หน้าแรก  
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา 泰國客家 Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน(客家人) hakkapeople.com

ประเพณีเทศกาลประจำปี ที่นิยมของชาวฮากกา 客家传统岁時习俗

รูปภาพของ salyae

1. 冬至 (农历十一月)
(ภาษาจีนกลาง) ตง จื้อ (หนง ลี่ สือ อี เย่ว)
(ภาษาฮากกา) ตุง ฉือ (หนง แล้ต สิบ หยิด เงี้ยด)
วันกินขนมอี้, วันไหว้ขนมบัวลอย, วันกลางฤดูหนาว (จันทรคติ เดือน 11 จีน) วันสากลประมาณวันที่ 22 หรือ 23 เดือนธันวาคม วันนี้กลางคืนยาว เพราะดวงอาทิตย์ไปทาง ใต้ ห่างเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ทุกบ้านจะทำขนมบัวลอย ทำเต้าหู้ กินหมู ไก่ ต้มกลั่นสุรา ถ้ามีฐานะดี ก็ทานเขากวาง อ่อน และโสม เพื่อต้านลมหนาว ผู้คนต่างสรวลเฮฮา เตรียมต้อนรับปีใหม่


2.祭灶 (十二月二十三日)

(ภาษาจีนกลาง) จี้ เจ้า (สือ เอ้อร์ เย่ว เอ้อ สือ ซัน ยื่อ)
(ภาษาฮากกา) กี้ เจ้า (สิบ หงี่ เงียด หงี่ สิบ ซำ หงิด)
วันบูชาเตาไฟ (ก่อนตรุษจีน 7 วัน) ในคืนนี้ ทำความสะอาดแท่นเตา นำรูปเจ้าพ่อเตาไฟ เผาส่งท้ายปี แล้วเช้าวันที่ 30 จึงนำภาพใหม่มาติดใหม่ การส่งท้ายและ ต้อนรับที่หน้าแท่นเตา จะมีตั้งโต๊ะจุดธูปเทียนบูชาด้วยขนมที่ทำด้วย ข้าวเจ้า มีอ้อย เนื้อสัตว์ สุรา อาหาร และ มีการจุดประทัดด้วย


3.入年界 (十二月二十五日)

(ภาษาจีนกลาง) ยู่ เหนียน เจี้ย (หนง ลี่ สือ เอ้อร์ เย่ว เอ้อร์ สือ อู่ ยื่อ)
(ภาษาฮากกา) งิบ เหนียน ไก้ (หนง แล้ต สิบ หงี่ เงียด หงี่ สิบ อื่อ หงิด)
วันย่างเข้าปีใหม่ (จันทรคติ 25 เดือน 12 จีน) เตรียม ต้อนรับปีใหม่อย่างขะมักเขม้น ผู้ที่ไปทำงานต่างถิ่นจะรีบกลับมาบ้าน ผู้ใหญ่จะอบรมเด็กๆ ไม่ให้ทะเลาะกัน พูดแต่สิ่งดีมีมงคล ก่อนหรือหลังวันนี้ จะดูฤกษ์งามยามดี พากัน ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องครัว เครื่องเรือน เครื่องนอน ให้สะอาดเรียบร้อย

4.除夕 (十二月三十日)

(ภาษาจีนกลาง) ฉู ซี่ (สือ เอ้อร์ เย่ว ซัน สือ ยื่อ)
(ภาษาฮากกา) ฉู ซี (สิบ หงี่ เงียด ซำ สิบ หงิด)
วันสิ้นปี (จันทรคติ 30 เดือน 12 จีน) เช้าวันนี้ครึกครื้น ที่สุด ทุกครัวเรือนจะไหว้พระโพธิสัตว์ คำนับเทพเจ้าสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ ประตูบ้าน ยุ้งข้าว คอกสัตว์เลี้ยง ต่างประดับด้วยกระดาษ แดงสดใส เขียนคำกลอน ปีใหม่ แม้แต่ บนเครื่องใช้ครัวเรือน โอ่งน้ำ ก็ประดับด้วยริ้วกระดาษ แดงเรียกว่า ผนึกอายุ (ฟงซุ่ย หรือ สั้งหง) เด็ก ผู้ใหญ่ ทุกคนอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ในห้องโถงแขวนภาพ บรรพบุรุษ ตั้งโต๊ะบูชา มีหมู ไก่ ปลา ผลไม้ ในคืนนี้จะ ทานข้าวพร้อมหน้ากัน (ถวนแหยนฟั่น) ข้าวปลาอาหาร บริบูรณ์บนโต๊ะ เพิ่มถ้วย ชามอีกหลายๆ ชุด ทำนองว่า บรรพบุรุษก็มาร่วมฉลองต้อนรับปีใหม่ด้วกัน ก่อนทานอาหาร จะรินสุราให้บรรพชน โดยการริน ผ่านลงพื้นธรณี ผู้เฒ่า และเด็ก จะได้ทาน น่องไก่ แสดงว่าเคารพผู้ใหญ่ และให้ความสำคัญผู้เยาว์ เมื่อทานเสร็จ ก็ทำความสะอาด เครื่องครัวเตาไฟ เพื่อเตรียมวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งรุ่งขึ้น หรือทั้งวันจะทานมังสวิรัติกัน ซึ่งในคืนนี้จะมีการเฝ้าปี (โส่วซุ้ย) (คล้ายกับการเคาท์ดาวน์) ลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเปิด ไฟแสงสว่างทุกห้อง เรียกว่า ไฟเสริมอายุ (เตี่ยนซุ้ยหั่ว)ซึ่งใน บางท้องถิ่น คอกวัว เล้าหมู ก็จุดตะเกียง ผู้ปกครองจะให้ เงินแตะเอีย แก่ผู้เฒ่า ให้บุตรหลาน เป็นสิริมงคลอีกด้วย


5.过年 (正月初一


กั้ว เหนียน
(เจิ้ง เย่ว ชู อี)
วันตรุษจีน (จันทรคติวันที่ 1 เดือน 1 จีน) เป็นเทศกาลที่เริ่มต้น และ ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาเทศกาล ทั้งหลาย ชาวฮากกา และทุกมณฑลทั่วประเทศ จะเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน โดยเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ คือเริ่มแต่เดือน 9,10 ก็เริ่มตากชิ้นมันเทศ แผ่นแป้งข้าวเจ้า เตรียมไว้ทอด หรือผัดในวันตรุษจีน การเปิดประตูใหญ่ ในวันตรุษจีน จะถือฤกษ์ยาม ตามตำราแล้วก็จุดประทัดเสียงดัง กึกก้อง เช้าวันนี้จะทานมังสวิรัติ หรือทานทั้งวันให้เป็น มังสวิรัติก็ได้ หลังอาหารก็อวยพรกล่าวคำสิริมงคลซึ่งกัน และกัน เด็กๆ ใส่เสื้อใหม่ พากันไปอวยพรให้แก่ผู้อาวุโส โดยพูดว่า “คุณปู่คุณอา ร่ำรวย ขนมของหวาน เอาให้หนู” (เทศกาลตรุษจีน เพิ่มเติม)



6.走亲戚拜年 (正月初二)
(เพลงกลับบ้านแม่ 正月初二 回 – 家 MP3 2.3 Mb)
(จีนกลาง) โจ่ว ชิน ชี ไป้ เหนียน (เจิ้ง เย่ว ชู เอ้อร์)
(จีนฮากกา) เจ้ว ชิน ฉิด ไป้ เหนียน (จิ้น เงียด ชู หงี่)
วันไปเยี่ยมญาติ อวยพรปีใหม่ (วันที่ 2 เดือน 1 จีน) โดยเฉพาะคู่สมรส ที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ ทางพ่อตาจะมี หนังสือเชิญ ลูกเขย หรือทั้งคู่ ไปบ้านพ่อตา ไปเช้าเย็น กลับ หรือพัก 5-6 วันก็ได้ เวลาไปก็นำ ขนมแป้ง น้ำตาล แม่ไก่น้อย ธูปเทียนประทัด เมื่อไปถึงก็บูชาบรรพบุรุษองพ่อตา จุดประทัด และเลี้ยงอาหารเที่ยงให้ลูกเขยดื่ม จนเมา ถ้าไม่เมาถือว่าไม่มีน้ำใจ


7.吃岁饭(正月初三)

(จีนกลาง) ชือ ซุ้ย ฟั้น (เจิ้ง เย่ว ชู ซัน)
(จีนฮากกา) ซิด แซ่ ผ่อน (จิ้น เงียด ชู ซำ)
วันทานข้าวปี (วันที่ 3 เดือน 1 จีน) วันนี้ห้ามฆ่าสัตว์ (บ้าง ก็เตรียมไว้ก่อนสิ้นปี หรือวันที่ 2 ก็ได้) บนชามข้าวจะปัก ตะเกียบในบ้านมีกี่คนก็ปักเท่านั้นคู่ ปักกิ่งไม้ติดใบด้วย 1 กิ่ง บางบ้านก็วางผลไม้ เช่นส้ม ส้มโอด้วย ก่อนทาน ข้าวปี จะต้องนำไปวางบูชาในตำแหน่งที่เทพเจ้า และ บรรพบุรุษที่สถิตอยู่ อาหารในวันนั้นมีหมู เห็ด เป็ด ไก่ มากมายเท่าๆ กับวันสิ้นปีเลยทีเดียว


8.出年界 (正月初五)

(จีนกลาง) ชู เหนียน เจี้ย (เจิ้ง เย่ว ชู อู่)
(จีนฮากกา) ฉุด เหนียน เจียด (จิ้น เงียด ชู อื่อ)
วันออกเทศกาลตรุษจีน (วันที่ 5 เดือน 1 จีน) จะนำภาพบรรพบุรุษในห้องโถงไปเก็บ กระดาษม่านประตูก็นำ ไปเผา ผู้อยู่ต่างถิ่นก็เริ่มสัญจรไปทำงานกันตั่งแต่วันนี้



9. 元宵节(正月十五)
(เพลงเจิ้นเยี่ยสืออู่ เน่าเหยียนเซียว 正月十五 鬧元宵 MP3 4.3 Mb)
(จีนกลาง) แหยน เซียว เจี๋ย (เจิ้ง เย่ว สือ อู่)
(จีนฮากกา) หงวน เซียว เจียด (จิ้น เงียด ซิบ อื่อ)
วันหยวนเซียว หรือ วันหงอนเซียว (ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายจีน) เริ่มจากตรุษจีน จนถึงวันนี้ ทั่วทุกหนทุกแห่ง จะมีกิจกรรมรื่นเริงตลอดไม่ขาดสาย มีโคมมังกร เชิดสิงโต โดยจะแจ้งให้เจ้าบ้าน ทราบก่อนที่คณะสิงโตจะมาถึงบ้าน เมื่อสิงโตมาถึงก็ให้อั่งเปา และขนมของว่างสำหรับทานด้วย แล้วคณะมังกร สิงโตก็จะแห่ไปกราบไหว้ตามศาลเจ้าประจำตระกูล ตามวัด และสถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังตรุษจีนก็ไปแสดง เปิดนัดแรกที่ตลาด ทุกครัวเรือน จะทำสุราอาหารเฉลิม ฉลอง มีกิจกรรมการละเล่น สนุกสนานเต็มที่ อาทิเช่น :-


送春牛 ซุ่ง ชุน หนิว
(ซุ่ง ชุน แหงว)
พิธีส่งภาพวัวชุนหนิว ในช่วงตรุษจีน จะมีขบวน 3-5 คน เป่าแตร ตีกลอง ตีฉิ่งฉาบ ส่งบัตรอวยพรสีแดง และ สัญลักษณ์ การทำนาคือภาพวัวชุนหนิว ให้ตามบ้านเรือน เจ้าบ้านก็จะให้อั่งเปา เมื่อขบวนผ่านมา

稻草龙 เต้า เฉ่า หลง
(ทาว ช่อ หลุง)
พิธีบูชาฟางข้าว นำฟางข้าวใส่เป็นถาดๆ จุดเทียนให้ แสงสว่าง และเด็กๆ ก็จะช่วยกันยกไปไว้ที่ หน้าเตาไฟ เล้าหมู คอกวัว ต่อจากนั้นก็ไปร้องรำทำเพลง อวยพร ไปตามบ้านเรือน ขอให้คนในบ้านปลอดภัยอยู่เป็นสุข สัตว์ทั้งหลายแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน แต่ละบ้าน ก็ให้อั่งเปา เด็กๆ ดีใจ เจ้าบ้านก็ได้ศุภมงคล


蝙蝠灯 เปียน ฝู เติง
(เพียน ฝุก แตน)
พิธีโคมค้างคาว เด็กๆ จะไปเต้นรำ อวยพร ตามบ้าน รับแต่เทียนไข ไม่รับอั่งเปา


船灯 ฉวน เติง
(ฉอน แตน)
พิธีโคมเรือ จะมีการร้องรำ ในบริเวณลานกว้าง หรือที่โล่งแจ้ง จัดทำโคมเป็นรูปเรือ นักแสดง ชาย หญิง ที่ฝึกซ้อมกันมาตั่งแต่ก่อนตรุษจีน โดยมีการขับร้อง และมีการ แสดงต่างๆ เช่น
- บทร้องแสดงเกี่ยวกับ “ค่าน้ำนม” (ครรภ์ทศมาส)
- บทเพลง “คนโบราณ 12 เดือน” ที่นักแสดง มักจะ แสดงเป็นกวนอู เมิ่งเจียงหนี่ เจียงไท้กง ซิติงซัน เป็นต้น
- บทเพลง “เนื้อของเมล็ดแตงโม” ฝ่ายชายแสดงเป็นคนพายเรือไม่ต้องขับร้อง
ในตอนค่ำ จะมีการแสดงที่ศาลเจ้าประจำตระกูล แสดง พิธีเบิกประตูฟ้า เพลงฟ้าประทานพรฯ แล้วก็ทานอาหาร ค่ำ ดื่มเหล้าปิดท้ายรายการ


狮灯 ซือ เติง
(ซือ แตน)
พิธีโคมสิงโต เป็นพิธีขับไล่ภูตผีปีศาจ สิ่งชั่วร้าย ผู้ทำพิธีกรรมอยู่หัวสิงโต 1 คน หางสิงโต 1 คน ข้างๆ มีเห้งเจีย ซัวเจ๋ง คณะตีกลอง แสดงศิลปะการต่อสู้ รำมวยจีน รำดาบ รำกระบอง แสดงกายกรรม การกระโดดโลดโผนบนโต๊ะ ซึ่งการแสดงต่างๆ เหล่านี้ จะต้องเตรียมการฝึกซ้อมศิลปะการแสดง การต่อสู้ และฝึกวิทยายุทธ์ต่างๆ จากครูอาจารย์ ตั้งแต่ก่อนตรุษจีน


10.春分(二月)

(จีนกลาง) ชุน เฟิ่น (เอ้อร์ เย่ว)
(จีนฮากกา) ชุน ฝุ้น (หงี่ เงียด)
วันชุนฝุ้น (เดือน 2 จีน) เป็นวันที่กลางวันยาวที่สุด จะเริ่มปัดกวาดสุสาน บวงสรวงศาลเจ้าประจำตระกูล ถือป็นพิธีใหญ่ โดยทำพิธีการ 3 ขั้นตอน และมีการอ่านสารบูชา บรรพบุรุษ ต้นตระกูลทุกรุ่น บรรดาญาติทุกครัวเรือน จะ ออกมาร่วมกันทำกิจกรรมนี้ เป็นร้อย เป็นพันๆ คน ในที่บริเวณกว้าง เมื่อเสร็จจากพิธีนี้แล้ว แต่ละครอบครัวก็จะแยกย้ายกันไปปัดกวาด บริเวณหลุมศพ ของแต่ละครอบ- ครัว เพื่อกราบไหว้บรรพบุรุษของตัวเอง ซึ่งชาวฮากกา จะเริ่มไหว้บรรพบุรุษ ก่อนวันชุนเฟิ่นเล็กน้อย อย่างช้าที่สุด ก็ก่อนวันเชงเม้ง บางท้องถิ่นถือว่า หลังวันเชงเม้งประตูหลุมจะปิด การเซ่นไหว้วิญญาณของบรรพบุรุษก็ไม่อาจ ออกมารับได้


11.清明(三月)

(จีนกลาง) ชิง หมิง (ซัน เย่ว)
(จีนฮากกา) ชิน หมิน (ซำ เงียด)
วันเช็งเม้ง 清明节 (วันไหว้บรรพบุรุษ เดือน 3 จีน) ชาวฮากกา ส่วนมากจะปัดกวาดบูชา ตั้งแต่วันชุนเฟิ่นเรื่อยมาจนถึงวันนี้ บางแห่งก็มีการไหว้ (土地徇公 ถู ถี่ ปัก กุง) ศาล เจ้าที่ และเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้างทางด้วย
รายละเีอียดวันเช็งเม้งเพิ่มเติม


12.端午节(五月初五)

(จีนกลาง) ตวน อู่ เจี๋ย (อู่ เย่ว ชู อู่)
(จีนฮากกา) ตอน อื้อ เจียด (อื้อ เงียด ชู อื้อ)
วันตอนอื้อ (วันที่ 5 เดือน 5 จีน) วันนี้จะมีการทำขนมห่อบะจ่าง เตรียมเนื้อ เตรียมเป็ด สำหรับทำอาหาร ถือเป็น สารทใหญ่ ที่ผู้ทำงานต่างถิ่น จะกลับบ้านเพื่อสารทนี้

13.中元节(七月十五)

(จีนกลาง) จง แหยน เจี๋ย (ชี เย่ว สือ อู่)
(จีนฮากกา) จุง เหงี่ยน เจียด (ฉิด เงียด ซิบ อื่อ)
วันจุงเหงียน (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 จีน) วันนี้ชาวฮากกาหลายท้องที่เรียกว่า เป็นวันสารทผี (鬼节 กุ้ยจียด) จึงถือ เอาวันก่อนสารท 1 วัน คือ ขึ้น 14 ค่ำ เป็นวันสารทคน วันนี้จะทำพิธีไหว้บรรพบุรุษกลางเดือนเจ็ด ที่เรียกกันว่าวัน 七月米 (ฉิดเงียดปั้น)


14.中秋节(八月十五)

(จีนกลาง) จง ชิว เจี๋ย (ปา เย่ว สือ อู่)
(จีนฮากกา) จุง ชิว เจียด (ปัด เงียด สิบ อื้อ)
วันไหว้พระจันทร์ (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) วันนี้ถือเป็นเทศกาลใหญ่ เทศกาลหนึ่ง กลางเดือนแปดจีน ที่เรียกว่า 八月节 (ปัด เงียด เจียด) ชาวฮากกาจะทำขนมเพื่อบูชา เทพจันทร์เจ้า และเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมกู้ชาติจากชนเผ่าอื่นที่ไม่มีพิธีนี้ โดยใส่สารนัดหมายการกอบกู้บ้านเมือง ไว้ในขนมไหว้พระจันทร์ เมื่อเสร็จพิธี คนในครอบครัว ก็จะ ร่วมทานสุราอาหาร และกินขนมไหว้พระจันทร์ ชมเดือน เพ็ญฉลองกันอย่างพร้อมหน้า


15.重阳节(九月初九)

(จีนกลาง) โจ้ง หยัง เจี๋ย (จิ่ว เย่ว ชู จิ่ว)
(จีนฮากกา) ฉุ่ง หยอง เจียด (กิ้ว เงียด ชู กิ้ว)
วันฉุ่งหยอง (เดือน 9 วันที่ 9) เป็นเทศกาลสุดท้าย ของปี ทุกคนจะกลับบ้าน ชาวฮากกาจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวป่า ปีนเขา วิ่งว่าว บนเขาสูง ที่มีความเชื่อว่า สามารถหลบ เลี่ยงคุณไสย และหลีกห่างโรคภัยไข้เจ็บได้ ผู้เฒ่าจะเล่าว่า ประเพณีนี้นำมาจากพื้นที่ตอนกลางของภาคเหนือ ได้ถ่ายทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ในวันนี้คนชรา และสตรี ก็จะขึ้นไปบนภูเขา เพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามศาลเจ้าต่างๆ และ ผู้ใหญ่ที่มีความรู้ ก็ได้ถือโอกาส ถ่ายทอดภูมิปัญญาเกี่ยว กับการดูชัยภูมิท้องที่ เฟิงสุ่ย(ฮวงจุ้ย) และ ศิลปศาสตร์ต่างๆ ให้กับลูกหลาน ได้เรียนรู้สืบต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น...


รูปภาพของ อาฉี

หนงลี่ ปฏิทินการเกษตร

หนงลี่ ปฏิทินการเกษตร หรือ ปฏิทินจันทรคติ

นำมาฝากจาก C.R.I. ปักกิ่ง ภาคภาษาไทย thai.cri.cn/learnchinese


ตามตำนานเชื่อกันว่ามีการคิดค้น "หนงลี่" หรือปฏิทินการเกษตรขึ้นในสมัยราชวงศ์เซี่ย ซึ่งเป็นราชวงศ์ในยุคประวัติศาสตร์ราชวงศ์แรกของจีน ดังนั้นจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เซี่ยลี่" หรือปฏิทินแห่งเซี่ย สาเหตุที่เรียกปฏิทินนี้ว่า "หนงลี่" ก็เนื่องมาจากปฏิทินดังกล่าว เป็นปฏิทินที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรมาตั้งแต่สมัยโบราณ หนงลี่ มีการคำนวณที่เที่ยงตรงตามหลักวิทยาศาสตร์ จึงสามารถใช้ประโยชน์ได้ตรงตามสภาพดินฟ้าอากาศจริง ด้วยเหตุนี้ หนงลี่จึงได้ใช้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

หนงลี่แบ่งเวลาในช่วงปีตามรอบวันธรรมชาติออกเป็น 4 ฤดูกาลและ 24 ช่วงการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ ส่วนการแบ่งเดือนต่างๆ จะยึดตามรูปร่างของพระจันทร์เป็นหลัก

กล่าวคือจะเริ่มต้นนับวันที่หนึ่งของเดือนในคืนที่พระจันทร์เสี้ยวหรือ "พระจันทร์ใหม่" (ซินเย่ว์) ปรากฏบนท้องฟ้า และนับคืนก่อนที่พระจันทร์เสี้ยวจะปรากฏอีกครั้งเป็นวันสุดท้ายของเดือน ปีหนึ่งของระบบหนงลี่จะมี 355 วัน ซึ่งคลาดเคลื่อนจากเวลาจริงในการหมุนของโลกประมาณ 11 วัน ดังนั้นจึงกำหนดให้มี "รุ่นเย่ว์" หรือเดือนอธิกสุรทินทุก 3 ปี และทุก 19 ปีกำหนดให้มีเดือนอธิกสุรทินทั้งหมด 7 เดือน ปีใดที่มีเดือนอธิกสุรทิน ก็จะเรียกปีนั้นว่า "รุ่นเหนียน" ทั้งนี้การกำหนดให้เดือนใดเป็นเดือนอธิกสุรทินนั้นไม่มีกฎตายตัว แต่จะกำหนดตามช่วงการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ

 นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 เป็นต้นมา ทางการจีนได้ประกาศใช้ระบบปฏิทินสากล ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า "หยางลี่" หรือปฏิทินสุริยคติ และเรียกระบบปฏิทินโบราณ "หนงลี่" ซึ่งยังใช้กันทั่วไปในกลุ่มชาวบ้านว่า "อินลี่" หรือปฏิทินจันทรคติ
 
ช่วงการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศทั้ง 24

การกำหนดช่วงการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศทั้ง 24 เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เกษตรกรจีนเป็นผู้คิดค้นขึ้น โดยกำหนดช่วงเปลี่ยนของเวลาตามการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศในแต่ละฤดูกาล ระบบนี้จึงเสมือนเป็นคู่มือการเพาะปลูกของเกษตรกรและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไป เนื่องจากศูนย์กลางทางการเมืองการปกครองของจีนตลอด 2,000 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะรวมศูนย์อยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำเหลือง ดังนั้นการกำหนดช่วงการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศทั้ง 24 จึงยึดเอาสภาพอากาศและสภาพธรรมชาติที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่บริเวณนี้เป็นหลัก ทว่า ประเทศจีนมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย ช่วงการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศทั้ง 24 จึงไม่ตรงตามสภาพดินฟ้าอากาศจริงในหลายพื้นที่ของประเทศจีน


ช่วงการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศทั้ง 24 (นับตามวันเดือนในระบบปฏิทินสากล)

ฤดูใบไม้ผลิ

  • "ลี่ชุน" หรือเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ (3-5 ก.พ.)
  • "อี๋ว์สุ่ย" หรือน้ำฝน (18-20 ก.พ.)
  • "จิงเจ๋อ" หรือ(สัตว์)ตื่นจากฤดูจำศีล (5-7 มี.ค.)
  • "ชุนเฟิน" หรือคืนและวันในฤดูใบไม้ผลิที่ยาวเท่ากัน (20-22มี.ค.)
  • "ชิงหมิง" หรือเช็งเม้ง (4-6 เม.ย.)
  • "กู๋อี่ว์" หรือฝนธัญพืช (19-21เม.ย.)

ฤดูร้อน

  • "ลี่เซี่ย" หรือเริ่มต้นฤดูร้อน (5-7พ.ค.)
  • "เสียวหม่าน" หรือเมล็ดพันธุ์อุดม (20-22 พ.ค.)
  • "หมางจ้ง" หรือหว่านเพาะ (5-7 มิ.ย.)
  • "เซี่ยจื้อ" หรือช่วงวันยาวที่สุดในฤดูร้อน (21-22 มิ.ย.)
  • "เสียวสู่" หรือร้อนเล็ก (6-8 ก.ค.)
  • "ต้าสู่" หรือร้อนใหญ่ (22-24 ก.ค.)

ฤดูใบไม้ร่วง

  • "ลี่ชิว" หรือเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง (7-9 ส.ค.)
  • "ชู่สู่" หรืออากาศร้อนสิ้นสุด (22-24 ส.ค.)
  • "ไป๋ลู่" หรือน้ำค้างขาว (7-9 ก.ย.)
  • "ชิวเฟิน" หรือคืนและวันในฤดูใบไม้ร่วงที่ยาวเท่ากัน (22-24 ก.ย.)
  • "หานลู่" หรือน้ำค้างหนาว ( 8-9 ต.ค.)
  • "ซวงเจี้ยง" หรือน้ำค้างแข็ง (23-24 ต.ค.)

ฤดูหนาว

  • "ลี่ตง" หรือเริ่มฤดูหนาว (7-8 พ.ย.)
  • "เสียวเสวี่ย" หรือหิมะเล็ก (22-23 พ.ย.)
  • "ต้าเสวี่ย" หรือหิมะใหญ่ (6-8 ธ.ค.)
  • "ตงจื้อ" หรือช่วงคืนยาวที่สุดในฤดูหนาว (21-23 ธ.ค.)
  • "เสี่ยวหาน" หรือหนาวเล็ก (5-7 ม.ค.)
  • "ต้าหาน" หรือหนาวใหญ่ (20-21 ม.ค.)

เทศกาลสำคัญในระบบปฏิทิน "หนงลี่"

ได้แก่ เทศกาลตรุษจีน หยวนเซียว ตวนอู่ และจงชิว

  • ชุนเจี๋ย (เทศกาลตรุษจีน)  ขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย
  • หยวนเซียวเจี๋ย (เทศกาลหยวนเซียว)  ขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย
  • ตวนอู่เจี๋ย (เทศกาลตวนอู่)  ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5
  • ชีซี (เทศกาลเด็กหญิง)  ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7
  • จงชิวเจี๋ย (เทศกาลไหว้พระจันทร์)  ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
  • ฉงหยางเจี๋ย (เทศกาลฉงหยาง) ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9
  • ล่าปาเจี๋ย หรือ ตงจื้อเจี๋ย (เทศกาลล่าปา)  ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12
  • ฉูซี (วันส่งท้ายปีเก่า)   วันที่ 30 เดือน 1
รูปภาพของ อาฉี

ไหว้เจ้า

 การไหว้เจ้าเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ลูกหลานจีนปฏิบัติสืบทอดกันมา ตามความเชื่อที่จะต้องไหว้เจ้าที่และไหว้บรรพบุรุษ เพื่อให้เป็นสิริมงคล และนำมาซึ่งความสุขความเจริญแก่ครอบครัว

นำมาฝากจาก China Radio International thai.cri.cn

ในปีหนึ่งจะมีการไหว้เจ้า 8 ครั้ง คือ

  • ไหว้ครั้งแรกของปี  ไหว้เดือน 1 วันที่ 1 คือ ตรุษจีน เรียกว่า ง่วงตั้งโจ่ย
  • ไหว้ครั้งที่สอง ไหว้เดือน 1 วันที่ 15 เรียกว่า ง่วงเซียวโจ่ย
  • ไหว้ครั้งที่สาม ไหว้เดือน 3 วันที่ 4 เรียกว่า ไหว้เช็งเม้ง เป็นประเพณีที่ลูกหลานไปไหว้บรรพบุรุษที่ฮวงซุ้ย
  • ไหว้ครั้งที่สี่ ไหว้เดือน 5 วันที่ 5 เรียกว่า โหงวเหว่ยโจ่ย เป็นเทศกาลไหว้ขนมจ้าง
  • ไหว้ครั้งที่ห้า ไหว้เดือน 7 วันที่ 15 คือ ไหว้สารทจีน เรียกว่า ตงง้วงโจ่ย
  • ไหว้ครั้งที่หก ไหว้เดือน 8 วันที่ 15 เรียกว่า ตงชิวโจ่ย ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีว่า ไหว้พระจันทร์
  • ไหว้ครั้งที่เจ็ด ไหว้เดือน 11 ไม่กำหนดวันแน่นอน เรียกว่า ไหว้ตังโจ่ย

ไหว้ครั้งที่แปด ไหว้เดือน 12 วันสิ้นปี เรียกว่า ไหว้สิ้นปี หรือก๊วยนี้โจ่ย


ประเพณีการไว้เจ้าทั้ง 8 ครั้งนี้ มีคำจีน เฉพาะเรียกว่า "โป๊ยโจ่ย"

โป๊ย คือ 8 โจ่ย แปลว่า เทศกาล

โป๊ยโจ่ย จึงหมายความว่า การไหว้เจ้า 8 เทศกาล ซึ่งนอกจากการไหว้เจ้า 8 เทศกาลนี้แล้ว บางบ้านอาจมีวันไหว้พิเศษกับเจ้าบางองค์ที่นับถือศรัทธา คือ

  • ไหว้เทพยดาฟ้าดิน เช่นการไหว้วันเกิดเทพยดาฟ้าดิน เรียกว่า ทีกงแซ หรือ ทีตี่แซ ก็ได้ ตรงกับวันที่ 9 เดือน 1 ของจีน
  • ไหว้อาเนี้ยแซ คือไหว้วันเกิดเจ้าแม่กวนอิม ปีหนึ่งมี 3 ครั้ง คือ วันที่ 19 เดือน 2 วันที่ 19 เดือน 6 และวันที่ 19 เดือน 9
  • ไหว้แป๊ะกงแซ ตรงกับวันที่ 14 เดือน 3
  • ไหว้เทพยดาผืนดา คือ ไหว้โท้วตี่ซิ้ง ตรงกับวันที่ 29 เดือน 3
  • ไหว้อาพั้ว อาพั้ง คือ พ่อซื้อแม่ซื้อผู้คุ้มครองเด็ก วันเกิดอาพั้ว หรืออาพั้วแซ ตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี
  • ไหว้เจ้าเตา ไหว้วันที่ 24 เดือน 12 เรียกว่า ไหว้เจ๊าซิ่ง


การไหว้เจ้าพิเศษนี้ แล้วแต่ศรัทธาของแต่ละบ้านและแล้วแต่ความจำเป็น เช่น ถ้าที่บ้านไม่มีเด็ก ก็ไม่จำเป็นต้องไปไหว้อาพั้ว หรือถ้าที่บ้านไม่ได้ทำนาทำไร่ก็ไม่มีที่ และไม่มีความจำเป็นต้องไหว้โท้วตี่ซิ้ง หรือเทพยาดาผืนดิน แต่อย่างไรทีกงแซนี้ นิยมไหว้กันแทบทุกบ้าน เช่นเดียวกับการไหว้เจ้าเตา

เมื่อพูดถึงการไหว้เจ้า จะหมายถึงการไหว้เจ้าที่ กับไหว้บรรพบุรุษ

เครื่องเซ่นสำหรับไหว้เจ้าที่จะจัดเป็น 1 ชุด

เครื่องเซ่นสำหรับบรรพบุรุษจะจัดเป็นอีกชุดต่างหาก การไหว้เจ้าในตอนเช้า โดยไหว้เจ้าที่ก่อน พอสายหน่อยจึงจะจัดโต๊ะไหว้บรรพบุรุษ

ของไหว้จะมีของคาว ของหวานผลไม้ และเครื่องดื่ม โดยมีกับข้าวคาวเพิ่มเข้ามาสำหรับการไหว้บรรพบุรุษซึ่งมีธรรมเนียมว่าต้องให้มีของน้ำ 1 อย่าง เช่น แกงจืด

การจัดของไหว้ ถ้าจัดใหญ่ นิยมเป็นตัวเลข 5 คือ มีของคาว 5 อย่าง ของหวาน 5 อย่าง ผลไม้ 5 อย่าง ถ้าจัดเล็ก ก็เป็นชุดละ 3 อย่าง หรือจะมีแค่อย่างเดียวก็ได้ ของคาว ถ้าจัดเป็นชุดใหญ่ มี 5 อย่าง เรียกว่า โหงวแซ ประกอบด้วย หมู ไก่ ตับ ปลา และกุ้งมังกร แต่เนื่องจากกุ้งมังกรนั้นแพง และหาไม่ง่าย จึงนิยมไหว้เป็ดหรือปลาหมึกแห้งแทน ถ้าไหว้ชุดเล็ก มีของคาว 3 อย่าง เรียกว่า ซาแซ ของหวานถ้ามี 5 อย่าง เรียกว่า โหงวเปี้ย อาจเป็นซาลาเปาไส้หวาน ขนมไข่ ขนมถ้วยฟู ขนมกุ่ยช่าย และขนมจันอับ เป็นต้น

ขนมถ้ามี 3 อย่าง เรียกว่า ซาเปี้ย

เช่นเดียวกับผลไม้ ถ้ามี 5 อย่าง เรียก โหงวก้วย ถ้ามี 3 อย่าง เรียกว่า ซาก้วย

ผลไม้ที่ใช้ไหว้ จะนิมเลือกชนิดที่มีอะไรที่เป็นมงคลอยู่ในตัว

ส้ม คำจีนเรียกว่า ไต้กิก แปลว่า โชคดี

องุ่น คำจีนเรียกว่า พู่ท้อ หมายถึง งอกงาม

สับปะรด คำจีนเรียกว่า อั้งไล้ แปลว่า มีโชคมาหา

กล้วย มีความหมายถึงการมีลูกหลานสืบสกุล

ที่ในกระถางธูปที่ใช้ไหว้เจ้า บางคนนิยมใส่ "โหงวจี้" สำหรับปักธูป

โหงวจี้นี้ประกอบด้วยเมล็ด 5 อย่าง คือ ข้าวสาร ข้าวเหนียว ถั่วเขียว ถั่วดำ และเชื้อแป้ง (ยีสต์) โดยถือว่าเมล็ดทั้งห้าคือบ่อเกิดของการเจริญเติบโต อุปมาอุปไมยให้การไหว้เจ้านี้นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง แต่การใช้โหงวจี้ปักธูป มีข้อจำกัดว่าใช้ได้แต่ในบ้าน ถ้าเป็นการไหว้นอกบ้าน ต้องใช้ข้าวสารหรือทราย มิฉะนั้นเชื้อแป้งเมื่อถูกความชื้น เช่น ฝน หรือน้ำค้าง จะทำให้แข็งตัว แล้วปักธูปไม่ลง

เมื่อไหว้เจ้าเสร็จก็เผากระดาษเงินกระดาษทองเป็นการปิดท้ายรายการ

วันฉุ่งหยอง (เดือน 9 วันที่ 9)

ประเพณ๊วันฉุ่งหยอง (เดือน 9 วันที่ 9) นั้น ตระกูลของผมมีปฏิบัติเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 46 ครับ โดยกำหนดให้เป็นวันที่ 9 เดือน 9 (กันยายนของทุกปี) กำหนดโดยอากุงครับ เดิมผมเองก็ไม่ทราบว่าเป็นประเพณี แต่เข้าใจว่าเป็นการเลี้ยงกันภายในตระกูลที่ฉื่อถ่อง เพิ่งเข้าใจเมื่อได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดอากุง ที่หน่ำซาถ่อง (ปอกหล่อ, ฟุ่ยจิว)เมื่อปลายปีที่ผ่านมาครับ
 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal