![]() |
![]() |
|
||||||||
|
ภาพวาดดั่งความงามโบตั๋น![]() ดอกโบตั๋น
โบตั๋น เป็นภาษาจีน ซึ่งจีนถือดอกโบตั๋นเป็นราชาแห่งดอกไม้ และใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความมั่งมีศรีสุข/ภาพวาดดั่งความงามโบตั๋น
จาก www.showded.com
梅花 (เหมยฮวา) คือ ดอกเหมย หรือ ดอกบ๊วย (แต้จิ๋ว-บ่วยฮวย) ไม่ใช่ดอกโบตั๋น
牡丹 (หมู่ตาน) คือ ดอกโบตั๋น (แต้จิ๋ว-โหมวตัว) ภาพจาก: honglaoshi.com/webboard/
สาเหตุที่ชาวจีนนิยมดอกโบตั๋นไปค้นมาค่ะ ดังนี้
ดอกโบตั๋น หรือ หมู่ตาน (peony) โดยนับแต่อดีตถึงปัจจุบันชาวจีนส่วนใหญ่ถือว่า
ดอกโบตั๋นมีความหมายเป็นตัวแทนของความมั่งมีศรีสุข ความร่ำรวย ความโชคดี
และที่สำคัญคือเป็นตัวแทนของความยุติธรรมอันสูงส่ง http://horoscope.sanook.com/fengshui/fengshui_01952.php
牡丹花 mu3 dan1 hua1 สำหรับคนจีนแล้ว เป็นสัญญลักษณ์แห่งความมั่งมีศรีสุข ความสุขสมบูรณ์ในชีวิต
หรือที่เรียกกันว่า 富贵花มีฉายาว่า ราชินีบุปผา 花中之王 ที่เลิศด้วยโฉมงามและกลิ่นหอม 国色天香
ภาพจาก: eugene-chonlathee.blogspot.com/
พระนางบูเช็กเทียนทรงปลดดอกโบตั๋น http://imandarinpod.com/hoola/index.php?
ในฤดูหนาวของปีหนึ่ง พระนางบูเช็กเทียน ( -- อู่เจ๋อเทียน – จีนกลาง ) ได้เสด็จลงประพาสในอุทยาน พายุหิมะเพิ่งหยุด พัด ทุกหนทุกแห่งล้วนแต่เป็นสีขาว งดงามเหลือคณา พลันพระนางก็ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นดอกเหมยสีแดงบานอยู่ท่าม กลางหิมะ ทรงสำราญพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ณ ขณะนั้น พระนางบูเช็กเทียนทรงดำริว่า หากตอนนี้ สามารถทำให้มีบุปผชาติ นานาพรรณเบ่งบานได้ ก็คงจะดีไม่น้อย ดังนั้น พระนางจึงทรงรจนาบทกวีขึ้นมาบทหนึ่ง ให้นางกำนัลนำไปจุดไฟเผาใน อุทยาน เพื่อบอกกล่าวต่อเทพแห่งบุปผานานาพรรณ เทพแห่งบุปผานานาพรรณได้ทราบข่าวนี้แล้ว ต่างพากันเกรงกลัว ทุก นางล้วนกล่าวว่า “เราคงต้องเตรียมงานให้พร้อมเร็วหน่อย ทำให้ดอกไม้บานก่อนเวลากันเถอะ หากพระนางบูเช็กเทียน ทรงกริ้วแล้วละก็ พวกเราล้วนต้องประสบโชคร้ายกันแล้วล่ะ” มีแต่เพียงเทพแห่งดอกโบตั๋นที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของ เหล่าเทพ นางกล่าวว่า “นานาบุปผชาติเบ่งบาน ล้วนแต่ต้องเป็นไปตามฤดูกาล นึกจะบานตามอำเภอใจได้อย่างไร ? พระนางบูเช็กเทียนทรงฝ่าฝืนกฎเกินไปแล้ว ข้าก็จะไม่บาน ดูซิว่า พระนางจะทรงทำอย่างไร ?” ในวันต่อมา บุปผชาตินานาพรรณล้วนเบ่งบาน พระนางบูเช็กเทียน ทรงสำราญพระทัยเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่า พระนางทรง ทอดพระเนตรเห็นว่า มีแต่เพียงดอกโบตั๋นที่ไม่ยอมบาน พระนางบูเช็กเทียนทรงกริ้วมาก ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ทหารนำ เอาต้นดอกโบตั๋นทั้งหมดในอุทยานไปเผาทิ้ง อีกทั้งให้นำเอาต้นดอกโบตั๋นทั้งหมด ในเมืองฉางอันไปทิ้งไว้บนเขาลั่วหยาง แต่ทว่า เมื่อถึงลั่วหยาง ดอกโบตั๋นก็กลับฟื้นคืนชีพ เบ่งบานอย่างงามวิจิตรตระการตา เป็นที่รักใคร่ชื่นชอบของชาวเมืองลั่ว หยาง ต่อมา ผู้คนจำนวนมาก ยิ่งนับวันก็ยิ่งลงมือปลูกดอกโบตั๋น ดอกโบตั๋นของเมืองลั่วหยางขจรขจายไป
“ความงามที่ทำให้แม้แต่มวลหมู่ดอกไม้ยังต้องละอาย”
"มัจฉาจมวารี.....(西施)
รูปไซซี เป็นภาพจาก: freedompost.invisionplus.net/
หวังเจาจิน – ปักษีตกนภา
หวังเจาจิน ถอดรหัสความงามแม่หญิงจีน / อู่วัฒนธรรม
หลายนางที่มีความงามเป็นเยี่ยม
ไม่ว่าจะเป็น ไซซี หวังเจาจวิน หยางกุ้ยเฟย
เฉินหยวนหยวน หรือไช่เหวินจี
แล้วมาตรฐานสาวงามตามแบบจีนดั้งเดิมนั้นเป็นอย่างไร...
ใบหน้า
เมื่อแบ่งตามขวางแล้วจะได้ 3 ส่วน : จากไรผมถึงคิ้ว จากคิ้วถึงปลายจมูก
จากปลายจมูกถึงคาง เมื่อมีรูปหน้าที่สวยงามแล้วรายละเอียดบนใบหน้าก็ต้องเหมาะเจาะ
ระยะห่างระหว่างตา 2 ข้างจะต้องเท่ากับความยาวของดวงตา
ยิ่งถ้าใครมีลักยิ้มบนแก้ม ก็จะถูกมองว่าเป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์คนหนึ่ง
คิ้ว
ชาวจีนเชื่อกันว่า คิ้วและดวงตาของผู้หญิงสามารถสะท้อนถึงจิตใจของพวกเธอได้
ส่วนคิ้วรูปแบบไหนจึงจะเรียกว่าสวยนั้น ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับยุคสมัย
อย่างในสมัยราชวงศ์ฉิน (221-207 ปีก่อนคริสตศักราช)
แม่นางทั้งหลายนิยมคิ้วดก ยาว และโค้ง
ขณะที่สาวสมัยฮั่นนิยมคิ้วรูปสามเหลี่ยมคล้าย “八” เรื่อยมาจนถึงสมัยถัง
หญิงสาวนิยมกันคิ้วให้เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวหรือใบหลิว
กระทั่งในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 คิ้วโก่ง บางก็กลายเป็นรูปทรงยอดนิยม
ดวงตา ในบทกลอนของจีนมักเปรียบเทียบความงามของหญิงสาวว่า
งามดุจดอกท้อแย้มบานในฤดูใบไม้ผลิ ดวงตาเรียวยาว
หางตาตวัดโค้งขึ้น ลูกนัยน์ตาดำสนิท
ภาพจาก: picpost.postjung.com/
ริมฝีปาก ริมฝีปากเล็ก สีชมพู เป็นมันเงา มุมปากโค้งขึ้นหรือที่เรียกว่า "ปากเล็กเหมือนผลเชอร์รี่" เป็นปากที่ชาวจีนสมัยก่อนมองว่างามที่สุด
中国古代仕女图/Chinese Classical Painting
เทพนารีจีน ในจิตรกรรมของ
ฮว๋าซานชวน HUA SAN CHUAN
Artworks From Hua Sanchuan
ภาพจาก: flickr.com/photos/
ภาพจาก: www.jiminarts.com/
หากเมื่อเอ่ยถึงภาพเขียนแนวเดียวกันนี้ในศิลปะจีน ผู้สนใจศิลปะจีนส่วนใหญ่ต่างนึกถึงแต่ ฮว๋าซานชวน (Hua San Chuan) จนจะพูดง่ายๆ ว่า เขาผู้นี้เปรียบเหมือน อ.จักรพันธุ์ของศิลปะจีนก็ว่าได้
เราจะได้นำเสนอผลงานของศิลปินจีนผู้นี้เป็นอันดับแรก ฮว๋าซานชวน เริ่มต้นวาดภาพตั้งแต่อายุได้ ๑๕ ปี เขาได้รับการยกย่องมากในการเขียนภาพสาวงามในประวัติศาสตร์ และนางในวรรณคดีจีนที่แสดงถึงความอ่อนหวาน และประณีตบรรจง ภาพของเขามีความเป็นจีนโดยแท้ แต่เป็นจีนแบบประเพณีที่ถูกปรับปรุงให้งามอย่างที่ทุกชนชาติสามารถที่จะชื่นชมได้ ผลงานทุกชิ้นของเขาจะมีลักษณะเบา เหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน แม้ว่าบางภาพจะมีฉากหลังอันประณีตอลังการอย่างยิ่งก็ตาม บุคคลในภาพล้วนแสดงอาการเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา ที่เด่นมากคืออาภรณ์ต่างๆ มีการออกแบบลวดลายและสีสันไม่ซ้ำกัน ด้วยโทนสีแบบที่เป็นจีนแท้ๆ นอกจากนี้เขายังเป็นศิลปีนจีนคนแรกๆ ที่กล้าวาดภาพสาวงาม และเทพนารีต่างๆ ในลักษณะกึ่งเปลือย (Semi-N ude) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในศิลปะจีนแบบประเพณีอีกด้วย ภาพบนสุดของคอลัมน์ ภาพเทพธิดาทั้ง ๗ หรือที่คนจีนแต้จิ๋วในเมืองไทยเรียกว่า ชิกเซียงนึ่ง เป็นภาพสิริมงคลภาพหนึ่งที่คนจีนนิยมกันมาก เทพนารีทั้ง ๗ องค์นี้ทรงเป็นธิดาขององค์จักรพรรดิสวรรค์ หรือ เง็กเซียงฮ่องเต้ ซึ่งทรงเบื่อหน่ายชีวิตบนสวรรค์ จึงเสด็จมาหาความสำราญในโลกมนุษย์ ภาพสิริมงคลนี้จึงมีความหมายว่า ความสวยสดงดงามหรือพรที่มาจากสวรรค์ ในเทพนิยายชุด ๗ นางฟ้า จะมีเทพนารีองค์หนึ่งที่เป็นตัวละครหลัก คือเทพนารีองค์สุดท้องซึ่งมีพระรูปงดงามที่สุด ซึ่งฮว๋าซานชวนได้วางตำแหน่งไว้ในส่วนที่เด่นของภาพ เทพธิดาโฉมสะคราญองค์นี้เป็นองค์แรกที่เสด็จสู่โลกมนุษย์ พระนางทรงเต็มไปด้วยความสดชื่นและกระตือรือล้น โดยมิได้ทรงคาดคิดเลยว่าการลงไปสู่โลกมนุษย์ของพระนางนั้น จะทำให้เกิดเรื่องราวมากมาย พัสตราภรณ์ที่ทรงสวมใส่มีลักษณะประณีตบรรจง เหนือกว่าพระขนิษฐาทั้ง ๖ ที่อยู่เบื้องหลัง เปิดโอกาสให้ศิลปินได้ใช้ความคิดในการออกแบบสีสันลวดลาย และอวดความพลิ้วไหวของผืนผ้าทรงได้เต็มที่
พระแม่หนี่วา เป็นภาพที่ตีพิมพ์อยู่ในหนังสือ บูรพเทวีปกรณ์ เนื่องจากพระแม่เจ้าองค์นี้ทรง เป็นมหาเทวีองค์แรกสุดที่ปรากฏขึ้นในยุคปฐมกาล ฮว๋าซานชวนจึงถ่ายทอดทิพยรูปของพระนางในลักษณะที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าทรงเรียบๆ เพียงสองผืนที่นุ่งห่มพระวรกายอย่างเบาบางในลักษณะกึ่งเปลือย มิใช่เทวพัสตราภรณ์อันงามวิจิตรซ้อนกันหลายชั้นอย่างเทพธิดารุ่นหลัง
ภาพพระแม่หนี่วาภาพนี้แสดงถึงเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับพระนาง ที่คนจีนยังเล่าขานต่อเนื่องกันมาจนทุกวันนี้ คือการที่พระนางทรงนำศิลาห้าสีเหาะขึ้นไปอุดรูรั่วบนท้องฟ้าเพื่อปกป้องมวลมนุษย์จากวันโลกาวินาศ พระวรกายอันบอบบางของพระนางที่ลอยละล่องขึ้น ไปท่ามกลางฉากหลังอันน่าสะพรึงกลัวเป็นภาพที่ขัดแย้งอยู่ในที และทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ทรงทำอยู่นั้นเป็นงานอันหนักหนาสาหัสยิ่งนัก พระนางทรงมีพระพักตร์อันงดงามเต็มไปด้วยเมตตาธรรม พระเกศาอันยุ่งเหยิงเป็นธรรมชาติ บ่งบอกถึงยุคสมัยที่ทุกสิ่งยังบริสุทธิ์ไร้การปรุงแต่ง เป็นภาพของพระแม่หนี่วาที่ดีที่สุดที่เรามีกันอยู่ในขณะนี้
พระแม่เส้าซือหมิง เป็นภาพเทพนารีอีกภาพหนึ่งที่มีลักษณะกึ่งเปลือย และสวมใส่เทวพัสตราภรณ์ในรูปแบบที่เรียบง่าย เพราะว่าทรงเป็นเทพมารดร หรือเทพนารีจีนสมัยแรกๆ เช่นกัน พระแม่เส้าซือหมิงนั้น ได้รับการนับถือกันว่าทรงเป็นผู้กำหนดดวงชะตาของเด็กแรกเกิดทุกคน และทรงมีเทวานุภาพดลบันดาลให้ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือไม่อีกด้วย
ในภาพนี้เราจะเห็นว่า ฮว๋าซานชวนจินตนาการให้องค์เทพมารดรลอยอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า พระนางทรงถือดาบที่แสดงถึงสิทธิ์ขาดที่จะลิขิตชะตามนุษย์ ขณะที่อีกพระกรประคองทารกน้อยน่ารักให้นั่งบนพระพาหา พัสตราภรณ์ชั้นบนที่บางเบาและหลุดลุ่ย เผยให้เห็นพระถันในลักษณะที่เป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง เป็นภาษาภาพที่แสดงถึงความเป็นมารดา แต่โทนสีของฉากหลังอันเต็มไปด้วยพลังนั้น ก็ชวนให้คำนึงถึงบรรยากาศแห่งความไม่แน่นอนของชะตากรรม อันสร้างความขัดแย้งอย่างงดงามกับทีท่าอันรื่นเริงไร้เดียงสาของทารกน้อยนั้น
พระแม่ฉางเอ๋อ ภาพนี้ เป็นอีกภาพหนึ่งที่ผู้ที่มีหนังสือ บูรพเทวีปกรณ์ ย่อมได้ผ่านตามาแล้วเช่นกัน พระนางทรงเป็นจันทราเทวี เป็นสัญลักษณ์แห่งความงามอันเฉิดฉายและหรูหราของแสงจันทร์เพ็ญเดือน ๘ เดือนที่โลกมนุษย์สว่างไสวและอบอวลด้วยบรรยากาศอันโรแมนติก พระนางทรงจัดแต่งพระเกศา และฉลองพระองค์อย่างวิจิตรงดงาม ประทับนั่งอย่างสบายโดยมีจันทร์เพ็ญเป็นฉากหลัง พระพักตร์ของพระนางยิ้มแย้ม แลดูอ่อนโยน แต่ก็ยังทรงมีท่วงท่าลีลาของความเงียบเหงา เยือกเย็น และเข้าถึงได้ยาก
ภาพนี้เป็นภาพพระแม่ฉางเอ๋อที่ดีที่สุดภาพหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป พระนางดูอ่อนหวานแต่ลึกลับเสียจริงๆ บนพระชานุนั้นมีกระต่ายตัวหนึ่งเกาะอยู่ เป็นกระต่ายที่ดูเป็นเงาๆ ไม่ใช่กระต่ายจริงที่มีชีวิตชีวา เสมือนเป็นภาพสะท้อนจินตนาการ ของมนุษย์ที่มองเห็นภาพกระต่ายอยู่ในดวงจันทร์ เหนือสิ่งอื่นใด ทุกอย่างในภาพนี้มีลักษณะล่องลอยอยู่ในความเวิ้งว้างของบรรยากาศแห่งคืนเดือนหงายโดยแท้
เทพธิดาแห่งเทือกเขาอูซาน ในมณฑลเสฉวน จากตำนานอันแพร่หลายของดินแดนแถบนั้นซึ่งเล่าต่อๆ กันมาว่า จักรพรรดิพระองค์หนึ่งได้เสด็จประพาสป่าและได้ทอดพระเนตรเทพนารีพระองค์หนึ่งซึ่งทรงพระสิริโฉมอย่างยิ่งที่นั่น จนพระองค์ทรงลุ่มหลงนางฟ้าองค์นั้น และทำให้เกิดเรื่องเล่าอันสะเทือนใจต่อมาอีกมากมาย
นี่เป็นอีกภาพหนึ่งที่ฮว๋าซานชวนได้แสดงฝีมือในการเขียนภาพเทพนารีจีนในลักษณะกึ่งเปลือยได้อย่างยอดเยี่ยม เทพนารีองค์นี้ทรงมีทิพยรูปอันงดงามประดุจสาวแรกรุ่น พระเกศาประดับด้วยดอกไม้อย่างง่ายๆ แสดงถึงความเป็นรุกขเทวีโดยแท้ พัสตราภรณ์ที่ทรงสวมใส่ก็บางเบาและเรียบง่าย ลักษณะการฉลองพระองค์อย่างไม่เอาใจใส่ แสดงภาพของสาวชาวป่าที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ไม่คุ้นเคยกับการปรุงแต่งของวัฒนธรรมเมือง รอบๆ พระวรกายนั้นคือฝูงกวางที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า ลิงขนงามที่ดูร่าเริง ลูกกวางตัวน้อยซึ่งทรงอุ้มอยู่บนตักบ่งบอกถึงความรู้สึกที่สบายและปลอดภัย ขณะที่เสือดาวขนาดใหญ่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งนั้นจ้องมองมายังผู้ชมด้วยทีท่าอันน่าเกรงขาม
คอลัมน์ Gallery มีแนวคิดหลักในการนำเสนอภาพศิลปกรรมเกี่ยวกับเทพนารี (Goddess) ของลัทธิศาสนาต่างๆ โดยเฉพาะจิตรกรรมและประติมากรรมที่ไม่มีลักษณะเป็นรูปเคารพ เพื่อให้ผู้สนใจในทางเทววิทยาได้ศึกษาภาพเทพนารี ที่เป็นงานศิลปกรรมอันเป็นผลจากจินตนาการและอัจฉริยภาพของศิลปินระดับโลก ให้เกิดความรู้ว่าศิลปินเหล่านั้นมีวิธีถ่ายทอดภาพของเทพนารีต่างๆ จากวรรณคดีและเทพนิยายอย่างไร รวมทั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เข้าถึง และชื่นชมในความเฉิดฉายของเทพนารีความงามที่ประดับโลกมยุคบรรพกาล
ภาพสาวจีนโบราณ
|
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดีแด่ บรรพชน และชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
ปลายฝนต้นหนาว....เพราะมากๆ
ลีลาทุกอักษร.. ถูกต้องตามฤดูกาล...
【每日歌曲 720HD 视频】 思君 Yearning / 张娟 Zhang Juan
ขอบคุณ yusuka99 เจ้า
ขอบคุณเจ้า
การรวบรวม เพื่อให้มวลชนมีความสุข
คือคุณค่าของการได้เกิดร่วมโลกร่วมแผ่นดิน
ทุกคนกระทำได้ด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่มุ่งเน้นการค้า หวังผลใดๆๆ
เสรีด้านการคิดรวบรวมคือการเชิดชูคนที่คิดดีและดำเนินการไปล่วงหน้า
ด้วยใจยกย่องและถ่ายทอดสืบต่อยอดกันไป......
จึงขอขอบคุณที่มีแนวร่วมและขอชิญแนวร่วมออกมาส่งและรวบรวมมาแบ่งปันกันชม
หมวดบัณฑิต
The Wise
โดย พุทธวจนะในธรรมบท (อ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก)
อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ
เย ชนา ปารคามิโน
อถายํ อิตรา ปชา
ตีรเมวานุธาวติ ฯ ๘๕ ฯ
ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย
น้อยคนนักจักข้ามฝั่งไปได้
ส่วนคนนอกนี้
ก็ได้แต่วิ่งเลียบเลาะริมฝั่ง
Few are there among men
Who go to the further shore,
The rest of this mankind
Only run up and down the hither bank.
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
จากเฉินซิ่วเชง
ขอบคุณครับ
ขอขอบคุณผู้แต่งเว็บนี้ เพราะให้ความรู้ดีมาก ๆ ชอบมาก ๆ ด้วยครับ