หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .
 
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีชาวฮากกา hakkapeople.com

เทคนิคการวาดภาพจีนชั้นสูง..

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เทคนิคการวาดภาพจีนชั้นสูง

ภาพจาก: gotoknow.org/file/523070108-6/list?page=2

 

ทำไมภาพเขียนจีนชอบมีต้นไผ่และรูปสัตว์ประกอบเสมอ

http://www.jaideedee.com/Templates/drawchina.htm

ภาพเขียนจีนพอจะแบ่งได้เป็น ๖ ประเภท

คือ ภาพภูมิประเทศ , ภาพคน , ภาพดอกไม้และนก ,

ภาพต้นไผ่และก้อนหิน , ภาพสัตว์ , ภาพพระราชวังและสิ่งก่อสร้าง

แต่ภาพที่เห็นบ่อยๆเป็นภาพต้นไม้ ดอกไม้และสัตว์

ภาพจาก: www.okls.net/jeen11.htm

หลี่ไป๋เมาสุรา โดย ซูลิ่วเผิง สมัยราชวงศ์ชิง

ภาพจาก: www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=220301

เป็นภาพจาก: news.nipa.co.th/news.action?newsid=130428

ภาพจาก: dek-d.com/board/view.php?id=1183985







 

ภาพจาก: dek-d.com/board/view.php?id=1268635

ภาพจาก: fwmail.teenee.com/etc/24604.html

ภาพจาก: fwmail.teenee.com/etc/24942.html

 

ภาพจาก: fwmail.teenee.com/etc/24604.html

ภาพจาก: www.zone-it.com/forum/index.php?topic=109910....

 

เป็นภาพจาก: www.zone-it.com/forum/index.php?topic=109910....

 

เป็นภาพจาก: roch.clubdara.com/topic.php?topic=5421

พจาก: www.oknation.net/blog/print.php?id=20398

เป็นภาพจาก: www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/print.p...

ภาพจาก: th1.chinabroadcast.cn/27/2004/04/16/21@15707.htm

เป็นภาพจาก: www.tarad.com/puishop/product.detail.php?lang...

ภาพจาก: th1.chinabroadcast.cn/27/2004/04/16/21@15707.htm

ภาพจาก: www.agalico.com/board/showthread.php?t=19419

 

ข้อมูลนำมาจากหนังสือ "เส้นสายพู่กัันจีน" ที่สอนวิธีการวาดต้นไผ่ ใบไผ่ด้วยพู่กันจีน

จิตรกรจีนในฮ่องกงและนักเขียนอเมริกันร่วมมือกันเขียน เรียบเรียงเป็นภาษาไทย

โดย ณัฐพัฒน์ เป็นหนังสือเล่มบาง ๆ แค่หกสิบกว่าหน้า แต่อธิบายวิธีวาดและมีรูปประกอบ

ค่อนข้างละเอียด สวยงามและเข้าใจง่าย เราวาดใบไผ่ไม่เป็น     แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าถ้าฝึกวาดตามที่หนังสือบอกคงวาดได้ไม่ยาก

แต่ทำบล๊อคนี้แบบไม่ค่อยแน่ใจเรื่องลิขสิทธิ์ว่าจะลงข้อความทั้งเล่ม

ได้หรือเปล่าเลยให้อ่านบทนำกะบทแรกไปก่อน

ใครรู้เรื่องลิขสิทธิ์ก็ช่วยบอกหน่อยนะจ๊ะ







พิมพ์ที่ สนพ.วาดศิลป์ พับลิชชิ่ง
บริษัทธนบรรณจัดจำหน่าย
ราคา ๑๑o บาท


บทนำ



จิตรกรจีนในฮ่องกงและนักเขียนอเมริกันในแคลิฟอร์เนีย

ได้รวมพลังความสามารถในการเขียนคู่มือเล่มนี้ขึ้น เพื่อแนะนำให้รู้จักการเขียนภาพศิลปะที่งดงามของจีน

ในรูปแบบของการเขียนต้นไผ่ มันเป็นงานศิลปะที่สนุก น่าพิศวงและสวยงาม

ศิลปะการวาดภาพต้นไผ่ได้รับการเล่าขานมาว่ามีกำเนิดมาจากเจ้าหญิงลี แห่งราชวงศ์ถัง

นานมาแล้วการวาดภาพเป็นศิลปะล้ำค่าของเธอด้วยรูปแบบการแสดงออกที่งดงามนี้

เจ้าหญิงเลอโฉมผู้นี้จะนั่งอยู่ตามลำพังท่ามกลางชนบทยามราตรี และจ้องดูรูปแบบอันสง่างาม

ตามธรรมชาติของต้นไผ่ ขณะที่เงาของมันพาดผ่านไปตามพื้นดิน ภายใต้แสงจันทร์ เธอใช้พู่กันจีนจุ่มหมึกแล้ววาดภาพเงาของต้นไผ่

เป็นระยะเวลาหลายศตวรรษ จิตรกรในราชวงศ์ซุง หยวน หมิง และฉิง

ได้เลียนแบบงานศิลปะของเจ้าหญิงลี และการวาดภาพต้นไผ่ได้กลายรูปศิลปะของวัฒนธรรมจีน

ในประวัติศาสตร์และศิลปะของจีน ต้นไผ่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพืชที่มีศักดิ์ศรีสูงสุด สำหรับชาวจีนแล้ว

ต้นไผ่เป็นต้นไม้ที่เขียวตลอดกาลซี่งมีความมั่นคงและมีไหวพริบในทุกสภาพ

การวาดต้นไผ่เป็นรูปแบบศิลปะที่เป็นที่โปรดปรานในทุกราชวงศ์ของจีน

ตามบันทึกในสมัยต้นๆ การวาดภาพต้นไผ่มีกำเนิดมาจากราชวงศ์ถังโบราณ

แต่ว่าตัวอย่างของภาพวาดอันงดงามพบในราชวงศ์ซุง โดยจิตรกรที่มีชื่อของสมัยนั้นคือ เวน ตุง (Wen Tung) และซู ชิ (Su Shih)

การวาดภาพต้นไผ่เป็นศิลปะที่มีเสน่ห์ และจิตรกรผู้เข้มข้นด้วยอารมณ์หลงใหล

ในความงามของทิวไผ่ สามารถใช้เทคนิคในการสร้างสรรค์งานอันปราณีตสวยงามขึ้นมาได้

โดยการใช้ความสามารถอันละเอียดอ่อนที่เรียกว่า “พรสวรรค์ทางศิลปะ” ประกอบกับ

“ความรู้ความชำนาญที่ใช้ทำงานได้จริง” หนังสือเล่มนี้จะนำคุณไปสัมผัสกับทั้งสองประการข้างต้น

ขอให้ศึกษา เตรียมวัสดุอุปกรณ์ และเริ่มต้นวาดภาพต้นไผ่ที่คุณประทับใจ

เช่นเดียวกับเจ้าหญิงลีปฏิบัติในสมัยจีนโบราณ เมื่อเงาของต้นไผ่ที่กำลังแกว่งไกวอยู่สร้างแรงบันดาลใจในงานศิลปะของเธอ



เนื้อหาในเล่มมีทั้งหมดแปดบท

๑. ศิลปะการวาดภาพต้นไผ่
๒. อุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพต้นไผ่
๓. เทคนิคการใช้พู่กันจีน
๔. กาววาดลำต้น
๕. การวาดกิ่งไผ่
๖. การวาดข้อไผ่
๗. การวาดใบไผ่
๘. องค์ประกอบของการวาดต้นไผ่





ศิลปะการวาดภาพต้นไผ่



ก่อนที่คุณจะเริ่มวาดภาพต้นไผ่นั้น ขอให้หยุดสักครู่หนึ่งเพื่อสร้างความรู้สึกให้สอดคล้อง

กับจิตรกรจีนว่าเขารู้สึกอย่างไรกับต้นไผ่ สิ่งนี้จะทำให้คุณเกิดความสร้างสรรค์ทางศิลปะ

ซึ่งไม่อาจสามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ แต่คุณสามารถเห็นได้จากงานศิลปะ

ของจิตรกรจีนซึ่งเขาคิดถึงความงาม ความอ่อนไหว เคลื่อนไหวของต้นไผ่ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะแสดงออกมาด้วยคำพูด

ต้นไผ่เมื่อยังอ่อนอยู่มีความงามเหมือนกับหญิงสาว และสง่างามเหมือนชายหนุ่ม

และเมื่อมันเจริญเติบโตขึ้นมันก็เหมือนกับสุภาพบุรุษ ขณะที่ดอกกล้วยไม้แสดงความอ่อนหวาน

ต้นไผ่แสดงพลังที่นุ่มนวลและแข็งแกร่งในตัวของมัน สร้างความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง

และคุณจะเริ่มรู้สึกถึงประสบการณ์ที่จิตรกรชาวจีนรู้สึกเมื่อเขาหรือเธอวาดภาพต้นไผ่

การพิจารณาดูตัวอย่างภาพวาดต้นไผ่ จะทำให้คุณเกิดความซึ้งใจขึ้นมาทันทีกับรูปแบบศิลปะของจีนดั้งเดิม

ภาพวาดใช้สีดำบนพื้นสีขาว จิตรกรต้องคิดถึงภาพวาดในเงามืด ความเรียบง่ายและ

ความชัดเจนของสไตล์การวาดภาพต้นไผ่ซึ่งมีความงดงาม ด้วยการแสดงออกถึงความงามที่เรียบง่ายโดยการใช้โทนสีดำไปจนถึงสีขาว ปราศจากสีอื่น

บางคนเรียกการวาดภาพต้นไผ่ว่า “ศิลปะของความมืด” (art in blackness)

ในขณะที่คนอื่นเรียกว่า “ศิลปะของความว่างเปล่า” (the art of white blankness)

รูปแบบการวาดมีเสน่ห์ โดยการป้ายพู่กันสองสามครั้ง และความรู้สึกที่ต่อเนื่องของจิตรกรแสดง

ออกมาในรูปของต้นไผ่ ด้วยการใช้น้ำหนักของสีอันละเอียดอ่อนที่แตกต่างกัน

วาดฝีแปรงลงบนพื้นกระดาษสีขาว ซึ่งบิรเวณพื่นที่ที่ไม่ได้ถูกพู่กันสัมผัส

ได้สร้างรูปแบบของการวาดภาพซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการวาดภาพต้นไผ่

บริเวณพื้นที่สีขาวมีความเด่นชัดอย่างลึกซึ้ง และสร้างความรู้สึกถึงความว่างเปล่าซึ่งอยู่ลึกลงไป

และเกือบจะไม่เคยพบในรูปแบบอื่นของการวาดภาพด้วยพู่กันเลย

หมายเหตุ ต้นไผ่มีความหมายลึกซึ้งในวัฒนธรรมของจีน แสดงถึงคุณลักษณะความเป็นสุภาพบุรษอันสูงส่ง

ความตรงของลำต้นเสมือนความความสุภาพ ถ่อมตน ความเข้มแข็ง และต้นที่สูงชลูดเปรียบกับความไม่ย่อท้อหรือไม่ยอมแพ้




บีจีจากเวบ chaparralgrafix.com
ไลน์จากคุณขุนพลน้อยโค่วจง


Free TextEditor

โดยเฉพาะภาพต้นไผ่ มีความหมายแฝงอยู่

คือ จากลักษณะลำต้นเป็นข้อๆ คนจีนให้ความหมายว่า

จะเจริญขึ้นเรื่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ

ส่วนลักษณะลำต้นที่ตรงไม่มีความหมายว่า

หากเปรียบเป็นคนก็เป็นคนที่ซื่อตรงไม่โกหกหลอกลวง

 

องค์ประกอบของการวาดไผ่



ภาพจากเวบ
http://xabusiness.com/chinese-bamboo-paintings.htm



การวาดภาพต้นไผ่ให้  ความสำคัญกับความงามของ 

บริเวณที่เป็นพื้นที่สีขาว  และการสไตล์การแสดงออกของเงา   

และการลงพู่กันที่ชัดเจน  ส่วนประกอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ  

องค์ประกอบที่ดีจะต้องมีความสมดุล ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด  

คือ ความสมดุลแบบสบาย ๆ ซึ่งมีส่วนอื่น ๆ   ส่งเสริมให้ความความ  

สมดุลกับส่วนที่เป็นศูยน์กลาง   และความสมดุลกับส่วนที่เป็นศูยน์กลาง  

และความสมดุลที่เป็นระเบียบซึ่งส่วนอื่น ๆ   จะสร้างความ  

สมดุลให้กับส่วนที่เป็นศูยน์กลางแต่ละด้าน  

โดยทั่วไปอาจจะพูดได้ว่าส่วน 

ที่เป็นศูยน์กลางไม่ควรจะวางไว้ที่กลางกระดาษ   

หรือตามเส้นกลางในแนวนอน หรือตามเส้นตัดขวาง

ในการวาดภาพต้นไผ่   มักจะวางภาพที่มีความสมดุลแบบสบาย ๆ   

ส่วนประกอบที่ได้ผลคือ  การวางส่วนที่เป็นศูยน์กลาง  ไว้ส่วนบนหรือ  

ส่วนล่างแกนกลางของภาพ   แล้วให้ความสมดุลด้วยการเสิรมสร้างต่าง ๆ

เข้าไปในแนวทะแยงด้านตรงข้าม   การสร้างภาพในรูปสาม   

เหลี่ยมสามารถนำมาใช้ได้ผลดีเช่นกัน   เมื่อมีส่วนประกอบสามส่วน 

อยู่ในภาพคือส่วนที่เป็นศูยน์กลาง   ส่วนประกอบเสริมและส่วน   ประกอบย่อย  

การวางแผนในการวาดภาพในรูปแบบตัว   "Z" หรือ "S"    

ก็เป็นส่วนประกอบที่ดีในการวาดต้นไผ่     และการพิจารณาใน    

รื่องของมุมมองเป็นเรื่องสำคัญ    รวมทั้งความงามของบริเวณพื้นที่ว่างสีขาว   

ระหว่างการวาดภาพลำต้นหลัก กิ่ง และอื่น ๆ  

ในการวางแผนการวาดภาพต้นไผ่    ให้พิจารณากระดาษสีขาว  

ที่ว่างเปล่าซึ่งจะนำมาวาด   เช่นเดียวกับส่่วนของภาพที่จะวาดลงไป 

จะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ   ให้คิดถึงส่วนประกอบเพื่อที่จะให้ภาพทั้งหมดที่ออกมา 

ไม่ออกนอกพื้นที่กระดาษอันจำกัด   สิ่งนี้ทำให้สามารถ 

                                                                                                                          วางแผนขนาดขององค์ประกอบที่จะใส่ลงไป   และพัฒนาเสรีภาพในการแสดงออกได้

 

 รูปไผ่จากหนังสือที่เคยแปะรูปวิธีวาดไผ่เบื้องต้นให้ดู คราวนี้เป็นนรูปในเล่ม ลายเส้นทั้งคมทั้งพลิ้วเลย

















ผลงานของจิตรกรท่านนี้ค่ะ


อุปกรณ์ที่ใช้วาดภาพต้นไผ่

 




ภาพจากเวบ http://www.mountainearthstudio.com/html/portfolio.html

ชาวจีนได้กล่าวไว้ว่า “ในการที่จะให้งานออกมาดูดีได้นั้น   คุณจะต้องเตรียมเครืองมือให้พร้อมเสียก่อน”
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า   คุณภาพของเครื่องมือและลักษณะการใช้เครื่องมือ   มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งานของคุณโดยตรง
แล้วสะท้อนให้เห็นว่าพู่กันทู่ ๆ หมึกเรียบ ๆ และกระดาษธรรมดา ๆ   ก็สามารถสร้างภาพวาดต้นไผ่ที่มีชีวิตชีวา
และน่าสนใจได้อย่างไร พูดกันโดยทั่วไปแล้ว ส่วนประกอบสำคัญ ๔ อย่างที่จำเป็น
   
ต้องใช้ในการวาดภาพต้นไผ่คือ พู่กัน หมึก กระดาษ และจานหินผสมหมึก   จิตรกรจีนคิดว่าเครื่องมือเหล่านี้เป็นสิ่งที่หาค่ามิได้
และเคารพเครืองมือในการวาดภาพเสมือน “สมบัติ ๔ อย่างในห้องเรียน” (เหวินฝังซื่อเป่า)

พู่กันจีน


ในศตวรรษที่ห้าก่อนคริสต์ศักราช ได้มีการประดิษฐ์พู่กันจีนขึ้นสำหรับการเขียน
(การประดิษฐ์ตัวอักษร) การวาดภาพในสมัยราชวงศ์ฉิง
ได้มีการพัฒนารูปแบบของพู่กันจีนจนเป็นอย่างที่เห็นกันในปัจจุบันนี้
พู่กันจีนมีความละเอียดอ่อนและตอบสนองต่อความต้องการ
เส้นและรอยพู่กันที่วาดลงไปนั้นสามารถเป็นไปตามความรู้สึกของจิตรกร


 


โดยพื้นฐานแล้ว พู่กันจีนมีอยู่ ๒ ชนิด พู่กันชนิดขนนิ่มและพู่กันชนิดขนแข็ง
พู่กันมีหลายขนาดด้วยกัน โดยสามารถวาดเส้นที่มีความหนาไปจนถึงเส้นบาง
และจากเส้นที่มีความอ่อนไหวจนถึงเส้นที่มีความมั่นคง
จิตรกรจีนจะพูดถึงพู่กันของเขาในลักษณะที่มีความ “คม” “สม่ำเสมอ” และ “แข็งแรง”

คม (sharp) หมายถึงปลายพู่กัน ความสม่ำเสมอ (even) หมายถึงการลงขนพู่กัน การใช้พู่กันอย่างสบาย ๆ
ความแข็งแรง (strong) หมายถึงขั้นตอนสุดท้ายของภาพวาดที่ปรากฏขึ้น

พู่กันมีส่วนประกอบ ๔ ส่วน ดังที่ได้แสดงไว้ในภาพบนคือ

ด้ามพู่กัน
โคนพู่กัน
ตัวพู่กัน
ปลายพู่กัน


หากขนของพู่กันมีความยาวหนึ่งนิ้วครึ่ง โคนพู่กันควรจะเข้าไปอยู่ในด้ามพู่กันหนึ่งนิ้ว
และปล่อยให้ขนของพู่กันยาดของมาครึ่งนิ้วเพื่อใช้ในการวาดภาพ ดังนั้นปลายของพู่กันจะแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนาน

ก่อนการใช้พู่กัน ให้นำพู่กันไปชุบน้ำเย็นสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งก่อนที่จะจุ่มลงในหมึก
หลังจากการใช้งานแล้วให้ล้างหมึกออกจากพู่กันจนสะอาด โดยใช้น้ำเย็นและบีบให้แห้ง
ท้ายสุด ให้วางพู่กันโดยให้ปลายพู่กันคว่ำลง ดังแสดงไว้ในภาพ



การเก็บพู่กันจีนที่ถูกต้อง-วิธีที่ผิด



ในการวาดภาพต้นไผ่ คุณจะใช้พู่กันเฉพาะอย่างกับงานที่แตกต่างกัน
โดยทั่วไปพู่กันชนิดขนแข็งใช้สำหรับการวาดเส้น ในขณะที่พู่กันขนนิ่มใช้สำหรับแต้มสี
ถ้าพูดอีกอย่างหนึ่งคือการใช้พู่กันชินดขนแข็งสำหรับวาดจุดที่มีความแหลมคมเช่น เส้นของใบไม้
และใช้พู่กันนิ่มสำหรับวาดภาพที่ต้องการให้หมึกซึม จิตรกรชาวจีนได้แบ่งพู่กันออกดังนี้

พู่กันจีนมักจะถูกเรียกว่า “ปลายปากกา” (penheads) ซึ่งเป็นพู่กันชนิดเดียวกันกับที่ใช้
ในการประดิษฐ์ตัวอักษรของจีน (Calligraphy)

พู่กันชนิดขนนิ่ม
พู่กันทิ (Tih brush) เป็นพู่กันที่มีขนาดใหญ่ มีขนพู่กันยาวกว่าสองนิ้ว

พู่กันไป่หยุง (Pai – Yung brush) ทำด้วยขนพู่กันชนิดนุ่ม
ผสมกับพู่กันที่แข็งกว่า พู่กันชนิดนี้มีทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก

พู่กันไป่เหวย (Pai – hwei bursh) มักจะใช้สำหรับวาดเส้น


พู่กันชนิดขนแข็ง
พู่กันทิ (Tih brush) เป็นพู่กันขนาดใหญ่ ทำด้วยขนพู่กันชนิดแข็ง

พู่กันกล้วยไม้และต้นไผ่ (Orchid – and – bamboo brush)

พู่กันประดิษฐ์ตัวอักษรและวาดภาพ (Calligraphy and painting bursh)

พู่กันเหวย และพู่กันถั่วแดง (Hwei brush and Red – bean bursh)

นักเรียนศิลปะที่วาดภาพต้นไผ่ ได้รับการแนะนำให้เตรียมพู่กันชนิดขนนุ่มหลาย ๆ ขนาด
เพื่อใช้ในการวาดเส้นและแต้มสี และพู่กันชนิดขนแข็งหลายขนาดสำหรับการวาดภาพในรายละเอียด
พู่กันจีนจะหมดสภาพหลังจากการใช้งานปลายพู่กันจะเริ่มทู่
แต่อย่าเพิ่งทิ้งไป พู่กันเก่า ๆ สามารถนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ
เช่น เพื่อการระบายพื้นที่ๆมีบริเวณกว้าง การวาดจุดและการวาดเงา



 



หมึกจีนและจานหิมผสมหมึก


จานหมึกที่เราใช้อยู่ ซื้อมาจากเมืองจีน ทำด้วยหิน เอามาตั้งโชว์ก็สวยดี


ในการวาดภาพต้นไผ่หมึกมีส่วนสำคัญในกลุ่มจิตรกรชาวจีนถือว่าหมึกเป็นอุปกรณ์วาดภาพอย่างหนึ่ง
หากคุณสามารถใช้โทนสีหมึกทั้งอ่อนและเข้มได้อย่างเหมาะสม
จะทำให้หมึกมีความแตกต่างอย่างมาก มีคำพูดเก่า ๆ กล่าวว่า “หมึกมีเจ็ดสี”
ซึ่งหมายความว่า หมึก สามารถให้สีต่าง ๆ ได้อย่างมากมายหมึก
เป็นจิตวิญญาณในการวาดภาพของจีน และเมื่อหมึกถูกนำมาวาดภาพได้อย่างสวยงามแล้ว
ภาพวาดย่อมจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างนานับปการ


หมึกจีนอยู่ในรูปของแท่งหมึกแห้ง ซึ่งมีด้วยการ ๓ ชนิด
หมึกที่ทำมากจากเขม่าน้ำมันตั้งอิ๋ว เขม่ายางสน และเขม่าแลคเกอร์ หมึกที่ทำมาจากเขม่าน้ำมัน
ตั้งอิ๋วมีคุณภาพดีที่สุดสำหรับการวาดภาพต้นไผ่ เนื่องจากมีความดำเป็นประกาย
ร้านขายอุปกรณ์สำหรับงานศิลปะจะมีแท่งหมึกนี้จำหน่าย
ให้เลือกชนิดที่เป็นผงละเอียดและผสมกาวเพียงเล็กน้อย มีสีดำสนิท
นอกจากหมึกแท่งแล้ว ร้านจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับงานศิลปะสมัยใหม่มีหมึกน้ำจำหน่าย
ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการบทเป็นอย่างมาก

สมมติว่าคุณกำลังจะใช้หมึกชนิดแท่ง ให้เตรียมการดังต่อไปนี้

นำเอาจานหินผสมหมึกและไว้ด้านหน้าตัวคุณ จานหมึกผสมหมึกเป็นหินเรียบเนื้อละเอียด
ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีหลุมตื้น ๆ ด้านบนใส่น้ำเย็นสะอาดลง
ในหลุมจานหินโดยให้เปียกจนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
จับแท่งหมึกในแนวดิ่งเพื่อให้ปลายแท่งหมึกอยู่บนด้านหินที่ฝน
และหมุนแท่งหมึกไปรอบ ๆ เป็นรูปวงกลม ดังแสดงไว้ในภาพ
(แต่ถ้าไม่ถนัดใช้หมึกแท่ง จะใช้หมึกแบบสำเร็จก็ได้ แนะนำหมึกของญี่ปุ่น คุณภาพจะดีกว่า)

วิธีใช้หมีกแท่ง-หมีกญี่ปุ่น



ใส่น้ำลงในหลุมจานหินไปเรื่อย ๆ จนคุณได้หมึกสำหรับใช้ในการวาดภาพ
ให้บดหมึกใหม่ไว้ใช้ทุกครั้งที่คุณวาดภาพ ล้างจานหินให้สะอาดหลังจากการใช้งานแล้วเช็ดแห้ง
สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากหมึกมีส่วนผสมกาวอยู่ด้วย
เมื่อหมึกแห้งจะเป็นการยากที่จะล้างออก นอกจากนี้การผสมหมึกเก่ากับใหม่
จะทำให้สีที่ออกมาไม่สวยงาม และทำให้พู่กันเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

ความลับในการให้ได้สีหมึกที่สม่ำเสมอกัน คือให้ใส่น้ำเพียงหนึ่งช้อนลงในจานหินเท่านั้น
แล้วบดด้วยแท่งหมึกจนได้หมึกที่มีสีเข้มและเหนียว
แล้วจึงเติมน้ำลงไปอีกหนึ่งช้อนเล็กและบดอีกครั้งจนคุณได้คุณภาพของหมึก
ที่ต้องการในการวาดภาพ เมื่อคุณบดด้วยแท่งหมึก ให้บดช้า ๆ
แล้วคุณจะได้หมึกที่มีคุณภาพดี ให้บดแท่งหมึกเบา ๆ เพื่อไม่ให้จานหินชำรุด
และเก็บแท่งหมึกไว้ในกล่องระหว่างที่ไม่มีการใช้งานเพื่อไม่ให้แท่งหมึกแตก


เมื่อคุณะลายหมึกในน้ำแล้ว หมึกสามารถแบ่งได้เป็น ๕ น้ำหนักสี คือ สีถ่าน สีดำเข้ม สีดำ สีเทากลาง สีเท่าอ่อน

สีถ่านเป็นสีที่มีความเข้มมากและหนาเหมือนกับครีม
ในการทำหมึกให้เป็นสีถ่านจะต้องฝนแท่งหมึกลงในน้ำบนจานหิน
จนกระทั่งหมึกไม่ละลายอีกต่อไปแล้วปล่อยหมึกทิ้งไว้เช่นนั้นสักพักเพื่อ
ให้ส่วนที่เป็นน้ำระเหยออกไป ในการทำหมึกให้เป็นสีดำเข้มนั้น
ก็เพียงเติมน้ำลงไปในหมึกที่เป็นสีถ่านเล็กน้อย
และเติมน้ำลงไปอีกเล็กน้อยเพื่อทำสีดำ
เติมน้ำลงไปอีกเพื่อให้เป็นสีเทากลาง และเติมน้ำลงไปอีกหน่อยเพื่อให้เป็นสีเทาอ่อนซึ่งเป็นเพียงเงาบาง ๆ
ของสีหมึกที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น ภาพล่างแสดงน้ำหนักสีของสีดำที่แตกต่างกัน


 


คุณสามารถทดสอบโทนสีที่คุณทำออกมา โดยการใช้พู่กันแต้มหมึกเล็กน้อยแล้วป้ายฝีแปรงเร็ว ๆ ลงบนกระดาษ
ใช้จานรองสะอาด ๆ (หรือจานหลุม) พร้อมกับน้ำเล็กน้อยแล้วนำพู่กันลงไปคนจนคุณได้โทนสีที่คุณต้องการ
การเตรียมสีจึงเป็นอันเสร็จเรียบร้อย หลังจากการวาดภาพในแต่ละตอนให้ล้างจานหินผสมสี
และผสมหมึกใหม่แต่ละครั้ง แล้วรักษาแท่งหมึกหมึกให้สะอาดโดยการล้างน้ำอยู่เสมอ
ให้เก็บแท่งหมึกในที่มืด และไม่ควรแช่ทิ้งไว้หรือให้โดนน้ำ ดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว
ควรมีกล่องไว้บรรจุแท่งหมึกเพื่อการเก็บรักษาที่ดี เนื่องจากหมึกแท่งที่ชื้นจะทำให้หมึกเป็นก้อนหยาบ ไม่สะดวกต่อการใช้งาน



 



กระดาษจีน


โดยพื้นฐานแล้ว การวาดภาพต้นไผ่โดยการใช้โทนสีของหมึกเหมือนกับการวาดภาพสีน้ำโดยใช้สีดำนั่นเอง
ดังนั้นอาจจะต้องใช้กระดาษสำหรับสีน้ำ ในประเทศจีน (ร้านส่วนมากมีกระดาษนี้จำหน่าย)
กระดาษสวน (Hsuen paper) เหมาะสำหรับการใช้งานที่สุด ไม่ว่าจะใช้กระดาษอะไรก็ตาม
ให้ดูคุณภาพของกระดาษก่อนวาดภาพ เพื่อให้คุณทำงานได้อย่างไม่มีอุปสรรค กระดาษจะต้องแน่น แข็ง
ไม่มีรอยเปื้อนและเหมาะสมที่จะใช้กับหมึก

กระดาษสวนมีอยู่ ๒ ชนิด ชนิดหนึ่งดูดซึมหมึกได้ดีเมื่อวาดด้วยพู่กัน
อีกชนิดหนึ่งลงสารส้มไว้จึงทำให้ไม่ดูดซึมหมึกและเหมาะสำหรับการวาดภาพที่ต้องใช้รายละเอียด
นอกจากกระดาษแล้วในทางตะวันออกบางครั้งจิตรกรวาดภาพลงบนผ้าไหม
ในการใช้ผ้าไหมเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว ผ้าไหมลิงบางชนิด (Thin “Ling” silk)
ได้นำมาใช้ในการวาดภาพ โดยจะต้องลงสารส้มและแป้งเปียกก่อนที่จะน้ำมาใช้วาดภาพ

นอกจากกระดาษสวนแล้ว ยังมีการใช้กระดาษเหมียนในบางโอกาส (Mien paper)
กระดาษชนิดหลังนี้ทำมาจากฝ้ายและสามารถดูดซึมน้ำได้เป็นอย่างดี
และถือว่าเป็นกระดาษดิบ (Raw paper) ซึ่งในเมืองไทยเรียกกระดาษชนิดนี้ว่า “กระดาษสา”
เมื่อกระดาษดิบได้รับการเคลือบด้วยยางสนและสารส้มก็จะเปลี่ยนเป็นกระดาษชนิดไม่ดูดซึม
กระดาษดิบเหมาะที่จะใช้กับงานที่ต้องใช้ “ผิวกระดาษขรุขระ”
เท่านั้น กระดาษสวนอย่างดีเรียกอีกอย่างว่ากระดาษข้าว
เป็นกระดาษขนาดใหญ่ เช่น ขนาด ๔, ๕, ๖ ฟุต ต่อม้วน ดังนั้นจึงสามารถวาดภาพใหญ่ ๆ ได้
นอกจากนั้นยังมีเกรดที่แตกต่างกัน โดยใช้ชื่อเรียกที่แตกต่างกัน เช่น กระดาษสวนเยนเหมียน กระดาษสวนยูเพน
กระดาษสวนกังสองชั้น กระดาษสวนกังชั้นเดียว กระดาษสวนที่ได้มาจากต้มและตี
กระดาษสารส้มซับเฉียน กระดาษสวนเต้าหู้ จิตรกรจีนจึงมีกระดาษมากมายให้เลือกเพื่อนำไปใช้งาน

ในการใช้หมึกกับกระดานั้น ให้พยายามใช้พู่กันวาดชั้นเดียว
และให้พู่กันวาดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้หมึกเลอะหรือซึมขยายออกบนกระดาษมากเกินไป

ใช้หมึกสีดำอ่อนวาดลงบนกระดาษก่อน และในขณะที่กระดาษยังเปียกอยู่ให้ลงหมึกสีถ่านและสีดำเข้ม
เพื่อให้โครงสีรวม ๆ ของภาพก่อน ภาพวาดจะมองดูชุ่มชื้น
สีหมึกที่ทับกันอยู่นั้นจะต้องระมัดระวังอย่างดี ห้ามวาดทับซ้ำแล้วซ้ำอีกบนกระดาษ
จะทำให้กระดาษช้ำและรูปภาพจะดูเลอะไม่สะอาดสดใส


 


อุปกรณ์ทั้งหมดที่นักวาดภาพต้นไผ่ต้องใช้

๑.​ กระดาษสำหรับวาดภาพ
๒. พู่กันจีนหลายขนาด
๓. จานหิมผสมหมึก
๔. ถ้วยแบ่งน้ำ
๕. จานแบ่งโทนของหมึก
๖. ที่ทับกระดาษ
๗. ที่บรรจุหมึกแห้ง
๙. ที่พักพู่กัน



ข้อความในบล๊อคนี้นำมาจากหนังสือ "เส้นสายพู่กันจีน"
เรียบเรียงโดย ณัฐพัฒน์
พิมพ์ที่ สนพ.วาดศิลป์ พับลิชชิ่ง
บริษัทธนบรรณจัดจำหน่าย
ราคา ๑๑o บาท

วาดไผ่แบบลงสี

http://www.youtube.com/watch?v=RpYC0UMyonk



คลิปวาดไผ่กับนก เป็นภาพลงสี
http://www.youtube.com/watch?v=ej4wNmuxSSk



คลิปรวมภาพไผ่จีน
http://www.youtube.com/watch?v=7wR4VGv4BqI

เทคนิคการใช้พู่กันจีน
จิตรกรจีนผู้มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพของคนจีนสมัยโบราณ
ได้สั่งสอนนักเรียนเกี่ยวกับการวาดภาพต้นไผ่ด้วยวิธีการที่น่าประทับใจดังนี้

“ก่อนการวาดรูป พวกเราควรจะนึกไว้ก่อนว่าจะเคลื่อนลีลามืออย่างไร”  
การเคลื่อนไหวลีลามือในการวาดภาพก็เหมือนกับการเคลื่อนไหวมือในการประดิษฐ์ตัวอักษร   
คุณควรจะนั่งหรือยืนตัวตรง หากคุณต้องการวาดภาพบนกระดาษ พัด ที่มีขนาดไม่เกิน ๒ ตารางฟุต  
ด้วยท่าทางที่เหมาะสมคุณอาจจะนั่งก็ได้   สำหรับภาพวาดที่มีขนาดใหญ่คุณจะต้องยืนตรง  
โดยให้แขนและข้อมือออกจากโต๊ะ ความจริงแล้วคุณกำลังถือพู่กันอยู่ โต๊ะควรจะมีความสูง ๔/๑o 
ของความสูงของคนวาด และบนโต๊ะควรจะกว้างและเรียบ    คลุมด้วยผ้าปูที่นอนเก่าๆหรือกระดาษหยาบที่ดูดซับได้เป็นอย่างดี
เพื่อป้องกันไม่ให้หมึกเปื้อนทะลุพื้นผิวโต๊ะ   นอกจากนี้กระดาษหยาบที่ปูไม่ควรจะยับหรือย่น   
ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการวาดรูป   ผู้ที่เริ่มฝึกหัดควรจะเรียนรู้การจับพู่กันให้ห้อยลงเสียก่อน
และควรจะซื้อที่ใส่หมึก แท่งหมึก ที่แบ่งน้ำ  และชามจีนอีกสักสองสามใบ   สำหรับผสมหมึกและแต้มหมึก  
นอกจากนั้นควรจะมีพู่กันขนตั้งแต่ชนิดนุ่มไปจนถึงขนแข็ง หรือว่าทั้งสองอย่างโดยมีขนาดแตกต่างกัน  
วางแท่งหมึกและพู่กันทางด้านขวาของโต๊ะในการวาดรูป    ให้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองสามส่วน  
เมื่อวาดแต่ละส่วนเสร็จแล้วให้แขวนภาพ   แล้วมองในระยะไกลว่าเป็นที่น่าพอใจหรือไม่
หลังจากนั้นจึงวาดส่วนต่อไป   ในกรณีที่มีเรื่องราวในภาพที่ยุ่งยากซับซ้อน   
ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดวาดองค์ประกอบและวาดลงรายละเอียดที่ต้องเสียเวลามาก
“ใช้เวลาสิบวันในการวาดภูเขา   และ ห้าวันในการวาดลำธาร”    
ซึ่งก็หมายความว่าจิตรกรควรจะวางแผนการวาดภาพในแต่ละส่วนเป็นอย่างดีจนกว่าภาพจะเสร็จ







ความสำเร็จสูงสุดในการวาดภาพต้นไผ่ คือการเรียนรู้ที่จะใช้พู่กันจีนอย่างชำนาญ


ก่อนอื่น ต้องเรียนรู้ในการจับพู่กันจีนเพื่อการวาดภาพอย่างถูกต้อง ให้จับด้ามพู่กันให้แน่น
  
 โดยวางนิ้วหัวแม่มือของคุณไปทางด้านซ้ายของพู่กันจีน และนิ้วชี้และนิ้วกลางอยู่ทางด้านขวา
การทำเช่นนี้ทำให้จับพู่กันได้มั่นคง นอกจากนี้ยังช่วยนิ้วก้อยและนิ้วนางช่วยในการประคองพู่กันด้วย
การจับเช่นนี้ทำให้ด้ามพู่กันอยู่ในแนวตั้งกับกระดาษ ดูภาพประกอบ



เมื่อวาดภาพต้นไผ่เล็ก ๆ ผู้วาดอาจจะนั่งลงบนเก้าอี้และพักข้อมือลงบนโต๊ะเบา ๆ
ท่านี้ยังเหมาะสมกับการวาดภาพที่เนี๊ยบและมีการใส่รายละเอียดมาก



ในการวาดภาพขนาดใหญ่หรือภาพที่มีเนื้อกว้าง ข้อมือและข้อศอกควรจะยกขึ้นเหนือโต๊ะ
และการจับพู่กันควรจะอยู่ใกล้กับปลายด้ามพู่กัน ดังแสดงไว้ในภาพ

การวางข้อมือในลักษณะนี้ทำให้เคลื่อนไหวได้กว้างขึ้น และทำให้การเคลื่อนไหวของพู่กันแน่นอนขึ้น
คือสามารถใช้พู่กันได้ในพื้นที่ ๆ กว้างที่สุดและสามารถใช้แรงได้มากที่สุดเช่นกัน

การวาดภาพโดยการจับพู่กันไว้ในแนวดิ่งกับผิวกระดาษนี้ เรียกว่าการวาดโดยใช้จุดศูยน์กลางของพู่กัน
และมักจะใช้ในการวาดภาพต้นไผ่ไม่ว่าจะถือพู่กันในมืออย่างไรก็ตาม

การควบคุมพู่กันมีขั้นตอนพื้นฐาน ๕ ระดับด้วยกัน

การวางลง
การลากพู่กันขึ้น
การยกขึ้น
การกด
การเปลี่ยนทิศทาง


การวางลง คือการใช้พู่กันวาดลงบนกระดาษตามที่ต้องการ
ผู้วาดจะกำกับพู่กันเพื่อวาดตามความต้องการ จากซ้ายไปขวา จากบนมาล่าง
และในทางกลับกันอื่น ๆ เขาอาจจะลากปลายพู่กันไปข้างหน้าเหมือนกับดึงเส้นเชือกหรือผลักมันราวกับผลักก้อนหิน


วิธีการใช้พู่กันที่แตกต่างกัน จะให้คุณภาพการวาดที่แตกต่างกันในการแสดงความเบา
ความหนัก ความแน่น ความแม่นยำ ความกระด้าง ความสง่างาม และอื่น ๆ ทันทีที่วาดภาพเสร็จ
พู่กันจะถูกยกขึ้นจากกระดาษ การยกพู่กันจะต้องทำอย่างประณีตและสะอาด
บางครั้งต้องยกพู่กันเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ขณะที่ปลายพู่กันจะยังคงสัมผัสกระดาษอยู่
การทำเช่นนี้เป็นประโยชน์ในการวาดเส้นบาง ๆ อย่างรวดเร็ว ปลายพู่กันเมื่อถูกกดลงบนกระดาษ
เส้นหมึกก็จะหนาและหนักมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างต่อไป คือจิตรกรจะเปลี่ยนทิศทางที่จะวาด
ทำให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางของเส้นที่วาด ด้วยการควบคุมพู่กันดังกล่าว
เส้นที่วาดอาจจะปรากฏออกมาในลักษณะที่ราบเรียบหรือขรุขระ
และอาจแสดงความว่างเปล่าหรือเส้นหมึกที่ขาดไม่ต่อเนื่อง
โดยใช้หมึกที่ปลายพู่กันจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น

นอกจากการวาดภาพโดยใช้จุดศูยน์กลางของพู่กันมาแล้ว ยังมีเทคนิคการใช้ปลายพู่กันและด้านข้างของพู่กัน
และเป็นที่เข้าใจกันเป็นอย่างดีว่า พู่กันได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตเพื่อการใช้งาน
เช่นขนซึ่งเป็นแกนของพู่กันมีความยาวมากกว่าที่อยู่โดยรอบ ดังนั้นในการใช้จุดกลางพู่กันให้เหมาะสมนั้น
จะต้องจับพู่กันอย่างมั่นคงและตั้งตรง เพื่อให้แกนอยู่ตรงกลางในขณะที่ลงพู่กันและมักใช้สำหรับการวาดโครงร่าง
จุด และอื่น ๆ เมื่อใช้ด้านข้างของพู่กันด้ามพู่กันจะเอียงไปด้านหนึ่ง ตัวพู่กันและปลายพู่กันจะอยู่ด้านริมของด้ามพู่กัน
เทคนิคการใช้ด้านข้างของพู่กัน ใช้สำหรับการป้าย การทำโทนสีเข้มไปถึงสีอ่อน



เนื่องจากเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญในการใช้พู่กันจีนของคุณ จึงขอทบทวนจุดต่าง ๆ ดังนี้


การใช้พู่กันวาดภาพอาจจะแบ่งออกเป็น “การวาดภาพโดยใช้จุดศูยน์กลางของพู่กัน” (การวาดภาพในแนวตั้ง)
และ “การวาดโดยใช้ด้านข้างของพู่กัน” (การวาดภาพในแนวเอียง)
ในการวาดโดยใช้จุดศูยน์กลางของพู่กันโดยทั่วไปมักจะใช้พู่กันชนิดขนแข็ง
และพู่กันชนิดขนนุ่มสำหรับการวาดโดยใช้ด้านข้างของพู่กัน จะจับพู่กันในท่าซึ่งจิตรกรจีนเรียกว่า
“พู่กันห้อย” เพื่อวาดโดยใช้ด้านข้างของพู่กันดังแสดงไว้ในภาพ



พูดกันโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ในการวาดโดยใช้ด้านข้าง
พู่กันควรจะเอียงทำมุม ๓o องศากับหน้ากระดาษ
การใช้ด้านข้างของพู่กันสามารถทำให้การลงสีอ่อนได้รวดเร็วโดยใช้พู่กันขนาดใหญ่
นอกจากนี้ยังมีการวาดด้วยพู่กันอีกหลายชนิดที่ควรจะทราบเช่นกัน

“การวาดเป็นจังหวะ” พู่กันจะเคลื่อนไปเหมือนกับการแตะ เช่น การวาดจุด

“การวาดอย่างรวดเร็ว” พู่กันจะเคลื่อนไหวลากลงบนหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว

“การวาดแบบลาก” ปลายของพู่กันเคลื่อนนำไปก่อน และส่วนที่เหลือตามไปด้านหลัง
ภาพต่อไปนี้แสดงการลงพู่กันด้วยเทคนิคต่าง ๆ







ในการวาดภาพต้นไผ่ให้จำกฎเหล่านี้ไว้คือ แกนด้านข้างของพู่กันจีนมีความเชื่อมโยงกันภายใน
ทำให้คุณมีเครื่องมือทางศิลปะที่มีความยืดหยุ่น

เมื่อคุณซื้อพู่กันจีนอันใหม่ คุณจะพบว่าขนของพู่กันมีปลอกสวมป้องกันอยู่
ให้เอาปลอกทิ้งไปและอย่าพยายามหาปลอกมาทดแทนเพราะมันจะทำลายขนของพู่กัน

ในการเตรียมพู่กันเพื่อการวาดรูป ให้ล้างพู่กันด้วยน้ำเย็นแล้วกดพู่กันลงเบา ๆ
แล้วพลิกพู่กันพื่อให้ขนแยกออกจากกัน ต่อจากนั้นให้กลิ้งขนพู่กันไปด้านข้าง
เพื่อกำจัดน้ำส่วนเกินออก ตอนนี้ก็พร้อมที่จะจุ่มลงในหมึกแล้ว

ให้ใส่หมึกเล็กน้อยลงในจานสีตื้น ๆ พร้อมกับพู่กันและเติมน้ำลงไปจำนวนเล็กน้อย
คนให้เข้ากันและคุณจะได้หมึกโทนสีเทา ยิ่งเติมน้ำมากขึ้นเท่าใดสีเทาของหมึกก็จะอ่อนลงเท่านั้น
กลิ้งพู่กันไปที่ด้านข้างของขวดหมึกเพื่อกำจัดหมึกส่วนเกินออกไป และห้ามจุ่มหมึกโดยใช้ปลายพู่กันทิ่มหรือกระแทกแรง ๆ
บนจานสี เพราะจะเป็นการทำลายขนของพู่กัน ทำให้ปลายขนพู่กันแตก จำไว้ว่าพู่กันเป็นหนึ่งใน “ทรัพย์สมบัติสี่อย่างในห้องเรียน”


ในการใช้พู่กันอย่างชำนาญนั้น คุณจะต้องเข้าใจความสามารถของมัน
รวมทั้งธรรมชาติและความดูดซึมของกระดาษด้วย
สิ่งเหล่านี้เป็น “จุดที่ดี” ของการวาดภาพในการวาดภาพในการจัดการกับงานศิลปะของคุณ
วัสดุได้เป็นธรรมชาติอย่างที่สองรองจากตัวคุณ และเมื่อควบคุมพู่กันได้แล้วนั้น
คุณจะสามารถวาดภาพได้อย่างสบายใจ
และทำให้คุณมีความชำนาญในศิลปะการวาดภาพอย่างมีอิสระในอารมณ์
นักเขียนภาพผู้ยิ่งใหญ่ของจีนโบราณได้กล่าวไว้ว่า “ในการที่จะเป็นจิตรกรที่ดี
ผู้นั้นจะต้องเป็นนายของพู่กัน ไม่ใช่เป็นทาสของพู่กัน”



ข้อความในบล๊อคนี้นำมาจากหนังสือ "เส้นสายพู่กันจีน"
เรียบเรียงโดย ณัฐพัฒน์
พิมพ์ที่ สนพ.วาดศิลป์พับลิชชิ่ง
บริษัทธนบรรณจัดจำหน่าย
ราคา ๑๑o บาท






นึกได้ว่าเคยซื้อหนังสือภาพวาดของจีนไว้เล่มนึงเลยไปค้นดู ในเล่มมีรูปเกี่ยวกับไผ่ส่วนใหญ่
หน้าแรกๆมีรูปบอกวิธีวาดพร้อมคำบรรยาย เขียนตัวแบบหวัดเลยอ่านไม่ออกว่าเขียนอะไรมั่ง
 
มีทั้งหมดแปดรูป สแกนมาให้ดู ไว้บล๊อคหน้าจะให้ดูรูปสวยๆในเล่มค่ะ

หน้าปก




















บีจีจากเวบ chaparralgrafix.com
ไลน์จากคุณขุนพลน้อยโค่วจง


Free TextEditor



Free TextEditor
วาดใบไผ่


การวาดใบไผ่อย่างมีศิลปะเป็นสิ่งสำคัญของการวาดภาพต้นไผ่ที่ประสบผลสำเร็จ "ใบ"
บอกถึง "อารมณ์" ของต้นไผ่ และจะมีการวางรูปแบบของใบไผ่ที่แตกต่างกันมากมาย
บางครั้งใบไผ่ก็อยู่ใกล้กัน บางครั้งก็ห่างกันและบางครั้งก็ไขว้หรือทับกัน
นอกจากนั้นยังมีใบไผ่ที่พัดไหวตามลม และใบไผ่ที่สงบนิ่ง ใบไผ่ที่อยู่ท่ามกลาง
แสงอาทิตย์และสายฝน มันจะเปลี่ยนแปลงเรื่อยไป ขอให้เรียนรู้การวาดใบไผ่โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

ในการวาดใบไผ่ให้วาดใบเอียง ๆ และฝีแปรงของพู่กันควรจะมีพลังอารมณ์ที่เด็ดเดี่ยว
โดยการวาดครั้งเดียว หากลังเลไม่แน่นอนใจ ใบจะดูหนาและขาดความแหลมคม
การวาดใบต้องใช้ความเข้มแข็งของข้อมือในการใช้พู่กัน ไม่ใช่การเคลื่อนไหวนิ้วมือ
แต่ละครั้งที่ลงพู่กันไปควรจะมีแรงกดและสร้างความแหลมที่ปลายใบ
ให้สังเกตว่าส่วนฐานของใบจะต้องกลมและเต็ม จากนั้นเรียวเล็กลง
ไปจนถึงจุดตรงปลาย ในการให้ได้ผลเช่นนี้จะต้องวาดพู่กันอย่างรวดเร็ว
กดพู่กันลงที่ส่วนฐานของใบ แล้วค่อย ๆ ปล่อยแรงกดขณะที่พู่กันเคลื่อนไปตามใบ
และจากนั้นเรียวลงไปจนถึงปลายใบให้สังเกตดังตัวอย่าง





กดพู่กันให้กว้างที่บริเวณฐานและลดแรงกดและความหนาลงจนไปถึงปลาย


การวาดใบไผ่ ให้ใช้หมึกที่มีความเข้มข้นของน้ำหนักสีระดับกลางและโทนสี
ที่แตกต่างกันตามต้องการ หากกิ่งไผ่เป็นสีเข้ม ใบควรจะเป็นสีเข้มด้วย
และหากกิ่งเป็นสีอ่อน ใบก็ควรจะเป็นสีอ่อน เพื่อให้เกิดความกลมกลืนในภาพ
ให้แยกลำต้นที่อยู่ด้านหน้าจากต้นที่อยู่ด้านหลัง โดยการใช่ช่องว่างที่เหมาะสม
หมึกสีเข้มใช้กับใบที่อยู่ด้านหน้า และหมึกสีอ่อนใช้กับใบที่อยู่ด้านหลัง

ในการวาดภาพใบไผ่ที่อยู่เป็นกลุ่ม ให้ใช้นำ้หนักหมึกสีเข้มกับใบไม้ที่อยู่ด้านหน้า
และใช้นำ้หนักหมึกสีอ่อนสำหรับใบที่อยู่ด้านหลัง
จากนั้นให้วาดใบที่อยู่กับก่ิงหลักด้านหน้าก่อน แล้วจึงวาดใบที่อยู่ด้านข้างที่ด้้านหลังดังภาพ



การวาดใบอ่อนและใบแก่ของไผ่ได้แสดงไว้ในภาพข้างล่าง
ใบอ่อนมีลักษณะแคบและสั้นกว่า ขณะเดียวกันก็ดูอ่อนโยนและมักจะผลิออกจาก
ปลายกิ่ง ส่วนใบแก่จะกว้างและยาวกว่า ตลอดจนมีลักษณะกิ่งใบแข็งแรง



ใบแก่


ภาพบนแสดงให้เห็นว่าใบที่อยู่ติดกับลำต้น ไม่ควรยื่นออกไปมากและควรเชื่อมต่อกัน
ในขณะที่ใบที่อยู่ไกลออกไปควรจะคลี่ออกและดูเจริญเติบโต

การวาดใบแบ่งขั้นตอนออกเป็น ๒ ขั้นตอนคือ
๑. ใบชี้ขึ้นข้างบน
๒. ใบชี้ลงข้างล่าง

นอกจากนั้นใบไผ่ในวันที่อากาศสดใสจะชี้ขึ้นข้างบน
ขณะที่ใบไผ่ในวันที่ฝนตกมักจะชี้ลงข้างล่างเสมอ





คราวนี้เรามาเรียนรู้การวาดใบไผ่ในวันที่อากาศแจ่มใส จากการลงพู่กัน ๑ - ๗ ครั้ง​
(หนึ่งครั้งต่อใบ ๑ ใบ) และแต่ละลีลาของปลายพู่กันมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป











การลงพู่กันต่าง ๆ ที่ใช้ในการวาดใบไผ่

ต่อไปนี้จะได้เรียนรู้การวาดใบแก่ หรือใบไผ่ที่เห็นในวัันฝนตกเมื่อใบชี้ลง





ด้วยการฝึกฝนคุณจะพบว่า คุณสามารถวาดภาพเหล่านี้โดยเพียงแต่กวาดพู่กันจีนอย่างรวดเร็ว
และภาพก็จะเสร็จเรียบร้อยในเวลอันสั้นและรวดเร็ว



ในลักษณะนี้เรียกว่า "หางนกนางแอ่น" ซึ่งมี ๓ สไตล์ด้วยกันคือ
ปรกติเอนไปทางขวา เอนไปทางซ้าย (ลงพู่กัน ๓ ครั้ง ๑ ครั้ง ต่อ ๑ ใบ)







ให้สังเกตการจัดใบเป็นกลุ่มโดยการรวมลักษณะการลงพู่กันข้าง
ต้นเข้าด้วยกันนั้น มีรูปแบบเป็นอย่างไร ดังภาพที่แสดง



ในการวาดกลุ่มของใบไผ่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ให้วาดใบไผ่ด้วยการลงพู่กัน ๕ ครั้ง
ดังภาพที่แสดงแล้วรวมเข้าด้วยกัน







ภาพนี้เป็นวิธีหนึ่งของการลงพู่กัน ๑o ครั้งในการวาดใบไผ่
ซึ่งใบด้านบนโน้มลงและกลืนไปกับใบด้านล่าง รูปแบบของใบไผ่และกลุ่มของใบไผ่มีมากมายหลายวิธี
มันจะช่วยให้จิตรกรมีเสรีภาพในการแสดงออก







ในการควบคุมเสรีภาพในการแสดงออกนั้น เราจะต้องพิจารณาจำนวนรูปแบบต่าง ๆ
ของใบซึ่งจะช่วยเสริมภาพที่ปรากฏออกมา เช่น การลงพู่กันซึ่งแสดงออกถึงใบที่อยู่ปลาย
สุดของกิ่งในวันที่ฝนโปรยลงมา ใบเหล่านี้จะถูกวาดให้อยู่ในลักษณะชี้ลงและอยู่ในแนวตั้ง


 


ภาพชุดต่อไปแสดงให้เห็นใบไผ่ที่มีลักษณะเอนอย่างง่าย ๆ
ซึ่งแสดงให้เห็นใบไผ่ที่อยู่ปลายกิ่งขณะที่ลมกำลังพัดอย่างแรง


ใบไผ่เมื่อถูกลมพัดกระหน่ำทำให้เอนไปด้านขวา


ใบไผ่เมื่อถูกลมพัดเบา ๆ ทำให้เอนไปทางด้านซ้าย


ภาพชุดต่อไปแสดงให้เห็นถึงการลงพู่กันอย่างง่าย ๆ
(ทั้งในแนวดิ่งหรือเอนไปทางซ้ายหรือเอนไปทางขวา) รวมทั้งแสดงว่าใบที่ปลายกิ่ง
มีรูปแบบอย่างไรในวันที่อากาศแจ่มใส ใบต้องดูสวยงามและสดชื่น
คุณควรจะรู้แบบฟอร์มต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ เพราะมันจะทำให้คุณสามารถวาดรูปได้หลากหลาย


 



รูปแบบของใบไผ่ที่สดชื่นมีความเป็นประกาย จะพบได้ที่ปลายกิ่งไผ่ในวันที่
อากาศอบอุ่นกำลังสบาย ในการวาดใบไผ่ไม่ควรปฏิบัติดังนี้

ห้ามวาดใบไผ่ที่มีลักษณะเหมือนกับใบพืชที่มีลักษณะกลมมน
หรือเมื่อวาดให้เรียวก็ใช้การวาดแบบรวดเร็ว ดังภาพที่แสดง



ใบไผ่มีลักษณะพิเศษในตัวมันเอง ซึ่งจะต้องคงลักษณะนี้ไว้ ใบไผ่
ไม่ควรจะวาดแยกออกมาแบบแข็ง ๆ เหมือนนิ้วมือทั้งห้านิ้วของเราเอง
หรือว่าสานกันไปมาดังภาพที่ได้แสดง







การจัดใบไผ่ขั้นพื้นฐานมี ๒ อย่างคือ ในแนวนอนกับแนวตั้ง
ซึ่งการผสมผสานของการจัดกลุ่มใบเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้เกิดความสง่าและสวยงาม
ก่อนอื่นเราจะศึกษาการจัดใบในแนวนอน ซึ่งใบต่าง ๆ จะอยู่รวมกลุ่มในแนวนอน
ใบหนึ่งอยู่เหนืออีกใบหนึ่ง ดังภาพแสดงการจัดกลุ่มใบด้านล่าง



ในการจัดกลุ่มให้สวยงามเช่นนี้ จะต้องวาดใบตามลำดับดังแสดงไว้ในภาพต่อไปนี้



ขั้นแรก ต้องวาดใบแถวบน (หนึ่งถึงสี่) ดังแสดงไว้ในภาพ A

ขั้นสอง ให้วาดใบในแถวที่สอง (ห้าถึงแปด) ดังแสดงไว้ในภาพ B

ขั้นสาม ให้วาดใบในแถวที่สาม (เก้าถึงสิบสี่) ดังแสดงไว้ในภาพ C

จากนั้นการจัดรูปแบบใบเป็นอันสมบูรณ์





ให้ทำความเข้าใจด้วยว่าส่วนประกอบของต้นไผ่ ขึ้นอยู่กับการที่ใบ
ไผ่ตัดกันไปมาในแนวตั้ง กลุ่มใบที่นำมาเป็นรูปแบบจะเลือกมาจากการประกอบของใบไผ่
ในแนวนอนแล้วนำมาประกอบในแนวตั้ง กลุ่มใบกลุ่มหนึ่งเหนือกลุ่มใบอีกกลุ่มหนึ่งเป็นลำดับ
ใบที่วาดลงไปต้องมีความแตกต่างเช่น กลุ่มใบบางกลุ่มแยกออกไปเป็นลักษณะตัว Y
บางกลุ่มก็แยกออกจากกันและกันและอื่น ๆ แต่ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า
การจัดกลุ่มใบโดยทั่วไปนั้นจะต้องชัดเจนและไม่สับสนต่อสายตา
ใบที่วาดออกมาควรจะมีความเด่นและตัดกันไปมาเพื่อแสดงสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดในกลุ่ม


 


ในการจัดกลุ่มใบให้เป็นยอดดังภาพ ต้องวาดตามขั้นตอนด่อไปนี้





การจัดกลุ่มใบในแนวนอน (เป็นชั้น) สามารถจัดแถวได้ถึง ๕ แถว
และหลังจากจัดใบให้ซ้อนกันเป็นชั้นได้ ๓ หรือ ๔ ชั้นในแนวตั้ง
แถวสุดท้ายควรจะทำให้สมบูรณ์โดยให้ใบอยู่ในลักษณะห้อยลงตามธรรมชาติของต้นไผ่
ภาพต่อไปนี้แสดงการจัดกลุ่มใบที่สมบูรณ์ ภาพ A - E แสดงขั้นตอนในการวาด

ขั้นแรก ให้วาดใบไม้แถวบนสุดในแนวนอนก่อน (๑-๔)
โดยลงพู่กัน ๔ ครั้ง ดังแสดงไว้ในภาพ A

ขั้นที่สอง วาดใบไม้ในแถวที่สอง (๔-๘) ใช้ลักษณะใบแบบ
"หางนกนางแอ่น" โดยให้เอนไปด้านซ้ายและขวาดังที่แสดงไว้ในภาพ B

ขั้นที่สาม วาดใบไม้แถวที่สาม (๙-๑๔) ใช้ลักษณะใบแบบ "หางนกนางแอ่น" เช่นเดียวกัน ดังแสดงไว้ในภาพ C

ขั้นที่สี่ วาดใบไม้แถวที่สี่ (๑๕-๑๘) ใช้ "หางนกนางแอ่น" เช่นกัน
ดังแสดงไว้ในภาพ D วาดใบที่ ๑๗ และ ๑๘ ให้กระดกขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความพุ่งให้แก่กลุ่ม

ขั้นที่ห้า วาดใบไม้แถวที่ห้า (๑๙-๒๔) โดยใช้ลักษณะใบแบบ
"หางนกนางแอ่น" ดังแสดงไว้ในภาพ E ให้ตกแต่งใบในแถวนี้เล็กน้อย เพื่อให้กลุ่มใบไผ่มีความสมบูรณ์

การจัดกลุ่มใบในแนวตั้งได้แสดงไว้ในภาพล่าง


การจัดกลุ่มใบในแนวตั้ง ได้แสดงไว้ในภาพ

โดยการวาดใบตามขั้นตอนจาก ๑ - ๑๒ จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์



การจัดกลุ่มใบในแนวตั้ง เริ่มต้นวาดใบที่ ๑ และ ๒ (ด้านซ้้ายใช้การลงพู่กันแบบ
"หางปลา") แล้วเพ่ิมใบที่ ๓ ลงไป จากนั้นให้วาดใบที่ ๓ ลงไป
จากนั้นให้วาดใบที่ ๔ และ ๕ โดยลงพู่กันแบบ "หางปลา"
แล้วเพิ่มใบที่ ๖ ใบที่ ๗ ไปจนถึง ๑o เป็นการผสมการวาดใบแบบหางปลาคู่เข้าด้วยกัน
สุดท้้ายให้จบด้วยการวาดใบแบบหางปลาที่ส่วนบนเพือให้ภาพที่สมบูรณ์


 
ข้อความในบล๊อคนี้นำมาจากหนังสือ "เส้นสายพู่กันจีน"
เรียบเรียงโดย ณัฐพัฒน์ พิมพ์ที่ สนพ.วาดศิลป์พับลิชชิ่ง
บริษัทธนบรรณจัดจำหน่าย ราคา ๑๑o บาท






เอาคลิปวาดไผ่มาฝากอีก คนวาดยังกะเสก ปาดพู่กันเร็ว ๆ ภาพออกมางามขนาดเลย
http://www.youtube.com/watch?v=Q8LhJxOAupI



คลิปวาดไผ่แบบลงสี
>http://www.youtube.com/watch?v=yB11lzu14UE



คลิปนี้ก็วาดสวย เห็นชื่อจิตรกรแล้วน่าจะเป็นคนอิตาเลียน วาดได้งามไม่แพ้คนจีนเลย
http://www.youtube.com/watch?v=4RCL6sVN2N8

วาดกิ่งไผ่


ในการวาดกิ่งไผ่ จะต้องจับพู่กันในลักษณะ “ชุงเฟ็ง” และในการวาดเส้นที่มั่นคงและเฉียบขาด
คุณจะเรียนรู้และมีความชำนาญในการวาดเส้นทั้งหนาและบาง โดยการใช้แรงกดตามจังหวะที่ถูกต้อง
ด้วยการฝึกฝนสมำ่เสมอ หมึกที่อยู่ในขนพู่กันควรจะมีความชุ่มและเข้ม ในขณะเดียวกัน
ตัวพู่กันควรจะแห้งเพื่อให้คุณสามารถใช้พู่กันได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็วยิ่งขึ้น



การวาดกิ่งไผ่ ควรทำความเข้าใจว่ากิ่งไผ่นั้นงอกออกมาจากข้อไผ่ ดังนั้น
ให้วาดจากลำต้นออกไปโดยการใช้ฐานของกิ่งเป็นตัวเชื่อมปล้องสองปล้อง
กิ่งไผ่มีมากที่สุดที่บริเวณเหนือตอนกลางของลำต้น
และจะพบว่ากิ่งไผ่ที่งอกออกไปทั้งสองด้านของข้อ
ไผ่มีความแตกต่างกัน ในขณะที่คุณวาดภาพ
พยายามจัดกิ่งให้อยู่ในตำแหน่งที่สอดคล้องกัน
ในบทนี้จะมีภาพและเนื้อหาซึ่งจะแสดงให้คุณเห็นว่าจะวาดภาพในส่วนนี้ให้สวยงามได้อย่างไร

ให้สังเกตว่าในการวาดกิ่งไผ่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน เมื่อเปรียบเทียบกับการวาดลำต้น
ในการวาดให้ลากพู่กันอย่างมั่นคงและแข็งแรง จากฐานเป็นเส้นหนา แล้วค่อย ๆ บางลงจนถึงปลาย ดังแสดงไว้ในภาพนี้



เมื่อวาดกิ่งไผ่ออกจากลำต้นที่สมบูรณ์ กิ่งไผ่ที่วาดควรจะเริ่มต้นจากข้อที่ ๕
จากลำต้นที่แสดงไว้ในภาพ และในการวาดกิ่งไผ่จากลำต้นเพียงส่วนหนึ่ง
กิ่งไผ่ที่วาดควรจะเริ่มต้นจากข้อที่ ๒ ดังแสดงไว้ในภาพล่างด้านขวา


 


ในภาพล่างแสดงให้เห็นว่ากิ่งไผ่งอกออกมาจากข้อไผ่
แล้วจึงแบ่งออกเป็นกิ่งไผ่เล็ก ๆ อีก ซึ่งภาพนี้ต้องใช้ศิลปะที่ละเอียดอ่อน





ให้สังเกตความหนาของหมึกที่ใช้ในการวาดกิ่งไผ่   ทุกข้อต่อของกิ่งไผ่มีลักษณะสั้น
และเป็นการใช้พู่กันวาดครั้งเดียว พูดอีกอย่างหนึ่งคือ แต่ละช่วงของกิ่งไผ่จะวาดเป็นเส้นสั้น ๆ
แล้วก็หยุดนิดนึงแล้วจึงวาดช่วงต่อไปทีละขั้น ๆ
การวาดกิ่งไผ่ไม่จำเป็นต้องปล่อยช่องว่างระหว่างช่วงเหมือนกับการวาดลำต้น



ให้วาดกิ่งไผ่ออกจากข้อของลำต้นเสมอ และให้สังเกตว่า
กิ่งไผ่จะอยู่ในลักษณะสลับกันไป กิ่งหนึ่งงอกเอนออกไปทางซ้าย   และอีกกิ่งหนึ่งงอกเอนออกไปทางขวา
ให้คิดเสมอว่ากิ่งจะอยู่ในลักษณะซ้าย ขวา ซ้าย ขวา

ขณะที่ลำต้นของไผ่มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก แต่การมอง
กิ่งไผ่นั้นจะออกมาในลักษณะที่กิ่งหนึ่งอยู่ด้านหน้า และอีกกิ่งหนึ่งอยู่ด้านหลัง ดังภาพ



กิ่งไผ่ที่บอบบางมักจะงอกออกมาจากลำต้นของต้นไผ่อ่อน
ก่ิงไผ่จะดูอ่อนไหวและละเมียดละไม ข้อไผ่มีขนาดเล็กและเรียบ
อย่างไรก็ตาม ในการวาดให้จับพู่กันให้มั่นคงและเคลื่อนไหวตลอด



กิ่งเล็ก ๆ มักจะปรากฎขึ้นที่ข้อต่อเล็ก ๆ ในแต่ละส่วนของกิ่งด้วย
พยายามใช้พู่กันอย่างรวดเร็วเมื่อวาดก่ิงไผ่ ให้ลากพู่กัน ลากไป ลากไป จนงานเสร็จเรียบร้อย



การวาดกิ่งไผ่แก่จะมีลักษณะมั่นคงและตรงไม่มีความนุ่มนวลอยู่เลย
ในการวาดกิ่งไผ่ชนิดนี้ให้วาดโดยใช้หมึกแห้งและเส้นบาง
และตรงข้อไ่ผ่ให้มีขนาดใหญ่กว่าข้อของกิ่งไผ่เล็กน้อย



กิ่งไผ่จะต้องแสดงความเอนเอียงของกิ่งที่แตกต่างกัน รวมทั้งจำนวนของใบที่อยู่บนกิ่งไผ่
พุ่มใบไผ่ที่บางเบาจะยื่นออกมาได้มั่นคงกว่า ในขณะที่พุ่มใบไผ่ที่หนาทำให้กิ่งไผ่ลู่ลง



นอกจากการเรียนรู้ว่าจะวาดกิ่งไผ่ได้อย่างไรแล้ว จิตรกรจะต้องเข้าใจ
ตำแหน่งกิ่งในสถานการณ์ที่แตกต่างกันด้วย (การจัดวางลักษณะของกิ่ง) ตัวอย่างเช่น กิ่งห้อยลง
ภาพแรกด้านล่างแสดงให้เห็นถึงกิ่งไผ่ที่ห้อยจากด้านขวาไปซ้าย ในขณะที่ภาพสองแสดงกิ่งไผ่ที่ห้อยจากซ้ายไปขวา





ในการวาดภาพกิ่งไผ่ที่ย้อยลง เช่นจากหน้าผาหรือนอกกำแพง
หรือว่ากิ่งไผ่ที่กำลังแกว่งไกวจากขวาไปซ้ายนั้น ให้วาดกิ่งที่เป็นหลักก่อน
จากบนลงมาด้านซ้ายแล้วจึงวาดกิ่งด้านข้างต่อไป จากนั้นให้หยุดและกดพู่กันเล็กน้อยที่ระหว่างข้อต่อ
ในการวาดกิ่งที่ห้อยลง ให้ลดแรงกดและความหนาเมื่อกำลังจะไปถึงปลายกิ่ง
ในการวาดกิ่งที่ห้อยจากต้นซ้ายไปขวาให้กลับตำแหน่งในการวาด



การจัดวางลักษณะของกิ่งในวันฝนตก หยาดฝนทำให้กิ่งไผ่มีน้ำหนักเพิ่งขึ้น
ในการวาดให้เริ่มต้นกิ่งที่เป็นหลักก่อน แล้วจึงวาดส่วนที่เหลือให้เสร็จ
จำไว้ว่ากิ่งสั้น ๆ จะโค้งงอเพียงเล็กน้อย ในขณะที่กิ่งที่ยาวและบอบบางจะห้อยลง


 


การจัดวางลักษณะของกิ่งในวันที่อากาศแจ่มใส   กิ่งไผ่จะชูชันและสดชื่นในการวาด
ให้คุณทำตัวให้สดชื่นกระฉับกระเฉงด้วย ขณะที่ลากพู่กันจากส่วนล่างไปส่วนบน
 และจะให้กิ่งมีความหนา บาง   มากหรือน้อยเพียงใดได้ตามชอบใจ



การจัดวางลักษณะของกิ่งในวันที่มีลมแรง   ตำแหน่งของก่ิงที่แสดงถึงว่า
ลมกำลังพัดอยู่ กิ่งไผ่ที่สั้นจะโน้มเพียงเล็กน้อย   ขณะที่กิ่งไผ่ที่ยาวจะโน้มลงมากกว่าในการวาด
ให้ใช้พู่กันในลักษณะที่มั่นคงและแข็งแรง   หากลงพัดจากด้านซ้าย
ก่ิงไผ่ที่อยู่ด้านซ้ายจะถูกบังคับให้ลู่ไปทางซ้าย   แล้วจะไปทางขวาหรือในทางกลับกัน
จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้การวาดภาพต้นไผ่ได้กลายเป็นศิลปะบริสุทธิ์อย่างแท้จริง


 





การวาดข้อไผ่


ขณะที่การวาดข้อไผ่เป็นสิ่งสำคัญในตอนจบของการวาดภาพต้นไผ่   แต่การวาดข้อไผ่ก็เป็นเรื่องง่าย
เพียงแต่ใช้หมึกเข้ม ๆ และขนพู่กันที่แห้ง​ โดยใช้นำ้หนักสีที่เข้มกว่านำ้หนักสีของลำต้น

การให้หมึกซึมเข้าไปที่ลำต้นต้องทำก่อนที่สีที่ลำต้นจะแห้ง
เพื่อช่วยให้สีดูนุ่มและกลมกลืนกันกับข้อไผ่    ข้อไผ่แต่ละข้อควรจะมีขนาดใหญ่กว่าลำต้นเล็กน้อย
และข้อไผ่นี้ใช้เพื่อการเชื่อมต่อระหว่างปล้อง ๒ ปล้องเข้าด้วยกัน

ในการที่จะวาดให้ข้อไผ่มองดูกลมนั้น   ฝีแปรงของพู่กันควรจะโค้งจากซ้ายไปขวา
อย่างข้อไผ่ให้เป็นตะขอหรือวาดแบบกระตุก   ให้วาดให้ข้อไผ่จากมุม
โดยให้ส่วนโค้งอยู่ด้านบนหรือล่างแล้วแต่กรณี   ความจริงแล้วการวาดข้อไผ่ให้ดูกลมเข้ากับ
ลำต้นนั้นจะให้มุมมองที่น่าดูต่อภาพ   ด้วยเหตุนี้พึงจำไว้เสมอว่า ข้อไผ่ ๒
แบบที่แตกต่างกัน (โค้งอยู่ด้านบนกับด้านล่าง) จะต้องไม่วาดรวมอยู่ในภาพเดียวกัน
จิตรกรจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะวาดให้โค้งอยู่ด้านบนหรือล่าง
ขึ้นอยู่กับมุมมององค์ประกอบของการวาดภาพต้นไผ่ว่าจะเป็นแบบใด

ภาพต่อไปนี้แสดงให้เห็นถึงการวาดข้อไผ่ที่ลงตัวสวยงามดังที่อธิบายไว้ข้างต้น







ข้อความในบล๊อคนี้นำมาจากหนังสือ "เส้นสายพู่กันจีน"
เรียบเรียงโดย ณัฐพัฒน์
พิมพ์ที่ สนพ.วาดศิลป์พับลิชชิ่ง
บริษัทธนบรรณจัดจำหน่าย
ราคา ๑๑o บาท






คราวนี้มีคลิปวาดไผ่มาฝากด้วย   เจอในยูตู๊บมีคนโหลดไว้ตรึมเลย


http://www.youtube.com/watch?v=-HKaZoXnwf8



http://www.youtube.com/watch?v=p_JPnUAwAZQ



http://www.youtube.com/watch?v=_36aaSBj8ew




บีจีจากเวบ http://www.chaparralgrafix.com/graphicspage27.htm


บีจีจากเวบ chaparralgrafix.com

ไลน์จากคุณเนยสีฟ้า

Free TextEditor

 

ภาพจาก: variety.teenee.com/foodforbrain/2677.html


ภาพจาก: www.o2blog.com/myblog/blog.php?user=prachya... 

 

 

 

ภาพจาก: thai.cri.cn/1/2005/03/08/21@39071.htm

  

 

ภาพจาก: www.oknation.net/.../2008/02/07/entry-1

 


                     ภาพจาก: eugene-chonlathee.blogspot.com/

 



นอกจากต้นไผ่ ยังมีรูปบางรูปที่เห็นบ่อยและมีความหมายในตัวเช่นกัน อาทิ

ดอกเหมย คนจีนถือว่าเป็นดอกไม้ชนิดเดียวของประเทศที่บานสู้หิมะ ฤดูหนาว

ไม่บานแข่งกับดอกไม้อื่น จึงเปรียบเสมือนคนที่ไม่สู้กับคนอื่น สงบเสงี่ยม ไม่อวดตัว

 

ดอกบัว เปรียบเหมือนคุณค่าของความงาม

ที่สามารถโผล่ออกมาจากโคลนตมได้โดยไม่

เปรอะเปื้อน จึงเป็นความสง่างามที่สูงค่า

 


ดอกบัวเป็นดอกไม้ที่ชาวจีนนิยมมากค่ะ

เราคงเคยเห็นภาพวาดแบบจีน
ที่เป็นรูปเด็กผู้ชายร่างกายแข็งแรงอ้วนท้วนสมบูรณ์ถือ

ไบบัวหรือดอกบัวไว้ในมือ
ภาพแบบนี้จะเป็นที่นิยมเพราะ

หมายความว่าครอบครัวนั้นจะมีลูกหลานเป็นชายไว้สืบสกุล
แบบไม่ขาดสาย และภาพปลาทองว่ายนํ้าไต้กอบัวที่มีใบใหญ่ไว้ป้องกันอันตรายแก่ปลาทอง


ภาพแบบนี้ถือว่าเป็นภาพมงคลให้ความหมายดี

หมายถึงความมั่งคั่งรํ่ารวยตลอดไปไม่มียากจน

ชาวอียิปต์รู้จักดอกบัวก่อนอินเดียอีกค่ะเพราะมีหลักฐานว่า

ได้พบดอกบัวมากมาย(ซากดอกบัวแห้งๆ)ที่หลุมศพหรือที่ปิรามิดของ

 พระเจ้าตูตังคามุน เมื่อ1361ก่อนพระเยซูประสูต

ดอกบัวในความหมายของอยิปต์คือการเกิดไหม่และใช้ในงานพิธีฝั่งศพในอียิปต์
คนที่เศร้าเสียใจจะถือดอกบัวในมือเป็นเคล็ดว่าบางที่ผู้ที่

จากไปแล้วอาจกลับมาเกิดไหม่อีกครั้งก็เป็นได้ชาวอินเดียนแดง

ยังมีเรื่องตำนานเกี่ยวกับดอกบัวเหมือนกัน เขาเล่าว่า
อเมริกาเหนือเป็นต้นกำเนิดของดอกบัวสีเหลืองค่ะ

ตำนานของอินเดียนแดงเผ่า ดาโกต้า
เล่าว่ามีนางฟ้า ได้ลงมาจากสวรรค์

และต้องการจะอาศัยอยู่กับอินเดียนเผ่านี้
หัวหน้าเผ่าชื่อว่า เรดสตรอว์เบอรี่ (Chief Red Strawberry)

ส่งลูกชายกับนางฟ้าองค์นี้นั่งเรือคานู
ข้ามทะเลสาปไปขอคำปรึกษาจากผู้รู้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

ขณะที่นั่งเรือไปตอนกลางคืน
ท่ามกลางความมืดนั่นเรือได้ชนเข้ากับก้อนหินค่ะ เรือล่มนางฟ้าองค์นี้หล่นหายไปในนํ้า
ในตอนเช้ามีดอกไม้สีเหลืองปรากฏขึ้นในบริเวณที่เรือจม

 

ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับดอกบัวอีกค่ะ     สมัยก่อนเชื่อว่าตั้งแต่มีดอกบัวสีขาว 

กำเนิดมาในโลกนี้มีส่วน  ทำให้มนุษย์มีความสุข   ความสงบมากขึ้น  

มีชีวิตที่ดีขึ้น   นี่เป็นความเชื่อของคนจีน   ในสมัยราชวงศ์หมิงอาจจะหมายถึง  

การที่คนจีนได้มีความเชื่อและนับถือศาสนาพุทธ 

ก็เป็นได้เพราะดอกบัวในแถวเอเชีย  

บ้านเรามักจะเกี่ยวโยงกับศาสนาพุทธนะคะ  

นอกจากสาสนาพุทธแล้วยังมีเรื่อง   เกี่ยวดอกบัวกับศาสนาอื่น 

เช่นเรื่องดังมีหลักฐานที่เกี่ยวกับดอกบัวอีก  

คือ  ได้มีการค้นพบรูปเกี่ยวกับ   ทางศาสนาเป็นรูปปั้น

ที่ทำจากดินเหนียวสีแดง   เป็นรูปเทพเจ้าหญิงที่มีลักษณะ   

ของความอุดมสมบูรณ์ค่ะคือมีตะโพกใหญ่   ทรวงอกที่อวบอิ่มสมบูรณ์  

มือทั้งสองช้อนที่ทรวงอกทั้งสองข้าง   มีดอกบัวประดับที่ศีรษะเชื่อว่า

เป็นพระแม่ธรณีที่ประทานความอุดมสมบูรณ์แก่โลกมนุษย์  

รูปปั้นนี้พบที่โมเฮนโดจาโร(Mohenjo-Daro)   

ได้พิสูจน์แล้วว่ารูปปั้นนี้มีอายุก่อนที่จะมี  

การบันทำเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษร

เสียอีกหมายความว่าก่อนที่มนุษย์เรา

จะประดิษฐตัวหนังสือเพื่อบันทึกเรื่องราว

 

ดอกโบตั๋น บ่งบอกถึงความมั่นมี มั่งคั่ง ร่ำรวย

 

 

หลังจากพิจารณาแล้ว คงต้องเชื่อประเทศที่เป็นเจ้าของชื่อ "ดอกโบตั๋น" ค่ะ


โบตั๋น เป็นภาษาจีน ซึ่งจีนถือดอกโบตั๋นเป็นราชาแห่งดอกไม้

 

และใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความมั่งมีศรีสุข

จึงมักมีภาพดอกโบตั๋นในภาพที่ใช้อวยพรปีใหม่ ดังภาพต่อไปนี้

http://images.google.co.th/imgres?


  ม้า ภาพม้าที่เห็นมักจะกำลังทำท่าทะยานไปข้างหน้า

หมายถึง ความก้าวหน้าไปไกล ความเจริญ

ภาพของการฝึกม้า ของ หลี่หลงเหมียน ในสมัยราชวงศ์ซ่ง

http://tv-guide.exteen.com/20080927/entry

ภาพการฝึกม้า หลีหลงเหมียน ราชวงศ์ซ่ง

จะเห็นได้ว่า ชายในภาพไม่ได้ใส่เครื่องแต่งกายอย่างจีน

แต่นุ่งกางเกงอย่างอนารยชน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรม

ของอนารยชนที่ถ่ายทอดให้แก่จีน นอกจากนี้

ในวัฒนธรรมของซินเจียงเอง ก็ปรากฏรูปของม้าและคนเลี้ยงม้า ซึ่งแสดงให้

เห็นถึงความนิยมในการใช้ม้าเป็นพาหนะ

และเครื่องแต่งกายของกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในซินเจียง ดังเช่น ภาพของชายกำลัง

บรรทุกของบนหลังม้า ซึ่งพบในถ้ำ ทางตอนเหนือของซินเจียง

ภาพชายกำลังบรรทุกของบนหลังม้า ทางเหนือของซินเจียง

หรือภาพพิมพ์บนผ้าไหม แสดงถึงฉากการล่าสัตว์

ซึ่งพบที่ถ้ำฮัสตานา[10] ซึ่งกำหนดอายุได้ในสมัยราชวงศ์ถัง จะเห็นได้ชัดว่า

ฉากการล่าสัตว์นี้ ก็พบในงานจิตรกรรมของจีนเช่นกัน

การล่าสัตว์ ภาพพิมพ์บนผ้าไหม ถ้ำฮัสตานา

สรุป

ทั้งอินเดีย เปอร์เซีย และซินเจียง ล้วนแต่แผ่อารยธรรมของตนเจ้ามาในประเทศจีนทั้งสิ้น โดยผ่านทางเส้นทางสายไหม ซึ่ง

ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นทางสำหรับติดต่อค้าขายระหว่างพ่อค้าจีนกับชาติตะวันตก (อินเดีย เปอร์เซีย ซินเจียง) นอกจากจะทิ้งร่อง

รอยของอารยธรรมของตนเอาไว้ตามเมืองแถบเส้นทางสายไหมแล้ว ยังได้ส่งอิทธิพลเข้ามาถึงส่วนกลางของจีน และทิ้งร่อง

รอยอารยธรรมของตนให้แก่จีน ทั้งในเรื่องของความเชื่อ   และวัฒนธรรม   ทั้งนี้   ในแต่ละวัฒนธรรมที่ได้ส่งให้กับจีน   ก็มี

บทบาทและสัดส่วนที่แตกต่างกันออกไป   อาจเป็นในด้านเทคนิค    เชื่อที่ส่งผลให้    เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์

งานจิตรกรรม   ของใช้ในชีวิตประจำวัน   หรือความนิยมอื่นๆ    ทั้งหมดนี้ได้สะท้อนออกมา   ทางภาพจิตรกรรม ทั้งนี้ ก็ขึ้น

อยู่กับความเข้มข้นของกระแสที่เข้ามา   ผู้นำเข้ามา    ตลอดจนความนิยมของชาวจีนผู้รับ    ก่อนที่ จะมีการปรับให้เข้ากับวั

 ฒนธรรมและความเชื่อดั้งเดิมของจีน    จนกระทั่งมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ภาพวาดจีน

 

http://cut107.multiply.com/photos/album/60/60

 

บนภาพวาดสีน้ำมันแบบตะวันตกจะไม่เขียนตัวอักษร

แต่ภาพวาดแบบจีนกลับเขียนอักษรไว้เยอะมาก แล้วก็ยังมีของสีแดง

รูปทรงต่างๆ ช่างน่าแปลกจริง !

นั่นเป็นตราประทับ อักษรบนตราประทับก็คือชื่อของศิลปิน

มันช่วยเพิ่มความสวยงามน่าชมให้กับภาพวาดแบบจีนแล้วก็ยัง

นับว่าเป็นงานศิลปะแบบหนึ่ง ดังนั้น ในภาพวาดแบบจีนแต่ละภาพ

จิตรกรไม่เพียงแต่ต้องวาดภาพได้สวย อีกทั้งยังต้องมี

ศิลปะการเขียนพู่กันจีนที่ดีมาก

 

 

ภาพวาดแบบจีนและภาพวาดสีน้ำมัน เป็นงานศิลปะที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงจริงๆ

 

 

mblog.manager.co.th/ana123/124--/

 

 



 


 


 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดีแด่ บรรพชน และชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal