หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .
 
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีชาวฮากกา hakkapeople.com

เผ่าพันธุ์ชาวฮากกา

รูปภาพของ อาฉี

จากที่มีผู้สนใจเกี่ยวกับความเป็นมาประวัติชาติพันธุ์ ของชาวฮากกา จึงคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และน่าที่จะนำมาเป็นประเดนใหม่ และน่าจะมาดีสคัดกันเว็บบล๊อกนี้

เพื่อให้พี่น้องสมาชิก ที่พอมีความรู้ หรือจำเกร็ดเรื่องเล่าในแต่ละวงค์ตระกูล ได้มาเติมเต็มให้กัน เพื่อจะได้ช่วยกันกลั่นกรอง เรื่องเล่าที่มีหลายตำนาน กับหลักฐานความเป็นจริงที่หลงเหลือ มาปรับให้ตรงกัน เพราะเมื่อสืบค้นประวัติศาสตร์จริงๆ แล้ว จะพบได้ว่าประวัติชาติพันธุ์ไม่ว่าชนชาติศาศนาใด มักจะถูกบันทึกโดยผู้ชนะ รวมกับความเห็นส่วนตัวของผู้สั่งให้บันทึก (ที่คนรุ่นเราไม่มีใครเกิดทัน) จึงทำให้เกิดหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ และมีเอกสารบันทึกเรื่องราวตรงกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง ฉบับเบื้องหน้าเบื้องหลังบ้าง แต่ก็เชื่อได้ว่าแหล่งข้อมูลทุกแหล่งล้วนแต่ถูกต้องตามข้อสันนิฐานตามหลักฐานที่มี และเท่าที่ผู้รู้แต่ละท่านไปพบมาด้วยกันทั้งสิ้น แต่คงน้อยคนที่จะรู้ทุกมุมทุกด้านกับเหตุการณ์ในอดีต ได้ในยุคปัจจุบัน

แต่ถ้าจะสรุป  คราวๆ ตามที่ยอมรับในปัจุบัน ก็พอบอกได้ว่า

ชาวฮากกา คือ ชาวจีนฮั้น ผู้มีต้นกำเนิดมาจากทาง จงหยวน (บ่อยครั้งจึงกล่าวกันว่ามาจากทางตอนเหนือของหลักแหล่งปัจจุบัน) ซึ่งมีทั้งชนชั้นปกครอง นายทหาร และชาวเมืองผู้รักชาติ แล้วด้วยเหตุปัจจัยทางการเมือง การปกครอง จากชนต่างชาติที่รุกรานแผ่นดินจีน และการต่อสู่ในสมัยราชวงค์ต่างๆ จึงจำต้องลี้ภัยการเมืองเคลื่อนย้ายลงมาตั้งที่มั่นอยู่ทางใต้ โดยไม่อาจเปิดเผยร่องรอยความเป็นมาของตนได้ชัดแจง และยอมรับว่าตนเองลงทะเบียนตามทางการว่าเป็น  客家人 (เค่อเจียเหริน - แขก , อาคันตุกะ หรือ ผู้มาเยือน) อยู่ในถิ่นตอนใต้ของจีน และอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ อันเป็น ถิ่นชาวฮากกาในจีนปัจจุบัน จึงทำให้มีชาวฮากกา กระจายอยู่หลายแห่ง ที่อาจมีสำเนียงภาษาเพี้ยนกันไปบ้าง ตามภูมิประเทศ และกาลเวลา ดังเช่นชิมขัก ปันซันขัก เป็นต้น

และนอกจากชาวฮากกา จะได้กระจายไป จนเกิดกลุ่มชาวฮากกาตั้งรกรากเป็นที่มาตุภูมิสำหรับชาวฮากการุ่นต่อมาที่อยู่ในเมืองต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว  แต่ก็มีบางส่วนที่จำต้องเดินทางต่อไปเมืองต่างๆ อีกหลายทอด บ้างก็ไปเป็นชาวโพ้นทะเลอีกหลายเส้นทาง ด้วยเหตุผลเรื่องระบบการปกครอง การสอบจองหงวน การทำมาหากิน และสภาพภูมิอากาศ เศรฐกิจบีบคั้นดังเช่น ชาวฮากกาในไทย ก็มีทั้งที่มาจากมาตุภูมิในจีนโดยตรงด้วยเหตุผลต่างๆ แล้วแต่ยุคสมัย และบางพวกก็เคยตั้งรกรากในประเทศทางใต้ของแหลมมาลายูมาก่อนก็มีเป็นต้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น แคะลึก แคะตื้น แคะฮกเกี้ยน แคะใต้หวัน แคะในญี่ปุ่น หรือแคะในเมืองต่างๆ ต่างก็เป็นชาวฮากกาด้วยกัน ถึงแม้จะมีสำเนียงที่พูดแตกต่างกันบ้างในบางคำ ด้วยถิ่นที่อยู่ และเวลาที่ลงมาจากทางเหนือคนละช่วงเวลากัน ต่างก็มีสายเลือดฮากกาเข้มข้นไม่แพ้กัน


ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

Select your preferred way to display the comments and click "Save settings" to activate your changes.
รูปภาพของ เหลี่ยงหน่ำเซ็น

 รักฮากกา

 

ผมน้องใหม่ ใฝ่หา วิชารู้

ขอบคุณครู ผู้ให้ การศึกษา

บรรพบุรุษ ของเรา ต่างก็มา

พึ่งและพา บารมี พ่อหลวงไทย

 

มีเชื้อสาย เผ่าพันธ์ แดนมังกร

เอื้ออาทร ต่อกัน สร้างสรรหา

ภาษาพูด เหมือนกัน สุขสรรพา

ชาวฮากกา ร่วมกัน จรรโลงเทอญ

 

ยินดีที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิก Hakkapeople ครับ

ทักทาย

บรรพบุรุษเดินทางมาต่างถิ่น                        ช่วยทำกินตามประเทศเขตลงฐาน

อาชีพหลากหลายตามความชำนาญ             เดือนปีผ่านหลานลูกได้ปลูกลง

ดินแดนไทยไกลกว้างเป็นอย่างยิ่ง               สมบูรณ์จริงสิ่งของต้องประสงค์

ดินอุดมลมฟ้าพาใจลง                                   รากฝังตรงคงมั่นไม่หวั่นใจ

ใต้บรมโพธิสมภารลูกหลานรื่น                       ต่างแช่มชื่นรื่นรสงามสดใส

ดำเนินตามครรลองของถิ่นไทย                     แต่ก็ไม่ลืมถวิลถิ่นเกิดมา

ประเพณีธรรมเนียมเปี่ยมในเลือด                   ไม่แห้งเหือดหายไปอย่างไร้ค่า

รุ่นเก่าถ่ายรุ่นใหม่ทอดตลอดมา                     ไม่เว้นว่าอยู่แห่งตำแหน่งใด

เราเป็นจีนโดยเชื้อสายหมายความว่า            เจตนารุ่นเก่าที่เขาได้

มอบให้มาสืบทอดตลอดไป                           เราคงได้ดำเนินตามความเป็นจริง 

 ยินดีที่พี่น้องยังตั้งใจอยู่                                มารับรู้เรื่องหลากหลายทั้งชายหญิง

 สนทนาสาธยายพอได้พิง                              เอ่ยอ้างอิงเรื่องเก่าๆที่เล่ามา

ฝากสัมพันธ์เอาไว้ใช่ใครอื่น                           ใจจะชื่นรื่นรักเป็นนักหนา

เราลูกหลานจีนแคะแวะเวียนมา                      ชุมชนคนฮักกามาทักทาย

 

กระวีกระวาดหนึ่งเดียว   ...         เซียวซิบอึ้ง    ขออภัยถ้าไม่ชอบครับ

                                                                 

 

 

 

รูปภาพของ อาฉี

ยินดีที่ได้ทักทาย

ยินดีที่ได้ทักทายพี  อ่านแล้วดี สุขขี ฟันฮี่หลาย

บทกวี ของท่านดี มีมากมาย  เรื่องหลากหลาย ไทยจีน ครบกระบวนความ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เข้ามาศึกษาเช่นกัน...

เข้ามาศึกษาและเก็บไปทำข้อมูลบางอย่าง   ได้สาระมากเจ้า   ขอบคุณมากทุกท่าน...

 

ภูมิใจมาก

ภูมิใจ และดีใจมากที่ใด้อ่าน สาระ และความรู้สึกของสองท่านนี้ (อ่าน 2 รอบเสียเลย )

รูปภาพของ วี่ฟัด

ชิมฮัก - ป้านซานคัก คือชาวฮากกา 100 % เหมือนกัน

             อาปักไหงเดินทางมาจากหมู่บ้านหมอยหลิมชุน ( เหมยหลินชุน ) ตำบลซ้องกวนถ่อง ( ซ่างกวนถัง ) อำเภอหมอยแย้น ( เหมยเซี่ยน ) แล้วมาอยู่ที่จังหวัดราชบุรี ไหงจึงมีเลือดเนื้อเชื้อไขของคนชิมฮัก ไหงเคยไปไป่จู้เซียนกุงโผ่ มา 4 ครั้งแล้ว

             ไหงเป็นทนายความอยู่จังหวัดราชบุรี และเป็นกรรมการของสมาคม   ฮากการาชบุรี ด้วย ชาวฮากกาของจังหวัดราชบุรีนี้มีทั้งชิมฮัก และป้านซานคัก ที่ราชบุรีเราไม่เคยมีปัญหาในเรื่องความแตกต่างของทั้งชิมฮัก และป้านซานคัก ทุกคนรักกันดีต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะเราต่างคิดว่าพวกเราคือชาวฮากกาด้วยกัน ทางราชบุรีมีป้านซานคักมากกว่าชิมฮักมาก แต่ไหงก็ได้รับความอบอุ่นจากชาวป้านซานคักด้ยดีเสมอมา

             ตอนไปเหมยเวี่ยนเมื่อ 2 ปีก่อนไหงไปซื้อแผ่น vcd เป็นการประชันการร้องเพลงซานเกอของอำเภอต่างๆ เช่น หมอยแย้น , ฟุงซุ้น , เจียวเลี้ยง , ไท้ผู้ , อู่หัว ฯลฯ ทำให้ไหงบรรลุธรรมเลยว่าระหว่าง ป้านซานคัก กับชิมฮัก ไม่ได้แตกต่างกันมากมายเหมืนกับที่บางคนเข้าใจ  นักร้องซานเกอชาวอำเภอหมอยแย้น สามารถร้องซานเกอโต้ตอบกับชาวอำเภอฟุ่งสุ้นได้อย่างสนุกสนาน

             ดังนั้นขอให้พี่น้องชาวฮากกาจงเชื่อเถิดว่า พวกเราทั้งชิมฮักและป้านซานคักคือพี่น้องชาวฮากกาเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน อย่างแบ่งแยกหรือแบ่งสีเป็นอันขาด

รูปภาพของ อาฉี

ชิมขัก~ปันซันขัก

จากที่มีผู้ถามเกี่ยวกับ ชิมขัก กับปันซันขัก ขอนำเสนอดังนี้ (ความเห็นส่วนตัวด้วยความรู้ที่น้อยนิด) ผู้รู้ท่านอื่นสามารถให้คำแนะนำ เพื่อแก้ไขปรับปรุงได้นะครับ)

ชิมขัก (แคะลึก)จะอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินจีนมากกว่า มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเหมยเสี้ยน การออกสำเนียง บางคำจึงคล้ายจีนกลาง และมีร่องรอยอารยธรรมในยุคเก่าค่อยข้างมากถือเป็น ชาวฮากกากลุ่มใหญ่ที่สุดในจีน และถือโดยรวมว่า ชาวฮากการวมกลุ่มอยู่ในเขตเหมยโจ

ปันซันขัก(แคะตื้น) เล่ากันว่า เป็นเป็นกลุ่มที่ต่อสู้กับแมนจูอยู่จนรุ่นท้ายๆ จึงเป็นผู้ที่มาทีหลังกว่า ที่อยู่ใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ให้ตั้งรกรากก็เหลือยน้อยลง และต้องเดินทางลงใต้มากไกลกว่า ซึ่งยังพอเหลือเฉพาะพื้นที่เป็นภูเขาหินผา มีที่ราบริมแม่น้ำใหญ่ไม่มากนัก มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองทองคัง (เฟิงสุ่น หรือ ฮงสุน ในปัจจุบัน) และด้วยความสบัดสะบอมจากสงครามมาก จึงเหลือผู้ที่หนีรอดมาได้น้อยกว่า ทำให้มีประชากรไม่มากเมื่อเทียบกับชิมขัก อันเป็นชาวฮากกาส่วนใหญ่ที่อยู่ในประเทศจีน

สำหรับในประเทศไทยแล้ว จำนวนประชากรกลับไม่สอดคล้องกับสัดสวนจำนวนประชากรในจีน แต่สอดคล้องกับความสะดวกในการออกทะเลมากกว่า เช่น พื้นที่แต้จิ๋ว มีเพียงเล็กน้อย(ในจีน) แต่อยู่ติดทะเล ทำให้ในไทย กลับมีแต้จิ๋วมากที่สุด ถัดขึ้นไปเป็นเมืองเฟิงสุน ถึงจะมีปันซันขักในจีนไม่มากเท่าชิมขัก (ที่ไกลทะเลมากว่า) แต่จะพบเห็นปันซันขักเป็นจำนวนมาก หรือแม้กระทั้งบนเว็บนี้ ก็มีปันซันขักไม่น้อยเลยทีดียว

ส่วนเรื่องสำเนียงของชาวปันซันขัก ถึงแม้นจะอยู่ใกล้กับแต้จิ๋ว แต่ในส่วนของภาษาปันซันขัก ยังคงเอกลักษณ์ชาวฮากกาอยู่ แทบจะไม่มีได้เพี้ยนไปทางแต้จิ๋วอย่างมีนัยสำคัญ ดังที่บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแคะสำเนียงแต้จิ๋ว แต่เป็นเพราะพลเมืองชาวปันซันขักไม่น้อย ที่พูดได้ทั้งแคะ และแต้จิ๋ว คือพูดได้ทั้ง 2 ภาษาต่างหาก

ในการออกเสียง ชิมขัก กับ ปันซันขัก มีบางคำที่ออกเสียงวรรณยุคต่างกัน แต่ก็ยังใช้สื่อสานกันได้รู้เรื่อง เช่น ชื่อเมืองเหมยเสี้ยน ชิมขัก ออกเสียงเป็น หมอยแหย้น ปันซันขักออกเสียงเป็น หมอยแหย่น ซึ่งต่างก็หมายถึงเมืองดอกเหมย(หมอย) หรือดอกบ้วย (บ้วยเป็นภาษาแต้จิ๋ว) จึงจะเห็นได้ว่าไม่ได้เพี้ยนไปทางแต่จิ๋ว แต่มีความเป็นไปได้ที่ ภาษาแคะตื้น ได้รับอิธิพลจากทางฮกเกี้ยนมาบ้าง จึงทำให้มีหลายคำที่ทั้งแคะตื้น และแคะฮกเกี้ยนออกเสียงไปทางเดียวกัน โดยที่ชิมขักอยู่ขั้นกลาง เช่น ข้าว แคะลึก ออกเสียงว่า ฝ้าน แต่แคะตื้น(เมืองเฟิงสุ่น) กับ แคะฮกเกี้ยน (เมืองหย่งติ้ง) ออกเสียงว่า ผ่อน

การเรียกชื่อสิ่งของ ในบางคำ ชิมขัก กับ ปันซันขัก แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ซึ่งทางชิมขักค่อนข้างจะคงเอกลักษณ์เฉพาะของชาวฮากกา ที่มีบางคำออกเสียงคล้ายจีนกลางมากกว่า  แต่การเรียงรูปประโยคของปันซันขัก มีไม่น้อยที่จะคลายจีนกลาง อาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่ลงมาทางใต้ใน(สมัยก่อน) เป็นยุคหลักกว่า วิวัฒนาการทางรูปประโยคจึงยังไม่ห่างกับจีนกลางในปัจจุบัน ที่เติบโตมาจากรากฐานเดียวกันในสมัยนั้น มากเท่าผู้ที่เดินทางมาก่อนที่เดินทางไม่ไกล้ชายแดนมากเท่า จึงยังคงสำเนียงไว้ได้มาก และเป็นที่น่าสนใจ ที่แคะในใต้หวัน หรือแม้กระทั้งภาษาญี่ปุน ก็มีบางคำที่ใกล้เคียงกับปันซันขักได้โดยบังเอินหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้

 

สำหรับเรื่องสำเนียงต่างๆ ของชาวฮากกาจริงๆ แล้ว ต่างกันไม่มากถึงขั้นว่าต้องแบ่งแยกถึงความแตกต่างกันในเรื่องความเเป็นฮากกา  แต่ถ้าว่ากันละเอียดลงไป ก็ไม่ใช่มีแค่ชิมขักกับ ปันซันขักเท่านั้น เพราะแผ่นดินของชาวฮากกาที่กว้างใหญ่ในจีน จึงทำให้แต่ละอำเภอ แต่ละหมู่บ้าน ต่างก็มีสำเนียงเป็นของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น เช่นไทปู  ซินหนิง ก็มีสำเนียงใกล้เคียงกันชิมขักมากกว่า หรือเกียหยองก็คล้านฟุงสุ่นมากๆ (อาตแต่กต่างกันบางหมู่บ้าน) เราจึงเห็นแคะลึกกับแคะตื้นเท่านั้น (แคะฮกเกี้ยนในเมืองไทยมีน้อยมากๆ)ก็คงไม่ต่างกับในเมืองไทย สำเนียงของคนพื้นเมืองดังเดิมของแต่ละจังหวัด ก็ไม่เหมือนกันทีเดียว แต่ก็ยังถือว่าเป็นชนชาติเดียวกันเสมอ

จะว่ากันไปแล้ว ไม่รู้จะแบ่งกันทำไม ! แต่ก็พอจะหาประโยชน์ได้อยู่บ้างว่า.. ถ้าเราอยากรู้ว่าถิ่นฐานของบรรพบุรุษเรา มาจากแถบไหนเมืองไหน ในเมื่อสำเนียงส่วนใหญ่ต่างกันน้อยมาก เราจึงต้องเฟ้นหาคำพื้นๆที่ทุกคนน่าจะรู้ และแตกต่างกันชัดเจนมาถามกัน เช่น 

กินข้าว  ภาษาที่บ้านเรียกว่าอะไร?

  • ซิดฝ้าน - ชิมขัก น่าจะอยู่ในละแวก หมอยแหย่น ซินหนิง ไท้ปู
  • ซิดผ่อน - ปันซันขัก น่าจะอยู่ในละแวก ทองคัง ฟุงสุ่น เกียดหยอง
  • ซือฝ้าน - จีนกลาง ไต้หวัน ...
  • ซีบาย - เขมร สุรินทร์ พนมเปน ... (มาได้ไงหว่า หุหุ)
  • เจี๊ยปึ่ง - แต้จิ๋ว เก็กเอี้ยว แต่เอี้ยว ...

ส่วนบนเว็บนี้ ไม่ว่ากินข้าวจะเรียกอะไร ขอขอแค่มีใจเป็นฮากกาเท่านั้น ก็ขอนับถือว่าเป็นผู้มีฮากกาในหัวใจแล้ว 

หากมีท่านใด มีข้อมูลเกร็ดประวัติชาติพันธุ์มาเสนอเพิ่มเติม และจากคำที่ยกตัวอย่างมาบางคำ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเหมือน หรือคล้ายดังตัวอย่างข้างต้นไปเสียทุกคำ และผิดพลาดประการใดเสนอแก้ไขเพื่อให้ ผู้ที่มาอ่านภายหลังเข้าใจถูกต้องมากขึ้นได้นะครับ

ผมก็มี อากุง

ผมก็มี อากุง อาโผ่ อาปัก เหมือนกัน ครับ ยินดีมาก ที่เป็นคนฮากกา
 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดีแด่ บรรพชน และชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal