圣寿无疆  หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา 泰國客家 Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน(客家人) hakkapeople.com

อยากรู้ว่า ฝุ่งจิ้ว (เหล้าแดง) เค้าใช้อะไรทำ

รูปภาพของ มงคล

ต้มไก่ทั้งหอม ทั้งอร่อย เขาว่าบำรุงดีนักแล แต่ไม่ได้กินมานานแล้ว เลยอยากทำกินเองบ้าง ช่วยแนะนำหน่อยนะ


ใช้ข้าวเหนียว

ใช้ข้าวเหนียวนึ่งสุก ผสมแป้งที่ทำข้าวหมาก ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วก็จะได้ข้าวหมาก ก็เอาเหล้าขาวเทลงไป ทิ้งไว้อีก 7 วัน เมื่อครบ 7 วันแล้วก็ เอาเหล้าที่ได้ มาแยกข้าวและน้ำ ข้าวพักไว้

ส่วนน้ำก็คือหัวเชื้อของเหล้า เอาฝุ่งคยุกใส่ผ้าขาวบาง มัดให้เรียบร้อย เอาลงไปต้มกับเหล้า ตุ๋นด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วก็เอาถุงฝุ่งคยุกขึ้นมา

ปล่อยเหล้าให้เย็น เมื่อเย็นแล้วก็กรอกใส่ขวด ส่วนคยุกที่เอาขึ้นมา ก็ไปผสมกับส่วนของข้าวที่พักไว้ กลายเป็นเจา เอาไปทำกับข้าวได้ต่ออีกจ้า

รูปภาพของ มงคล

ขอบคุณครับ คุณ benpoom

สงสัยต้องไปหา ฝุ่งคยุก มาให้ได้ก่อนละ

รูปภาพของ ท้ายแถว

ฝุ่งคยุก กับ ฟุ่งหมี้ ?

ฝุ่งคยุก กับ ฟุ่งหมี้ มันคือ ข้าวสารแดงอันเดียวกันหรือไม่ครับ

ฝุ่งจิ่ว

เพิ่งสมัครเป็นสมาชิควันนี้เองค่ะ  รบกวนขอสูตรการทำเหล้าข้าวหมาก
โดยละเอียดหน่อยได้ไหมค้ะ ทุกขึ้นตอนเลย เพราะจะเริ่มทำ จะได้ไปทำเกจู้จิ่ว
ใช้ไปไหว้แม่วันที่ 27 เดือนหน้านี้แล้ว

เช่น  ข้าวเหนียว กี่กิโล  ลูกข้าวหมากกี่ชิ้น  ต้องทิ้งไว้ยังไง  ดูยังไงว่าใช้ได้แล้วยัง ใส่เหล้าตอนไหน  ขอรบกวนหน่อย  ขอบคุณค่ะ

ขอสูตรเต็มๆ หน่อย ว่าใช้ข้าวเหนียวกี่โล  แป้งข้าวหมากกี่ก้อน  เหล้าขาวกี่ดีกรี  จำนวนเท่าไหร่  ขอบคุณ

รูปภาพของ กิ่มหมิ่น

สูตรทำ เหล้าแดง

http://hakkapeople.com/node/2358

ลองดูลิงค์นี้ครับ อาจมีผู้รู้สูตร

http://topicstock.pantip.com/food/to


    วิธีทำเหล้าแดงของจีนฮากกา
    ต้องเอาข้าวเหนียวประมาณ1 กิโลมาหมักแบบทำข้าวหมากค่ะ
    ทิ้งไว้1-2 วัน
    แล้วบีบเอาแต่ตัวน้ำข้าวหมากมาต้มกับเหล้า 40ดีกรี
    ประมาณ1 ขวด
    แล้วเติมอะไรน๊าเป็นเม็ดๆเล็กๆสีแดงๆ(จำชื่อเรียกไม่ได้)
    หาซื้อจากร้านยาจีนหรือที่เยาวราชเห็นเป็นห่อๆขายอยู่ค่ะ
    ไอ้เจ้าเม็ดแดงๆนี่ต้องตำให้ละเอียดนะคะ ใส่พอประมาณ
    ไม่งั้นจะแดงเกินขนาดกลายเป็นเหล้าแด๊งแดงไปนะคะ
    จะถูกจับไหมคะนี่  กำลังสอนวิธีต้มเหล้าเถื่อนอยู่ นะนี่
    ไม่เคยทำเองหรอกค่ะ เคยเห็นคุณอาทำ
    ที่บ้านเป็นสายโลหิต ฮากกาเหมือนกันค่ะ
    เสียดายนะคะ จริงๆอาหารคนจีนแคะอร่อยมากมายหลายอย่าง
    แต่ไม่ค่อยมีคนเปิดร้านนะคะ อย่างลูกขิ้นปลาสไตล์จีนฮากกาก็อร่อยอย่าบอกใครเลย หรือลูกชิ้นหมูที่ใส่ปลาหมึกกับหัวไช้เท้าก็ใช่ย่อย
    นับวันก็จะไม่มีใครทำให้ทานแล้ว 

    จากคุณ : ลูกชิ้นปลาก

picstock/2007/08/D5670701/D5670701.html

http://www.bankasetporpeang.com/webboard/index.php?topic=715.0

รูปภาพของ อาฉี

ทำเหล้าข้าวหมาก

เรื่องวิธีการ คิดว่าหลักๆก็เหมือนกัน ข้าวหมาก เหล้า น้ำขาว คือใช้ข้าวเหนียวนึ่งสุข คลุกกับลูกแป้ง แล้วหมักไว้ จนเป็นข้าวหมาก หวานหอม (เชื้อจากลูกแป้งจะเปลี่ยนแป้งเป้นน้ำตาล) ถ้าหมักต่อ ข้าวหมากกลายเป็นเมรัย (โดยเชื้อที่มีอยู่ทำเปลี่ยนน้ำตาล ก็เปลี่ยนเป็น เอธิลแอลกอฮอล์) ดังนั้นถ้าหมักนานก็หวานน้อย เมามาก แต่เมรัยนี้เชื้อยังไม่ตาย ขบวนการยังดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ จนว่าจะนิ่งในสภาวะของมันอาจเกินถูกปากมากไป จึงนำมาต้มสุขเพื่อขบวนย่อยสลายจากจุลชีพเดิมก็สินสุดลง

ส่วนการต้มก็มีผลต่อกลิ่นรสบ้าง และมีการระเหยไปบ้าง ซึ่ง เอธานอล จุดเดือดต่ำกว่าน้ำ จึงระเหยมากกว่า คนหัวดีก็เลือกที่จะต้ม แบบอุ่นๆ พอเอธานอลระเหย แต่น้ำไม่ทันระเหยมาก แล้วดักเก็บไอกอฮอล์มาควบแน้น กลันมาเป็นสุราขาว แอลกอฮอลเข้มข้น อยากได้ดีกรีแค่ไหนก็อยู่ที่อุณภูมิการกลั่นควบแน่นนี้เอง แล้วกากข้าวที่เหลือ คนโบราณบอกว่า ผสมเลี่ยงหมูอ้วนดีนักแล

ส่วนน้ำขาวกับฝุงจิ้ว(หล้าแดง) เริ่มต้นจากข้าวหมากเหมือนกัน แต่เหล้าแดง จะใส่ ฝุงหมี้/ฝุงคลุก/อังคลัก(ข้าวแดง) ไปด้วยจึงได้น้ำสีแดงหอมจากกลิ่นข้าวแดงด้วย และเมื่อต้มแล้ว เกรงว่าดีกรีจะตก บ้างก็จะนำสุราขาว ที่ได้จากการกลั่น เติมลงไปเพื่อได้ดีกรีเพิ่มขึ้น ให้ถูกปาก ถูกคอทองแดงมากขึ้น

จากขบวนการข้างต้น จะเห็นว่ามีตัวแปรเพื่อความถูกใจมากมาย ดังนั้นส่วนสูตรที่ลงตัวแป๊ะๆ คงบอกกันยาก ไม่ใช้หวงสูตร แต่ต้องใช้ทักษะ ประสพการณ์ลองผิดลองถูกพอสมควร ลองทำดูสักทีก็รู้เอง ไม่ยากอย่างที่คิด ซึ่งมีตัวแปรหลักๆ ที่ควรพิจารณาดังนี้

อุณหภูมิห้องสูง ก็เป็นเร็ว หน้าหนาวก็เป็นช้า ปริมาณและเวลาไม่ใช่ค่าคงที่ เป็นตัวแปรตามสภาพแวดล้อม ใช้การสังเกต และทักษะการ ดู ดม อม สัมผ้ส เป็นเครื่องมือวัดแบบบ้านๆที่ให้ความถูกคอถูกใจได้เป็นอย่างดี

แหล่งที่มาลูกแป้ง แต่ละแหล่ง อาจจะใช้ปริมาณสัดส่วนไม่เท่ากันบ้าง (ขึ้นอยูกับอุณหภูมิอากาศด้วย) และกลิ่นรสอาจแตกต่างกันบ้าง เพราะเชื้อที่ปั้นมาอาจแรงไม่เท่ากัน หรือสกุลย่อยแตกต่างกันบ้าง ดังนั้นถามจากแหล่งที่ซื้อลูกแป้ง น่าจะได้คำตอบที่เหมาะสมที่สุด และจะเห็นว่าคนสมัยโบราณที่ทำๆกัน เขาจะมีสูตรทำลูกแป้ง หรือแหล่งที่มาของเขาเอง ส่วนที่เขาทำเป็นอาชีพ เขาจะมีการเก็บเชื้อ ทำต่ออยู่เนืองๆเพื่อความคงที่ของคุณภาพเฉพาะยี่ห้อ จะสามารถทำได้คงเส้นคงวา สำหรับมือสมัครเล่น นานๆทำที หาลูกแป้งตามมีตามเกิดเท่าที่หาได้ เชื่อว่าจะให้กลิ่นรสที่แปะๆ เหมือนกันทุกครั้งที่ทำได้ยาก จะทำได้แค่รสใกล้เคียงกัน ไม่ใช้นักชิมอาชีพชิมคนละทีอาจไม่รู้ สรุปว่าเมาเหมือนกัน ดื่มไปเยอะก็ล้มทั้งยืนได้เหมือนกันก็ OK แล้ว

ส่วนปริมาณอยากได้มาก ก็แช่ข้าวมาก เมื่อทำแล้วสำหรับมือใหม่ก็แอบชิมเป็นระยะๆได้ตามต้องการ แต่อย่าชิมจนหมดละ(ขอย้ำว่าต้องแอบชิม อย่าไปรบกวนขบวนการหมักให้กระทบกระเทือนเกิดเหตุ) ค่อยๆ สังเกตไปเรื่อยๆก็รู้เองว่าถูกใจหรือยังได้เอง แต่ถ้าเป็นมืออาชีพ รู้ใจเชื้อและสูตรที่ใช้แล้วบางคนเขาห้ามเปิดแตะต้องในบางขั้นตอน เขาว่ากลิ่นรสอาจเพี้ยนจากสูตรประจำตระกูลก็มี

ส่วนหม้อที่ใช้หมัก จะใช้หม้อเคลือบ เครื่องแก้ว เซรามิกดินเผา อะไรก็ได้ ที่มีความคงทนไม่ถูกกัดกร่อนเมื่อแช่น้ำนานๆ แต่ไม่ควรใช้หม้อโลหะ เพราะอาจมีการกัดกร่อนของโลหะ และโลหะบางชนิดมีผลต่อการเจริญเติบโตของเชื้อ เครื่องทองเหลือง ยิ่งไม่ควรใช้ในขบวนการทำอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำในการแช่หมัก เพราะไม่ว่า ซิงค์(Zn) และคอบเปอร์(Cu) อาจทำปฏิกริยากับน้ำ และอ๊อกซิเจน อย่างช้าๆ แต่แช่นาน ทั้งจุลชีพที่ทำข้าวหมาก และระบบการทำงานของรางกายเราคงไม่ชอบแน่ๆ

ที่สำคัญคือเรื่องความสะอาด ปราศจากจุลชีพอื่นที่ไม่พึงประสงค์ และลมอย่าถ่ายที่หมักมากเกินไป เพราะถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเร็ว การควบคุณคุณภาพก็ยาก และถ้า มีฝุ่น หรือติดเชื้ออื่นลงไป กลิ่นรสก็เปลี่ยนไปเกินการควบคุม ถ้าเอาไม่อยู่ หม้อข้าวหมาก กลายเป็นหม้อเชื้อรามีหวังหมูอ้วนแน่ๆ

รูปภาพของ อาฉี

หลอยค่อน

เอาจัดให้
ฝุ่งคยุก หรือ ฝุงคุก หรือ อั่งคัก

แบบนี้คล้าย เมล็ดข้าวเหนียวดำ แต่ดูเหมือนจะมีผิวเมล็ดเคลือบสีน้ำตาลเข้ม หนากว่าข้าวเหนียวดำ

 

แบบนี้สีสรรสดใส สวยดี ไม่รู้เขาเรียกอะไรเหมือนกัน ใครรู้ช่วยตอบที

Thanks a lot. I am very

Thanks a lot.

I am very interested in you web. I am in Uk. and will be back to Bkk. in Oct.08 for 3 months. I will have lounch in Hakka Rest. as your suggestions . I wonder why there is not  New Kayin in your list? I have had lounch many times for years when I was young 

Is New Kayin still open at Suan Mali? 

Do you know any Hakka Restaurant in London or UK?

Why don't you have Khun Thassana Chunsiri in your  ex president list? He was after Khun Kiat Wattanawakin. You should ask Khun Chansamorn Wattanawakin. He had worked for the Hakka Asso. of Thailand.

รูปภาพของ webmaster

ขอบคุณที่สนใจ

ด้วยความยินดีครับ เครื่องที่นั้นพิมพ์ไทยไม่ได้ไม่เป็นไร แต่คิดว่าคงอ่าน font ไทยได้อยู่นะครับ

ก็ขอบคุณที่ท่าน praneevtns ที่ให้ความกรุณา ให้ความสนใจดู ให้ข้อเสนอแนะ และขออภัยที่เว็บนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งหมดได้ ก็จะพยามต่อไปครับ

เนื่องจากผู้ริเริ่มก่อตั้งเว็บนี้ เป็นเพียงลูกหลานฮากกากลุ่มเล็กๆ ที่มีความสนใจที่จะสืบสารวัฒนธรรม อนุรักษ์เชิดชูภูมิปัญญาของชาวฮากกา ไว้เป็นหลักฐานสืบทอดสู่คนรุ่นต่อๆไป แต่ด้วยความที่อยู่หลืบเขาห่างไกลส่วนกลางและผู้รู้ทั้งหลาย จึงเปิดเว็บนี้ยกให้เป็นสมบัติของของสาธารณชนคนฮากกาที่ช่วยกัยอนุเคราะห์ช่วยกันดูแล และได้มาชุมนุมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน เพื่อจะได้ศึกษาติดตามความเป็นมาเป็นไป และกิจกรรมดีๆของชาวฮากกา ได้ด้วยกัน ไม่จำกัดสถานที่และวัยวุฒิ

ดังนั้น ข้อมูลที่เห็นในเว็บนี้ จึงเกิดจากพี่น้องทั้งหลายที่ช่วยกัน สรรหามาเผยแพร่ให้กัน มิได้เกิดจากคณะผู้ก่อตั้งแต่ผู้เดียว ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านเหล่านั้น ที่ช่วยเติมเต็มให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

ส่วนข้อมูลที่เป็นของหน่วยงานต่างๆ ทางเว็บได้จัดสรรพื้นที่ให้ใช้ฟรีๆ และได้ทำหนังสือส่งเอกสารเชิญชวน ถึงสมาคมต่างๆ ทุกสมาคม โดยได้ส่งรหัสผ่าน วิธีการใช้งาน
การสร้างเนื้อหา และได้ขอร้องให้กรุณาช่วย Update ข้อมูลของหน่วยงานตัวเอง ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหลายแห่ง ( เช่น ที่ ชั้นหนังสือ/ประวัติหน่วยงานต่างๆ )

ดังนั้นถ้าข้อมูลของหน่วยงานใดยังไม่มี ก็คงต้องช่วยกันติดต่อเร่งเร้าให้หน่วยงานต่างๆ ได้ช่วยเพิ่มข่าวสาร ในพื้นที่ที่เตรียมไว้ให้แล้ว มีข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง เป็นปัจจุบันมากขึ้น
จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่าน ที่อยากให้ทุกหน่วยงาน จะช่วยกันรวบรวมประวัติความเป็นมา รายชื่อนายกสมาคมตั้งแต่อดีต ผู้ก่อตั้งของหน่วยงานตนเองไว้ได้เชิดชูกันต่อไป อย่างน้อยก็ยังใช้อ้างอิงถึงลูกหลาน หรือคนแดนไกลได้รับรู้กัน

ถ้าท่านใดมีข้อมูลดีๆถึงผู้ที่มีคณูปการไว้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีให้ลูกหลาน หรือข่าวสารกิจกรรม ความเป็นมาเป็นไป ทั้งอดีต-ปัจจุบัน ด้วยจักเป็นพระคุณอย่างสูง ซึ่งทุกท่านลงทะเบียนล๊อกอินแล้ว จะสามารถ เขียนเรื่องขึ้นมาใหม่ได้ (โดยคลิกที่ สร้างเนื้อหา)

และคิดว่าถ้าพวกเรามีข้อมูลร้านอาหารฮากกา หรือกิจการที่น่าสนใจของชาวฮากกาทั้งในไทย หรือใน UK. ได้ช่วยแนะนำกัน คงมีคนสนใจไม่น้อย เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งผู้ที่ชื่นชอบ และผู้ประกอบกิจการได้มีคนรู้จักมาช่วยอุดหนุนพี่น้องฮากกาด้วยกัน มีความสุขเจริญรุ่งเรืองกันถ้วนหน้าครับผม

ก็ขอขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ และความกรุณาทุกท่านผู้ให้ข้อมูลในเว็บนี้ มา ณ ที่นี้ด้วย

รูปภาพของ YupSinFa

ฝุ่งจิ้วคือเหล้าข้าวแดง

     ฝุ่งจิ้ว แปลตรงตัวว่า เหล้าแดง ที่ไหงดัดแปลงคือ ที่ภาคเหนือ มีข้าวเหนียวชนิดหนึ่ง เมล็ดข้าวสารมีสีม่วง ชาวเหนือเรียกว่า ข้าวก่ำ ข้าวชนิดนี้มีสีแดง เมื่อเอามานึ่งแล้วหมักทำเหล้าข้าวเหนียว ก็จะได้น้ำเหล้าที่มีสีแดง ตรงตามฝุ่งจิ้ว ของชาวฮากกาเราเป๊ะเลย แล้วทีนี้จะนำไปดื่ม หรือเอาไปปรุงอาหาร เก๋จิ้ว ก็จะได้อาหารที่มีสีแดง ไม่เชื่อลองทำดูสิ

รูปภาพของ อาฉี

จั้งตี

สวัสดีคุณยับสินฝา

ขนาดไหงอยู่ทางนี้ เช้าๆบางวัน ลงมาถึง 16 ถู่ ทางเชียงรายคงหนาวมากแล้วใช้ไหม ก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะ  ยังมีใครนึกถึงยาบำรุงยามหนาว อวูหมอกอกหยอง (ขออภัยที่ไม่แปล) กันอยู่หรือเปล่า 

 

 

(ในรูปนี้ไม่ใช่ที่ว่านะ แต่เมื่อใส่ฝุงจิ้ว ไปหน่อย คงหวานหอมเครื่องยายิ่งขึ้น)

 

 

 

 

 

จากที่หงีเล่ามา ทำให้ไหงไหงจั้งตี ว่าที่แท้ว่าฝุงคยุก ก็คือข้าวพันธุ์หนึ่งนี่เอง หลงเดาผิดไปคิดว่า เป็นข้าวที่ผ่านกรรมวิธีมาเสียอีก ก็ขอขอบคุณครับ
แล้วมันคืออันเดียวกันกับ ข้าวเหนียวดำ/แดง ที่ในตลาดนำมาห่อใบตองขาย หน้าปลา หน้าสังขยา หรือเปล่า

รูปภาพของ 黎啟示

ใช่ครับ ได้สีแดงเหมือนกัน แต่ไม่มีกลิ่นเอกลักษณ์ของ ฝุ่งคยุก

คือฝุ่งคยุกหรืออั่งขัก นี่มันมีกลิ่นที่้เป็นเอกลักษณืของมันไงครับ ถ้าใช้ข้าวก่ำมันก็ได้เหล้าข้าวเหนียวเหมือนกัน แต่รสชาติกับกลิ่นต่างกันจริงๆนะครับ สารสีแดงของอั่งขักเป็นสีของเชื้อรานะครับ คือยิ่งหมักไว้สีก็จะแดงขึ้นเรื่อยๆ คือเชื้อรามันเติบโตหนะึครับ

รูปภาพของ YupSinFa

สวัสดีครับคุณอาฉี และทุก ๆ ท่าน

อากาศหนาวปีนี้แปลก คือช่วงเช้าอากาศจะเย็นมาก ประมาณ 11-12 ถู่ ในเมืองนะครับ แต่พอสาย ๆ มาถึงตอนบ่ายอากาศค่อนข้างร้อน แต่ในที่ร่มก็รู้สึกเย็นสบาย ตอนนี้ที่ยอดดอยอินทนนท์กับยอดดอยอ่างขางจะอยู่ที่ -1 ถึง -2 จะเห็นแม่คะนิ้งเต็มไปหมด

ถูกแล้วครับ ฝุ่งคยุกก็คือข้าวเหนียวดำ-แดงในตลาดเรานี้เอง และเป็นชนิดเดียวกันกับที่ถ่องซานด้วย แต่อาจจะคนละพันธุ์ ไหงเคยให้คนเหนือลองนึ่งดูแล้วหมักออกมาจะได้น้ำเหล้าที่มีสีแดงเป๊ะเลย เอามาทำเก๋จิ้วจะมีสีแดงสวยงามดี ลองทำชิมดูนะครับ

รูปภาพของ อาฉี

สวัสดีวันตุงฉือ (冬至 ตงจื้อ 农历十一月)

แหม พอท่านยับเซียงเซิน พูดถึงความหนาวเย็น แม่คะนิ้งที่สวยยะเยือก และของแดง ก็ให้นึกของแดงอีกอย่าง ถึงจะไม่แดงเข้มเหมือน ฝุงคยุก แค่เป็นสีชมพูอ่อนๆ ของหวานวันตุงฉือ (冬至 ตงจื้อ 农历十一月) ที่ว่ากันว่าเป็นวันกลางฤดูหนาว ที่มีกลางวันสั้น หรือกลางคืนยาวที่สุด (ที่จำได้เพราะวันนี้เป็นวันไหว้ขนมบัวลอย คือวันที่ได้กินอี้ )

ก็เชื่อว่าชาวฮากกาหลายๆบ้านยังคงประเพณีนี้อยู่กันนะ อย่างน้อยก็มีบ้านไหงที่อาแมพาทำมาตั้งแต่เด็กๆ

รูปภาพของ 黎啟示

ฝุ่งคยุก นี่ภาษากวางตุ้งเรียก ห่งคุก แต้จิ๋วเรียกอั่งขัก

ไม่ใช่ข้าวแดงข้าวเหนียวดำที่ขายกันตามท้องตลาดนะครับ
แต่เป็นข้าวที่นำไปหมักกับเชื้อราสีแดง มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์นะครับ
เวลาทำเหล้านี่ก็จะมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ เอาข้าวเหนียวแดงข้าวเหนียวดำ
มาหมักก็อาจได้สีคล้ายกัน แต่รูป รส กลิ่น สีนี่คนละเรื่องเลย
ฝุ่งคยุกนี่ซื้อได้ตามร้านยาจีน นะครับ บางคนเอามาต้มขาหมู ใส่หมูแดง
ทำเต้าหู้ยี้แดง ทำ อั่งกูก้วย

ขอบคุณครั

ขอบคุณครับ

 ฉิน ขี่ ฝา

ไก่ต้มเหล้า

ขอแสดงความคิดเห็นเรืองไก่ต้มเหล้าหน่อยนะครับ ในภาษาจีนแคะเรียกว่า "เกจิ้ว"ครับ ที่บ้านผมอยู่ในตลาดปากน้ำโพ ตั้งแต่รุ่นปู่จะทำไว้กินในตอนหน้าหนาว และ ที่สำคัญเวลาผู้หญิงเกิดลูกจะกินตอนอยู่ไฟจะช่วยให้ ตอนอายุมากไม่หนาวอะไรทำนองนี้ เอาไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกทีครับ (ถามแม่ก่อน)

ฝุ่งจิ้ว

ผมมีข้อสงสัยอยู่ว่า??? ถ้าเราต้มฝุ่งจิ้วจะโดนจับหรือเปล่าครับ ใครมีความรู้ช่วยแนะนำผมหน่อยครับ เวลาผมต้มฝุ่งจิ้วทีไรใจไม่ค่อยดีเลยครับ

รูปภาพของ อาฉี

555

555

แหมๆ ถามมาด้าย..

คนจีนเขาไว้แก้หนาว แต่ถามได้จังหวะ เป็นคำถามคลายร้อนได้ดี 5555

 

ถ้าเอามาต้มใส้  หมอ กุดแถว หยอง  มีหวังเจอ 2 เด้ง

บ้านไหงเรียกเก๊จิ้ว

ไหงชอบเขียน เรื่องนี้ไหงเขียนไว้นานแล้วกะว่าจะพิมพ์เป็นเล่ม แต่ยังไม่ครบซักทีก็เลยยังเก็บไว้อยู่ เห็นถามเรื่องเก๊จิ้วก็เลยลอกมาให้อ่านกันที่บ้านไหงเสียงเรียกไก่จะชัดหน่อยว่า เก๊ ลองอ่านดู เก๊จิ้ว เก๊จู้จิ้ว ไก่จู้จิ้ว หรือ จู้จิ้วเก๊ จู้จิ้วไก่

อาหารชามโปรดชามนี้คนจีนปั้นซั้นขักรู้จักกันดี และดูจะเป็นสัญญลักษณ์ หรือเอกลัษณ์ของพวกเขาเลยก็ได้ อันที่หนึ่งก็คือถิ่นที่อยู่ค่อนไปทางเหนือแม้ อากาศจะไม่หนาวมาก แต่ในช่วงฤดูหนาวอากาศก็จะเย็นมากอยู่เหมือนกัน การได้กินอาหารชามร้อนๆแถมด้วยขิงและเหล้าซักนิด รู้สึกเลือดลมจะเดิน คล่องอุ่นร่างกายขึ้นได้พอสมควรการทำอาหารชามนี้ก็ไม่ได้ลำบากยากเย็น อะไร สำคัญแต่เพียงว่าต้องมีไก่อวบๆ สักตัวเป็นใช้ได้

ยิ่งในสมัยก่อนไก่ถือ เป็นของหายากและมีราคาค่อนข้างแพง ไม่ใช่จะได้กินกันบ่อยๆเหมือนสมัย นี้ ส่วนในประเทศไทยนึกอยากเมื่อไหร่เป็นได้กินเมื่อนั้น ตามภาษาคนจีน โดยเฉพาะคนปั้นซั้นขักใจกว้างใจใหญ่ การสับไก่จึงมักจะสับหยาบๆ เป็นชิ้นๆ ชิ้นใหญ่ๆเลยทีเดียว เวลาแบ่งให้ลูกหลานก็ง่ายไม่ต้องนับชิ้น แบ่งให้ยุ่งยากลำบาก เพราะถ้าเกิดนับผิดนับถูกได้ไม่เท่ากัน ถกเถียงกัน ตามประสาเด็ก อื้อฉาวไปหมด สู้สับให้เป็นชิ้นใหญ่ๆแบ่งให้ได้ คนละชิ้น คนละชิ้นหมดเรื่องหมดราวไปแกะไปแทะกันสนุกมือหน้าตามอมแมม ไป เชียวหละ ที่จำได้แม่นยำก็คือ คนเล็กที่สุดจะได้อภิสิทธิ์เป็นพิเศษ ก็คือ น่องอ้วนๆ เนื้อเยอะๆ กินง่าย จับสดวก ตอนใกล้จบก็ยังได้แทะกระดูก ดูด อร่อยไม่ยอมวางมือเลยทีเดียวแหละ ส่วนคนเป็นพี่ก็ได้รับส่วนแบ่งกันไป ตามส่วนจนสุดท้ายก็คือ คอไก่ ตีนไก่ แม้จะแทะยาก เนื้อน้อย แต่ก็อร่อยสุด สุดเหมือนกันเรียกว่าอร่อยติดมือจนดูดนิ้วแทบไม่อยากโยนกระดูกทิ้งคนที่ไม่ เคยมีประสบการณ์มาก่อนคงไม่เข้าใจหรอก ถ้าพอมีเพื่อนที่เป็นคนจีนปั้น ซั้นขัก ก็ลองสอบถามดูจะได้คำตอบที่แทบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียวล่ะการทำก็ ไม่ได้ยุ่งยากมากมายนัก ทำความสะอาดไก่และสับเป็นชิ้นส่วนตามต้องการ แล้วพักไว้ นำเอาขิงสดแก่มาปลอกเปลือกมากน้อยแล้วแต่ชอบ จะให้ดี ควรใส่มากหน่อยเพราะขิงช่วยเพิ่มรสชาด สุดท้ายมันดีต่อกระเพาะด้วยบาง คนชอบซอย บางคนชอบตำ บางคนแค่หั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆแล้วทุบตบให้แตก ด้วยมีดที่สำคัญสุดอยู่ที่ตอนลงกระทะมากกว่าต้องคั่วให้ขิงออกรสส่งกลิ่น หอมเสียก่อน อย่าใส่ลงไปผัดเฉยๆ มันจะไม่เข้มข้นหมดรสชาด ผัดคั่วขิง หอมดีแล้ว ค่อยใส่ไก่ลงไปผัดต่อไปจนไก่สุกจึงค่อยๆใส่เกลือลงไปแล้วผัดต่อไปอีกเพื่อให้เกลือเข้าเนื้อไก่และต้องจำไว้อย่าใส่น้ำปลาเด็ดขาด มันทำให้ไม่อร่อย ไม่หอม แถมจะทำให้ไก่เหม็นคาวปลาไปเสียอีก หมดรสชาดเลยที เดียว หลังจากนี้ก็เป็นการเพิ่มรสโดยการเติมเหล้าลงไป มากน้อยก็แล้วแต่อย่ามากเป็นดี หากว่าไม่พอตอนกินเพิ่มเติมได้ สมัยก่อนใช้เหล้าโรงหรือ เหล้าขาวรส ชาดเข้มข้น บางคนอาจใส่เหล้าแดง สรถ. เป็นเหล้าข้าวเหนียว ที่เขาแอบทำกินกันเองจนถึงทำขายบ้าง แต่เหล้าแดง สรถ.นี้เป็นเหล้าผิด กฏหมายไม่มีการตั้งวางขาย ขอย้ำ ต้องแอบขายมิฉะนั้นโดนตำรวจจับนะ ครับรู้สึกปรับแพงแถมติดคุกอีกต่างหาก คนที่จะซื้อรู้ว่าที่ไหนมีขายกัน ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำใมสมัยนั้นเขาจึงไม่ยอมให้ทำกินกันเอง อ้อเหล้าแดง สรถ. ก็คือเหล้าแดงสุราเถื่อนนั่นเอง สมัยนี้คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยได้ยินและ คงไม่รู้จัก

บางคนจะใช้เหล้าแดงใส่ในตอนผัดไก่ด้วยแต่มันจะเพิ่มราคา เพราะโดยมากเขาจะใส่เพิ่มรสชาดตอนกินมากกว่า แถมบางคนใส่แก้วเหล้า เพียวๆ กินเหล้าไปกินไก่ไปอย่างเอร็ดอร่อย มีบางคนก็เอาเหล้าแดงมาใส่ถ้วย น้ำจิ้มเป็นน้ำจิ้มตอนกิน ก็ขึ้นอยู่ที่ความชอบของแต่ละคนเพราะบางคนท้อง ยุ้งพุงกระสอบกินเก๊จิ้วแล้วไม่อิ่มต้องกินพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆอีกด้วย เรียกว่า กินเป็นกับข้าวนั่นเอง คิดเรื่องเหล้าแดงจนเพลินไป แทนที่จะใส่น้ำ ปลาที่ห้ามให้ใส่ซี้อิ้วแทน แต่ต้องซี้อิ้วขาวนะ และตอนกินถ้าชอบจิ้มก็ควร จิ้มซี้อิ้วขาว มันเข้ากันได้เป็นอย่างดีทีเดียว

โอกาสที่จะได้กินเก๊จิ้วมี หลายครั้งด้วยเหมือนกัน ที่แน่นอนและเฝ้ารอคอยก็คือตอนที่แม่จะมีน้องคน ใหม่ เพราะหลังคลอดในสมัย ก่อน แม่ลูกอ่อนจะต้องบำรุงร่างกายเขาจึง นิยมทำเก๊จิ้วให้แม่ลูกอ่อน นั่นก็คือผลพลอยได้ของพี่ๆทุกคนจะได้ลิ้มรสเก๊ จิ้ว ทุกเช้าทุกคนจะจ้องตาเป็นมันเชียว แหละก็แอบดอดจ้องชิ้นส่วนชิ้น โปรดไว้ในใจจนบางครั้งปลื้มจนออกนอกหน้า และเมื่อถึงเวลาแล้วไม่ได้ ดังตั้งความ หวัง หน้าอาจจะหงิกเป็นตะบักตะบวยไปเลยก็ได้ สมัยก่อนกับ สมัยนี้แตกต่างกันที่ไม่สามารถซื้อแยกชิ้นส่วนที่ต้องการได้ จึงต้องมีการจัด สรรแบ่งกันสนุกสนาน สมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง แต่ก็รักใคร่กลมเกลียว กันดีกว่าสมัยนี้เป็นไหนๆ

สิ่งที่ดูมีปัญหาในสมัยก่อนถ้าเป็นสมัยนี้อาจ เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ทว่าในอดีต การแก้ปัญหามันง่ายและเข้าใจกัน อย่างรวดเร็วและรักใคร่กันมากยิ่งขึ้นไปอีก บางอย่างในอดีต โดยเฉพาะ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามหลายๆอย่าง ไม่อยากให้ลืมหรือทิ้งหายไป ดังจะกล่าวเป็นอย่างๆ ในโอกาสต่อไป ถ้าจะทำเก๊จิ้วสมัยนี้ นึกอยากได้ชิ้น ส่วนอะไร ไม่อยากได้ชิ้นส่วนอะไร เลือกได้ทุกอย่างสมหวังทุกคน จะเอากี่ น่อง กี่สะโพก กี่ปีก หรือเอาเฉพาะเนื้อหน้าอกได้ทั้งนั้น จะกินเช้า กินสาย กินบ่าย กินค่ำ หรือ ดึกดื่นแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น เครื่องอำนวยความสดวกมี สารพัด ทั้งซื้อกันสดๆจากห้างหรือศูนย์การค้าที่เปิดจนดึกจนดื่น หรือไม่ก็ สามารถซื้อแบบแช่แข็งมาเก็บตุนไว้ในตู้เย็นใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ต้องการ การทำก็ไม่ค่อยยุ่งยาก จะยุ่งหน่อยก็ตอนเก็บล้างที่เป็นภาระ ถ้าอยู่แถว ภาคกลางดังที่บอก ถ้าอยู่แถวๆบ้านโป่ง ลูกแก ห้วยกระบอก ท่าเรือก็สา มารถหากินกันได้โดยไม่เสียเวลารอคอย รสชาดก็ใกล้เคียงกันจะเอาแบบขิง ซอย ขิงตำ ขิงทุบได้ทั้งนั้น และก็อย่าลืมละกระซิบถามหาเหล้าแดง สรถ. ด้วย ต้องบอกว่าต้องกระซิบเพราะเขาไม่ค่อยเปิดเผยนัก ก็กลัวถูกตำรวจจับ นะซี นอกจากคนกันเองจริงๆที่รู้จักและถามหาเท่านั้น ขอให้มีความสุขกับการกินนะครับ

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal