ได้รับแจ้งมาว่า มีสมาชิกอยากทำความรู้จักกันมากขึ้น จึงได้ทำการเปิดหัวข้อ สำหรับการสร้างเนื้อหาใหม่ ดังนี้
กลุ่มเรื่อง - บล๊อกส่วนตัว & ธุรกิจพี่น้อง
เกี่ยวเนื่องกับ - ส่วนบุคคล
การเข้าถึงเฉพาะหมวด โดยคลิกที่ บล๊อกสมาชิก & ธุรกิจพี่น้อง ในกล่อง แสดงหมวดเรื่อง ทางซ้ายมือ
เพื่อให้สมาชิก มีช่องทางในการแนะนำตัวเอง และเขียนบันทึกเรื่องราวส่วนบุคคลได้ต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
บ้านเดียวกัน
บ้านไหง่ก็ ขักฟ้า
เล่าเรื่อง
สมัยที่เป็นวัยรุ่นไปเรียนที่ต่างประเทศ ไม่ค่อยจะรู้ซึ้งด้านประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์จีนมากมายนัก เจอเพื่อนๆที่มีพื้นแพคล้ายๆกันก็พูดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ยังจำได้ มีสาวคนหนึ่งจากมาเลเซียด้านตะวันออก
เธอ: "หงี่ มัก ไก๊ ฮัก?" (คุณเป็นฮากกาแบบไหน)
ผม: "ไหง อึม ตี ไหง แห๊ หมัก ไก๊ ฮัก!"(ผมไม่รู้ว่าเป็นฮากกาแบบไหน)
ผมพูดต่อ: "ไหง ตี หงี แห๊ ฮัก สี่ หงิน ไก๊ ฮัก" (ผมรู้เพียงแต่ว่าเธอเป็นฮากกาแบบหลอกให้ให้คนตกใจจนหัวใจวาย [เพราะคำว่า'ฮัก'เสียงตรงกันคำว่าทำให้ตกใจนั่นเอง])
เธอ: [งอนแล้วคว้างฆ้อนให้อีก หนึ่งอัน จนหลบไม่ทัน]
ตอนหลังก็ทราบว่ามีฮากกาแบบต้ืนและแบบลึก ด้วยเหตุนี้จะถามว่าเป็นแบบไหนนะอย่างง่ายๆ ก็ถามว่าพูดคำว่า "ฮัก" หรือ "คัก"แต่ที่บ้านผมเป็น'คัก' ครับ
ยี่สิบกว่าปีก่อนไปเมืองจีน เยี่ยมอากุง อาม่า ซึ่งอายุ 90กว่ากันทั้งคู่ ผมโตมาก็พูดแต่'คักฝ่า' ก็คิดว่าน่าจะใช้ได้ แต่มีญาติบางคนบอกว่าพูด'คักฝ่า'ออกสำเนียงอย่างคน'แต้จิ๋ว'พูด'คักฝ่า' อ๊าวเป็นอย่างนั้นไป
มีเพื่อนพื้นแพเป็น'แต่จิ๋ว' ไปซัวถัว ก็กระหยิ่มนึกว่าพูดคุยกับชาวบ้านได้คล่อง แต่คนที่นั่นบอกว่า ลื้อพูดเป็นสำเนียง'แต้จิ๋ว'แบบบ้านนอก!!! ก็แน่นอนละครับปู่ย่าตายายโน้นลำบากอยู่บ้านนอก ผจญกับความลำบากต่างๆนาๆ ดิ้นรน โจรภัย แห้งแล้ง นายทุนเอารัดเอาเปรียบ สงครามในประเทศฯลฯ ฯลฯ ก็ต้องหาทางไปตายเอาดาปหน้าทำนองนั้น ส่วนพวกสำเนียงกรุง อยู่ในเมืองสบายก็ไม่คิดหาทางไปเสี่ยงที่อื่นๆ
ในปัจจุบันในสังคมก็เหมือนกันครับ คนที่ไม่ลำบากที่บ้านนอกก็ไม่เข้าเมือง หรือไปต่างประเทศหางานทำละครับ ก็ต้องช่วยกันดูไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่าให้่เหตุการณ์เหมือนเกิดขึ้นในจีนนั้น ไม่ว่าพรรคไหนขึ้นเรืองอำนาจ ผู้คนตายกันเป็นล้านๆคน
เจอมาเหมือนกัน
ไหงก็เคยเจอบางคนที่ชอบหมิ่นผู้อื่นที่สำเนียงไม่เหมือนตัวเอง ว่าเป็นพันธ์ทางมาบ้างเหมือนกัน แต่กลับรู้สึกเห็นใจที่เขารู้จักโลกเพียงเท่านั้น
ทั้งที่เป็นเชื้อสายชาวฮากกาโพ้นทะเลมาด้วยกัน และมีบรรพบุรุษจากตอนเหนือลี้ภัยการเมืองมาจากแหล่งเดียวกัน แต่ด้วยช่วงเวลาที่อพยพลงมาต่างกัน จึงมาเป็นสำเนียงชิมขัก ปันซันขัก หรือ สำเนียงฮกเกี้ยน ถึงจะต่างกัน ก็เป็นผู้มาเยือน (เค่อเจีย) ด้วยกันทั้งสิ้น
แต่ด้วยภาษาถูกถ่ายทอดมาคนละช่วงเวลา เดินทางมาคนละทิศ และเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปเป็นร้อยๆปี สำเนียงก็ย่อมมีการพัฒนาไปตามถิ่นที่อยู่ตามแบบของตนเองทั้งสิ้น จึงเชื่อว่าไม่มีใครไม่เพียนเลย แม้กระทั้งต้นกำเนิดเองที่อยู่ทางตอนเหนือของจีน ก็ยังเพี้ยนไปเป็นภาษาทางเหนือของจีนในปัจจุบัน (จนถือได้ว่าภาษาฮากกายังคงสภาพ ฟอสซิล ทางภาษาและวัฒนธรรมได้ดีกว่าแหล่งกำเนิดเสียอีก)
ด้วยหมอยแหยน เป็นเมืองศูนย์กลางของชาวฮากกา และถือเป็นพื้นที่กว้างมีหลายตำบลติดกัน ที่ประชากรส่วนใหญ่ใช้ชิมขัก จึงอาจจะกล่าวได้ว่าเมืองศูนย์กลางใช้สำเนียงชิมคักของชาวฮากกาเป็นจำนวนมากในประเทศจีน
มีไม่กี่ตำบลทางเหนือขึ้นไปใช้สำเนียงออกฮกเกี้ยน (กลับมีโบราณวัตถุที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวฮากกาจนได้เป็นมรดกโลก ให้เห็นประจักษ์มากมายยิ่งกว่าเมืองที่เป็นศูนย์กลาง)
และไม่กี่ตำบลใต้ลงมาใช้ปันซันขัก ซึ่งมีพื้นทีติดกับแต้จิ๋ว แต่ก็ใช่ว่าจะเพียนไปทางแต้จิ๋วดังที่คนไม่รู้เข้าใจ ซึ่งการเรียงสำนวนประโยคบางสำนวนยังคล้ายจีนกลางมากกว่า
ส่วนกลุ่มชาวแต้จิ๋ว ถึงจะมีตำบลพื้นที่และการกระจาย ตัวน้อยกว่าพื้นที่ ที่เป็นชาวฮากกาในประเทศจีน แต่ว่าในประเทศไทยก็ยังมีชาวแต้จิ๋วเยอะที่สุด และปันซันขักคักก็มีไม่น้อยเลย เมื่อเทียบกับชิมขัก ส่วนฮกเกี้ยนฮากกาไปเยอะทางไต้หวันมากกว่าจะมาเมืองไทย
แต่เมื่อไหงได้เข้ามาในชุมชน HakkaPeople.Com นี้ ก็ได้เห็นว่าผู้คนที่นี่ มีความแตกต่างในด้านสำเนียงมีมากมาย ที่กล้าออกตัวตนได้อย่างชัดเจน บรรพบุรุษให้มาอย่างไร ก็ใช้ตามนั้น ใครเห็นต่างอย่างไรก็บอกว่าตัวเองใช้อย่างนั้น เราก็ได้ศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนกันกว้างขวางขึ้น บ้างก็เขียนมาหลายแบบให้เลือกใช้ได้ตามชอบ ไม่มีการถือสากันว่าใครผิดใครถูก
เพราะ
เราเป็นฮากกาด้วยกัน
ถ้ามัวแต่ยึดติดสำเนียงตัวเอง หรือยึดติดหมู่พวก แหล่งที่มากไป ก็ไม่ต้องคุยกันในเรื่องสาระเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อกันพอดี ใครรู้อะไรมาก็แบ่งปันกันไปตามนั้นดีกว่าเยอะเลย
อัดอั้นอะไรมาหรือเปล่า
^^^^ อัดอั้นอะไรมาหรือเปล่า ^^^