ภาษาฮากกา ภาษาไทย
ด้วยความปราถนาดีจาก www.hakkapeople.com
ตามหาลูกหลานจีนแคะตระกูล"แซ่ลี้"
ไหงแซ่หลี(李) เชื้อสายจีนแคะ แซ่หลีกับแซ่ลี้น่าจะแซ่เดียวกัน แต่ถ้าให้แน่นอนดูที่อักษรจีนดีที่สุด
ต้องกลับไปถามอาเมก่อนว่าภาษาจีนใช้ตัวอะไรเพราะไม่เคยเขียน
ลี หลี่ ลี้ ออกเสียงต่างกัน แต่คือแซ่เดียวกันในเสียงภาษาจีนกลางออกเสียงว่า หลี่ สำเนียงแต้จิ๋ว ออกเสียงว่า ลี้ ฮากกาใช้หลี่เหมือนจีนกลาง ฮกเกี้ยนก็ใช้ลี้ รู้สึกว่ากวางตุ้งจะออกเสียงว่าลี
ตระกูลหลี่ที่เป็นชาวฮากกาที่โด่งดังที่สุดในโลกคือ หลี่กวงโย่ว หรือฮากกาออกเสียงว่า หลี่กวางยิ่ว ที่เรารู้จักคุ้นหูคือ ลีกวนยิว อดี่ตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปรไงล่ะครับเป็นชาวอำเภอเหมยเสี้ยน จังหวัดเหมยโจว บ้านเดิมของพวกเราหลาย ๆ คน
คงจะแซ่เดียวกันเพราะตอนน้องชายเล็กๆเรียนโรงเรียนจีน น้องชายชื่อจีนว่า "หลี่แซ่หมุก" (เขียนอย่างไรไม่ทราบ แต่ออกเสียงแบบนี้) ที่บ้านผู้ชายจะชื่อ "แก้ว" ผู้หญิงจะชื่อ "ม้อย" ส่วนใหญ่ เพราะในครอบครัวมีแก้ว3คน ม้อย3คน เลยต้องเรียกแก้วเล็ก แก้วใหญ่ ม้อยเล็กม้อยใหญ่
ไหงชื่อเควซึ่งแปลว่า "หมา" ชื่อแก้วก็เข้าใจว่าคือ "หมา" เหมือนกันแต่การออกเสียงจะเพี้ยนไปตามท้องถิ่นในเมืองไทย แต่แก้วหรือเก้วถ้าออกเสียงให้สั้นจะใกล้เคียงสำเนียงเดิมมากกว่า ทราบมาว่าการตั้งชื่อลูกแบบนี้เชื่อกันว่าเด็กจะเลี้ยงง่าย ยมพบาลไม่สนใจจะเอาไปอยู่ด้วย
ใช่แล้วครับ ธรรมเนียมการตั้งชื่อของชาวฮากกาเรานิยมตั้งชื่อเล่นของเด็กผู้ชายว่า เก้ว ในสำเนียงฮากกาฉิมขัก จะออกเสียงว่า เก้ว ส่วนสำเนียงฮงสุนหรือป้านซานขัก จะออกเสียงว่า แก้ว ส่วนคุณเควนั้น ออกเสียงอย่างนี้ก็ไม่ผิด จะอยู่ที่การเขียนเป็นอักษรไทยเสียมากกว่า
ป้านซันคัก ก็ออกเสียง เก้ว ครับ
ตัวจีนใช้ 李 ครับ ปูชื่อ 李钦青 พ่อชื่อ 李荣和
หวัดดีค่ะ ขอเป็นสมาชิกแซ่ลี้ด้วยคนนะคะ
รากเหง้าลูกมังกร-ตระกูลหลี่ (李 หรือ แซ่ลี้)
ตระกูลหลี่เป็นตระกูลที่มีประชากรแซ่เดียวกันมากที่สุดในโลก และมีมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศจีน จากการสำรวจสำมะโนครัวในปี 2007 โดยมีจำนวนประชากรเกิน 1,000 ล้านคน หรือเท่ากับ 19% ของจำนวนประชากรจีนทั้งหมด และมีจำนวรมากที่สุดในมณฑลหูหนาน(湖南省) ซึ่งเป็นมณฑลต้รกำหนดของตระกูลหลี่ สำหรับในประเทศเกาหลี คนแซ่หลี่(หรือ ลี ในภาษาเกาหลี) ก็มีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 เช่นกัน ส่วนในประเทศเวียดนามก็มีคนตระกูลนี้อย่างแพร่หลาย
ต้นกำเนิดตระกูลหลี่
กล่าวกันว่า ตระกูลหลี่มีแหล่งที่มาอยู่ทั้งหมด 5 สายด้วยกันคือ
1. มาจากตระกูลหยิง (嬴) หรือมาจากลูกหลานของจวนซุนตี้ 颛顼 (zhuān xū) โดยมีนามว่า 高阳氏 หรือมาจากลูกหลานของเจ้าลัทธิเต๋า เล่าจื๋อหลี่เอ๋อ 老子李耳 ในสมัยราชวงศ์โจว(周朝) หรือการนำเอาตำแหน่งทางราชการมาตั้งเป็นชื่อสกุล
(ภาพประกอบคือ สัญลักษณ์ประจำตระกูลหลี่ 李 ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ตระกูลที่ทางการจีนเคยนำมาพิมพ์เป็นไปรษณียากร)
ในสมัยเหยาตี้ (尧) เกาถาว (皋陶 gao1 tao2)ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นต้าหลี่ (大理)ซึ่งมีหน้าที่ในการคุมคุกและผู้คุมขัง ลูกชายของเกาถาว – เป๋อยี่ ( 伯益) ได้รับราชทานให้แซ่หยิง (赢)และลูกหลานอีกสามรุ่นต่อมาก็ต่างรับราชการในตำแหน่งต้าหลีติดต่อกันมา ตอนหลังก็ทำตามความเคยชิน ได้เรียกตำแหน่งหลี่ (理)เป็นตระกูลหลี่ (理氏)และภายหลังก็เปลี่ยนจาก 理 เป็น 李 โดยเหตุผลของการเปลี่ยนเป็น 李 นั้นมีเรื่องเล่ากันในสองลักษณะด้วยกันคือ
คำเล่าที่หนึ่ง ในสมัยซางโจ้วอ๋อง (商纣王) ทายาทของเกาถาว คือ หลี่เจิง (理征) ซึ่งราชการในราชสำนัก และได้ทำผิดต่ออ๋อง จึงถูกลงโทษประหารชีวิต ส่วนภรรยาได้พาลูกชาหลบหนีเอาชีวิตรอด ในระหว่างหนีภัยนั้น อยู่ในป่าได้อาศัยลูกหลี่ (李子-ชื่อผลไม้ชนิดหนึ่ง-ดูภาพประกอบ) กินประทังชีวิต จึงรอดตาย และไม่กล้าที่จะใช้คำว่า 理 เลขจึงถือโอกาสเปลี่ยนแซ่เป็น 李
ส่วนคำเล่าที่สอง กล่าวกันว่า ตามหลักฐานการบันทึกในประวัติศาสตร์ ในสมัยราชวงศ์โจว (周朝)นั้น ยังไม่เคยปรากฏมีคนแซ่หลี่ (李) ตั้งแต่มีเล่าจื๋อแซ่หลี่ ทายาทรุ่นหลังเกาถาว เนื่องจากเห็นว่า บรรพชนหลายรุ่นต่างรับราชการตำแหน่งหลี่ 理 และ 理 กับ 李 ก็ออกเสียงเหมือนกัน จึงเปลี่ยนแซ่เป็น 李
2. มาจากชนเผ่าอื่นมาเปลี่ยนแซ่
-ในสมัยสามก๊ก เมื่อขงเบ้งได้เอาชนะอายหลาวยี (哀劳夷) แล้วก็ได้มอบแซ่ต่างๆ เช่น จ้าว (赵)จาง (张)หยาง (杨) หลี่ (李)เป็นต้น ให้เป็นแซ่ของชนเผ่ากันเป็นชนกลุ่มน้อยเหล่านั้น
-สมัยเป่ยเว่ย (北魏)มีชนเผ่าเซียนเปย (鲜卑) มีตระกูลฟู่ (复)เปลี่ยนเป็นแซ่หลี่ (李)
-ในส่วนของชนเผ่าหุย (回族)ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับราชทานแซ่มาฮ่องเต้ ส่วนตระกูลหลี่ของชนเผ่าหุยนี้ ได้รับแซ่หลี่ในศรรตวรรษที่ 7 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวเปอร์เชียและอาหรับที่อพยพเข้ามาประเทศจีน
3. เป็นการเปลี่ยนจากแซ่อื่นมาเป็นแซ่หลี่
กล่าวกันว่า ในสมัยราชวงศ์ถัง ยุคที่กำลังศร้างชาตินั้น 元 勋诸 (yuan2 xun1 zhu1) ซึ่งเป็นผู้ที่มีผลงานอันยิ่งใหญ่ จึงได้พระราชทานแซ่หลี่ (李)ให้แก่ลูกหลานของเขา จากแซ่เดิมว่า ถังกั๋ว (唐国)ตัวอย่างของตระกูลหลี่ที่เปลี่ยนแซ่จากแซ่อื่น เช่น หลึ่หยวนฮ่าว (李元昊)
4. มาจากรูปแกะสลักบนเสาหิน
สำหรับที่มาของสายนี้ บางตำราอาจไม่ให้ความสำคัญนัก เนื่องจากเป็นการตีความจากรูปแกะสลักที่มองต่างมุมกัน โดยมองเห็นว่าไม่ใช่ต้นหลี่ (李树)หากแต่เป็นภาพเสือ(老虎) ซึ่งภาษาของแคว้นฉู่ (楚)นั้น คำว่า “หลี่เอ๋อ 李耳” อันเป็นฉายาของเล่าจื๋อหมายถึงเสือ(老虎) และปีเกิดของเล่าจื๋อก็ตรงกับปีเสือ ด้วยเหตุผลนี้ชาวบ้านจึงเรียกเล่าจื๋อว่าหลี่เอ๋อ 李耳
5. มาจากแซ่เหล่า (老姓)
การบอกเล่าของสายถือ ถือเป็นความสับสนของผู้คนที่เล่าจื๋อ(老子) หรือเหล่าจื่อนั้นไม่ได้แซ่หลี่ หากแต่แซ่เหล่าต่างหาก ดังนั้น จึงถือว่าตระกูลหลี่จึงมาจากตระกูลเหล่านั่นเอง และนักโบราณคดี-ถังหลาน(唐兰)ก็ยอมรับว่า เหล่าจือไม่ได้แซ่หลี่ เพราะการที่เรียกเหล่าจือว่า หลี่เอ๋อ ก็เป็นเพียงฉายาที่ใช้เรียกกันในสมัยนั้น ดังนั้นเมื่อเหล่าจือเป็นคนแซ่หลี่ก็เท่ากับว่าเป็นการเปลี่ยนจากแซ่เหล่าเป็นแซ่หลีนั่นเอง
บุคคลมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์
เนื่องจากตระกูลหลี่เป็นตระกูลใหญ่และเก่าแก่ ดังนั้นในประวัติศาสตร์จีนจึงมีบุคคลมีชื่อเสียงต่างๆที่มาจากคนแซ่หลี่เข้าสู่อำนาจทางการเมือง นับตั้งแต่แคว้นเฉิงฮั่น (成汉)ในช่วงปีค.ศ. 304-343) โดบมีผู้ก่อตั้งแคว้นคือหลี่สง (李雄) เรื่อยมาในยุคต่อๆมา ในสมัยราชวงศ์ถัง ที่มีคนในตระกูลหลี่เป็นใหญ่เป็นโตจำนวนมาก ส่วนประเทศข้างเคียงของจีนก็มีเกาหลี และเวียดนามต่างก็มีคนในตระกูลหลี่เป็นถึงผู้ก่อตั้งราชวงศ์ทั้งสิ้น ส่วนในด้านกวีเอกอย่างหลี่ไบ๋ (李白)ก็เกิดในสมัยราชวงศ์ถัง สำหรับบุคคลตระกูลหลี่ในยุคหลังๆที่พวกเรารู้จักกัน เช่น หลีเสี่ยวหลง(李小龙 บรุ๊ซ ลี) หลี่เผิง (李鹏)อดีตนายกฯของจีน ลีกวนยิว(李光耀) หลี่เซียนเนี่ยน (李先念)อดีตผู้นำทางทหารของจีน เป็นต้น
ตระกูลหลี่ในประเทศไทย
สำหรับคนแซ่หลี่ในประเทศไทยนั้น เนื่องจากต่างก็เปลี่ยนไปใช้นามสกุลไทย การคงเสียงหลี่จึงมีการแปรรูปเป็นรูปแบบต่างๆกัน เช่น
จาก http://www.thaichinese.net/thaichineseblog/li/#more-649
ตอนนี้ไหงกลับมาเมืองไทยแล้วครับ ไหงอยากได้ที่อยู่ของอากุงไหงครับ
วันเสาร์นี้ไหงจะไปเชียงใหม่ครับ ตอนนี้ที่อยู่ของอากุงไหงอยู่ที่สินฝ่าโกใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่าจะไปเอาที่สินฝ่าโกที่ไหนครับ
อาเป้หลานจีน
บ้านไหงอยู่ประตูช้างเผือก เบอร์โทร.ไหง 085-6242088
ศูนย์ฮากกาศึกษา-กรุงเทพฯ สมาคมฮากกาปากช่อง เขาใหญ่วิลล่า, นิภาสเต็ค
องค์กรการศึกษา
สมาคมต่างๆ
ศาลเจ้า สุสาน
สมาชิกอิสระ (ไม่นับองค์กร)
] ครั้ง
น่าจะแซ่เดียวกัน
ไหงแซ่หลี(李) เชื้อสายจีนแคะ แซ่หลีกับแซ่ลี้น่าจะแซ่เดียวกัน แต่ถ้าให้แน่นอนดูที่อักษรจีนดีที่สุด
ไม่รู้อักษรจีน
ต้องกลับไปถามอาเมก่อนว่าภาษาจีนใช้ตัวอะไรเพราะไม่เคยเขียน
แซ่เดียวกัน
ลี หลี่ ลี้ ออกเสียงต่างกัน แต่คือแซ่เดียวกันในเสียงภาษาจีนกลางออกเสียงว่า หลี่ สำเนียงแต้จิ๋ว ออกเสียงว่า ลี้ ฮากกาใช้หลี่เหมือนจีนกลาง ฮกเกี้ยนก็ใช้ลี้ รู้สึกว่ากวางตุ้งจะออกเสียงว่าลี
ตระกูลหลี่ที่เป็นชาวฮากกาที่โด่งดังที่สุดในโลกคือ หลี่กวงโย่ว หรือฮากกาออกเสียงว่า หลี่กวางยิ่ว ที่เรารู้จักคุ้นหูคือ ลีกวนยิว อดี่ตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปรไงล่ะครับเป็นชาวอำเภอเหมยเสี้ยน จังหวัดเหมยโจว บ้านเดิมของพวกเราหลาย ๆ คน
แซ่ลี้
คงจะแซ่เดียวกันเพราะตอนน้องชายเล็กๆเรียนโรงเรียนจีน น้องชายชื่อจีนว่า "หลี่แซ่หมุก" (เขียนอย่างไรไม่ทราบ แต่ออกเสียงแบบนี้) ที่บ้านผู้ชายจะชื่อ "แก้ว" ผู้หญิงจะชื่อ "ม้อย" ส่วนใหญ่ เพราะในครอบครัวมีแก้ว3คน ม้อย3คน เลยต้องเรียกแก้วเล็ก แก้วใหญ่ ม้อยเล็กม้อยใหญ่
ชื่อก็เดียวกัน
ไหงชื่อเควซึ่งแปลว่า "หมา" ชื่อแก้วก็เข้าใจว่าคือ "หมา" เหมือนกันแต่การออกเสียงจะเพี้ยนไปตามท้องถิ่นในเมืองไทย แต่แก้วหรือเก้วถ้าออกเสียงให้สั้นจะใกล้เคียงสำเนียงเดิมมากกว่า ทราบมาว่าการตั้งชื่อลูกแบบนี้เชื่อกันว่าเด็กจะเลี้ยงง่าย ยมพบาลไม่สนใจจะเอาไปอยู่ด้วย
ถูกต้องครั่บ
ใช่แล้วครับ ธรรมเนียมการตั้งชื่อของชาวฮากกาเรานิยมตั้งชื่อเล่นของเด็กผู้ชายว่า เก้ว ในสำเนียงฮากกาฉิมขัก จะออกเสียงว่า เก้ว ส่วนสำเนียงฮงสุนหรือป้านซานขัก จะออกเสียงว่า แก้ว ส่วนคุณเควนั้น ออกเสียงอย่างนี้ก็ไม่ผิด จะอยู่ที่การเขียนเป็นอักษรไทยเสียมากกว่า
เก้วด้วยคน
ป้านซันคัก ก็ออกเสียง เก้ว ครับ
ผมแซ่ลี่
ตัวจีนใช้ 李 ครับ ปูชื่อ 李钦青 พ่อชื่อ 李荣和
แซ่ลี้เหมือนกัน
หวัดดีค่ะ ขอเป็นสมาชิกแซ่ลี้ด้วยคนนะคะ
ตระกูลหลี่ (李 หรือ แซ่ลี้)
รากเหง้าลูกมังกร-ตระกูลหลี่ (李 หรือ แซ่ลี้)
ตระกูลหลี่เป็นตระกูลที่มีประชากรแซ่เดียวกันมากที่สุดในโลก และมีมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศจีน จากการสำรวจสำมะโนครัวในปี 2007 โดยมีจำนวนประชากรเกิน 1,000 ล้านคน หรือเท่ากับ 19% ของจำนวนประชากรจีนทั้งหมด และมีจำนวรมากที่สุดในมณฑลหูหนาน(湖南省) ซึ่งเป็นมณฑลต้รกำหนดของตระกูลหลี่ สำหรับในประเทศเกาหลี คนแซ่หลี่(หรือ ลี ในภาษาเกาหลี) ก็มีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 เช่นกัน ส่วนในประเทศเวียดนามก็มีคนตระกูลนี้อย่างแพร่หลาย
ต้นกำเนิดตระกูลหลี่
กล่าวกันว่า ตระกูลหลี่มีแหล่งที่มาอยู่ทั้งหมด 5 สายด้วยกันคือ
1. มาจากตระกูลหยิง (嬴) หรือมาจากลูกหลานของจวนซุนตี้ 颛顼 (zhuān xū) โดยมีนามว่า 高阳氏 หรือมาจากลูกหลานของเจ้าลัทธิเต๋า เล่าจื๋อหลี่เอ๋อ 老子李耳 ในสมัยราชวงศ์โจว(周朝) หรือการนำเอาตำแหน่งทางราชการมาตั้งเป็นชื่อสกุล
(ภาพประกอบคือ สัญลักษณ์ประจำตระกูลหลี่ 李 ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ตระกูลที่ทางการจีนเคยนำมาพิมพ์เป็นไปรษณียากร)
ในสมัยเหยาตี้ (尧) เกาถาว (皋陶 gao1 tao2)ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นต้าหลี่ (大理)ซึ่งมีหน้าที่ในการคุมคุกและผู้คุมขัง ลูกชายของเกาถาว – เป๋อยี่ ( 伯益) ได้รับราชทานให้แซ่หยิง (赢)และลูกหลานอีกสามรุ่นต่อมาก็ต่างรับราชการในตำแหน่งต้าหลีติดต่อกันมา ตอนหลังก็ทำตามความเคยชิน ได้เรียกตำแหน่งหลี่ (理)เป็นตระกูลหลี่ (理氏)และภายหลังก็เปลี่ยนจาก 理 เป็น 李 โดยเหตุผลของการเปลี่ยนเป็น 李 นั้นมีเรื่องเล่ากันในสองลักษณะด้วยกันคือ
คำเล่าที่หนึ่ง ในสมัยซางโจ้วอ๋อง (商纣王) ทายาทของเกาถาว คือ หลี่เจิง (理征) ซึ่งราชการในราชสำนัก และได้ทำผิดต่ออ๋อง จึงถูกลงโทษประหารชีวิต ส่วนภรรยาได้พาลูกชาหลบหนีเอาชีวิตรอด ในระหว่างหนีภัยนั้น อยู่ในป่าได้อาศัยลูกหลี่ (李子-ชื่อผลไม้ชนิดหนึ่ง-ดูภาพประกอบ) กินประทังชีวิต จึงรอดตาย และไม่กล้าที่จะใช้คำว่า 理 เลขจึงถือโอกาสเปลี่ยนแซ่เป็น 李
ส่วนคำเล่าที่สอง กล่าวกันว่า ตามหลักฐานการบันทึกในประวัติศาสตร์ ในสมัยราชวงศ์โจว (周朝)นั้น ยังไม่เคยปรากฏมีคนแซ่หลี่ (李) ตั้งแต่มีเล่าจื๋อแซ่หลี่ ทายาทรุ่นหลังเกาถาว เนื่องจากเห็นว่า บรรพชนหลายรุ่นต่างรับราชการตำแหน่งหลี่ 理 และ 理 กับ 李 ก็ออกเสียงเหมือนกัน จึงเปลี่ยนแซ่เป็น 李
2. มาจากชนเผ่าอื่นมาเปลี่ยนแซ่
-ในสมัยสามก๊ก เมื่อขงเบ้งได้เอาชนะอายหลาวยี (哀劳夷) แล้วก็ได้มอบแซ่ต่างๆ เช่น จ้าว (赵)จาง (张)หยาง (杨) หลี่ (李)เป็นต้น ให้เป็นแซ่ของชนเผ่ากันเป็นชนกลุ่มน้อยเหล่านั้น
-สมัยเป่ยเว่ย (北魏)มีชนเผ่าเซียนเปย (鲜卑) มีตระกูลฟู่ (复)เปลี่ยนเป็นแซ่หลี่ (李)
-ในส่วนของชนเผ่าหุย (回族)ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับราชทานแซ่มาฮ่องเต้ ส่วนตระกูลหลี่ของชนเผ่าหุยนี้ ได้รับแซ่หลี่ในศรรตวรรษที่ 7 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวเปอร์เชียและอาหรับที่อพยพเข้ามาประเทศจีน
3. เป็นการเปลี่ยนจากแซ่อื่นมาเป็นแซ่หลี่
กล่าวกันว่า ในสมัยราชวงศ์ถัง ยุคที่กำลังศร้างชาตินั้น 元 勋诸 (yuan2 xun1 zhu1) ซึ่งเป็นผู้ที่มีผลงานอันยิ่งใหญ่ จึงได้พระราชทานแซ่หลี่ (李)ให้แก่ลูกหลานของเขา จากแซ่เดิมว่า ถังกั๋ว
(唐国)ตัวอย่างของตระกูลหลี่ที่เปลี่ยนแซ่จากแซ่อื่น เช่น หลึ่หยวนฮ่าว (李元昊)
4. มาจากรูปแกะสลักบนเสาหิน
สำหรับที่มาของสายนี้ บางตำราอาจไม่ให้ความสำคัญนัก เนื่องจากเป็นการตีความจากรูปแกะสลักที่มองต่างมุมกัน โดยมองเห็นว่าไม่ใช่ต้นหลี่ (李树)หากแต่เป็นภาพเสือ(老虎) ซึ่งภาษาของแคว้นฉู่ (楚)นั้น คำว่า “หลี่เอ๋อ 李耳” อันเป็นฉายาของเล่าจื๋อหมายถึงเสือ(老虎) และปีเกิดของเล่าจื๋อก็ตรงกับปีเสือ ด้วยเหตุผลนี้ชาวบ้านจึงเรียกเล่าจื๋อว่าหลี่เอ๋อ 李耳
5. มาจากแซ่เหล่า (老姓)
การบอกเล่าของสายถือ ถือเป็นความสับสนของผู้คนที่เล่าจื๋อ(老子) หรือเหล่าจื่อนั้นไม่ได้แซ่หลี่ หากแต่แซ่เหล่าต่างหาก ดังนั้น จึงถือว่าตระกูลหลี่จึงมาจากตระกูลเหล่านั่นเอง และนักโบราณคดี-ถังหลาน(唐兰)ก็ยอมรับว่า เหล่าจือไม่ได้แซ่หลี่ เพราะการที่เรียกเหล่าจือว่า หลี่เอ๋อ ก็เป็นเพียงฉายาที่ใช้เรียกกันในสมัยนั้น ดังนั้นเมื่อเหล่าจือเป็นคนแซ่หลี่ก็เท่ากับว่าเป็นการเปลี่ยนจากแซ่เหล่าเป็นแซ่หลีนั่นเอง
บุคคลมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์
เนื่องจากตระกูลหลี่เป็นตระกูลใหญ่และเก่าแก่ ดังนั้นในประวัติศาสตร์จีนจึงมีบุคคลมีชื่อเสียงต่างๆที่มาจากคนแซ่หลี่เข้าสู่อำนาจทางการเมือง นับตั้งแต่แคว้นเฉิงฮั่น (成汉)ในช่วงปีค.ศ. 304-343) โดบมีผู้ก่อตั้งแคว้นคือหลี่สง (李雄) เรื่อยมาในยุคต่อๆมา ในสมัยราชวงศ์ถัง ที่มีคนในตระกูลหลี่เป็นใหญ่เป็นโตจำนวนมาก
ส่วนประเทศข้างเคียงของจีนก็มีเกาหลี และเวียดนามต่างก็มีคนในตระกูลหลี่เป็นถึงผู้ก่อตั้งราชวงศ์ทั้งสิ้น ส่วนในด้านกวีเอกอย่างหลี่ไบ๋ (李白)ก็เกิดในสมัยราชวงศ์ถัง
สำหรับบุคคลตระกูลหลี่ในยุคหลังๆที่พวกเรารู้จักกัน เช่น หลีเสี่ยวหลง(李小龙 บรุ๊ซ ลี) หลี่เผิง (李鹏)อดีตนายกฯของจีน ลีกวนยิว(李光耀) หลี่เซียนเนี่ยน (李先念)อดีตผู้นำทางทหารของจีน เป็นต้น
ตระกูลหลี่ในประเทศไทย
สำหรับคนแซ่หลี่ในประเทศไทยนั้น เนื่องจากต่างก็เปลี่ยนไปใช้นามสกุลไทย การคงเสียงหลี่จึงมีการแปรรูปเป็นรูปแบบต่างๆกัน เช่น
จาก http://www.thaichinese.net/thaichineseblog/li/#more-649
สินฝ่าโก
ตอนนี้ไหงกลับมาเมืองไทยแล้วครับ ไหงอยากได้ที่อยู่ของอากุงไหงครับ
วันเสาร์นี้ไหงจะไปเชียงใหม่ครับ ตอนนี้ที่อยู่ของอากุงไหงอยู่ที่สินฝ่าโกใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่าจะไปเอาที่สินฝ่าโกที่ไหนครับ
อาเป้หลานจีน
ตอบอาเป้ รีบติดต่อมาด่วน
บ้านไหงอยู่ประตูช้างเผือก เบอร์โทร.ไหง 085-6242088