงพูดขึ้นว่าหลานนี้หูตึงจริงๆ เรียกตั้งหลายรอบก็ยังไม่ได้ยิน

ประกาศขายรถมือเดียว....

 

 

 

   เพื่อนฝากขายรถ ราคาต่อรองกันได้ (ร้อนเงินมาก ๆ ที่สุด)


เพื่อนฝากขายรถ 
Toyota Corona
ปี 99 (พ.ศ. 2499)
เช็คศูนย์ตลอด (แต่ศูนย์ไม่รับ) 

รายละเอียด 
รถเจ้าของขับมือเดียว (อีกมือจับประตูไว้)   
เจ้าของใช้น้อยมาก (เพื่อนยืมตลอดรถไม่เคยว่างเลย) 
ไม่เคยชนหนัก (มีตกเหวแค่ครั้งเดียวที่เขาใหญ่) 
สภาพบางเดิม (บางมากจนผุ)
สีเดิมออกห้าง  (20 กว่าปีก็สีเดิมอยู่)
อ.ว.ท.ม.(แอร์ วิทยุ เทป และแม็ก ไม่มี)
ต่อรองกันได้ครับ เจ้าของจะไปนอก (บ้านนอก)

ขอโทษที่ต้องเบลอทะเบียนนะครับ .. กลัวผู้ประสงค์ร้าย . .. 
สมัยนี้ไว้ใจใครไม่ได้จิงๆ ... เฮ้อออ 

ต่อรองราคากันได้ 
ระบบเสียงรอบทิศทาง ดังทุกอย่าง ยกเว้นวิทยุ กับแตร …. 
ด่วน ไม่มีที่จอดจริง ๆๆ  

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ขำอ่ะเจ้า..เช้านี้ด้วยกันนะเจ้า!!!!

เด๋วจะมีือเดียว   ตามมาให้ขายอีกหลายรายการหรือเปล่า  โกแจวชิ้นสุ้ย

จากhttp://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=63107

 ภาพแรกนี่ คำบรรยายเค้าบอกว่า
"บางที รถของคุณอาจมีเนื้อคู่ก็เป็นได้"
Attached Image

ทดสอบแรง G ขณะเข้าโค้งกันหน่อย
Attached Image

น่าเห็นใจจริง ๆ
Attached Image

เทคโนโลยีไทย ก้าวไกลจริง ๆ
Attached Image

เห็นแล้วไม่กล้าลองของ
Attached Image

ไม่กล้าไปด้วยอะ
Attached Image

นี่ก็น่ากลัวเหลือเกิน
Attached Image

ไหนบอกว่า Honda ห้ามทำ taxi
Attached Image

ไม่รู้จะหวงทำไม
Attached Image

หมู่บ้านที่บรรดาผู้ชายไม่อยากไป
Attached Image

อารมณ์ขัน สน.
Attached Image

แล้วจะให้ทำยังไง ...
Attached Image

สุดท้ายแถมให้ว่าผู้ใช้รถใช้ถนนที่พึงระวัง..เป็นอย่างยิ่ง..ดูแล้วสะดุ้งรถสะดุดชนตูดกันนะคร่า.

 

ตลกไหม๊ที่หาดใหญ่ (ภาษาปักษ์ใต้)

วันหนึ่งหนูนุ้ยพบกับลุงเท่ง 

หนูนุ้ย  "ไน้ ล่ะเท่ง"                       คำแปล "ไปไหนละ  เท่ง"

ลุงเท่ง  "พานติน"                          คำแปล  "ไปสะพานติณสูลานนต์"

หนูนุ้ย  "ตีน ไน๊"                           คำแปล  "ตีนไหนกัน ละ"

ลุงเท่ง  "ตินสู"                             คำแปล  "ติณสูลานนต์" (คนพูดเน้นสะพานติณสูลานนต์)

หนูนุ้ย  "เออ  ตีนสู ดีไม่ฉายตีนกู"    คำแปล  "ตีนแกดีแล้ว  ไม่ใช่ตีนกู"

 

คนปักษ์ใต้มักพูดสั้นๆ บางทีตัดคำหน้า บางทีตัดคำหลัง บางทีควบเป็นคำเดียว

คำว่าไน้ หรือ ไน๊  คนปักษ์ใต้หมายความว่า  ไปไหน?

คำว่าตินสู หรือ พานติน หรือ พานป๊า  คนปักษ์ใต้หมายความว่า  สะพานติณสูลานนต์

คำว่าสู  คนปักษ์ใต้หมายความว่า  แก หรือ คุณ  บุรุษที่สองที่พูดด้วย

คำว่าตีน  คนปักษ์ใต้หมายความว่า  เท้า

เช่นคำว่า โกหก คนใต้พูดว่า หก

             ดูแล       "         แล

             ตลาด     "         ลาด

             มะละกอ "         ลอกอ

             ว่องไว   "          ว่อง

             ฉ้อโกง  "          ฉ้อ

             แถลง   "          แหลง (พูด)

             สัปรด   "          ยานัด หรือ มะลิ

             ฝรั่ง     "          ชมพู่

             ชมพู่    "           ชมภู

             ส้ม      "           ส้ม

             มะม่วง "           ส้มม่วง

             มะนาว "           ส้มนาว

             มะขาม "           ส้มขาม

เอาเท่านี้ก่อนแล้วจะค่อยทะยอยมาให้อ่านกัน

ตอเซี้ย

 

 

รูปภาพของ YupSinFa

โธ่?ขิ้นสุ้ยโก

          ตอนแรกไหง่ก็คิดว่าใครมาโพสต์ขายรถที่นี่รีบคลิกเข้ามาอ่านที่แท้เป็นภาพตลกที่ขิ้นสุ้ยโก หยิบจับมาลงให้ดูแถมด้วยมุขตลก เรียกเอารอยยิ้มให้กันแต่เช้าตรู่เลยทีเดียว ว่าตามจริง อยากได้มาขับมั่งจัง คงเท่ห์ ไม่เบาเลยทีเดียว

          ว่าไหมครับขิ้นสุ้ยโก

รูปภาพของ YupSinFa

เพลง"เปาบุ้นจิ้น"ฉบับล้านนา

           ในเวลาที่อ่านเนื้อเพลงนี้ โปรดจินตนาการทำนองเพลงเข้าไปด้วยนะครับไท้ก๋าหยิ่น

        ณ ที่เมือง ไข่ผง......

        เกียด ติ คุณ สูง ลอย.........เป่า บุ้น จุ้น

        ปราบเสี้ยนหนามแผ่นดิน...ให้ เที่ยง ธรรม

        หนานเสา และ หนานปัน.....อยู้.....เคียง-ข้างงงง

        ผ่าง ผ่าง ผ่าง   เสียงระฆังร้องทุกข์ดังที่หน้าจวนเปาบุ้นจุ้น

       (พูด)   ท่านเปาบุ้นจุ้น  เจ้า...ข้าเจ้ามาร้องเรียนเ้้จ้่า..... 

        เปาบุ้นจุ้น-สู มา ร้อง เรียน เรื่อง อะ หยัง?

        ย่าเกี๋ยง-เกิบ คะ เจ้า หาย ไป ขอน นึ้ง เจ้า.....ไป ปะ ตี้ ย่า ใบ มันบ่อ ยอม คืน ฮื้อ เจ้า มันว่า มันเก็บได้ เจ้า...

        เปาบุ้นจุ้น-ย่าใบ เป๋นจะได เก็บได้แต๊กา เก็บได้ตี้ไหน ยะหยังบ่อเอาคืน เปิ้น

        ย่าใบ-อื้อ บ่ คืน เจ้า คะ เจ้า เก็บได้ มันบ่ มี เจ้า ของ

        เปาบุ้นจุ้น-สู เก็บ ได้ ตี้ ไหน

        ย่าใบ-หน้า วิ หาร หลวง เจ้า

        เปาบุ้นจุ้น-ย่าเกี๋ยง เกิบ สู หาย ตี้ ไหน     ย่าเกี๋ยง- บ่อ ฮู้ เจ้า

        เปาบุ้นจุ้น-เอาละ เมื่อสูเขา ตก ลง กั๋น บ่ ได้ ข้าฯ จะตัดสิน ณ บัดนี้

        เปาบุ้นจุ้น-หนานเสา หนานปัน จ่าผง แก้วบู้

        ครับ?  ครับ?  ครับ?  ครับ?  เปาบุ้นจุ้น-ยับ แม่ ยิง สอง คน นี้ไว้ บ่ ดี ฮื้อ หนี ไป ไหน

        เปาบุ้นจุ้น-จั่นเมา  ครับ?  ไป เปี๋ย เครื่องประหาร หัว จั๊กกิ้ม มา ครับ?

        ย่าเกี๋ยง-ย่าใบ    โฮๆ ท่านเปา โปดไว้จีวิดเฮาเต๊อะ ๆ โฮๆ บะเดี่ยวนี้จะมาต๋ายย้อนเกิบขอนเดียวเหียละกานี่ โฮโหโห ท่านเปา เอ็นดูเต๊อะ

        เปาบุ้นจุ้น-จั่นเมา.......กก?

        ฉับ???????  และแล้วรองเท้าข้างนั้นก็ถูกหั่นเป็นสองท่อน

        เปาบุ้นจุ้น-เอ้า เอาไป สูเขา ตกลงกั๋น บ่ ได้ ก๋อ เอาไป คนละ เกิ่ง

        ย่าใบ-ย่าเกี๋ยง ขอบคุณเจ้า ๆ (แล้วรีบลุกออกไปจากจวนฯ)ฮา.

หมายเหตุ-หนาน หมายถึงชายล้านนาที่ผ่านการบวชเป็นพระภิกษุ

              จั๊กกิ้ม แปลว่า จิ้งจก

              เกิบ แปลว่า รองเท้า ขอน เป็นสรรพนามของรองเท้่า

              สู หมายถึง เจ้า

              คะเจ้า แปลว่า ดิฉัน ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย แต่ปัจจุบันใช้แต่ผู้หญิง และ แม่ยิง แปลว่า ผู้หญิง        

 

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ตลกกำเมืองแต้ๆ

เป็นอะไรที่ไหงขอฟังบนรถทัวร์  ก่อนนอนทุกคืนวันศุกร์และกลับคืนวันอาทิตย์  เป็นเวลาสองปีครึ่ง  กับการเดินทางมาเรียนป.โท   ที่กรุงเทพมหานคร...

ไว้ใจได้ก๋า mv เวอร์ชั่น ตลกๆขำสุดๆ

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- ล้างแค้น

มือปืนเมืองเพชร...เมาแอ๋เข้ามาหาพระ มันชูปืนขึ้น..แล้วเดินเป๋เข้ามา หลวงพี่ก็เลยโดดหลบเข้าข้างเสา เพราะพระก็เสียวเป็นเหมือนกัน...

มันบอกว่า..หลวงพี่ต้องเป็นพยานให้ผมด้วย...
ไอ้แคล้วมันฆ่าพ่อผมตาย..ผมขอสาบานต่อหน้าพระว่า..ผมจะต้องล้างแค้นให้พ่อผมให้ได้...ถ้าผมฆ่าไอ้แคล้วไม่ได้..ชีวิตนี้นอนตาไม่หลับ
หลวงพี่โผล่ออกมาจากเสา..แล้วบอกว่า..สาธุ..ขออนุโมทนาบุญกับโยมด้วยที่คิดจะล้างแค้น
คนทั้งศาลาหันมามองหน้าพระเป็นตาเดียว...
โธ่...ก็มันถือปืนส่ายอยู่อย่างนั้นจะให้พระทำยังไง...น่าจะเห็นใจพระบ้างนะ....
อาตมาก็พูดกับมือปืนต่อว่า....
ล้าง..หมายถึง..ทำให้สะอาด
การล้างแค้นเป็นเรื่องดี เรามีความแค้น...แสดงว่า..ความแค้นมันมาเปื้อนจิตใจเรา..
การล้างแค้น...คือล้างที่จิตใจของเราให้สะอาด..ให้ความแค้นมันหมดไปจากใจเรา...
การไปยิงเขาตายอีก...เป็นการเพิ่มความแค้น....ลูกหลานเขาก็ตามจะมายิงมาฆ่าเราอีก..วนเวียนอย่างนี้ไม่จบสิ้น
การล้างแค้น..จึงเป็นการอโหสิกรรม..หมดเวรหมดกรรม
อาตมาจึงขออนุโมทนาบุญกับโยมด้วย...
พูดเสร็จพระก็หลบไปยืนบังเสาไว้ พระไม่กลัวมันหรอก..แต่พระไม่ประมาท

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- ใส่บาตรวันเกิด

เหล้ากินเข้าไปแล้วก็ขาดสติ...มีเรื่องเล่าว่า วันเกิดของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กลางคืนเลี้ยงฉลองร่ำสุรากันเต็มที่..เมาแประ..รุ่งเช้าอยากใส่บาตรทำบุญเอาฤกษ์

ขณะตักข้าวจะใส่บาตร ด้วยความเมาทำข้าวหก หมาก็วิ่งกรูกันเข้ามาแย่งกันกินข้าว กัดกันเจี๊ยวจ๊าวพันแข้งพันขาจนเดินไม่ได้..
ด้วยความโมโห..เงื้อเท้าเตะหมาเต็มแรง...หมามันก็หลบทัน แต่พระหลบไม่ทัน โดนหน้าแข้งเต็มๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ร่วมแย่งข้าวด้วยสักหน่อย

ขณะใส่บาตร..รู้สึกว่ากับข้าวที่เตรียมไว้ไม่พอดีกับพระ
แกตะโกนเรียกหลานลั่นเลย....
"อีหนู เอาปลาทูมาอีกสององค์ วันนี้พระมาสี่ตัว..."
เหล้ามันทำให้คนกิน..ไม่เป็นผู้เป็นคน..พูดผิด..คิดผิด..ทำผิด
แล้วยังจะกินมันอยู่อีกหรือ........

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- เทศน์รอบดึก

มีอยู่รายการหนึ่ง เขาจัดงานหารายได้เข้ามัสยิด...
นิมนต์พระพยอมมาช่วยเทศน์ดึงคนให้หน่อย..เพราะช่วงที่กำลังดังนี้ เทศน์ทีมีคนฟังเป็นหมื่น..พอประกาศชื่อพระพยอม คนสนใจมาก
เขาจัดโปรมแกรมให้พระพูดตอนดึก 5 ทุ่ม
พระก็อยากพูดเร็วๆ พูดเสร็จจะได้รีบกลับ...
เขาบอกว่า..ไม่ได้..ถ้าท่านกลับ..คนก็กลับกันหมด..
หอยทอด โรตี ไก่ย่าง..ยังขายไม่หมดเลย..
เดี๋ยวท่านรอให้ขายหอยทอด โรตี ไก่ย่างหมดก่อน..ค่อยขึ้นเทศน์
กรรมของพระ...ไม่ควรดังเลยเรา.

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- เจ๊กหมดทุน เจ๊กหมดทุน

มีชายคนหนึ่งอยู่สุไหงโกลก..ชื่ออาฮัง..
อาฮังหรือ..เจ๊กฮัง..ค้าขายขาดทุนปีเดียวสามสี่แสนบาท....

ไม่เป็นอันทำมาหากินเลย..พอขาดทุนสี่แสนก็มานั่งทำท่าเหมือนลิงป่วย.....หมดแรง..หมดอาลัยตายอยาก.

พูดพร่ำอยู่คำเดียวทั้งวัน...อั๊วขาดทุนหมดแล้ว..อั๊วขาดทุนหมดแล้ว
จนญาติๆระอา...ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยหามมาส่งที่วัดสวนโมกข์

อาตมาอยู่สวนโมกข์ได้ 7 ปีพอดี ปรากฏว่า..มันก็มานั่งที่ตรงหินโค้ง...นั่งเป็นทุกข์ในท่าเจ๊กหมดทุนท่าเดิม...
นั่งบ่น..อั๊วเจ๊งหมดแล้ว..อั๊วขาดทุนหมดแล้ว........
อาจารย์พุทธทาสก็เลยเข้าไปถามว่า....
ฮัง...ลื้อขาดทุนแน่หรือ
แน่ซิครับ...สี่แสนปีเดียวหมดเกลี้ยง..ผมขาดทุนย่อยยับหมดเลย....
คิดให้ดี...ขาดทุนจริงๆ น่ะเหรอ....
จริงซิครับ...อย่ามาถามยั่วโทสะผมนะ......
อาจารย์พุทธทาสก็เลยถามต่อว่า...โยมอาฮัง...
ที่ลื้อบ่นขาดทุน..ขาดทุนนี่..ลื้อเกิดมาลื้อมีทุนติดตัวมาเท่าไร.......
วันที่ลื้อเกิดมานะ

อาฮังนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง..เอ๊ะ..ใครมันจะไปดึงทุนออกมาจากท้องแม่ได้ในวันเกิดนะ พระนี่ถามอะไรแปลกๆ...
อาฮังตอบว่า ไม่มี..
อาจารย์พุทธทาสท่านก็ถามต่อ...เดี๋ยวนี้หม้อหุงข้าวลื้อมีไหม...
หม้อหุงข้าวมี..
เสื้อผัามีใส่ไหม...
มี...
บ้านมีอยู่ไหม......
มี...
ถามอะไรต่อมิอะไร..มันก็ตอบว่า..มีๆๆ...
อาจารย์พุทธทาสท่านจึงบอกว่า อาฮัง...ลื้อไม่ได้ขาดทุนหรอก
เพียงแต่กำไรมันลดลงไปนิดหน่อยเท่านั้น.

รูปภาพของ อาคม

ใครประหยัดกว่า

เกิดการเกทับกันถึงเรื่องการประหยัด หลังจากที่ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างก็แต่งงานมาใหม่ๆ จะด้วยพิษเศรษฐกิจตกต่ำ หรือขี้เหนียวในสันดานก็ไม่รู้ได้ ระหว่างนายแหลม กับนายฉลาด

   นายแหลม : ข้าประหยัดเงินฮันนี่มูนได้ตั้งครึ่งหนึ่ง

   นายฉลาด  : เจ้าทำได้ไง?

   นายแหลม  : ก็ข้าไปเองเพียงคนเดียว ข้าก็จ่ายแค่ครึ่งเดียว

   นายฉลาด  : สู้ของข้าไม่ได้ ข้าไม่ต้องเสียแม้สตางค์แดงเดียว

   นายแหลม  : เจ้าทำยังได้ไง?

   นายฉลาด  : ข้าฝากเมียข้าไปฮันนี่มูนกับเพื่อนสนิทข้า...

   นายแหลม : !!!!!!

  

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

เจ้าตัวนี้ประหยัดกว่า

คู่บ่าวสาวไปฮันนี่มุน ตอนไป ไปกับเจ้าบ่าว ตอนกลับ กลับกับเจ้าสาว ฮิๆๆๆ เจ้าคือใคร

กิ่มหมิ่นโก๊

 

ไหงคิดหัวแทบแตก  ก็คิดไม่ออก  เจ้าคือใคร ? โอ้อ

 เฮ้อ !  !  !  โล่งอก !  โล่ง อก น่ะ ไม่ใช่  โล่ งอก

เพราะไหงกลับไปอ่าน  ใครประหยัดกว่า นั่นเอง

ดวงตาก็เห็นสวรรค์  เส้นผงมันบังภูเขาไว้ นั่นเอง

ไปกับเจ้าบ่าว กลับกับเจ้าสาว ก็ลูกในท้องเจ้าสาว ไชโย

ถูกไหม๊เนี๊ยะ ?  น่าจะถูกน่ะ  ไม่สัปดนหรอกนะครับ

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

เจ้าตัวประหยัดกลายเป็นต้น-หยก

ไม่คิดว่า จากยิ้มเเละหัวเราะวันละนิด กลายเป็นต้น-หยกไปพี่น้องท่านอื่นตอบว่าอะไรดี 

เจ้าตัวประหยัด?

   ไหงเจอ สี่เก่ว ของ คุณกิ่มหมิ่น ป่านนี้ยังมึนไม่หาย วันนี้มาเจอเเจ้า
ตัวประหยัดของหงีอีก ที่จริงไหงก็ว่า คำตอบ หวุนเชียงก๊อ ถูกแล้ว แต่ถ้า
ยังไม่ถูก ก็จะขอเดาว่า เจ้าคือ สิ่งของเครื่องใช้ของเจ้าบ่าว โดนเจ้าสาว
เชิดไปใช้อย่างนี้ทั้งประหยัดแล้วยังกำไรเพียบ.....แต่ว่าเจ้าจะกลับบ้าน
ไหนล่ะ?

 

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

หวุนเชียงกอทายถูกเเล้ว

หากมีคำตอบอื่นๆไหงว่าไหงโดนไล่ออกจากเว็บฮากกาชุมชนเเน่ๆ เพราะไหงเป็น( ต้น)ความผิดร้ายเเรง ส่วนซิ้นสุ้ยกอและหวุนเชียงกอ (หยก)ความผิดเล็กน้อย วันนี้งด ต้น-หยก (เค็มๆชื้นๆ ) ห่าม สิบ] 

หงีโดนใบแดง

อย่างนี้ คุณกิ่มหมิ่น หงีโดนใบแดง ส่วนไหง กับ หวุนเชี้ยงก๊อ ได้ไปคนละหนึ่งใบเหลือง ฮะฮะฮะ

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

คำเทศน์พระพยอม --- คุณพระช่วย

พวกเราชอบอ้อนวอน..ชอบบนบานศาลกล่าวกันจนเคย....โดยเฉพาะผู้หญิงขอให้พระช่วยจนติดปาก
เกิดมีอะไรขึ้น..หรือตกใจอะไร..จะต้องร้องว่า
"คุณพระช่วย"..ทุกครั้ง..
วันหนึ่ง..อาซิ้มนั่งขายของอยู่ในร้าน...หน้าร้านมีคนมาทำความสะอาดท่อ..แล้วเปิดฝาท่อทิ้งไว้
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินตกท่อ..แล้วตะโกนว่า "ว้ายคุณพระช่วย"
อาซิ้มหัวเราะตัวงอ..แล้วเดินออกมาหาหญิงผู้เคราะห์ร้าย
พระช่วยลื้อไม่ล่ายหรอก..เพราะเมื่อเช้านี้พระก็ตกเหมือนกัน........

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ผม...หิวน้ำ

"พ่อ... ผมหิวน้ำ"
"แล้วไง?"
"พ่อช่วยหยิบน้ำให้ผมหน่อย"
"มะเหงกแน่ะ ลุกไปหยิบเองสิวะ"
"พ่อช่วยหยิบให้ผมหน่อยไม่ได้เหรอ?"
"ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อน เดี๋ยวโดนเตะ"
"...... พ่อลุกมาเตะ แล้วอย่าลืมหยิบน้ำให้ผมด้วยนะ!!!"

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

ความฝันของชายฮากกา ที่ภรรยาเป็นคนไทย

เช้าวันหนึ่ง ชายฮากกาผู้นี้ ก็ได้ฝันที่ตัวเองอยากจะฝัน ดีใจกับความฝัน จนสะดุ่งตื่นขึ้นมา

จึงตะโกนว่า  "ซอง หล่อย" (ขึ้นมา) เพราะนอนอยู่ชั้นสอง
เมื่อภรรยาได้ยิน จึงตะโกนตอบไปว่า "ไม่มี"

ชายฮากกาได้ยินเข้าจึงดีใจมาก รีบตื่นจากที่นอนลงมา ออกไปนอกบ้านทันที พักเดียวก็กลับมามือถือข้าวสารถุงหนึ่ง ภรรยากำลังทำงานอยู่ เมื่อเห็นสามีกลับมาพร้อมกับข้าวสาร จึงคิดสามีโดนผีอำ มือพอดีถือไม้กวาดอยู่ จึงเอาไม้กวาดฟัดลงไปที่หัวสามี เพื่อไล่ฝีออกจากสามี-

งา- เก้ มุ้ง-เห่ -ก่า-เก้ ความฝันที่ไม่เป็นความจริง

ภาษาฮากกาวันละสองคำ
-ซอง หล่อย แปลว่า ขึ้นมา เข้าใจผิดไปว่า สองร้อย
-ไม่มี แปลว่าซื้อข้าวสาร

พี่น้องจงจำไว้ถ้าอยากหัวแตก

รูปภาพของ วี่ฟัด

เรื่องนี้ไหงสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดกับกิมหมิ่นโกจริงๆ

                เรื่องนี้ไหงสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดกับกิมหมิ่นจริงๆ เพราะตามที่ไหงทราบจากวงสนทนาตอนงานสังสรรค์ ครั้งที่ 2 ซึ่งไหงได้เดินทางจากราชบุรีไปร่วมงานด้วยเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ไหงจึงทราบเป็นที่แน่ชัดได้ว่า กิมหมิ่นโก เป็นชายฮากกา ที่มีภรรยาเป็นคนไทย ไม่รู้ว่าจะใช่หรือเปล่า กิมหมิ่นโกช่วยชี้แจงแถลงไขให้พวกไหงได้ทราบด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง

รูปภาพของ YupSinFa

ไหงก็ชายฮากกาแต่ภรรยาเป็น...

               ไหงขอคอนเฟิร์มให้วี่ฟัดโกว่า ชายฮากกาที่ภรรยาเป็นคนไทยนั้น เป็นกิ๋มหมิ่นโกจริงๆ ด้วย เพราะในวันนั้น ไหงนั่งกลาง ระหว่าง วี่ฟัดโก กับ กิ๋มหมิ่นโก จึงได้สัมผัสอัธยาศัยและเรื่องราวจาก วี่ฟัดโก กับ กิ๋มหมิ่นโก เท่า ๆ กัน แต่ไหงไม่ยืนยันนะครับว่า ชายฮากกาในเรื่องเล่าของกิ๋มหมิ่นโกนั้น เป็นตัวของกิ๋มหมิ่นโกหรือปล่าว (555)

                ไหงก็เป็นชายฮากกาอีกคนหนึ่ง ที่ภรรยาเป็นคน(ไทย) ไต ครับ

                 ที่สำคัญ เธอมีหัวใจเป็นฮากการ่วมกันกับพวกเราเสียด้วยสิ

                 แต่ไหงอยากเรียนให้อาโกทั้งหลายและไท้ก๋าหยิ่น ทราบว่า ไหงเป็นชายฮากกาที่เคยโดนภรรยาคนไทย(ไต) เอาขวดเหล้าฝรั่งทุบหัว แต่หัวดันไม่แตกครับ ขวดแตกกระจายเลยครับ และยังเคยเป็นชายฮากกาที่โดนภรรยาคนไทยซ้อมจนตาดำและปากแดงไปทำงานอย่างหน้าตาเฉยเลยละครับไท้ก๋าหยิ่น

 

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

วี่ฟัดกอ ไหงมีสัมผัสที่หก

เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นกับไหงเเน่ ที่เขียนมาเพื่อเตือนคนเชียงใหม่ เเต่ก็ช่วยไม่ทัน ภรรยาไหงพูดฮากกาได้หลายคำ จำชื่อแซ่ไหงได้ นั่งอยู่ดีๆ ทำท่าตกใจ เออะอะขึ้นมาว่า(หวองชัด หวองชัด) คำนี้ไหงสอนตั่งเเต่ยังไม่แต่ง เห็นใหม ภรรยาไหงพูดฮากกาได้ คนเชียงใหม่ระวังไว้ วันไหนลูกอ่านหนังสืออยู่ ภรรยาคนเชียงใหม่ก็พูดขึ้นว่า( ยับ ยับ)คนเชียงใหม่ก็ ดีใจที่ภรรยาจำแซ่ได้  

อายุกี่ปี?

     ณ.ภัตตาคารร้านเหล้าแห่งหนึ่ง.

     นักดื่ม: ผมขอเหล้าเก่า 10 ปีให้ผมแก้วครับ

     บริกร: ได้ครับ นี่ครับ  

     นักดื่ม: (ชิมแล้ว) นี่ไม่ใช่เหล้า 10 ปีนี่ครับ เพิ่ง 8 ปีเอง

     บริกร: ขอโทษครับ ผมหยิบผิด ยังงั้นลองดูแก้วนี้ดูใหม่

     นักดื่ม: โอเคครับ แก้วนี้ 10 ปี ขอบคุณครับ

  เหตุการณ์ทั้งหมด ก็มีนักดื่มอีกคนหนึ่ง เฝ้าชมด้วยความทึ่ง จึงได้ ยื่น แก้วเหล้า ในมือของตนให้

     นักดื่ม2: ช่วยชิมแก้วของผมหน่อยครับ

     นักดื่ม:(หลังจากชิมเสร็จ ก็พ่นพรวดออกมาแทบไม่ทัน) นี่มันฉี่!

     นักดื่ม2: (ยิ้มกริ่ม จนตาปิด) เก่งมากครับ ช่วยบอกผมหน่อยว่า อายุกี่ปี?                         

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

เป็ด

เป็ดตัวหนึ่งเดินเข้าไปที่ร้านเซเว่น-อีเลเว่น แล้วถามพนักงานขายว่า
"มีองุ่นขายหรือเปล่า?"
พนักงานขายบอกว่าไม่มี เป็ดก็เลยเดินออกจากร้านไป

วันต่อมาเป็ดกลับไปที่ร้านอีก แล้วถามพนักงานขายว่า
มีองุ่นขายหรือเปล่า ?"
พนักงานขายบอกว่าไม่มี เป็ดก็เลยเดินออกจากร้านไป

วันต่อมาเป็ดกลับไปที่ร้านอีก แล้วถามพนักงานขายว่า
"มีองุ่นขายหรือเปล่า ?"
พนักงานขายตะคอกใส่เป็ดว่า
"แกมาที่ร้านนี้สามวันติดกัน แล้วถามหาองุ่น ชั้นก็บอกแล้วว่าไม่มี ไม่มี
ถ้าแกมาที่นี่อีกครั้งแล้วถามหาองุ่นอีกนะ ชั้นจะตอกตะปูติดขาแกไว้กับพื้นเลยคอยดู"
เป็ดก็เลยเดินออกจากร้านไป

วันต่อมา เป็ดกลับมาอีก ถามว่า
"มีตะปูหรือเปล่า?"
พนักงานขายตอบ "ไม่มี"
เป็ดพูดต่อว่า "ดีดี แล้วมีองุ่นหรือเปล่าล่ะ ?"

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

เรื่องจริง

หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จังหวัดภูเก็ต ท่านใช้ไม้เท้าเป็นประจำ วันหนึ่งมีเด็กสาวปวดท้องรุนแรง กินยาอะไรก็ไม่หาย จึงบนหลวงพ่อแช่มว่า ถ้าหายปวดท้อง จะไปปิดทองของลับหลวงพ่อ

เมื่อหายปวดท้องจริงๆ เด็กสาวก็อายไม่กล้าไปขอแก้บนหลวงพ่อ ไม่ช้าก็กลับมาปวดท้องอีก เมื่อบอกผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จึงพาไปกราบขอปิดทองหลวงพ่อ

เคราะห์ของเด็กสาว เคลื่อนย้ายกลายมาเป็นเคราะห์ของหลวงพ่อ

โชคดีที่หลวงพ่อถือไม้เท้า ท่านจึงใช้ไม้เท้าช่วย เอาไม้เท้าสอดเข้าใต้หว่างขา ปล่อยให้เด็กสาวปิดทองที่ปลายไม้เท้า...เป็นอันว่า หลวงพ่อก็พ้นเคราะห์ไปได้

รูปภาพของ YupSinFa

ที่อาฮยุ๋งโกเขียนเป็นเรื่องจริงครับ

               เรื่องของหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง จังหวัดภูเก็ต ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ที่ทรงอภิญญามาก มีเรื่องราวของท่านบันทึกไว้เป็นจดหมายเหตุไว้หลายฉบับ ทั้งเรื่องเล่าที่เล่าต่อ ๆ กันมาก็มีมาก

               ตอนไหงเรียนวิชาภาษาไทย น่าจะสัก ม.3 ได้เรียนประวัติของท่านหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง ภูเก็ต ด้วย มีตอนที่เด็กสาวจะขอปิดทองตรงไข่ของท่านหลวงพ่อฯ ท่านจะไม่ให้ปิดก็กลัวจะเป็นบาปกรรมแก่ตัวท่านและเด็กหญิง บังเอิญท่านใช้ไม้เท้าอยู่เป็นประจำ ท่านจึงคิดได้ว่า ให้เด็กสาวคนนี้ปิดทองที่ไม้เท้าของท่านแทนไข่ โดยท่านใช้ไม้เท้าอันนั้น สอดทะแยงออกมาทางหว่างขาของท่าน(ขออภัยที่เขียนตรงๆไหงเรียนมาอย่างนี้จริงๆ)โดยมีผ้าสบงจีวรคลุมอยู่ 

              เด็กสาวก็ได้ปิดทองแก้บนไปตามความพอใจสบายใจ แฮปปี้เอนดิ้งเด็กสาวคนนั้น ซึ่งปัจจุบันคงเป็นคุณย่าของทวดไปแล้ว

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เรื่องจริงหรือนี่?

ไหงอ่านแล้วก็งง  ไม่เคยได้ยินแต่เชื่อหงีทั้งสอง  ขำคริ ๆเชียวเจ้า แปลกแต่จริงนี่นา  แยกหมวดหมู่ได้อีกนะงานนี้... เข้าใจหามากันจังนะ  ท่านๆ

รูปภาพของ YupSinFa

ไม้เท้าหลวงพ่อแช่ม

                ไหงเข้าใจว่า ไม้เท้่าของหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งตอนนี้น่าจะปิดทองไปทั้งองค์แล้ว นับว่าเป็นโบราณวัตถุชิ้นหนึ่ง ที่ไหงเรียกว่า เป็นองค์ เพราะเป็นเครื่องใช้ของอริยสงฆ์ ไม่ใช่คนธรรมดา ท่านน่าจะเป็นพระอรหันต์ดับขันธ์ไปแล้ว จึงต้องเรียกว่าองค์

                ไม้เท้าองค์นี้ ไหงว่า น่าจะเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ภายในวัดฉลอง หรือที่จังหวัดภูเก็ต ท่านใดที่เป็นชาวใต้ เคยไปกราบไหว้มา กรุณานำมาเล่าให้กันฟังบ้างครับ  มีรูปภาพได้ยิ่งดีครับ

รูปภาพของ นายวีรพนธ์

ประวัติหลววงพ่อแช่ม

พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี

(หลวงพ่อแช่ม สังฆปาโมกข์)

วัดไชยธาราราม (ฉลอง) อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

โดย จามเทวี

คัดลอกจาก http://www.soonphra.com/geji/cham/index.html

พระครูวิสิทธิวงศาจารย์ (แช่ม) วัดฉลอง

คำขวัญเมืองภูเก็ต

"ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม"

ภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยที่คนทั่วโลกรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี เป็นเกาะใหญ่เกาะหนึ่ง ที่มีพื้นที่ของเกาะประมาณ 543 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศน่าเที่ยวน่าพักผ่อนหย่อนใจมีทิวทัศน์อันสวยงามเกินกว่าคำบรรยาย ไม่ว่าจะมองไปบนบก หรือในท้องทะเล แม้แต่เกาะต่างๆ แล้วเหมือนจะทำให้เรามีชีวิตชีวายืนยาวออกไปอีกสักร้อยปี จังหวัดนี้ดีพร้อม สมกับคำขวัญที่ว่า ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม ไม่มีผิด

สภาพภูมิอากาศแบบฝนเมืองร้อน มีอากาศอบอุ่น ชุ่มชื่น ลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา ทั้งปีมี 2 ฤดูกาลคือ ฤดูร้อนและฤดูฝน ช่วงที่มีอากาศดีที่สุดคือ เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่มีท้องฟ้าแจ่มใส ภาษาของท้องถิ่นจังหวัดนี้เป็นภาษาปักษ์ใต้ ที่มีเอกลักษณะของตนเอง อาชีพของพลเมืองมีทั้งด้านการเกษตรและสวนยางพารา การอุตสาหกรรม เหมืองแร่ ดีบุก การทำยางแผ่นรมควัน การทำปลาบ่น ปัจจุบันมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางมาก มีโรงแรมที่มีคุณภาพมีมาตรฐาน งานประเพณี ท้าวเทพกษัตรี-ท้าวศรีสุนทร จัดขึ้นทุกปี ตรงกับวันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์ที่สองวีรสตรีสามารถปกป้องเมืองถลางให้รอดพ้นจากข้าศึก

ภูเก็ตมีอะไรดี? ภูเก็ตก็มีพระคณาจารย์ดี คือหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง พระคุณท่านเป็นผู้เปี่ยมล้นไปด้วยเมตตาธรรมอันสูงส่ง ทรงไว้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ใครมาเที่ยวเมืองภูเก็ตแล้วไม่ได้ไปสักการบูชาหลวงพ่อแช่ม ก็เหมือนกับไม่ได้ไปเยือนภูเก็ต เขาว่ากันอย่างนั้น  หลวงพ่อแช่ม (พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี) อดีตเจ้าอาวาสวัดฉลอง ภูเก็ต ถึงแม้พระคุณท่านจะได้มรณภาพไปนานแล้วก็ตาม ชื่อเสียงและเกียรติคุณของพระคุณท่านยังตรึงตราตรึงใจอยู่ในความทรงจำของชาวภูเก็ตและชาวไทยทั่วทุกภาค แม้แต่ประชาชนเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงยังให้ความเคารพเลื่อมใส ศรัทธายิ่ง ดุจดังเทพเจ้าผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมอันสูงส่ง ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์นานัปการเมื่อครั้งพระคุณท่านมีชีวิตอยู่มีผู้ศรัทธาและเลื่อมใสท่านมาก ถึงขนาดรุมกันปิดทองที่ตัวท่านจนแลดูเหลืองอร่ามไปทั้งร่าง เฉกเช่นเดียวกับปิดทองพระพุทธรูปบูชา นับเป็นความแปลกประหลาดมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง

ประวัติวัดฉลอง

"วัดฉลอง"เป็นวัดที่มีมาแต่ก่อนเก่า จึงไม่มีท่านผู้ใดทราบประวัติความเป็นมาได้ละเอียดนัก วัดฉลองนี้ตั้งอยู่บริเวณทุ่งนาและป่าละเมาะ

ทางด้านเหนือของเกาะภูเก็ต ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7-8 กิโลเมตร ตามหลักฐานที่ปรากฎมีศาลาเก่าแก่อยู่หลังหนึ่งทางด้านทิศตะวันออก(ของวัดในปัจจุบันนี้) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระปฎิมา จากสภาพขององค์ท่าน นับว่า...เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาช้านานแล้ว จนไม่อาจคำนวณอายุที่แน่นอนได้ชาวบ้านฉลองและคนทั่วไปเรียกท่านว่า "พ่อท่านเจ้าวัด" ด้านซ้ายขององค์ท่านมีรูปหล่อของชายชรานั่งถือตะบันหมาก ชาวบ้านเรียกว่า "ตาขี้เหล็ก" ส่วนด้านขวาของ "พ่อท่านเจ้าวัด" นั้น มีรูปหล่อเป็นยักษ์ถือกระบองแลดูน่ากลัว ชาวบ้านเรียกว่า "นนทรีย์" รูปหล่อทั้ง 3 องค์นี้ ท่านศักดิ์สิทธิ์นัก จนเป็นที่โจษขานกันมานานแล้ว

เจ้าอาวาสวัดฉลององค์แรกท่านเป็นพระเถระองค์ใดนั้น ในประวัติได้บันทึกเอาไว้ ก็เลยไม่ทราบนามท่านเท่าที่ทราบมี "พ่อท่านเฒ่า" ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดฉลององค์ก่อน "หลวงพ่อแช่ม" ท่านเป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐานเป็นที่เลื่องลือ เมื่อ"ท่านพ่อเฒ่า" ท่านได้มรณภาพด้วยโรคชราอาพาธ "หลวงพ่อแช่ม" ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อจาก "พ่อท่านเฒ่า"

ต่อมา....ท่านได้รับพระราชทานเลื่อมสมศักดิ์ว่าที่เป็น "พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี" ตำแหน่งสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงเปลี่ยนชื่อ "วัดฉลอง" เสียใหม่เป็น "วัดไชยธาราราม" แต่ประชาชนโดยทั่วไปมักเรียกว่า "วัดฉลอง" เพราะเป็นชื่อที่คุ้นหูมาก่อน

ชาติกำเนิด-ประวัติย่อ

"หลวงพ่อแช่ม" วัดฉลอง ภูเก็ต ท่านเกิดที่ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เมื่อปีกุน พุทธศักราช 2370 ในรัชสมัยของ"พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว"(รัชกาลที่ 3) (นามโยมบิดา-มารดา) ไม่ปรากฏในประวัติแม้แต่ "หลวงพ่อช่วง" วัดท่าฉลอง ศิษย์เอกของท่านก็ไม่สามารถให้รายละเอียดได้)

หลวงพ่อแช่ม ชาตะ พ.ศ.2370 มรณภาพ พ.ศ.2451

พ่อแม่ส่งให้อยู่ ณ วัดฉลอง เป็นศิษย์ของพ่อท่านเฒ่าตั้งแต่เล็ก เมื่อมีอายุพอจะบวชได้ก็บวชเป็นสามเณร และ ต่อมาเมื่ออายุถึงที่จะบวชเป็นพระภิกษุก็บวชเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ ณ วัดฉลองนี้หลวงพ่อแช่มได้ศึกษาวิปัสนาธุระจากพ่อท่านเฒ่าจนเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญทางวิปัสนาธุระเป็นอย่างสูง ความมีชื่อเสียงของหลวงพ่อแช่มปรากฏชัดในคราวที่หลวงพ่อแช่มเป็นหัวหน้าปราบอั้งยี่ ซึ่งท่านจะได้ทราบต่อไปนี้

ปราบอั้งยี่

ในปีพุทธศักราช 2419 กรรมกรเหมืองแร่เป็นจำนวนหมื่น ในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงได้ซ่องสุมผู้คนก่อตั้งเป็นคณะขึ้นเรียกว่า อั้งยี่ โดยเฉพาะพวกอั้งยี่ในจังหวัดภูเก็ตก่อเหตุวุ่นวายถึงขนาดจะเข้ายึดการปกครองของจังหวัดเป็นของพวกตน ทางราชการในสมัยนั้นไม่อาจปราบให้สงบราบคาบได้ พวกอั้งยี่ถืออาวุธรุกไล่ ยิง ฟันชาวบ้านล้มตายลงเป็นจำนวนมากชาวบ้านไม่อาจต่อสู้ป้องกันตนเองและทรัพย์สิน ที่รอดชีวิตก็หนีเข้าป่าไป เฉพาะในตำบลฉลองชาวบ้านได้หลบหนีเข้าป่า เข้าวัด ทิ้งบ้านเรือนปล่อยให้พวกอั้งยี่เผาบ้านเรือนหมู่บ้านซึ่งพวกอั้งยี่เผา ได้ชื่อว่า บ้านไฟไหม้ จนกระทั่งบัดนี้

ชาวบ้านที่หลบหนีเข้ามาในวัดฉลอง เมื่อพวกอั้งยี่รุกไล่ใกล้วัดเข้ามา ต่างก็เข้าไปแจ้งให้หลวงพ่อแช่มทราบ และนิมนต์ให้หลวงพ่อแช่ม หลบหนีออกจากวัดฉลองไปด้วย หลวงพ่อแช่มไม่ยอมหนี ท่านว่า ท่านอยู่ที่วัดนี้ตั้งแต่เด็กจนบวชเป็นพระ และเป็นเจ้าวัดอยู่ขณะนี้ จะให้หนีทิ้งวัดไปได้อย่างไร

เมื่อหลวงพ่อแช่มไม่ยอมหนีทิ้งวัด ชาวบ้านต่างก็แจ้งหลวงพ่อแช่มว่า เมื่อท่านไม่หนีพวกเขาก็ไม่หนีจะขอสู้มันละ พ่อท่านมีอะไรเป็นเครื่องคุ้มกันตัวขอให้ทำให้ด้วย หลวงพ่อแช่มจึงทำผ้าประเจียดแจกโพกศีรษะคนละผืน เมื่อได้ของคุ้มกันคนไทยชาวบ้านฉลองก็ออกไปชักชวนคนอื่นๆ ที่หลบหนีไปอยู่ตามป่า กลับมารวมพวกกันอยู่ในวัด หาอาวุธ ปืน มีด เตรียมต่อสู้กับพวกอั้งยี่

พวกอั้งยี่ เที่ยวรุกไล่ฆ่าฟันชาวบ้าน ไม่มีใครต่อสู้ก็จะชะล่าใจ ประมาทรุกไล่ฆ่าชาวบ้านมาถึงวัดฉลอง ชาวบ้านซึ่งได้รับผ้าประเจียดจากหลวงพ่อแช่มโพกศีรษะไว้ก็ออกต่อต้านพวกอั้งยี่ พวกอั้งยี่ไม่สามารถทำร้ายชาวบ้านก็ถูกชาวบ้านไล่ฆ่าฟันแตกหนีไป ครั้งนี้เป็นชัยชนะครั้งแรกของไทยชาวบ้านฉลอง ข่าวชนะศึกครั้งแรกของชาวบ้านฉลอง รู้ถึงชาวบ้านที่หลบหนีไปอยู่ที่อื่น ต่างพากลับมายังวัดฉลอง รับอาสาว่า ถ้าพวกอั้งยี่มารบอีกก็จะต่อสู้ ขอให้หลวงพ่อแช่มจัดเครื่องคุ้มครองตัวให้ หลวงพ่อแช่มก็ทำผ้าประเจียดแจกจ่ายให้คนละผืน พร้อมกับแจ้งแก่ชาวบ้านว่า "ข้าเป็นพระสงฆ์จะรบราฆ่าฟันกับใครไม่ได้ พวกสูจะรบก็คิดอ่านกันเอาเอง ข้าจะทำเครื่องคุณพระให้ไว้สำหรับป้องกันตัวเท่านั้น" ชาวบ้านเอาผ้าประเจียดซึ่งหลวงพ่อแช่มทำให้โพกศีรษะเป็นเครื่องหมายบอกต่อต้านพวกอั้งยี่

พวกอั้งยี่ให้ฉายาคนไทยชาวบ้านฉลองว่า พวกหัวขาว ยกพวกมาโจมตีคนไทยชาวบ้านฉลองหลายครั้ง ชาวบ้านถือเอากำแพงพระอุโบสถเป็นแนวป้องกัน อั้งยี่ไม่สามารถตีฝ่าเข้ามาได้ ภายหลังจัดเป็นกองทัพเป็นจำนวนพัน ตั้งแม่ทัพ นายกอง มีธงรบ ม้าล่อ เป็นเครื่องประโคมขณะรบกัน ยกทัพเข้าล้อมรอบกำแพงพระอุโบสถ ยิงปืน พุ่งแหลน พุ่งอีโต้ เข้ามาที่กำแพง เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่บรรดาชาวบ้านซึ่งได้เครื่องคุ้มกันตัวจากหลวงพ่อแช่มต่างก็แคล้วคลาดไม่ถูกอาวุธของพวกอั้งยี่เลย

รบกันจนเที่ยงพวกอั้งยี่ยกธงขอพักรบ ถอยไปพักกันใต้ร่มไม้หุงหาอาหาร ต้มข้าวต้มกินกัน ใครมีฝิ่นก็เอาฝิ่นออกมาสูบ อิ่มหนำสำราญแล้วก็นอนพักผ่อนชาวบ้านแอบดูอยู่ในกำแพงโบสถ์ เห็นได้โอกาสในขณะที่พวกอั้งยี่เผลอก็ออกไปโจมตีบ้าง พวกอั้งยี่ไม่ทันรู้ตัวก็ล้มตายและแตกพ่ายไป

หัวหน้าอั้งยี่ประกาศให้สินบน ใครสามารถจับตัวหลวงพ่อแช่มวัดฉลองไปมอบตัวให้จะให้เงินถึง 5,000 เหรียญ เล่าลือกันทั่วไปในวงการอั้งยี่ว่า คนไทยชาวบ้านฉลองซึ่งได้รับผ้าประเจียดของหลวงพ่อแช่มโพกศีรษะ ล้วนแต่เป็นยักษ์มารคงทนต่ออาวุธ ไม่สามารถทำร้ายได้ ยกทัพมาตีกี่ครั้งๆ ก็ถูกตีโต้กลับไป ในทุกครั้ง จนต้องเจรจาขอหย่าศึกยอมแพ้แก่ชาวบ้านศิษย์หลวงพ่อแช่มโดยไม่มีเงื่อนไข

คณะกรรมการเมืองภูเก็ต ได้ทำรายงานกราบทูลไปยังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะกรรมการเมืองนิมนต์หลวงพ่อแช่ม ให้เดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร มีพระประสงค์ทรงปฏิสันฐานกับหลวงพ่อแช่มด้วยพระองค์เอง

หลวงพ่อแช่มและคณะเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานสมฌศักดิ์หลวงพ่อแช่ม เป็นพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญานมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต อันเป็นตำแหน่งสุงสุดซึ่งบรรพชิตจักพึงมีในสมัยนั้น

ในโอกาสเดียวกัน ทรงพระราชทานนามวัดฉลองเป็นวัดไชยาธาราราม

บารมีหลวงพ่อแช่ม

จากคำบอกเล่าของคณะผู้ติดตามหลวงพ่อแช่มไปในครั้งนั้นแจ้งว่ามีพระสนมองค์หนึ่งในรัชกาลที่ 5 ป่วยเป็นอัมพาต หลวงพ่อแช่มได้ทำน้ำพระพุทธมนต์ให้รดตัวรักษา ปรากฏว่าอาการป่วยหายลงโดยเร็วสามารถลุกนั่งได้ อนึ่ง การเดินทางไปและกลับจากจังหวัดภูเก็ตกับกรุงเทพมหานคร ผ่านวัดๆ หนึ่งในจังหวัดชุมพร หลวงพ่อแช่มและคณะได้เข้าพักระหว่างทาง ณ ศาลาหน้าวัด เจ้าอาวาสวัดนั้น นิมนต์ให้หลวงพ่อแช่มเข้าไปพักในวัด แต่ หลวงพ่อเกรงใจและแจ้งว่าตั้งใจจะพักที่ศาลาหน้าวัดแล้วก็ขอพักที่เดิมเถิด เจ้าอาวาสและชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่า การพักที่ศาลาหน้าวัดอันตรายอาจเกิดพวกโจร จะมาลักเอาสิ่งของของหลวงพ่อแช่มและคณะไปหมด หลวงพ่อแช่มตอบว่าเมื่อมันเอาไปได้ มันก็คงเอามาคืนได้ เจ้าอาวาสวัดและชาวบ้านอ้อนวอน หลวงพ่อแช่มก็คงยืนยันขอพักที่เดิม

เล่าว่า ตกตอนดึกคืนนั้น โจรป่ารวม 6 คน เข้ามาล้อมศาลาไว้ ขณะคนอื่นๆ หลับหมดแล้ว คงเหลือแต่หลวงพ่อแช่มองค์เดียว พวกโจรเอื้อมเอาของไม่ถึง หลวงพ่อแช่มก็ช่วยผลักของให้ สิ่งของส่วนมากบรรจุปิ๊บใส่สาแหรก พวกโจรพอได้ของก็พากันขนเอาไป

รุ่งเช้าเจ้าอาวาสและชาวบ้านมาเยี่ยม ทราบเหตุที่เกิดขึ้นก็พากันไปตามกำนันนายบ้านมาเพื่อจะไปตามพวกโจร หลวงพ่อแช่มก็ห้ามมิให้ตามไป ต่อมาครู่หนึ่ง พวกโจรก็กลับมา แต่การกลับมาคราวนี้หัวหน้าโจรถูกหามกลับมาพร้อมกับสิ่งของซึ่งลักไปด้วย กำนันนายบ้านก็เข้าคุมตัว หัวหน้าโจรปวดท้องจุดเสียดร้องครางโอดโอย ทราบว่าระหว่างที่ขนของซึ่งพวกตนขโมยไปนั้น คล้ายมีเสียงบอกว่า ให้ส่งของกลับไปเสีย มิฉะนั้น จะเกิดอาเพศ พวกโจรไม่เชื่อขนของต่อไปอีก หัวหน้าโจรจึงเกิดมีอาการจุกเสียดขึ้นจนไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ เลยปรึกษากันตกลงขนสิ่งของกลับมาคืนหลวงพ่อแช่มสั่งสอนว่า ต่อไปขอให้เลิกเป็นโจรอาการปวดก็หาย กำนันนายบ้านจะจับพวกโจรส่งกรมการเมืองชุมพร แต่หลวงพ่อแช่มได้ขอร้องมิให้จับกุมขอให้ปล่อยตัวไป

ไม่เพียงแต่ชนชาวไทยในภูเก็ตเท่านั้นที่มีความเคารพเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อแช่ม ชาวจังหวัดใกล้เคียงตลอดจนชาวจังหวัดต่างๆ ในมาเลเซีย เช่น ชาวจังหวัดปีนัง เป็นต้นต่างให้ความคารพนับถือในองค์หลวงพ่อแช่มเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะชาวพุทธในจังหวัดปีนัง ยกย่องหลวงพ่อแช่มเป็นเสมือนสังฆปาโมกข์เมืองปีนังด้วย

การปราบอั้งยี่ในครั้งนั้น เมื่อพวกอั้งยี่แพ้ศึกแล้วก็หันมาเลื่อมใสให้ความเคารพนับถือต่อหลวงพ่อแช่มเป็นอย่างมาก แม้แต่ผู้ซึ่งนับถือศาสนาอื่นก็มีความเคารพเลื่อมใสต่อหลวงพ่อแช่ม เกิดเหตุอาเพศต่างๆในครัวเรือนต่างก็บนบานหลวงพ่อแช่มให้ช่วยขจัดปัดเป่าให้

ชาวเรือพวกหนึ่งลงเรือพายออกไปหาปลาในทะเลถูกคลื่น และพายุกระหน่ำจนเรือจวนล่มต่างก็บนบานสิ่งศักดิ์ต่างๆ ให้คลื่นลมสงบ แต่คลื่นลมกลับรุนแรงขึ้น ชาวบ้านคนหนึ่งนึกถึงหลวงพ่อแช่มได้ ก็บนหลวงพ่อแช่มว่าขอให้หลวงพ่อแช่มบันดาลให้คลื่นลมสงบเถิด รอดตายกลับถึงบ้านจะติดทองที่ตัวหลวงพ่อแช่ม คลื่นลมก็สงบ มาถึงบ้านก็นำทองคำเปลวไปหาหลวงพ่อแช่ม เล่าให้หลวงพ่อแช่มทราบและขอปิดทองที่ตัวท่าน หลวงพ่อแช่มบอกว่าท่านยังมีชีวิตอยู่จะปิดทองยังไง ให้ไปปิดทองที่พระพุทธรูป ชาวบ้านกลุ่มนั้นก็บอกว่าถ้าหากหลวงพ่อไม่ให้ปิดหากแรงบนทำให้เกิดอาเพศอีก จะแก้อย่างไร ในที่สุดหลวงพ่อแช่มก็จำต้องยอมให้ชาวบ้านปิดทองที่ตัวท่านโดยให้ปิดที่แขนและเท้า ชาวบ้านอื่นๆ ก็บนตามอย่างด้วยเป็นอันมาก พอหลวงพ่อแช่มออกจากวัดไปทำธุระในเมือง ชาวบ้านต่างก็นำทองคำเปลวรอคอยปิดที่หน้าแขนของหลวงพ่อแทบทุกบ้านเรือน จนถือเป็นธรรมเนียม

เมื่อกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จมาจังหวัดภูเก็ตนิมนต์ให้หลวงพ่อแช่มไปหา ก็ยังทรงเห็นทองคำเปลวปิดอยู่ที่หน้าแข้งของหลวงพ่อแช่ม นับเป็นพระภิกษุองค์แรกของเมืองไทยที่ได้รับการปิดทองแก้บนทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่

แม้แต่ไม้เท้าของหลวงพ่อแช่ม ซึ่งท่านถือประจำกายก็มีความขลัง ประวัติความขลังของไม้เท้ามีดังนี้ เด็กหญิงรุ่นสาวคนหนึ่ง เป็นคนชอบพูดอะไรแผลงๆ ครั้งหนึ่งเด็กหญิงคนนั้นเกิดปวดท้องจุดเสียดอย่างแรง กินยาอะไรก็ไม่ทุเลา จึงบนหลวงพ่อแช่มว่า ขอให้อาการปวดท้องหายเถิด ถ้าหายแล้วจะนำทองไปปิดที่ของลับของหลวงพ่อแช่ม อาการปวดท้องก็หายไป เด็กหญิงคนนั้นเมื่อหายแล้วก็ไม่สนใจ ถือว่าพูดเล่นสนุกๆ ต่อมาอาการปวดท้องเกิดขึ้นมาอีก พ่อแม่สงสัยจะถูกแรงสินบนจึงปลอบถามเด็ก เด็กก็เล่าให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่จึงนำเด็กไปหาหลวงพ่อแช่มหลวงพ่อแช่มกล่าวว่าลูกมึงบนสัปดนอย่างนี้ใครจะให้ปิดทองอย่างนั้นได้

พ่อแม่เด็กต่างก็อ้อนวอนกลัวลูกจะตายเพราะไม่ได้แก้บน ในที่สุดหลวงพ่อแช่มคิดแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้โดยเอาไม้เท้านั่งทับสอดเข้าให้เด็กหญิงคนนั้นปิดทองที่ปลายไม้เท้า กลับบ้านอาการปวดท้องจุดเสียดก็หายไป ไม้เท้านั่งทับของหลวงพ่อแช่มอันนี้ยังคงมีอยู่ และใช้เป็นไม้สำหรับจี้เด็กๆ ที่เป็นไส้เลื่อน เป็นฝีเป็นปาน อาการเหล่านั้นก็หายไปหรือชงักการลุกลามต่อไป เป็นที่น่าประหลาด

หลวงพ่อแช่มมรณภาพในปี พ.ศ.2451

เมื่อมรณภาพ บรรดาศิษย์ได้ตรวจหาทรัพย์สินของหลวงพ่อแช่มปรากฏว่าหลวงพ่อแช่มมีเงินเหลือเพียง 50 เหรียญเท่านั้น ความทราบถึงบรรดาชาวบ้านปีนังและจังหวัดอื่นในมาเลเซีย ต่างก็นำเงิน เอาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มีข้าวสาร มีคนมาช่วยเหลือหลายเรือสำเภา งานศพของหลวงพ่อแช่มจัดได้ใหญ่โตมโหฬารที่สุดในจังหวัดภูเก็ต หรืออาจจะกล่าวได้ว่ามโหฬารที่สุดในภาคใต้ บารมีของหลวงพ่อแช่มก็มีมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ธรรมะตลกๆ พระพุทธรูปปาง...

ธรรมะตลกๆ พระพุทธรูปปาง...

หลวงพ่อเล่าให้ ฟังว่า..
ท่านเล่าว่าที่วัดป่าชิคาโก มีพระพุทธรูปอยู่องค์นึง..
ปางปฐมเทศนาหรือปางแสดง ธรรมจักร
( เราคิดว่าเป็นปางนี้ เพราะแม่บอกว่าเป็นปางที่ท่านทำมือจีบๆ)

หลวงพ่อท่านเล่า ว่า..
มีเด็กฝรั่งคนนึงมาที่วัดกับแม่ เค้า
ตอนเดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้..
เค้าก็สะกิดๆแม่เค้าแล้วก็บอกว่า..

"Look mom,
Buddha says everything is okay.."

เราฟังแล้วขำกลิ้ง เลย..
เด็กอะไร เข้าใจคิดจริงๆ :

หลวงพ่อบอกว่า เออ หลวงพ่อก็เห็นพระพุทธรูปองค์นี้มาตั้งนาน แล้ว
เดินผ่านอยู่ทุกวัน
ไม่ เห็นเคยมองมุมนั้นมาก่อนเลย :
ท่านบอกว่า หลังจากนั้น เดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้ทีไร
ก็จะนึกขึ้นมาทุกทีว่า พระพุทธรูปท่านว่า Everything is ok


 

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

คำว่าวิกาล...แปลว่า...???

คำว่าวิกาล...แปลว่า...???

วิกาล หมายถึงผิดเวลา  มิใช่เวลาที่เหมาะ เวลาค่ำคืน เวลากลางคืน

วิกาล ในคำวัดมีกำหนดระยะเวลาไว้ต่างกันเช่นในคำว่า

งดเว้นบริโภคอาหารในเวลาวิกาล 

หมายถึงเวลาช่วงบ่ายตั้งแต่เที่ยงวันไปจนถึงอรุณของวันใหม่ขึ้นมา

 

 

แต่ในคำว่า เว้นจากการเที่ยวไปในเวลาวิกาล 

หมายถึงเวลาช่วงกลางคืนคือตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น

เอิ๊กๆๆๆ  พระคุณเจ้าอย่าจำความหมายผิดนะเจ้าค่ะ

 

 

เดี๋ยวผิดข้อวิกาลโภชนา นะเจ้าค่ะ

ก้อนหินยิ้ม

ปล.ที่มาจากหนังสือคำวัด ของท่านพระธรรมกิตติวงศ์(ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต)

รูปภาพของ อาคม

ผีนั่งคุยกัน

ณริมรั้ววัดแห่งหนึ่ง มีผีสามตัวนั่งคุยกัน คงจะใกล้ป่าช้า

ผีตัวแรกถามผีตัวที่สามว่า" เอ็งเป็นอะไรตายว่ะ?"

ผีตัวที่สามตอบว่า "ข้าโดนรถชนตาย"

ผีตัวที่สามถามผีตัวแรกว่า "แล้วเอ็งทำไมตายว่ะ?"

ผีตัวแรกตอบว่า "ข้าโดนมีดแทงตาย"

แล้วผีทั้งสองก็ถามตัวที่อยู่ตรงกลางว่า "แล้วเอ็งตายอย่างงัยว่ะ?"

ตัวที่สามอยู่ตรงกลางตอบด้วยเสียงหลงว่า "ฮือ!!กู...ยัง...ไม่ตาย! กู...มาขี้.....ฮือๆๆๆ......

ผีตัวที่แรกและตัวที่สาม"???????"

รูปภาพของ วี่ฟัด

เสร็จแล้วผีตัวใหนจะวิ่งหนีก่อนกัน

            โกอาคมไหงว่าไอ้ผีตัวที่ 1 ตัวที่ 2 คงจะวิ่งหนีก่อนแน่ๆ เพราะเหม็นขี้ ส่วนผีตัวที่ 3 ที่ยังไม่ตายและกำลังขี้อยู่นะ คงไม่หนีแน่ๆ เพราะโบราณเขายังบอกเลยว่า ลูกจะออก ฝนจะตก ขี้จะแตก มันห้ามกันไม่ได้ ถึงมีผีทั้งสองตัวประกบซ้ายขวาอยู่ คงจะต้องรอให้สุดก่อนเป็นแน่แท้ จึงจะหนี........ แล้วโกอาคมวิเคราะห์ว่าอย่างไรละ 

ภาพชัดที่สุด

ก๊อวีฟัด ขยายภาพใด้สุดยอด ยักกับตาเห็นเลย

วิสัชชนา

ไหงขออนุญาต หยก แล้วกัน (ผิดกระดานแล้วมังฮะฮะ)...ขอวิเคราะ์แทนคุณอาคมแล้วกันว่า คุณวี่ฟัดวิ่งกับ คุณอาคม วิ่งก่อนเป็นสองคนแรก เพราะบังเอิญไปได้ยินได้เห็น(หรือเปล่าไม่รู้? แต่ได้กลิ่นแน่) จากเหตุผล 2 ประการ คือ 1.เหม็น และ 2 ไอ้ที่คุยกันนั้น มันไม่ใช่คน แต่เป็นผี (คนละเผ่ากับเรา) เผ่นต่อมาก็ ไอ้เจ้าผีสองตัวนั่น จากเหตุผลเดิม คือเหม็น ต่อมาก็ไม่แน่ใจว่าจะยังเผ่นไหวเปล่า หรืออาจจะพลุ่งหล่านช้อกไปแล้วก็ไม่รู้ ก็คือ เจ้าคนกลางที่วางทุ่นระเบิดนั่นแหละ...อุ๊ก อุ๊ก อู๋ ไหงเผ่นมั่งแล้ว.

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ผีไทย ผีฝรั่ง ผีจีน ผีญี่ปุ่น อะไรน่ากลัวกว่ากันเจ้า

ผีไทย ผีฝรั่ง ผีจีน ผีญี่ปุ่น อะไรน่ากลัวกว่ากันเจ้า

ผีไทย ชอบทำให้ตกใจ

ผีฝรั่ง บ้าเซ็กส์ , ซาดิสถ์

ผีจีน ฮาาาาา !!

ผีญี่ปุ่น หลอนน ,, ไม่มีอะไรมากนอกจาก คลาน ร้อง อือๆ อาๆ ในลำคอ

--------

ไทย

ญี่ปุ่น

ฝรั่ง

จีน

หัวข้อ ผีดิบจีน(ผีกระโดด)
ผู้เขียน: คนรถไฟ

อยากทราบว่าทำไมผีดิบจีนที่เห็นในหนัง เช่น ผีกีดอย่ากัดตอบ ฯลฯ ต้องใส่ชุดขุนนางสมัยฯชิง
และต้องกระโดดด้วย มีจริงหรือเปล่า ช่วยไขข้อข้องใจด้วยนะครับ วันที่ : 17 มีนาคม 48 22:55

คำตอบ  ผีกระโดดเป็นหนึ่งหลายๆชนิดของผีจีน เรียกว่า เจียงซือ ซึ่งจริงแล้วไม่ควรนับว่าเป็นผี
ควรนับว่าเป็นศพเดินได้  ตามธรรมเนียมโบราณของจีน  เมื่อคนตายไปแล้วควรที่จะนำศพกลับไปฝังยังบ้านเกิด   แต่เนื่องจากการขนส่งสมัยนั้นไม่สะดวกเอามากๆ  จึงมีพวกนักพรตทำพิธีพาศพพวกนี้เดินกลับบ้าน  เพื่อนำไปฝังยังบ้านเกิด ส่วนจะจริงหรือไม่  ไม่ขอยืนยัน  สมัยเด็กเคยฟังอาก๋งที่มาจากเมืองจีนเล่าให้ฟังว่า  ตอนแกยังเป็นเด็ก   ก็เคยมีขบวนศพพวกนี้เดินผ่านหมู่บ้านของแก  โดยในตอนกลางวันลูกศิยษ์ของนักพรตจะเข้ามาแจ้งคนในหมู่บ้านว่า  คืนนี้จะขอนำขบวนศพผ่าน  ขอให้ทุกคนอย่าออกมาข้างนอก ให้ปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย  แต่อาก๋งแกบอกว่า  แกแอบแย้มบานหน้าต่างดู  แกยืนยันว่าเห็นขบวนศพเดินผ่านไปจริงๆ  แต่เรื่องนี้ไม่ขอยืนยัน   แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ


อาจารย์เซ็นปราบผี
      ในประเทศจีนเมื่อนานมาแล้ว  มีสามีภรรยาคู่หนึ่งรักกันมาก  เมื่อภรรยาใกล้ตายจึงได้สั่งสามีว่า ห้ามมีคนอื่น  ถ้าหากผิดคำสัญญาตนจะแปลงเป็นผีมาหลอกหลอน  เดือนแรกๆ เขาก็ยังไม่ปันใจให้คนอื่น แต่นานเข้าๆ  ก็ได้พบกับสาวสวยคนหนึ่ง  ถูกใจจนถึงขั้นจะแต่งานด้วยเลย ผีภรรยาจึงได้มาหลอกหลอน  ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็รู้หมด  เขาจึงได้เที่ยวขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านบ้าง   ญาติพี่น้องบ้าง  แต่ก็ไม่มีใครช่วยได้เลย  เขาจึงได้เข้าวัดให้พระช่วย พระอาจารย์จึงบอกว่า  ก่อนนอนให้กำเมล็ดเหลืองถั่วไว้  แล้วให้ผีภรรยาทายดู  เมื่อผีภรรยามาจริงๆ   และเขาได้ทำตามคำแนะนำของพระอาจารย์แล้ว  จึงได้รู้ว่า  ผีที่ตนเองกลัวนั้น คือความกลัวในจึงใจของเขาเอง !!!!!!!!!!!!! 

 http://www.reurnthai.com/index.php?topic=1389.0

แอนตาซินทำเหตุ?

     ไอ้หนู ประถม 3 สองคน ขอลาครูสาวไปปัสสาวะ ระหว่างตนหนึ่งยังฉี่ไม่เสร็จ ก็โดนเพื่อน เตะก้านคอจนสลบเหมือด ครูจึงเรียกมาสอบถาม

   ครู        เธอไปเตะเพื่อนทำไม  

   ไอ้หนู    ผมอยากได้เงืนสองพันจากแอนตาซินครับ  

   ครู        ใครบอกเธอ เธอรู้จากไหน?  

   ไอ้หนู     พ่อดูมวยทีวี ผมได้ยินว่า ใครศอกกลับ เข้ฟาดหาง เตะก้านคอจนสลบ แอนตาซินจะจ่ายให้ สองพันบาทครับ ผมเลยอยากได้ตังค์บ้างครับ

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ท่าจะรุ่ง

น่าจับไปฝึกเทควันโด เผื่อจะรุ่งแบบ น้องวิวกับน้องสอง (ฮา)

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ไกล

หญิงคนหนึ่งได้รับว่าจ้างให้ทาสีที่ขอบถนนไฮเวย์
วันแรกเธอทาได้ 10 กิโล วันที่สองทาได้แค่ 5 กิโล
เจ้านายเธอเห็นเธอทาได้น้อยลง จึงตัดสินใจให้เธอพักผ่อนซักวัน คิดว่าเธอคงเหนื่อย

เมื่อเธอกลับมาทำงานวันต่อไปปรากฏว่าทาได้แค่ครึ่งกิโลเท่านั้น
หัวหน้ารู้สึกท้อใจมาก แล้วเข้ามาถามเธอว่า
"โทษทีเถอะ ทำไมคุณทาได้น้อยลงทุกวันๆ ทั้งๆ ที่ผมให้คุณพักผ่อนแล้ว"

"ง่ายๆ" เธอตอบ "ยิ่งทาชั้นก็ยิ่งห่างจากกระป๋องสีขึ้นเรื่อยๆ”

ขอบใจมาก ลูกเขย

 

มี แม่ยายคนหนึ่งมีฐานะร่ำรวยมากต้องการที่จะทดสอบความมีน้ำใจของลูกเขยทั้งสามคน จึงพาลูกเขยคนแรกเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ไม่มีใครคาดคิดไว้ก่อนแม่ยายได้แกล้งกระโดดลงไปในสระน้ำข้างทางเดิน และตะโกนเสียงดังร้องขอให้ลูกเขยช่วย 

ลูกเขยคนแรกกระโดดลงไปในสระน้ำทันทีพร้อมกับพาแม่ยายขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย สร้างความพอใจให้แม่ยายมาก 

เช้า วันรุ่งขึ้น ขณะลูกเขยคนแรกออกจากประตูบ้าน ก็เห็นรถ BMWสีน้ำเงิน คันงามจอดอยู่หน้าประตูบ้าน พร้อมข้อความติดอยู่ที่หน้ากระจกรถ ขอบใจมากนะจ๊ะ ลูกเขย ลูกทำให้แม่ประทับใจ จาก....แม่ยาย 

เช้าวันต่อมา แม่ยายได้พาลูกเขยคนที่สองไปที่สวนหลังบ้านเดียวกันนี้แล้วแกล้งกระโดดลงไปในสระน้ำเหมือนเดิม 

ลูกเขยคนที่สองรีบกระโดดลงไปในสระน้ำทันทีแล้วสามารถช่วยแม่ยายขึ้นไปถึงฝั่งได้เช่นกัน สร้างความพอใจให้แม่ยายเป็นอย่างมาก 

เช้า วันรุ่งขึ้นขณะลูกเขยคนที่สอง ออกจากประตูบ้าน ก็เห็นรถ BMWสีเขียว คันงามจอดอยู่หน้าประตูบ้าน พร้อมข้อความติดอยู่ที่หน้ากระจกรถ ขอบใจมากนะจ๊ะ ลูกเขย ลูกทำให้แม่ประทับใจ จาก....แม่ยาย 

เช้า วันต่อมา แม่ยายได้พาลูกเขยคนที่สามไปที่สวนหลังบ้านเดียวกันนี้แล้วแกล้งกระโดดลงไปในสระน้ำเหมือนเดิม แต่ลูกเขยคนที่สาม แกล้งทำเป็นไม่สนใจ แม่ยายได้แต่ตะกุยน้ำจนหมดแรงและจมน้ำตาย 

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะลูกเขยออกจากประตูบ้าน ก็เห็นรถ Ferrari สีแดงคันงามจอดอยู่หน้าประตูบ้าน พร้อมข้อความติดอยู่ที่หน้ากระจกรถ 

ขอบใจมากนะจ๊ะ ลูกเขย ลูกทำให้พ่อประทับใจมา้ก จาก........พ่อตา

รูปภาพของ นายวีรพนธ์

ขำขัน นิทานในวงเหล้า

เรื่องที่  1

แฟชั่นกระโปรงผู้หญิง ขึ้นๆ ลงๆ สั้นๆ ยาวๆ ผ่าหน้า ผ่าหลัง ตามแต่โลกจะนิยม....กระโปรงมีผลต่อการทำงานของผู้หญิงไม่น้อย
เลขา : ฉันเลิกนุ่งกระโปรงยาวแล้ว ..... ไม่ไหวทำงานหนัก เหนื่อยจัง สู้ใส่กระโปรงสั้นๆ ไม่ได้
เสมียน : จริง...กระโปรงยาว ทำงานไม่ค่อยสะดวก มันรุ่มร่าม
เลขา : ไม่ใช่ยังงั้น
เสมียน : แล้วทำไมล่ะ
เลขา : วันไหนฉันนุ่งกระโปรงยาว ผู้จัดการนั่งดูฉันทำงานทั้งวัน ไม่ได้หยุดพักเลย .... ฉันนุ่งกระโปรงสั้นวันไหน....ผู้จัดการนั่งดูขาฉันทั้งวัน....ไม่ถามเรื่องงานเลย

เรื่อง ที่ 2

ในชั่วโมงสร้างเสริมประสพการณ์ชีวิตชั้น ป.6 ครูสอนเรื่องธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตจบลง จึงถามนักเรียน
ครู : สุริยะ ... เป็ด ไก่ และ ห่าน เรียกร้องความสนใจอย่างไร
ด.ช.สุริยะ : ส่งเสียงร้องครับ
ครู : ถูกต้อง... สาโรช ลิง ค่าง บ่าง ชะนี ... เรียกร้องความสนใจอย่างไร
ด.ช.สาโรช : มันจะกระโดดโลดเต้นครับคุณครู
ครู : ถูกต้อง...นกยูง เรียกร้องความสนใจอย่างไร จำลอง
ด.ช.จำลอง : มันจะคลี่ปีกลำแพนหางครับคุณครู

ครู : ถูกต้อง....สนธิ เธอว่า คน เรียกร้องความสนใจอย่างไร
ด.ช.สนธิ : ปลุกม็อบ ปิดถนน ครับคุณครู

เรื่องที่ 3

" พ่อครับๆ"ลูกชายตะโกนจากในสวน
"รถถูกขโมย"
"เห็นไหมว่าใครเอาไป"
" เห็นครับ"
"จำหน้าได้ไหม"
"จำไม่ได้ แต่ผมจดทะเบียนรถเราไว้แล้ว"

เรื่องที่ 4

ชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์ พบเรื่องของนักแสดงสาวสวยแต่งงานกับนักกีฬาที่มีชื่อเสียง
โด่งดัง แต่ไอคิวต่ำเหลือหลาย เขาจึงหันไปพูดกับภรรยาว่า
" ทำไมผู้ชายโง่ๆ ถึงได้เมียสวยนะ"
"จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ แต่ขอบคุณนะที่ชม" ภรรยากล่าว

เรื่องที่ 5. ปลุกเองสิ

ครูสายสมรหงุดหงิดอย่างแรง เมื่อเหลือบไปเห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่อยู่แถวหลังสุด แอบนั่งสัปหงก ไม่สนใจบทเรียนที่เธอกำลังบรรยาย ครูสายสมรจึงตะโกนบอกเพื่อนนักเรียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า
"นี่เธอ...ปลุกหมอนั่นให้ตื่นขึ้นเดี๋ยวนี้"
ได้ยินดังนั้น เด็กชายที่นั่งข้าง ๆ จึงตะโกนตอบกลับว่า
"ครูเป็นคนทำให้เขาหลับ ครูก็ปลุกเขาเองซิครับ"

ที่มา http://muangyao.lampang.police.go.th/index.html

ขำขัน นิทานในวงเหล้า

รวบรวมและเหล้า..เอ้ย! เล่าโดย.... เซียนดาบบูรพา

รวบรวมและเหล้า..เอ้ย! เล่าโดย.... เซียนดาบบูรพา

ณ.โรงพยาบาลโรคจิต

 ขณะที่คุณหมอโรคจิตเข้าเวรในบ่ายวันหนึ่งจู่ๆก็มีคนไข้ชายร่างกายผอมแห้ง เดินดุ่มๆเข้ามาพร้อมกับถือกล่องใบเล็กๆในมือ ยังไม่ทันที่คุณหมอจะถามไถ่คนไข้รายนั้นก็ชิงพูดขึ้นมาด้วยสำเนียงชัดเจน 

     "คุณหมอครับเมื่อคืนผมเพิ่งพิสูจน์อะไรได้อย่างหนึ่ง" 

     พิสูจน์อะไรเหรอ" คุณหมอกล่าวอย่างเนือยๆ”

     "คุณหมอรู้มั้ยว่า แมลงสาบมันฟังเสียงด้วยอะไร" 

     "ตามที่หมอได้เรียนมานะ ก็คงตอบได้เลยว่าแมลงสาบย่อมฟังเสียงด้วยหนวด" 

     "ผิดครับหมอ"

     "อ้าวแล้วมันจะฟังด้วยอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่หนวด" 

     "เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้คุณหมอดูนะว่าแท้จริงแล้วแมลงสาบมันฟังเสียงด้วยอะไร" 

   ว่าพลางก็เปิดฝากล่องและหยิบแมลงสาบขึ้นมาตัวนึง พร้อมกับเด็ดหนวดมันทิ้งไปและวางลงบนพื้นห้อง"ไป้..."คนไข้ปรบมือเสียงดัง เจ้าแมลงสาบก็วิ่งจู๊ดหายเข้าไปในซอกโต๊ะ

     "เห็นมั้ยหมอมันยังคงได้ยินอยู่เลย”

   แล้วก็หยิบแมลงสาบตัวที่สองออกมา แล้วทำการเด็ดขาทั้งหมดทิ้งไป และวางบนพื้นเช่นเดิมพร้อมกับปรบมือไล่"ไป้.."เจ้าแมลงสาบยังคงแน่นิ่งจะมีก็แต่หนวดเท่านั้นที่กระดิกไปมา 

     "เห็นมั้ยล่ะหมอ พอเด็ดขามันทิ้งแล้วมันไม่ได้ยินอะไรเลย”

รูปภาพของ อาคม

เรียกพ่อซิลูก

บ่ายวันศุกร์หนึ่ง ลูกสาวสิบสี่ขวบกำลังนั่งดูละครกันอยู่กับแม่ ก็มีชายรูปร่างดีแต่งตัวดูภูมิฐานเดินเข้ามาที่บ้าน

    แม่     ; เรียกพ่อซิลูก

    ลูกสาว; หน้าชา ใจหายทันที่ ที่แม่บอกให้เรียกพ่อ ในใจคิดตั้งแต่เล็กจนมาถึงขนาดนี้ ไม่เคยระเคะระคายเลยว่า เราไม่ใช่ลูกพ่อ ใช้เวลาครุ่นคิดพักหนึ่ง

    แม่     ; เอามือตบบ้องหูลูกอย่างแรง และพูดว่า ยังไม่เรียกพ่ออีก

    ผู้ชาย  ; อย่าไปดุลูกครับ ไม่เป็นไร ผมรอได้ครับ

    ลูกสาว; โมโหแม่อย่างแรงแต่ไม่โต้ตอบ ในใจได้แต่คิด ยังไงๆก็จะไม่เรียกตาคนนี้ว่าพ่อเด็ดขาด หรือว่าแม่ไปได้กับตาคนนี้ก่อนที่จะมาแต่งกับพ่อ เหมือนที่เป็นข่าวใหญ่ของพระเอกหนุ่มหล่อกับนางเอกสาวสวย

     แม่     ; เมื่อลูกสาวไม่ยอมเรียก ก็ถึงขั้นบิดหูลูกสาว และตะเบ็งเสียงดังว่า ยังไม่เรียกพ่ออีก พ่ออยู่หลังบ้าน บอกว่าผู้จัดการธนาคารมาหา

     ลูกสาว; !!!!!!!!!

   

   

โดดด้วยกัน

          ในเครื่องบินลำหนึ่งที่กำลังจะตกมีผู้โดยสารอยู่ 4 คน ได้แก่นายกฯทักษิณ

นายกล้าณรงค์ คุณหมอเสม และลูกเสือวัย 10 ขวบแต่โชคไม่ดี มีร่มชูชีพเพียง3 ร่ม
"ผมได้รับประชามติอย่างท่วมท้น ให้เข้ามากอบกู้วิกฤติ"
นายกฯทักษิณกล่าวขึ้นเป็นคนแรก"ถ้าผมอยู่ประเทศชาติจะพ้นวิกฤติอย่างแน่นอน
เพราะผมเป็น นายกฯที่ฉลาดที่สุด" กล่าวจบ นายกฯทักษิณก็คว้าร่มชูชีพไปใส่
แล้วกระโดดออกไปเป็นคนแรก
"นักการเมืองจะเก่ง จะฉลาดอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าโกงกิน คอรัปชั่น
บ้านเมืองก็ไปไม่รอด ผมจึงต้องอยู่เพื่อทำการเมืองให้สะอาด"กล่าวจบ
นายกล้าณรงค์ก็คว้าร่มชูชีพไปใส่ แล้วกระโดดออกไปเป็นคนที่สอง
คุณหมอเสม นั่งสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า
"หลานเอ๋ย ลุงอายุมากแล้ว ถึงรอดไปได้ก็คงมีชีวิตอยู่อีกไม่กี่ปี
ร่มชูชีพร่มสุดท้ายที่เหลือ หลานเอาไปใส่แล้วกระโดดลงไปคนเดียวนะ"
"ไม่ครับคุณลุง เราจะกระโดดลงไปพร้อมกันครับ" ลูกเสือวัย 10ขวบกล่าวอย่างหนักแน่น
"มีร่มชูชีพเหลืออยู่ 2 ร่มครับคุณลุง" ลูกเสือวัย 10 ขวบกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"นายกฯที่ฉลาดที่สุด เอาเป้ผมไปครับ"

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ควาย

นักหนังสือพิมพ์ปากจัดนายหนึ่ง ถูกฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทเนื่องจากเขาไปเรียกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง (ไม่รู้รัฐบาลไหนเหมือนกัน) ว่า “ควาย”
หลังจากการไต่สวนหลายนัด ศาลก็ตัดสินให้นักหนังสือพิมพ์มีความผิดตามฟ้อง แล้วลงโทษปรับ 5,000 บาทกับจำคุก 1 เดือน โดยให้รอลงอาญาไว้ก่อน
นักหนังสือพิมพ์รับคำตัดสินอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจนัก
“ถ้ายังงั้น ถ้าผมเรียกควายว่า รัฐมนตรี ผมจะมีความผิดไหมครับ”
เขาถามผู้พิพากษา
"อืม..." ผู้พิพากษาลังเล “ก็คงจะไม่ผิดอะไร”
นักหนังสือพิมพ์ยิ้มรับคำตอบอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปหารัฐมนตรีคู่กรณี
“ไงครับ? ท่านรัฐมนตรี!”
รูปภาพของ อาคม

หว่อ ซ้อง จ่าย

ฮากกาหงิ่น ก่อง ฟ่า จุ้ง ยี่ กา จัก ลิ่น ซื่อ   เฮ่า ลิ่น กิ่น ย้าว   หลิ่น สื่อ ลิ่น ย่อง   เฮ่า ลิ่น ฉ่อง    เฮ่า ลิ่น ตอ

ยิว จัก หว่อ ซ้อง จ่าย อ้อย เลาะ ซาน ฮี้ ฟ่า เหย่น    ซือ ฟู่ ถุง หว่อ ซ้อง จ่าย ก่อง ;

หว่อ ซ้อง จ่าย... หงี่ ฉุ่ง แซ่ เหมา ทุก เต่า ซู   ทั่น แฮ่ เหมา ซีออง กอน   จุ้ย จุ้ง เย้า ก่อง ฟ่า อ้อย ยิว ลี ม้าว   มุ่น เฮ่ว หงิ่น กา อา ปา ชิ่ว ก่อง ลิ่น จุน ฮ่าว เหมา   อา มัก ชิ่ว อ้อย ก่อง ลิ่น ถ่อง ฮ่าว เหมา   หงิ่น กา ไล่ จู่ ชิ่ว อ้อย ก่อง ลิ่น กุง จือ ฮ่าว เหมา   หัน ยิว... ไอ่ หย่า!! หว่อ ซ้อง จ่าย ก่อง  เต็ด ล่า เต็ด ล่า  ฉุด หมุ่น ก่อง มัก ไก้ ชิ่ว กา จัก ลิ่น ซื่อ ละ   หว่อ ซ่อง จ่าย ชิ่ว นา จัก ใจ ปัด ชิ่ว ล็อก ซาน ฮี้ ฟ่า เหย่น   ล็อก เต้า ปั้น ซาน ฮ่าว ข้อย  ชิ่ว ชอย ซู่ ไต่ ฮ้า ฮิว สิด   สุย ตี ยิว จัก เตียว จ่าย ออ ตุก ซี่ ล็อก ชอย เกีย เก้ เถ่ว ฮ่อง   กี่ ชิ่ว ฮี้ ฟู่ ควุ่น ฉิ่ม สุ่ย เซ เถ่ว   ข้อน เตา อา ซ่าว ชอย หวุก ตู่ ซ้าว ที่    กี่ ชิ่ว ก่อง  ลิ่น ซ่าว ลิ่น ซ่าว   แถว เซ็น ยิว จัก ลิ่น เตียว ออ ตุก ลื่น ซี่ ล็อก งา ลื่น เถ่ว   เชี่ยง มุ่น หงี ยิว ลิ่น สุ่ย หมอ   ไก้ จัก อา ซ่าว นา กี เซ่า ป่า ชิ่ว ก่อง   ลิ่น สุ่ย ชิ่ว เหมา ลิ่น กุ้น ชิ่ว ยิว หยิด เถียว ...

 เป็นสำเนียง ฟุ้ยจิวฮาก ของจองเส้าหลิม ครับ

 

รูปภาพของ YupSinFa

ชักจะรักคุณจองเส้าหลิมเสียแล้วโกอาคม

                   ไหงอ่าน "หว่อซ้องจ่าย" ของอาโกอาคม และกำลังฟังวิทยุปักกิ่งภาษาฮากกา เปิดเพลง ฮ่าวเผงยิว (เซี่ยงยับ-เซี่ยงคิว) ของคุณจองเส้าหลิ่ม พอดี

                   ตอนแรกที่ไหงเห็นคุณจองเส้าหลิ่มใหม่ ๆ ไหงว่า อีตาคนนี้เพี้ยนดี ร้องเพลงอะไรไม่เห็นเพราะ อาไท้โกสิทธิพรก็ได้กรุณาส่งแผ่นเพลงของกี๋มาให้ไหงด้วย ไหงก็เปิดฟัง ยังไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะเป็นเพลงลูกทุ่งที่ทำนองไม่เหมือนเพลงหมินเกอ(พื้นบ้าน)ที่ไหงชอบ-แต่ไหงก็เห็นว่ากี๋เป็นนักร้องที่อารมณ์ดี คงจะดังในเหมยโจวไม่น้อย

                  แต่พอไหงมาทราบจากอาโกอาคมว่า จองเส้าหลิ่ม กี๋เป็นฮากกามาเลย์-เชื้อสายฮุ่ยจิว ไหงจึงยิ่งศรัทธาคุณจองเส้าหลิ่มขึ้นมาทันที-และทันใดนั้น-จิตใจของไหง่ก็รู้สึกยอมรับจองเส้าหลิ่มโดยอัตโนมัติ และไหงก็เริ่มฟังเพลงของคุณจองเส้าหลิ่ม บ่อย ๆ ขึ้น ไหง่จึงค้นพบว่า เพลงของกี๋ เป็นเพลงที่ฟังสบาย ๆ สร้างความสุขให้ผู้ฟังแบบไม่ต้องเคร่งเครียด เนื้อเพลงของกี๋-ถึงแม้ว่าไหงฟังไม่เข้าใจ 100% แต่ไหงก็พอจับใจความได้ รู้สึกว่าเป็นเพลงที่มีอารมณ์ขันและสร้างความสุขให้ผู้ฟังอย่างสบายใจ

                 ตอนแรกไหงก็แยกไม่ออกระหว่างสำเนียงฮุ่ยจิวของกี๋กับสำเนียงหมอยเย้น คงเรียกว่าต่างสำเนียงไม่ได้ เป็นสำเนียงเดียวกันน่าจะถูกกว่า แต่ต่างกันที่คำศัพท์บางคำเท่านั้นที่ออกเสียงเพี้ยนกันนิดหน่อย

                ไหงจึงรู้สึกว่า คุณจองเส้าหลิ่ม เป็นฮากกาโพ้นทะเลที่มีชื่อเสียงโด่งดังท่านหนึ่ง มีคนฮากกาทั่วโลกน่าจะรู้จักกี๋ ไม่น้อย อย่างน้อยกี๋ก็น่าจะดังคับมาเลเซีย ในเหมยโจว และฮุ่วโจว บ้านเก่าของกี๋

                ตอนนี้ไหงรักคุณ "จองเส้าหลิ่ม" เสียแล้ว-เพลิน พรหมแดน ของชาวฮากกา. 

อา คม โก๊

หงี ยิ้ว ถุง อา หยิ่น ฮยุ่ง โก๊ หมุ้น หมั๊ง

ง๊า กัก เปียก ฮก หล้อ หม่อย

 

รูปภาพของ อาคม

หวุนเชี้ยงก๊อ

ไหง เก้า เถี่ยม เหลี่ยว  กิน ห่า ช้อก เต้น ค่อน อา ฮวุ๋ง กือ ฉี กา กาย หนุ่ย กุ๊ง

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

พระเจ้าสร้างโลก

ในวันแรกที่พระเจ้าสร้างโลก พระเจ้าได้สร้างวัวขึ้นคู่หนึ่ง และบอกกับวัวว่า 
'วันนี้เราได้สร้างเจ้าขึ้นในฐานะของวัว เพื่อทำงานหนักกลางทุ่งนา ท่ามกลางแสงแดดจ้าทั้งวัน แล้วเราจะให้เจ้ามีชีวิตยืนยาว 50 ปี' 
วัวย้อนกลับว่า 'ชีวิตที่ยากลำบากเช่นนี้ จะให้มีอายุยาวถึง 50 ปีน่ะหรือ? ฮึ! เมินเสียเถอะ ขอแค่มีอายุเพียง 20 ปี ก็พอแล้วล่ะ เอาคืนไปเลย 30 ปี ถ้าได้ก็โอเค' 
และพระเจ้าตอบตกลง 
วันต่อมาพระเจ้าสร้างสุนัขขึ้น และบอกกับมันว่า 'เราสร้างเจ้าขึ้นในฐานะของสุนัข หน้าที่ของเจ้าคือ นั่งอยู่ที่ประตูบ้านและเห่าเมื่อมีคนเข้ามา แล้วเราจะให้เจ้ามีอายุยืนถึง 20 ปี' 
สุนัขได้ฟังก็พูดขึ้นว่า 'นั่งเฝ้าหน้าประตูบ้าน 20 ปี! ช่างเป็นชีวิตที่น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ ขอคืนชีวิต 10 ปี ก็แล้วกัน' 
พระเจ้าตอบตกลง 
วันต่อมาพระเจ้าสร้างลิงขึ้น และบอกกับลิงว่า 'เราสร้างเจ้าขึ้นในฐานะของลิง หน้าที่ของเจ้าคือ สร้างความสนุกสนาน และใช้เล่ห์เหลี่ยมของลิงหลอกล่อคนให้หัวเราะ แล้วเราจะให้เจ้ามีอายุยืน 20 ปี' 
ลิงได้ฟังจึงตอบว่า 'อะไรนะ..ทำให้คนหัวเราะ ทำหน้าลิงและเล่ห์กลต่างๆ ตั้ง 20 ปี น่ะเหรอ? ไม่เอาด้วยหรอก ขอคืนชีวิตไป 10 ปี เหลือแค่ 10 ปี ก็แล้วกัน' 
พระเจ้าตอบตกลง 
วันต่อมาพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้น และบอกว่า 'เราสร้างเจ้าขึ้นในฐานะที่เป็นมนุษย์ หน้าที่ของเจ้าคือ กิน นอน เที่ยว เล่นสนุกสนาน โดยไม่ต้องทำงานใดๆ เราจะให้เจ้ามีชีวิต 20 ปี'
มนุษย์ได้ฟังก็ต่อรองว่า ' ชีวิตที่สบายเช่นนี้ แล้วท่านจะให้เรามีชีวิตแค่ 20 ปี น่ะเหรอ เอาอย่างนี้ดีกว่าเราขอชีวิตที่วัวคืนชีวิตให้ท่าน 30 ปี สุนัข 10 ปี และลิง 10 ปี มาเป็นของเรา เพื่อให้เรามีอายุยืนถึง 70 ปี ตกลงไหม?'
พระเจ้าตอบตกลง 
นั่นเป็นเหตุผลว่า... 
ทำไมชีวิตของเราในช่วง 20 ปีแรก จึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน กิน นอน เล่น และไม่ต้องทำอะไรมากมาย 
30 ปีต่อมา ต้องทำงานหนักทั้งวัน เพื่อสร้างครอบครัว 
10 ปีต่อมา เกษียณอยู่ที่บ้าน เฝ้าหน้าบ้าน และตะคอกคนที่ผ่านไปมา 
10 ปีต่อมา เป็นปู่/ย่า ตา/ยาย ที่ต้องทำหน้าลิง และเล่ห์กลต่างๆ เพื่อหลอกล่อหลาน!
 
อ่านจบแล้ว!...ก็จงตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งที่ได้ตกลงไว้กันต่อไปนะพี่น้อง อย่าอู้!!!

จ๊องหยิ่นฮยุ่งโก๊

มนุษย์คนนั้น  ลืมต่อรองต่อไปอีกว่า

ถ้าอยู่ครบ 70 ปี แล้วเกิดยังไม่ตาย

ชีวิตที่เหลืออยู่จะเป็นยังงัย ?

ชื่อหมดแล้ว

  เจ้าของวัวควายเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยมีความใกล้ชิดกับวัวควายจนถือเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัววัวควายจะมีชื่อประจำตัวส่วนใหญ่ตั้งชื่อตาม สีหรือรูปพรรณ ตัวเมียมักมี อี และตัวผู้มักมี ไอ้ นำหน้าเสมอ เช่น ไอ้ดำอีด้วน เป็นต้น ผมได้เจอวัวตัวหนึ่งที่หมู่บ้านหัวทราย อำเภอบางเลนเจ้าของเป็นคนจีนจึงตั้งชื่อให้ว่า อีกิมลั้ง แต่ถ้าเลี้ยงวัวควายจำนวนมากๆ หรือในฟาร์มใหญ่ๆจำเป็นต้องตีเบอร์แทนตั้งชื่อ เพราะจำกันไม่หวั่นไม่ไหว

 

เมื่อปี 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร ผู้จงรักภักดีกลุ่มหนึ่งจึงได้ซื้อควายที่กำลังจะเข้าโรงฆ่าสัตว์จำนวน 15 ตัวเพื่อเป็นการสะเดาะห์เคราะห์แล้วนำควายเหล่านั้นไปเลี้ยงไว้ที่วัดบางเดื่อจังหวัดอยุธยา จนออกลูกออกหลานเพิ่มขึ้นมาก จนทางวัดรับเลี้ยงไม่ไหวจึงได้มอบให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จำนวน 8 ชีวิต (เมื่อปี 2521) เพื่อให้ใช้ในงานวิจัยโดยมีข้อแม้ว่าห้ามซื้อ ห้ามขาย ห้ามฆ่า และห้ามทารุณควายที่ได้มาดังกล่าวเดิมเคยเป็นควายของชาวบ้านจึงไม่มีเบอร์ติดตัวมาควายเองก็บอกไม่ได้ว่าตัวเองชื่ออะไร คนงานของเกษตรจึงช่วยกันตั้งชื่อให้ ช่างบังเอิญที่คนงานมีจำนวน 8 คนเท่ากับควาย จึงเอาชื่อคนงานหนึ่งคนเป็นชื่อควาย 1 ตัว โดยดูลักษณะและบุคลิกว่าควายตัวไหนคล้ายคลึงกับใคร เช่นนายมากเป็นคนงานที่เซื่องซึม เดินชักช้าอืดอาด มีควายตัวหนึ่งค่อนข้างชราท่าทางเซื่องซึม ไม่ร่าเริง จึงให้ชื่อว่า หม่อมมาก มีควายตัวเมียตัวหนึ่งรูปร่างค่อนข้างอวบอัดจึงตั้งชื่อตามลักษณะคนงานหญิงคนหนึ่งว่า หญิงแถม เป็นต้น ครั้นรุ่งอีกปีควายตัวหนึ่งตกลูก ผมรีบสั่งให้ทำการตีเบอร์ทันทีเพราะมีคนงานคนหนึ่งบอกว่า ชื่อของคนงานหมดแล้วเอาชื่ออาจารย์บ้างเป็นไง?”

รูปภาพของ อาคม

หูเป็นอะไรเหรอ?

เหตุเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เด็กชาย สุรคักดิ์ อายุ 4 ขวบนั่งอยู่ข้างพ่อและสนใจอย่างมากกับฝรั่งคู่หนึ่งที่เอาแต่กอดจูบกันอยู่นอกหน้าต่างใกล้กันกับที่พวกเขานั่งอยู่ จึงมองดูอย่างไม่ละสายตา แล้วไปถามพ่อว่า..

 " พ่อฮับ... หูของผู้หญิงเป็นอะไรเหรอฮับ ทำไมผู้ชายถึงมากระซิบที่ปากผู้หญิงละฮับ?"

ชื่อไม่สำคัญ

สมศักดิ์กับสมชายเป็นเพื่อนสนิทกันมาก

สมศักดิ์  "สมชาย นี่นายรู้มั๊ย  ยายผู้หญิงคนที่เราแอบชอบและควงอยู่น่ะ

              เดี๋ยวนี้เราเลิกมองแล้ว  ตั้งแต่เราเห็นชื่อในบัตรประชาชนหล่อน"

สมชาย  "อะไรกันว๊ะ  แค่เห็นชื่อก็เลิกกันซะแล้ว  ชื่อหล่อนแย่มากหรือไง"

สมศักดิ์  "ชื่อน่ะไม่สำคัญหรอก  ที่สำคัญคือ  หล่อนใช้คำนำหน้าว่า นาย"

เป็นวันหยุด

พ่อได้กลิ่นไม่ดีจากปากลูกชาย

พ่อ  "วันนี้  ลูกแปรงฟันหรือยัง ?"

ลูก  "ยัง ฮับ พ่อ"

พ่อ  "อ้าว ว ทำไมไม่แปรงฟันล่ะลูก"

ลูก  "ก็วันนี้  เป็นวันอาทิตย์ฮับพ่อ"

พ่อ  "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวันอาทิตย์ด้วย"

ลูก  "เกี่ยวซิฮับพ่อ"

พ่อ  "มันเกี่ยวกันยังงัย บอกพ่อซิ"

 ลูก  "ก็วันอาทิตย์  เป็นวันหยุดฮับพ่อ"

 

รูปภาพของ อาคม

ระว้ง! อย่ากินจนเมา

เหตุเกิดในซอยตรงข้ามร้ชดาฯซอย4 สายตรวจปฏิบัติการตามนโยบายจัดระเบียบสังคม ก็ไปพบเหตุชาย2คนในความมืด คนหนึ่งกางเกงถูกถอดกองถึงเข่ามือเกาะข้างรั้ว อีกคนก็ไช้นิ้วกำลังแยงก้นเขาอยู่

 ตำรวจ     : เฮ้ย! พวกมึง ทำไรกันว่ะ?     (ขออภัย ที่ใช้คำพูดจริง ที่ไม่สุภาพ)

 คนที่แยง : ผมไม่ได้ทำอะไรพิเรนทร์ครับ เพื่อนผมมันเมามากครับ ผมก็แค่จะช่วยให้มันอ้วกเผื่อจะได้สร่างเมาไวๆครับ

 ตำรวจ     : พูดเป็นเล่น มึงเอานิ้วแยงก้นมันยังงี้ มันจะหายหายเมาได้ไงว่ะ?

 คนที่แยงพูดด้วยรอยยิ้ม  : เดี๋ยวคอยดูนะคร้าบ รอผมเอานิ้วยัดปากมันก่อน เดี๋ยวมันก็อ้วกเองครับ

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ไส้ติ่งอักเสบ

"หมอครับ แฟนผมปวดท้องอย่างหนัก มีไข้ด้วย "ผมว่าไส้ติ่งอักเสบแน่เลยครับ" สมชายบอกหมอทางโทรศัพท์
"เป็นไปไม่ได้หรอก" หมอไม่เห็นด้วย "ผมผ่าไส้ติ่งให้ภรรยาคุณไปเมื่อสองปีที่แล้วนี่นา คนเราจะมีไส้ติ่งสองอันได้ยังไง"

"ผมก็รู้อยู่ครับหมอว่าคนเรามีไส้ติ่งได้แค่อันเดียว" สมชายรับ
"แต่คุณหมอครับ คนเราไม่จำเป็นต้องมีเมียคนเดียวเสมอไปหรอกนะครับ!!"

แย่งกันเลี้ยงดู?

  หลาน :ยาย .. .ยาย 

  ยาย : หา ? 
       หลาน : ยายปีนี้ดูแก่มากเลยนะยาย ....อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ? 
       ยาย : เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ยายอายุ 50 ไม่รู้ว่าตอนนี้มันยังจะ50 อยู่หรือเปล่า ไม่ได้นับมานานแล้ว 
หลาน : โห...ยาย ป่านนี้มันไม่เหลือ 9 ขวบแล้วหรอ...แล้วลูกเต้าไม่มีเหรอยายถึงมานั่งคนเดียวเนี่ย 
       ยาย : มี... 
       หลาน : อ้าว...แล้วทำไมเค้าไม่มาด้วยล่ะ? 
       ยาย : มีลูกชายสองคน คนหนึ่งอยู่ระยองคนหนึ่งอยู่เชียงใหม่โน่น ไอ้คนหนึ่งมันจะให้ยายไปอยู่เชียงใหม่...อีกคนหนึ่งจะให้ยายไปอยู่ระยอง...ตัดสินใจไม่ถูกไม่รู้จะไปอยู่กับใคร ? 
       หลาน : โอ้โฮ...ยายนี่โชคดีจังเลย ลูกแย่งกันเลี้ยง 
       ยาย :โชคดีกะผีอะไรล่ะ...ไอ้คนที่อยู่ระยอง...มันจะให้ไปอยู่เชียงใหม่ไอ้คนที่อยู่เชียงใหม่...มันจะให้ไปอยู่ระยอง

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ดื่มน้ำอะไรดี

เพื่อนไปหาเพื่อนเศรษฐี แม่บ้านออกมาต้อนรับ ถามว่าจะดื่มน้ำอะไรดี พลางลำดับให้ฟัง เช่น น้ำชา กาแฟ หรือน้ำเปล่า

เพื่อนผู้มาเยือนจึงว่า "ชาจีนละกัน"

แม่บ้านถามต่อ "จะรับชาอัสสัม ศรีลังกา เอิลเกรย์ หรือชาจีน ดีคะ"

เพื่อนชักยัวะ "ชาเขียวครับ"

แม่บ้านยังถามอีก "เอาใบยอดหรือใบกลางยอดคะ"

เพื่อนเริ่มหงุดหงิด "ไม่เอาแล้วชา เอาน้ำเปล่าแล้วกัน"

นึกว่าจะจบ ที่ไหนได้ แม่บ้านถามอีก
"จะรับน้ำแร่หรือน้ำธรรมดาคะ"

คราวนี้เพื่อนสุดกลั้น ตะโกนว่า "ไม่เอาแล้วโว้ย ไม่พบไม่แพ็บแล้วไอ้ ... ่านี่!"
รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

แม่กับลูก

แม่ผู้หงุดหงิดผู้หนึ่งกำลังจะออกรถเพื่อเดินทางไกล โดยมีลูกสาววัย 4-5ขวบร่วมเดินทางไปด้วย แม่ก็พูดดักคอไว้ก่อนว่า

นี่ ไม่ต้องคอยถามเลยนะว่า เมื่อไหร่จะถึง เพราะกว่าจะถึงก็มืดพอดี

หลังแม่ขับรถได้เงียบๆ สักครู่ใหญ่ ลูกก็เอื้อนเอ่ยถามขึ้นเบาๆอย่างเกรงใจว่า

แม่...

อะไร

เมื่อไหร่จะมืด

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal