圣寿无疆  หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา 泰國客家 Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน(客家人) hakkapeople.com

ตัวสะกดภาษาจีน (จู้อิน - พินอิน)

รูปภาพของ อาฉี

ภาษาจีนเป็นภาษารูปภาพ ไม่ใช้ภาษาสะกดผสมอักษรดังเช่นภาษาไทย จึงควรศึกษาวิธีเขียนอ่านตัวสะกดภาษาจีนเอาไว้ เพื่อเวลาพบอักษรตัวใดที่อ่านไม่ออก หรือไม่มั่นใจในการออกเสียง สามารถเปิดค้นหาอ่านในพจนานุกรม และใช้แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ เพื่อพิมพ์ภาษาจีนแบบสะกดคำได้

วิธีเขียนตัวสะกด เพื่อการอ่านออกเสียงได้ถูกต้องที่นิยมใช้มีหลายระบบ เช่น

  • Zhuyin fuhao (注音符號; ㄓㄨˋ ㄧㄣ ㄈㄨˊ ㄏㄠˋ)
  • Tongyong Pinyin (通用拼音; Tōngyòng pīnyīn)
  • Hanyu Pinyin(汉语拼音, Hànyǔ Pīnyīn)
  • Four-corner (四角號碼檢字法)
  • IPA(International Phonetic Alphabet)
  • Wade-Giles pronounced /ˌweɪdˈʤaɪlz/ (威妥瑪拼音 or 韋氏拼音; wēituǒmǎ pīnyīn)
  • เป็นต้น

เราควรรู้จักพยัญชนะ และสระในภาษาจีนเสียก่อน เปรียบเสมือนการเรียน ก.ไก่ ข.ไข่ ในภาษาไทยนั่นเอง

ในการเริ่มต้นศึกษา ควรอ่านท่องเสียงให้ได้แม่นยำในระบบใดระบบหนึ่งก่อนก็ได้ เช่น

แบบจู้อิน (Zhuyin) เป็นแบบดั้งเดิมของจีนที่ใช้กันมาช้านาน เป็นที่นิยมใช้ในหมู่คนจีนที่ ผ่านการศึกษาในรุ่นก่อนๆ ในประเทศจีนไต้หวันเป็นต้น

แบบพินอิน (Pinyin) เป็นใหม่ที่ใช้ในระบบการศึกษาของสาธารณะประชาชนจีน และจะพบเห็นได้ในเอกสารที่ตีพิมพ์ในยุคหลังๆ

ซึ่งทั้งสองระบบนี้ยังเป็นที่นิยมใช้กันในหมู่ชาวไทยเชื่อสายจีน ที่มีให้พบเห็นได้ทั่วไป แม้นจะมีวิธีการเขียนผสมคำ และเงื่อนไขรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็สามารถสื่อให้คำอ่านได้ถูกต้องชัดเจนไม่ต่างกันมากนัก เว้นแต่ตัวผู้อ่านเองที่ติดในสำเนียงท้องถิ่นเกิดที่แตกต่างกัน จึงอาจทำให้สะกดได้สำเนียงที่เพี้ยนกันอยู่บ้างเล็กน้อย ที่ไม่อาจถือว่า เป็นปัญหาของวิธีการสะกดในแต่ละระบบ

 

Consonants พยัญชนะในภาษาจีนมี 21 ตัวคือ ㄅ ㄆ ㄇ ㄈ ㄉ ㄊ ㄋ ㄌ ㄍ ㄎ ㄏ ㄐ ㄑ ㄒ ㄓ ㄔ ㄕ ㄖ ㄗ ㄘ ㄙ

Zhuyin Tongyong Pinyin Hanyu Pinyin Wade-Giles IPA ตัวอย่าง(Zhuyin, Pinyin)
เปอ b b p p 八 (ㄅㄚ, bā)
เพอ p p p' 杷 (ㄆㄚˊ, pá)
เมอ m m m m 馬 (ㄇㄚˇ, mǎ)
เฟอ f f f   法 (ㄈㄚˇ, fǎ)
เตอ d d t   地 (ㄉㄧˋ, dì)
เทอ t t t' 提 (ㄊㄧˊ, tí)
เนอ n n n   你 (ㄋㄧˇ, nǐ)
เลอ l l l   利 (ㄌㄧˋ, lì)
เกอ g g k   告 (ㄍㄠˋ, gào)
เคอ k k k' 考 (ㄎㄠˇ, kǎo)
เฮอ h h h   好 (ㄏㄠˇ, hǎo)
จี j j ch   叫 (ㄐㄧㄠˋ, jiào)
ชี c q ch'   巧 (ㄑㄧㄠˇ, qiǎo)
ซี s x hs   小 (ㄒㄧㄠˇ, xiǎo)
จือ jhih 【jh】 zhi 【zh】 chih 【ch】 ʈʂɚ 主 (ㄓㄨˇ, zhǔ)
ชือ chih 【ch】 chi 【ch】 ch'ih 【ch'】 ʈʂʰɚ 出 (ㄔㄨ, chū)
ซือ shih 【sh】 shi 【sh】 shih 【sh】 ʂɚ 束 (ㄕㄨˋ, shù)
ยือ rih 【r】 ri 【r】 jih 【j】 ʐɚ 入 (ㄖㄨˋ, rù)
จือ zih 【z】 zi 【z】 tzû 【ts】 tsɨ 在 (ㄗㄞˋ, zài)
ชือ cih 【c】 ci 【c】 tz'û 【ts'】 tsʰɨ 才 (ㄘㄞˊ, cái)
ซือ sih 【s】 si 【s】 ssû 【s】 ɤŋ 塞 (ㄙㄞ, sāi)

 

Vowels สระมี 16 ตัวคือ ㄚ ㄛ ㄜ ㄝ ㄞ ㄟ ㄠ ㄡ ㄢ ㄣ ㄤ ㄥ ㄦ 一 ㄨ ㄩ

Zhuyin Tongyong Pinyin Hanyu Pinyin Wade-Giles IPA ตัวอย่าง(Zhuyin, Hanyu)
อา a a a a 大 (ㄉㄚˋ, dà)
ออ o o o o 多 (ㄉㄨㄛ, duō)
เออ e e e o/ê 得 (ㄉㄜˊ, dé)
เอ e ê eh   爹 (ㄉㄧㄝ, diē)
ไอ ai ai ai ai 晒 (ㄕㄞˋ, shài)
เอย ei ei ei ei 誰 (ㄕㄟˊ, shéi)
เอา ao ao ao ao 少 (ㄕㄠˇ, shǎo)
โอ ou ou ou ou 收 (ㄕㄡ, shōu)
อาน an an an an 山 (ㄕㄢ, shān)
เอิน en en en ên 申 (ㄕㄣ, shēn)
อาง ang ang ang ang 上 (ㄕㄤˋ, shàng)
เอิง eng eng eng szŭ 生 (ㄕㄥ, shēng)
เอ๋อ er er erh êrh 而 (ㄦˊ, ér)
อี 一 หรือㄧ yi 【i】 yi 【i】 yi 【i】 i 逆 (ㄋㄧˋ, nì)
    yin 【in】 yin 【in】 yin 【in】   音 (ㄧㄣ, yīn)
    ying 【ing】 ying 【ing】 ying 【ing】   英 (ㄧㄥ, yīng)
อู wu 【u】 wu 【u】 wu 【u】 wu 努 (ㄋㄨˇ, nǔ)
    wun 【un】 wen 【un】 wen 【un】   文 (ㄨㄣˊ, wén)
    wong 【ong】 weng 【ong】 ng 【ung】   翁 (ㄨㄥ, wēng)
อวี yu 【u, yu】 yu 【u, ü】 yü 【ü】 女 (ㄋㄩˇ, nǚ)
    yun 【un, yun】 yun 【un】 yün 【ün】   韻 (ㄩㄣˋ, yūn)
    yong yong 【iong】 yung 【iung】   永 (ㄩㄥˇ, yǒng)

 

Tones วรรณยุกต์ มีดังนี้ ╴ ˊ ˇ ˋ ˙

Zhuyin เทียบเสียง
วรรณยุกต์ไทย
  Pinyin Tongyong Pinyin Wade-Giles Zhuyin IPA ตัวอย่าง
(ตัวเต็ม/ตัวย่อ)
1 ปกติ อิน ma ma1 ㄇㄚ ma˥˥ 媽/妈
2 ˊ จัตวา หยัง maˊ ma2 ㄇㄚˊ ma˧˥ 麻/麻
3 ˇ เอก ชั้ง maˇ ma3 ㄇㄚˇ ma˨˩˦ 馬/马
4 ˋ โท ชี้ maˋ ma4 ㄇㄚˋ ma˥˩ 罵/骂
5 ˙ เสียงสั้น   ˙ma ma˙ ma5 ㄇㄚ˙  

การผสมเสียงระหว่างสระ

Zhuyin Pinyin คำอ่าน Zhuyin
一﹍
Pinyin
i﹍
คำอ่าน Zhuyin
ㄨ﹍
Pinyin
u﹍
คำอ่าน Zhuyin
ㄩ﹍
Pinyin
ű﹍
คำอ่าน
a อา ﹍一ㄚ -ia เอีย ﹍ㄨㄚ -ua อวา      
o ออ       ﹍ㄨㄛ -uo อวอ      
e เออ                  
ê เอ ﹍一ㄝ -ie อีเอ       ﹍ㄩㄝ -űe เอวีย
ai ไอ       ﹍ㄨㄞ -uai อวาย      
ei เอย       ﹍ㄨㄟ -ui อุย      
ao เอา ﹍一ㄠ -iao เอียว            
ou โอ ﹍一ㄡ -iu อิว            
an อาน ﹍一ㄢ -ian เอียน ﹍ㄨㄢ -uan อวน ﹍ㄩㄢ -űan เอวียน
en เอิน ﹍一ㄣ -in อิน ﹍ㄨㄣ -un อวุน ﹍ㄩㄣ -űn อวีน
ang อาง ﹍一ㄤ -iang เอียง ﹍ㄨㄤ -uang อวง      
eng เอิง ﹍一ㄥ -ing อิง ﹍ㄨㄥ -ong อง ﹍ㄩㄥ -iong อีอง

  จู้อิน - พินอิน


จู้ยิน (Zhuyin) เป็นแบบดั้งเดิมของจีนที่ใช้กันมาช้านาน เป็นที่นิยมใช้ในหมู่คนจีนที่ ผ่านการศึกษาในรุ่นก่อนๆ ในประเทศจีนไต้หวันเป็นต้น

แป้นพิมพ์ภาษาจีนแบบ Zhuyin (ดูวิธีการติดตั้งที่ วิธีใช้ => การติดตั้ง แป้นพิมพ์ภาษาจีน แล้วเลือก Chines Tiwan - MS New Phonetic IME2002a)

แป้นพิมพ์ Zhuyin บนโทรศัพท์มือถือ
แป้นพิมพ์ Zhuyin บน Android

 

พินอิน (Pinyin) หรือ ฮั่นหยู่พินอิน (汉语拼音, Hànyǔ Pīnyīn, ความหมายตามตัวอักษร คือ การถอดเสียงภาษาจีน) เป็นแบบใหม่ที่ใช้ในระบบการศึกษาของสาธารณะประชาชนจีน และจะพบเห็นได้ในเอกสารที่ตีพิมพ์ในยุคหลังๆ หรือมักจะย่อว่า พินอิน คือระบบในการถ่ายถอดเสียงภาษาจีนมาตรฐาน ด้วยตัวอักษรโรมัน ความหมายของพินอินคือ "การรวมเสียงเข้าด้วยกัน" (โดยนัยก็คือ การเขียนแบบสัทศาสตร์ การสะกด การถ่ายถอดเสียง หรือการทับศัพท์)

พินอินเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2501 และเริ่มใช้กันในปี พ.ศ. 2522 โดยรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้แทนที่ระบบการถ่ายถอดเสียงแบบเก่า เช่น ระบบเวดและไจลส์ และระบบเปอเพอเมอเฟอ (จู้ยิน ฝูฮ่าว) นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบระบบอื่น ๆ สำหรับนำไปใช้กับภาษาพูดของจีนในถิ่นต่างๆ และภาษาของชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช้ภาษาฮั่น ในสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

นับแต่นั้นมา พินอินก็เป็นที่ยอมรับจากสถาบันนานาชาติหลายแห่ง รวมทั้งรัฐบาลสิงคโปร์ หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน และสมาคมหอสมุดอเมริกัน โดยถือว่าเป็นระบบการถ่ายถอดเสียงที่เหมาะสมสำหรับภาษาจีนกลาง ครั้นปี พ.ศ. 2522 องค์การมาตรฐานนานาชาติ (ISO) ก็ได้รับเอาพินอินเป็นระบบมาตรฐาน (ISO 7098)ในการถ่ายทอดเสียงภาษาจีนปัจจุบันด้วยอักษรโรมัน (the standard romanization for modern Chinese)

สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้ก็คือ พินอินนั้น เป็นการทับศัพท์ด้วยอักษรโรมัน (Romanization) มิใช่การถ่ายถอดเสียงแบบภาษาอังกฤษ (Anglicization) นั่นคือ การกำหนดให้ใช้ตัวอักษรตัวหนึ่ง สำหรับแทนเสียงหนึ่งๆ ในภาษาจีนไว้อย่างตายตัว เช่น b และ d ในระบบพินอิน เป็นเสียง "ป" และ "ต" ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างจากระบบการออกเสียงส่วนใหญ่ ไม่ว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือภาษาอื่นในยุโรป ขณะที่อักษร j หรือ q นั้นมีเสียงไม่ตรงกับในภาษาอังกฤษเลย กล่าวสั้น ๆ ก็คือ พินอินมุ่งที่จะใช้อักษรโรมัน เพื่อแทนเสียงใดเสียงหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการเขียน มิได้ยืมเสียงจากระบบของอักษรโรมันมาใช้ การใช้ระบบนี้นอกจากทำให้ชาวต่างชาติเขียนอ่านภาษาจีนได้สะดวกแล้วยังสามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ได้สะดวกอย่างยิ่งด้วย

การถอดเสียงพยัญชนะแบบพินอิน

พินอิน สัทอักษรสากล (IPA) อักษรไทย
p [pʰ] ผ, พ
t [tʰ] ถ, ท
k [kʰ] ข, ค
b [p]
d [t]
g [k]
s [s] ซ, ส
c [tsʰ] ฉ, ช
z [ts]
x [ɕ] ซ, ส
q [tɕʰ] ฉ, ช
j [tɕ]
sh [ʂ] ซ, ส
ch [tʂʰ] ฉ, ช
zh [tʂ]
f [f] ฝ, ฟ
h [x] ห, ฮ
l [l]
r [ʐ] หรือ [ɻ] ร หรือ ย
w [w] ว, อ (เมื่ออยู่หน้า u)
y [j] ย, อ (เมื่อตามด้วย i
และไม่มีตัวสะกด)
m [m]
n [n]
ng [ŋ]


หมายเหตุ:
เสียงพยัญชนะจีนซึ่งเทียบได้กับพยัญชนะไทยที่มีอักษรคู่ (อักษรสูงมีเสียงคู่กับอักษรต่ำ) ได้ให้ไว้ทั้ง 2 ตัว เช่น ฉ-ช, ฝ-ฟ ให้เลือกใช้ตามหลักการผันเสียงวรรณยุกต์ของไทย เช่น ฉา, ชือ, เฝิน, ฟั่น ในกรณีที่เป็นอักษรเดี่ยว ซึ่งในการผันวรรณยุกต์ต้องใช้ ห นำ ถ้าอักษรเดี่ยวนั้นเป็นตัวควบกล้ำให้แทรกตัว ห ไว้ระหว่างตัวควบกล้ำเพื่อให้อ่านได้สะดวก เช่น yún = ยฺหวิน

การถอดเสียงสระ

พินอิน อักษรสากล (IPA) อักษรไทย
a [ɑ] อะ / อา
ai [aɪ] ไอ / อาย
an [an], [ɛn] อัน / อาน
ang [ɑŋ] อัง / อาง
ar, anr, air [aɻ] อาร์
ao [ɑʊ] เอา / อาว
e [ɤ], [ə] เออ, เอ (เมื่อตามหลัง y)
ê [ɛ] เอ
ei [ei] เอย์
en [ən] เอิน
eng [ɤŋ] เอิง
er [aɻ], [ɤɻ] เออร์
i [i] อี, อึ / อือ
(เมื่ออยู่หลัง c, ch, r, s, sh, z, zh)
ia [iɑ] เอีย (ออกเสียงเหมือนคำว่า "อี + อา" แต่ลากเสียงสระท้าย)
ie [iɛ] เอีย (ออกเสียงเหมือนคำว่า "อี + เอ" แต่ลากเสียงสระท้าย)
iu [iou̯] อิว
o [u̯ɔ] โอ, อัว (เมื่ออยู่หลัง
b, f, m, p, w)
ong [ʊŋ] อง
ou [ou̯] โอว
u [u], [y] อู, อวี (เมื่ออยู่หลัง
j, q, x, y)
ue, uer [] เอว , เอวร์ (เสียงควบ
อว)
ui [ueɪ] อุย
un [uən] อุน, อวิน
(เมื่ออยู่หลัง j, q, x, y)
uo [u̯ɔ] อัว
ü [y] อวี (เสียงควบ อว)
üe [yɛ] เอว (เสียงควบ อว)
ün [yn] อวิน (เสียงควบ อว)

หมายเหตุ: พยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตกำกับในคำทับศัพท์ให้ออกเสียงด้วย เช่น érzi = เอ๋อร์จึ fēi = เฟย์

การถอดเสียงวรรณยุกต์

ระบบพินอินมีเครื่องหมายแทนเสียงวรรณยุกต์ 4 เครื่องหมายด้วยกัน ดังนี้
1. วรรณยุกต์เสียงที่หนึ่ง แทนด้วยขีดระนาบสั้น ๆ (ˉ) เทียบเท่าเสียง สามัญหรือตรี ในภาษาไทย:
ā ē ī ō ū ǖ
2. วรรณยุกต์เสียงที่สอง แทนด้วยขีดสั้น ๆ เอียงขวา (ˊ) เทียบเท่าเสียง จัตวา ในภาษาไทย:
á é í ó ú ǘ
3. วรรณยุกต์เสียงที่สาม แทนด้วยขีดรูปลิ่ม (ˇ) คล้ายเสียง เอก ในภาษาไทย (แต่ไม่ใช่เสียง"เอก"):
ǎ ě ǐ ǒ ǔ ǚ
4. วรรณยุกต์เสียงที่สี่ แทนด้วยขีดสั้น ๆ เอียงซ้าย (ˋ) เทียบเท่าเสียง โท ในภาษาไทย:
à è ì ò ù ǜ
5. วรรณยุกต์เสียงที่ห้า ไม่มีเครื่องหมาย:
a e i o u ü (แต่บางครั้งเขียนจุดหน้าพยางค์นั้น ๆ เช่น ·yo เยาะ)

ในการใช้เครื่องพิมพ์ดีดหรือคอมพิวเตอร์ อาจใช้ตัวเลขแทนเครื่องหมายวรรณยุกต์ได้ (1 2 3 4 5 ตามลำดับ)

การใส่วรรณยุกต์
โดยดูที่สระ a o e i u ü ตัวอย่างสระ ie ให้ใส่ที่ e เพราะ e มาก่อน(e i) ยกเว้นถ้า iu ใส่ที่ u
ตัวอย่าง

อักษรจีน พินอิน อักษรไทย ความหมาย
มา หรือ ม้า แม่
หมา ป่าน
หม่า ม้า
ม่า ดุด่า
·ma มะ หรือ, ไหม
รวมมาจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ไทย และ en.wikipedia.org/wiki/Zhuyin

 

วิธีการอ่านออกเสียง

a (1) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "อา" เวลาออกเสียงให้อ้าปากออกกว้างมากที่สุด และตำแหน่งของลิ้นก็จะอยู่ต่ำสุด รูปริมฝีปากจะไม่เป็นรูปวงกลม
o (2) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "โอ" เวลาออกเสียงให้อ้าปากกว้างในระดับปานกลาง ตำแหน่งลิ้นอยู่ในระดับสูงปานกลางค่อนไปข้างหลัง ริมฝีปากมีรูปลักษณะกลม
e (3) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "เออ" เวลาออกเสียงให้อ้าปากอยู่ในระดับปานกลาง และตำแหน่งของลิ้นก็จะอยู่ในระดับสูงปานกลางค่อนไปข้างหลัง รูปริมฝีปากจะไม่เป็นรูปวงกลม
ê (4) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "เอ" เวลาออกเสียงให้อ้าปากแบะออกด้านข้างกว้างกว่าการออกเสียงตัว "e" และ " นี้ จะสามารถไปผสมกับอักษรแทนเสียงสระตัว "i" กับ " เป็น "ie" กับ " ได้เท่านั้น
-i (5) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบ "ยี + อี" เวลาออกเสียงให้อ้าปากอยู่ในระดับน้อยที่สุด และให้ริมฝีปากแบนราบ ตำแหน่งของลิ้นให้อยุ่ในระดับสูงค่อนมาข้างหน้า (แต่อย่าเคลื่อนไหวในขณะที่เปล่งเสียงออกมาและให้ริมฝีปากกางออกไปทางด้านข้างทั้งสองด้าน)
-u (6) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "อู" เวลาออกเสียงให้อ้าปากออกน้อยที่สุด และให้รูปริมฝีปากเป็นรูปวงกลมมากที่สุดตำแหน่งของลิ้นให้ลอยอยู่ในระดับสูงและค่อนไปข้างหลัง (แต่อย่าเคลื่อนไหวในขณะเปล่งเสียงออกมา และให้ย่นริมฝีปากเข้าหากัน)
ü (7) ก่อนที่จะเปล่งเสียงออกมา จะต้องย่นริมฝีปากเข้าหากันเป็นรูเล็กๆ (เหมือนกับรูปปากท่าในขณะเป่านกหวีด) และให้รูปริมฝีปากมีรูปวงกลมเล็กแต่จะไม่ยื่นริมฝีปากออกมาเหมือนกับรูปปากที่เปล่งเสียงตัว "u" ตำแหน่งของลิ้นค่อนมาข้างหน้ามีลักษณะนูนสูงขึ้น และรูปริมฝีปากจะมีรูปตรงกันข้ามกับรูปปากของการเปล่งเสียงตัว"i" เสร็จแล้วจึงเปล่งเสียง "ยี" โดยให้ริมฝีปากยังคงย่นอยู่จนกว่าเสียงจะสิ้นสุดลงเรียบร้อยแล้ว แล้วจึงเลิกย่นริมฝีปาก ฉะนั้น เสียงของตัว " นี้จะไม่ใช่เป็นเสียง "ยู" หรือ "วี" หรือ "ยิว" อย่างที่หลายคนมักเข้าใจผิดข้อควรระวังคือ อย่าเลิกย่นริมฝีปากออกเสียก่อนที่เสียงซึ่งเปล่งออกมานั้นยังไม่จบสิ้นลง เพราะว่าไม่เช่นนั้นแล้วละก็เสียงที่เปล่งออกมานั้น จะถูกริมฝีปากบิดให้ผิดเพี้ยนไปเป็นเสียงที่ไม่ถูกต้อง เสียงนี้เวลาออกเสียงค่อนข้างยาก เพระว่าในภาษาไทยไม่มีเสียงเช่นนี้ คนไทยจึงไม่คุ้นเคย หรือรู้สึกว่ายากแก่การที่จะต้องย่นริมฝีปากเอาไว้ในขณะที่กำลังเปล่งเสียงออกมาจนกว่าเสียงจะสิ้นสุด แต่ว่าถ้านักศึกษาพยายามฝึกหัดมากหน่อย ก็สามารถออกเสียงตัวนี้ได้ถูกต้อง และจะไม่ยากเมื่อฝึกหัดจนคุ้นเคยแล้วและเวลา " ไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว "j" "q", "x" และ "y" แล้วละก็ให้ละจุดสองจุดบนตัว "u" เป็น "ju" "qu", "xu" และ "yu" ส่วน " ไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว "n" กับ "l" แล้วละก็ ยังต้องคงจุดสองจุดไว้บน " เช่น "n กับ " เพราะมิเช่นนั้นแล้วละก็จะไปซ้ำกับพยางค์เสียง "nu" กับ "lu" (เนื่องจาก "n" กับ "l" สามารถไปสะกดกับอักษรแทนเสียงสระตัว "u" ได้ด้วย
-i (8) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "อือ" โดยให้ปลายลิ้นกระดกขึ้นบน และอักษรแทนเสียงสระตัวนี้จะสามารถสะกดได้กับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว "zh", "ch" , "sh" กับ "r" เป็น zhi
er (9) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "อือ" ก่อนออกเสียงให้ยื่นปลายลิ้นออกไปในแนวราบ แล้วใช้ปลายลิ้นยันไว้ตรงบริเวณด้านหลังฟันบนแล้วจึงเปล่งเสียงออกไปพร้อมกับเลื่อนปลายลิ้นห่างออกเล็กน้อย เสียงนี้จะเป็นเสียงที่เกิดจากการเบียด และเสียดสีกันออกมาอักษรแทนเสียงสระตัวนี้ จะสามารถสะกดได้กับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว "z", "c" กับ "s" เป็น "zi กับ เท่านั้น
ai (10) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "อาร์+กระดกลิ้นขึ้นบน+เออ" เน้นเสียงหนักที่ "อาร์ (กระดกลิ้น)" แล้วจึงลงด้วย "เออ" เบาๆ
-ei (11) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่าง "อา+อี" ให้เป็นเสียงเดียวกัน ฟังดูเผินๆ ก็จะเป็น "อาย+อี" (ควบให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว)
ao (12) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่าง "เอ+อี" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว
ou (13) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่าง"อาว+โอ" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว
-ia (14) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่าง "โอว+อู" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว
-ie (15) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบเป็น "อี+ยา" เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "ya" อ่านว่า "อี+ยา" (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
-ua (16) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบเป็น "อี+เย" ให้เป็นเสียงเดียวและเร็ว ให้เน้นเสียงหนักที่ "เย" เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "ye" อ่านว่า "เย"
-uo (17) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบ "อู+วา" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงว่า "wa" อ่านว่า "อู+วา" (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
-üe (18) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบ "อู+โว" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงว่า "wo" อ่านว่า "อู+โว" (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
-iao (19) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบที่ต้องย่นริมฝีปากก่อนแล้วจึงเปล่งเสียง "ยี+เอ" (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน) เขียนเป็นพยางค์ได้ว่า "yue" ละจุดสองจุดบนตัว "u"
-iou (20) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อี+ยาว" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "yao" อ่านว่า "ยาว" (ให้เป็นเสียงสูงแนวราบตลอด)
-uai (21) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อี+ยิว" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว และเมื่อ "iou" ไปสะกดกับตัวอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัวใดตัวหนึ่งแล้วละก็ให้ตัดตัวอักษรเหลือเพียง "iu และมีเสียงเทียบเคียงเป็นเสียงควบ "อี+อิว" เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "you" อ่านว่า "ยิว"
-uai (22) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อู+วาย" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์ เสียงได้ว่า "wai" อ่านว่า "อู+วาย" (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
-uei (23) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อู+เวย" ให้เป็นเสียงเดียวกัน และเมื่อ "uei"ไปสะกดกับตัวอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัวใดตัวหนึ่งแล้วละก็ให้ตัดตัวอักษรเหลือเพียง "ui และมีเสียงเทียบเคียงเป็นเสียงควบได้กับเสียง "อุย+อี" เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "wei" อ่านว่า "เวย+อี" (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
an (24) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "อาน" ปลายเสียงขึ้นจมูก ไม่ใช่เสียง "อัน"
en (25) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "เอิน" ปลายเสียงขึ้นจมูก
ang (26) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "อาง" ปลายเสียงขึ้นจมูก ไม่ใช่เสียง "อัง"
eng (27) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง "เอิง" ปลายเสียงขึ้นจมูก
-ian (28) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อี+เยียน" เขียนเป็นพยางค์เสียงว่า "yan" อ่านว่า "เยียน"
-in (29) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "ยิน+อิน" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "yin" อ่านว่า "ยิน+อิน"
-iang (30) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อี+ยาง" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "yang" อ่านว่า "ยาง" ให้ปลายเสียงขึ้นจมูก
-ing (31) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "ยิง+อิง" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "ying" อ่านว่า "ยิง+อิง" ให้ปลายเสียงขึ้นจมูก
-iong (32) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อี+ยง" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "yong" อ่านออกเสียงว่า "ยง"
-uan (33) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อู+วาน" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงว่า "wan อ่านออกเสียงว่า "อู+วาน" (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็วเช่นกัน)
-uen (34) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อู+เวิน" ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "wen อ่านออกเสียงว่า "เวิน" แต่เมื่อ "-uen" ไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัวอื่นๆ แล้วละก็ ให้เหลือเพียง "un
-uang (35) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อู+วาง" (ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว) เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "wang" อ่านออกเสียงว่า "อู+วาง" เหมือนเดิมให้ปลายเสียงขึ้นจมูกและเน้นเสียงหนัก "วาง" มากกว่า
-ueng (36) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "อู+เวิง" (ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว) เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "weng" อ่านออกเสียงว่า "อู+เวิง" เหมือนเดิมให้เน้นเสียงหนัก "เวิง" มากกว่า
-üan (37) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "ย่นริมฝีปากก่อน+ยี+อาน" (อ่านให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว) เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "yuan" อ่านออกเสียงว่า "ย่นริมฝีปากก่อน+ยี+อาน" เหมือนเดิมแล้วละจุดสองจุดบนตัว "u" ไว้ในฐานที่เข้าใจ "- นี้จะสามารถไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว "j" , "q", "x" และ "y" เป็น "juan", "quan", "xuan" และ "yuan" ได้เท่านั้น
-ün (38) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง "ย่นริมฝีปากก่อน+ยิน" (จะต้อยย่นริมฝีปากตลอดเวลาในณะที่เปล่งเสียงออกมา จนกว่าเสียงจะสิ้นสุดลงเรียบร้อยแล้ว จึงจะเลิกย่นริมฝีปากได้) เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า "yun" แล้วละจุดสองจุดบนตัว "u" ไว้ในฐานที่เข้าใจ " นี้ จะสามารถไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว "j", "q", "x" และ "y" เป็น "jun", "qun", "xun" และ "yun" ได้เท่านั้น
 

จาก china_chiness www.tlcthai.com/club/view_topic.php?club=china_chiness&club_id=1162&table_id=1&cate_id=525&post_id=6982

หากผิดพลาดประการใด ขอให้ท่านผู้รู้โปรดชี้แนะเพื่อปรับแก้ให้ถูกต้อง


อัน ฮอ

อัน ฮอ ค่อน

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

พินอินสระ (อวี ) u บนหัวสองจุด พิมม์อย่างไรครับ

ü อวี พิมพ์อย่างไรครับ

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ตอบ กิ่มหมิ่นก๊อ

ใต้หัวข้อ ความคิดเห็น กดเครื่องหมาย Ω (อยู่แถวล่างสุด อันที่ 6) แล้วเลือก ü ได้เลยครับ.

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

ขอบคุณ คุณจ๊องหยิ่นฮยุ่ง

ธรรมดาผมใช้วิธีเอาสระ a u เทียบเสียงเเทน ขอบคุณครับ 

กดตัว v

กดตัว v อ่ะค่ะ

การติดตั้ง 注音

พี่ฉีช่วยแนะนำหน่อยครับ

พี่ฉีช่วยแนะนำหน่อยครับอยากดาวโหลด 注音 มาใช้ไม่ทราบใช่เว็บลิ้งไหนดีครับ


ดาวโหลด?


อยากได้ตัวพิมพ์

อยากได้ตัวพิมพ์แบบ 注音 คือคอมที่บ้านมีแต่拼音ครับ

ขอบคุณครับ

ใช่ลิ้งนี้เปล่า

ใช่ลิ้งนี้เปล่าครับ

http://www.nnjcacs.org/How%20To%20Install%20Chinese%20Input%20Method[1]..pdf


เนื้อหาเดียวกันกับที่แนะนำไปแล้ว

วิธีการติดตั้งแป้นพิมพ์
วิธีใช้  => การติดตั้ง แป้นพิมพ์ภาษาจีน
แล้วเลือกวิธีพิมพ์แบบที่ต้องการ  (Zhuyin อยู่ที่ Chines Tiwan - MS New Phonetic IME2002a)

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal